vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 ♥ (นัมเบอร์Xแอเรีย) [UPDATE]

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 ♥ (นัมเบอร์Xแอเรีย) [UPDATE]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.9k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2562 22:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 ♥ (นัมเบอร์Xแอเรีย) [UPDATE]
แบบอักษร

ตอนที่ 12

[PART: แอเรีย]

                ผมลืมตาขึ้นมองสถานที่รอบกายที่ไม่คุ้นตาเอาซะเลย ผมเด้งตัวลุกขึ้นอย่างประมวลเหตุการณ์...ผมสลบไปและตอนนี้ผมคงอยู่อาณาจักรปีศาจ ผมมองหน้าต่างใส ๆ ตรงหน้าก็เห็นอาณาจักรของผมด้วย เหมือนไม่ได้อยู่ห่างไกลกัน ทว่าความจริงห่างไกลกันมาก

                “ตื่นแล้วหรือ” เสียงทุ้มเย็น ๆ ทำให้ผมมองต้นเสียงที่เดินเข้ามาในห้อง ผู้ชายนัยน์ตาสีดำ ผมยาวถูกรวบไว้ ทำให้เผยให้เห็นใบหน้าหล่อคมและเย็นชา แต่ผมกลับไม่รู้สึกกลัวเขาสักนิด

                “คุณจับผมมาทำไม” ผมก้าวลงจากเตียงและกำลังจะหาทางหนีเมื่อเขามายืนกั้นไว