x_Lupin_x

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

♢เป็นของธนัช♢ CHAPTER 01 [100%] H

ชื่อตอน : ♢เป็นของธนัช♢ CHAPTER 01 [100%] H

คำค้น : เป็นของธนัช,แฟร์,กุ๊กกี้

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.8k

ความคิดเห็น : 79

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2559 21:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
♢เป็นของธนัช♢ CHAPTER 01 [100%] H
แบบอักษร
#
 
#
#
 

CHAPTER 00

 

เป็นของธนัช l

 

 

 

            หลังจากที่เดินออกจากห้องสมุด ฉันก็มายังลานจอดรถ B ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เดินออกมามากนัก เวลานี้ค่อนข้างเย็นพอสมควร มันทำให้ลานจอดรถที่เคยอัดแน่นไปด้วยรถยนต์จอดเรียงรายไปทุกตารางนิ้วเหลืออยู่เพียงไม่กี่คัน

 

            รวมถึง...รถยนต์สีดำคันหรูคันนี้ด้วย

            ฉันหันหลังยืนพิงประตูรถ พร้อมทั้งส่งข้อความไลน์ไปหาใครคนหนึ่ง...ใครบางคนที่เป็นเจ้าของรถยนต์คันนี้

            แฟร์รอที่ลานจอดรถ B นะ

          ฉันชื่อ แฟร์ เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยนี้ ที่จริง...ตามตารางเรียนแล้ว คลาสเรียนไม่ได้เลิกเย็นถึงขนาดนี้ แต่เพราะพรุ่งนี้เป็นการฝึกงานวันแรกของพวกเรานักศึกษาเอกญี่ปุ่น นั่นทำให้อาจารย์ประจำภาควิชาอบรมยาวเหยียดกินเวลาเกินจริงไปถึงหนึ่งชั่วโมงเต็ม

            มันค่อนข้างน่าเบื่อ...

            ตอนนี้แค่เวลาผ่านไปห้านาทีกลับเชื่องช้าราวกับห้าชั่วโมง

            ฉันยังคงหลุบมองข้อความเดิมที่ตัวเองส่งไปก่อนหน้านี้อยู่อย่างนั้น ตรงหน้าข้อความมันขึ้นแสดงคำว่า Read เอาไว้ นั่นแสดงว่าคนปลายทางได้อ่านมันแล้ว

            แต่เขาไม่ตอบกลับมา...

            ยุ่งอยู่สินะ

            ก็อย่างที่เห็น...เด็กคนนั้นติดภารกิจสำคัญกับสาวแว่นในห้องสมุดอยู่ ฉันไม่โวยวายหรอกที่เขาปล่อยให้ฉันต้องรอแบบนี้ ไม่สิ...ไม่มีสิทธิ์โวยวายต่างหาก

            ยังไงดีล่ะ

            ไม่อยากจะขัด แต่เรานัดกันก่อนเธอคนนั้นแล้วนะ เพราะงั้น...

            หิวข้าวจัง ไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เที่ยงแล้วอ่ะ

            ฉันกดปุ่ม Send ทันทีหลังจากที่พิมพ์จนจบประโยค

            “ทำไมถึงไม่กินข้าวเที่ยง

            ฉันพิมพ์เป็นข้อความคุยกับเขาในไลน์ แต่เจ้าตัวดันตอบกลับมาเป็นคำพูด เสียงทุ้มต่ำนิดๆดังขึ้นจากทางด้านหลัง นั่นทำให้ฉันสะดุ้งเบาๆ ก่อนจะหันไปมองตามต้นเสียง

            นัทฉันเรียกชื่อเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลซุกซน ร่างสูงเกินหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนกำลังเดินอ้อมจากทางฝั่งคนขับมายังฝั่งที่ฉันยืนอยู่

            เสื้อนักศึกษาของเขาถูกปลดกระดุมออกไปสามเม็ด

            แผงอกขาวๆที่โผล่พ้นเสื้อออกมา...ทำให้ฉันเอื้อมมือไปติดกระดุมให้เมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้

            ทรมานใจสาวๆเล่นตลอด ฉันหยอกเล่นอย่างไม่จริงจัง ซึ่งนัทก็รู้ดีถึงได้ตอบกลับมา

            คนนี้ด้วยป่ะเขาอมยิ้มพร้อมกับชี้นิ้วมาทางฉัน

            นึกว่าจะได้รอเก้อแล้วนะวันนี้ ฉันเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่น อดค่อนขอดเขาเรื่องที่เห็นในห้องสมุดไม่ได้จริงๆ แต่จากการแสกนด้วยสายตาแล้ว...

            แผงอกของเขายังขาวสะอาด ไร้ร่องรอยตรีตราและรอยขีดข่วน

            นั่นแสดงว่า...เขากับสาวแว่นคนนั้นยังไม่ไปถึงไหน

            ฉันรู้สึกสดชื่นขึ้นมานิดๆ เมื่อรู้ว่าเขาไม่ได้สานต่อกับเธอ แต่เดินตามฉันออกมาแทน ทำให้รู้ว่าเขายังให้ความสำคัญกับฉันมากกว่าคนอื่นเสมอ

            ทำหน้าแบบนี้...หึงหรือไง มือหนาสัมผัสเอวฉัน เขาโน้มหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากเราแทบจะสัมผัสกัน ปลายจมูกโด่งเป็นสันคลอเคลียอยู่ตรงข้างแก้มฉัน พื้นผิวส่วนนั้นร้อนไปหมดเพราะถูกลมหายใจอุ่นๆรินรด

            หึงไม่ได้หรอก ฉันตอบไวๆ ก่อนจะพูดประโยคถัดไปเข้ามาแทนที่ หิวแล้ว แฟร์ว่าเราไปกินข้าวกันดีกว่าเนอะ

            ฉันคล้องแขนร่างสูงอ้อนๆ เขาถึงได้พยักหน้า แล้วกดปลดล็อกประตูให้ฉันขึ้นไปนั่งฝั่งที่นั่งข้างคนขับ ส่วนตัวเขาพอปิดประตูรถให้ฉันเสร็จ ก็เดินกลับมาประจำที่ฝั่งคนขับ

            ที่บอกว่า...หึงไม่ได้...มันคือความจริง

            จริงๆแล้ว ควรจะตอบว่า ไม่หึง น่าจะเหมาะสมกว่า

            ฉันอาจจะพูดคำนี้ได้เต็มปาก ถ้าหากเป็นเมื่อสมัยที่เราเจอกันใหม่ๆและเขาไม่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตฉันมากขนาดนี้ เรารู้จักกันเมื่อเกือบสองปีที่แล้วในงานวันเกิดของรุ่นน้องคนหนึ่ง ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องของเขามากนัก รู้แค่...เขาเป็นลูกชายของอดีตนางแบบชื่อดัง นามสกุลใหญ่โตและมีชื่อเสียงในวงสังคม แต่เขาไม่ค่อยได้พูดถึงเท่าไหร่

            เรื่องของเราเริ่มต้นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จนความสัมพันธ์ของเราขยับขยายกลายมาเป็น...

            คบกัน...แต่ไม่ผูกมัด

            นั่นหมายถึง...คุยกับคนอื่นได้ มีใครก็ได้ ไม่มีหึง ไม่มีหวง และ...ไม่มีความรัก

            ไม่ใช่เพื่อน

            ไม่ใช่พี่น้อง

            ...ไม่ใช่แฟน

            แน่นอนว่าเราคบกันแบบไม่มีสถานะ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาคิดยังไงกับฉันกันแน่ ก็เราอยู่กันมาแบบนี้ตั้งเกือบสองปีแล้ว เขาไม่เคยว่าถ้าฉันจะคุยกับคนอื่น ไม่เคยถามถึงเรื่องผู้ชายคนอื่นแม้จะเห็นอยู่เต็มตาว่าพวกนั้นเข้ามาจีบฉัน ส่วนฉันเองก็คงต้องทำแบบเดียวกัน

            อย่างวันนี้...ตอนที่เห็นเขาจู๋จี๋กับสาวแว่นน่ะ ฉันก็ทำได้เพียงแค่มอง ถึงจะรู้สึกไม่ค่อยดีนัก แต่ให้ทำยังไงได้ ฉันไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะมีสิทธิ์ไปหึงเขาได้

            เป็นผู้หญิงเสียเปรียบ...ฉันรู้

            ตอนแรกฉันแค่คิดว่าเราอยู่กันแบบนี้มันก็สบายใจดี ไม่ต้องพูดถึงความรัก ไม่ต้องทะเลาะกันเรื่องหึงหวง แค่อยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆแบบนี้...โดยที่ไม่มีคำว่าเลิกกัน ถ้าใช่ก็ไปต่อเรื่อยๆ แล้วถ้า...มันไม่ใช่ขึ้นมา ก็แค่เลื่อนสถานะกลายเป็นเพื่อน พี่น้อง ไม่ต้องกลายเป็นคนแปลกหน้ากัน

            ความคิดของฉันเคยเป็นแบบนี้มาตลอด

            จนกระทั่งมันสั่นคลอน...เพราะดันเริ่มเป็นฝ่ายที่คิดอยากจะจริงจังกับเขาขึ้นมา   

            “คิดอะไรอยู่ เสียงเรียกของนัทปลุกฉันให้ตื่นจากภวังค์และหันกลับมาโฟกัสกับ ณ เวลาปัจจุบัน นัยน์ตาซุกซนปลายตามองฉันสลับกับมองทางข้างหน้า จนกระทั่งรถยนต์หยุดเคลื่อนตัวจากการจราจรที่ติดขัด

            ถามไม่ตอบ

            แฟร์ไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย ฉันโกหกเข้าเต็มเปา

            เหรอใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้มกรุ้มกริ่ม ดวงตาใสซื่อราวกับกระต่ายน้อยหลุบมองต้นขาของฉันที่โผล่พ้นกระโปรงทรงเอออกมา กระโปรงสั้นจัง...เมื่อเช้าไม่ใช่ตัวนี้เขาเลิกคิ้วถาม

            อ่า...กุ๊กไก่ขอแลก วันนี้ยัยนั่นต้องเข้าไปคุยกับอาจารย์ฉวีเรื่องฝึกงานไง โหดจะตาย แฟร์ก็เล่าให้นัทฟังบ่อยๆนะ

            ปกติฉันก็ใส่แนวนี้ แต่พักหลังมา...นัทเป็นอะไรก็ไม่รู้ ถึงเราไม่ได้คบกันเป็นแฟน แต่เขาก็คอยห่วงเรื่องการแต่งตัวฉันเป็นประจำจนฉันจำต้องเปลี่ยนมัน แรกๆน่ะไม่เท่าไหร่ ตอนนี้สิบ่นใหญ่เลยเด็กคนนี้

            ในตู้ก็มีแต่สั้นๆ โยนทิ้งไปเลย เดี๋ยวนัทซื้อให้ใหม่

            “แฟร์ก็ใส่แบบนี้มาตั้งนานแล้วนะ

            ใส่แล้วโป๊ ตอนนี้ไม่ให้ใส่ละ ถ้าอยากจะใส่...เก็บไว้ให้นัทดูคนเดียวก็พอ เรียวคิ้วเข้มๆของนัทแทบจะขมวดเป็นปม เราแทบไม่เคยเถียงกันเลย คงมีเรื่องนี้เรื่องเดียวที่เรามีปัญหากันตลอด

            เขาทำเหมือนหวงฉันเลยนะ

            จะใช่เหรอ...

          หวงเหรอคะ เพราะเห็นว่ารถคันข้างหน้ายังไม่ขยับไปไหน ฉันถึงเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้เจ้าของใบหน้าหล่อเหลา คำถามที่ถามออกไปดูเหมือนไม่จริงจัง แต่ฉันก็หวังคำตอบอยู่ลึกๆเช่นกัน

            เขาไม่ได้หลบแม้แต่น้อย กลับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนฉันแทบจะหยุดหายใจ

            หวง ริมฝีปากของเราเสียดสีกันเมื่อตอนที่เขาพูด ความละมุนที่สัมผัสกันมันทำให้ร้อนไปทั้งหน้า ทั้งๆที่ในรถเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบ

            แต่ที่ทำให้ร้อนยิ่งกว่าคงเป็น...คำตอบของเขา

 

[ต่อ]

 

            ไม่รู้ว่าล้อกันเล่นหรือเปล่า เพราะเด็กคนนี้ขี้แกล้งเป็นประจำ แต่สายตาลึกซึ้งที่เขาใช้มองกันมันทำให้ฉันหวั่นในใจ กำลังรอว่าเขาจะพูดอะไรต่อหรือเปล่า สุดท้ายเขาก็พูดเรื่องอื่นออกมาแทน

            คำว่า หวง ที่พูดออกมานั้น เขาคงไม่ได้จริงจัง

            ได้กลิ่นเลมอน นัทใช้ปลายนิ้วคลึงริมฝีปากฉันเบาๆ

            เขาคงได้กลิ่นลูกอมรสเลมอนจากลมหายใจของฉัน มันเป็นลูกอมรสโปรดของเราทั้งคู่ ฉันชอบกินมันเวลารู้สึกง่วงนอนในคาบเรียน 

            กินเม็ดสุดท้ายไปแล้ว

            อยากกินจัง ทำไงดี เขาบอกเสียงเบา ดวงตาสีสวยหลุบมองริมฝีปากฉันอย่างลึกซึ้ง ทำท่าเหมือนจะจูบมันตอนนี้เลย

            แวะเซเว่นมั้ย เดี๋ยวแฟร์ลงไปซื้อให้

            ไม่เอา

            ...

            “อยากกินจากตรงนี้มากกว่า

            นัทแตะริมฝีปากตัวเองลงบนริมฝีปากฉัน ใช้ความอ่อนนุ่มทำหน้าที่บดคลึงแทนปลายนิ้ว เราส่งผ่านรสชาติให้กันอย่างเร่าร้อน ปลายลิ้นของเขาละเลงเกี่ยวพันอยู่ในโพรงปากของฉัน ทั้งดูดดุน ลุกล้ำราวกับต้องการซึมซับรสเลมอนให้เป็นของตัวเองผู้เดียว

            เขาดูฮอตและอ่อนละมุนไปพร้อมๆกันในคราวเดียว

            หัวใจมันเต้นกระหน่ำยิ่งกว่าเดิม เมื่อฉันเป็นฝ่ายจูบตอบเขา รุกไล่เขาบ้าง เด็กน้อยธนัช...เขาจะรู้ตัวบ้างไหมว่ากำลังทำให้ฉันดำดิ่งลงไปในทุกอย่างที่เป็นเขา

 

           

            คืนวันเดียวกัน

            นัทฉันเรียกร่างสูงที่นอนอยู่บนโซฟาแล้วกางหนังสือเรียนปกหน้าเอาไว้ พรุ่งนี้เขามีสอบ คนมีสอบบอกว่าจะอ่านหนังสือ แล้วดูสิ...อ่านยังไม่ทันจะถึงห้านาที ก็เป็นอย่างที่เห็น

            “หือ เขาครางตอบเสียงงัวเงีย ก่อนจะเปลี่ยนมาลุกขึ้นนั่งเมื่อเห็นหน้าฉัน

            หิวอะไรไหม เดี๋ยวแฟร์ทำให้ ฉันใช้มือจัดเส้นผมสีอ่อนที่ยุ่งเหยิงนิดๆจากการนอนให้เขา ท่าทางคืนนี้ยังอีกยาวไกล เขาต้องเกิดหิวขึ้นมากลางดึกแน่ๆ    

            “ถ้ายังไม่หิว แฟร์ทำไว้ให้ก่อนแล้วกันเนอะ เผื่อแฟร์ชิงหลับไปก่อน พอเห็นเด็กดื้อไม่พูดอะไร ฉันเลยสรุปเอาเองและกำลังจะเดินไปทางห้องครัว แต่จู่ๆก็ถูกร่างสูงคว้าข้อมือเอาไว้

            ร่างทั้งร่างถูกดึงรั้งและบังคับให้นั่งลงบนตักของเขา

            ท่อนแขนแข็งแรงโอบเอวฉัน พลางเกยคางไว้กับไหล่ ดวงตาซุกซนหลุบมองเรือนร่างฉันภายใต้ชุดนอนเนื้อบางจนแทบจะปิดอะไรไม่มิด

            ชุดนี้...ซื้อที่ญี่ปุ่น ริมฝีปากร้อนกดจูบลงบนหัวไหล่ เขาใช้ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างของฉัน

            อื้อ นัทสวมกอดแน่นขึ้นเมื่อฉันให้คำตอบ ก็ชุดนอนตัวนี้เขาเป็นคนซื้อให้ฉันเอง ครั้งที่เราไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันตอนปิดเทอมปีที่แล้ว

            เขาชอบให้ฉันสวมชุดนอนเซ็กซี่ เนื้อผ้าบางเบาและวาบหวิวเหมือนไม่ได้ใส่อะไร ถึงได้ชอบซื้อชุดแนวนี้ให้ฉันเป็นประจำ

            หอมเขาพึมพำตอนที่กดปลายจมูกลงบนซอกคอขาว มือไม้ของนัทเริ่มจะอยู่ไม่สุก เลื่อนไล้อย่างซุกซนเหมือนนิสัยของเจ้าของ

            สายเดี่ยวของชุดนอนถูกปลดออกจนลู่ลงมากับต้นแขน

            ชุดนอนเนื้อบางถูกร่นลงจากฝีมือของเด็กดื้อ

            โนบรา นัทอมยิ้มจิ้มลิ้มตามเคย แต่สายตาที่เขาใช้มองกันมันมีแต่ความรุ่มร้อน เขาชอบพูดแหย่เล่นให้ฉันเขินเป็นประจำ ทั้งๆที่ตัวเองก็รู้ดีว่าฉันไม่สวมชุดชั้นในตอนนอนอยู่แล้ว

            “ไม่เล่นแล้ว

            ...

            “อ่านหนังสือต่อเถอะ ฉันพูดแล้วพยายามจะลุกขึ้น คิดว่ากวนเวลาอ่านหนังสือของเขามากพอแล้ว เดี๋ยวคืนนี้จะไม่ได้นอนเอา

            แต่เด็กน้อยสวมกอดฉันแน่น จนขยับไปไหนแทบไม่ได้

            ไม่อ่าน

            “ทำไมล่ะ อ่านยังไม่ถึงสองหน้าเลยมั้ง

            ตอนนี้ฉันเหมือนเล่นเป็นแม่ที่กำลังบังคับลูกให้ทำการบ้าน ปกตินัทเป็นเด็กน่ารัก ยกเว้นเรื่องอ่านหนังสือกับเข้าเรียน เขาไม่ชอบเรียน แต่ชอบวาดรูปกับร้องเพลงแทนและทำมันออกมาได้ดีมากๆด้วย

            น่าเบื่อจะตาย เขาพูดชิดใบหูฉันแฟร์น่าอ่านกว่าหนังสือตั้งเยอะ

            หลังจากประโยคนั้น ชุดนอนเนื้อบางก็ถูกดึงรั้งจนแทบจะหลุดออกจากตัว ฉันถูกดันให้นอนราบไปกับโซฟาอย่างรวดเร็ว หัวใจฉันเต้นแรงมาก เมื่อร่างสูงเคลื่อนตัวขึ้นมาคร่อมร่างฉันเอาไว้

            ถึงเขาจะเด็กกว่า แต่ร่างกายดูแข็งแรงไปทุกส่วน

            แต่อ่านแฟร์...ไม่ช่วยให้สอบได้นะ

            แคร์ที่ไหน       

            เรียวลิ้นร้อนพุ่งปาดลงบนเนินอก ผิวแก้มนุ่มๆของนัทที่เสียดสีผิวเนื้อส่วนนั้น เล่นเอาฉันจะเป็นบ้าซะให้ได้ ได้แต่สะกดความตื่นเต้นเอาไว้ เมื่อมือหนาเลื่อนขึ้นมาลูบสัมผัสเนินอกของฉัน

            ยะ อย่าดื้อสิ พรุ่งนี้มีสอบ…” ฉันใช้มือดันไหล่กว้างเอาไว้

            อือ ไว้ทีหลัง เขาแนบริมฝีปากลงบนเรียวปากฉัน เหมือนไม่อยากได้ยินฉันไล่ให้ไปอ่านหนังสืออีก ฝ่ามือที่ลูบไล้อยู่บนหน้าอก...สัมผัสของมันทำให้ฉันเคลิ้ม จนเผลอไผลตอบรับความเร่าร้อนที่เขามอบให้

            พอเขาผละออกจากกัน ฉันพยายามจะลุกขึ้นโดยใช้ฝ่ามือยันแผ่นอกของเขาไว้

            ตอนนี้หิว…” แต่สายตาคู่สวยจ้องกันไม่วางตา มันลุ่มลึกและแฝงความนัยเอาไว้ด้วยประโยคสั้นๆ

            แววตานั่น...เหมือนเด็กน้อย

            เขาออดอ้อนทางสายตา มันดูน่ารักมาก ทำให้ฉันใจอ่อน เผลอเคลิ้มตามไปด้วยตลอด ทว่าภายใต้แววตาใสซื่อคู่นั้นซุกซ่อนความร้ายกาจเอาไว้เต็มเปี่ยมเลยล่ะ

            “อยากกินอะไรล่ะฉันถาม เดี๋ยวแฟร์ไปทำอะไรมากินให้แล้วกัน

            หิวนม

            ฉันรู้...นัทไม่ได้หมายถึงเครื่องดื่มหรอก

            สายตาซุกซนบอกแบบนั้น

            พอเห็นฉันเริ่มหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ เขาก็บิดยิ้มอย่างร้ายกาจ ถึงจะเป็นอย่างนั้น รอยยิ้มนั้นก็ยังดูน่ารักน่าเอ็นดูและไม่มีพิษมีภัยอยู่ดี ทั้งๆที่นัทนี่แหละตัวอันตรายต่อหัวใจของผู้หญิงอันดับหนึ่ง

            เขาหวานหยด อ่อนละมุน ไม่เคยรุนแรงกับฉันเลย

            เหมือนอย่างที่เขากำลังมอบจูบอันลึกซึ้งให้กันอยู่ตอนนี้ เราส่งผ่านความหวานให้กันผ่านทางเรียวลิ้นและริมฝีปากอันชุ่มชื้น รู้ตัวอีกทีชุดนอนที่แทบไม่ปกปิดอะไรก็หลุดออกจากตัวไปกองอยู่บนพื้นห้อง

 

            นัท...

 

[ต่อ]

 

            ฉันเรียกชื่อเขาออกมา เมื่อถูกเด็กดื้อปลุกเร้าอารมณ์ไปซะทุกจุด ท่อนแขนแข็งแกร่งตวัดเข้ามากอดแน่น โถมตัวทิ้งน้ำหนักลงมาอย่างเต็มที่ เราทั้งคู่เบียดเสียดกันอยู่บนโซฟา ร่างกายฉันเปลือยเปล่าแต่กลับไม่หนาวเลยสักนิด

            ความสัมพันธ์ของเรากับสิ่งที่เรากำลังจะทำ

            อาจดูเหมือนเราเป็นแค่ คู่นอน

            แต่ไม่ใช่...เขาให้ความสำคัญกับฉันมากกว่าคำนิยามนั้น

            ถึงแม้เราจะไม่ได้คบกันเป็นแฟนก็ตาม...

            “แฟร์สวย นัยน์ตาสีเข้มจ้องฉันอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่ใบหน้า แต่กวาดมองไปทั่วทั้งเรือนร่าง มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพูดแบบนี้ แต่ถึงฟังกี่ครั้งก็ยังจะเขินอยู่ดี

            ไปต่อในห้องของเราดีกว่า นัทผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่อุ้มฉันขึ้นมาจากโซฟาด้วย ฉันโอบลำคอแกร่ง ก่อนจะพูดแหย่เขาเล่น

            ใจร้อนจัง

            ร้อนจนอยากจะถอดเสื้อผ้าจะแย่

 

            ฟุบ~

 

CUT 18+

#

[จิ้มที่รูป]

 

            “อ๊ะ...มะ ไม่อ่านหนังสือ...เหรอ...อา ฉันพูดแทบไม่เป็นคำ เมื่อเขาเริ่มขยับสะโพกเข้าหา

            ยังอ่านแฟร์ไม่จบเลย...อืม…

 

            อื้อออ...

 

 #

LOADING 100% 
30/11/59 ฉาก CUT เค้าอัพลงในกลุ่มค่ะ ใครหาไม่เจอหรือเค้ายังไม่ได้รับ เม้นบอกไว้น้า
 
29/11/59 ฉากหน้ามีซีน 18+ ค่ะ เค้าขออัพลงในกลุ่มนะคะ เพราะลงเรื่องไว้สองเว็
เลยอยากให้อ่านจากที่เดียวกันเลยเนอะ ไปลงชื่อรอกัน
[จิ้มลิ้งด้านบน]
 
28/11/59 เค้าปรับฟ๊อนแล้วน้า แต่ปรับยังไงในแอพมันก็เห็นเป็นตัวหนาๆใหญ่ๆเหมือนเดิม T^T
 
1 คอมเม้น 1 กำลังใจดีดี  
##
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น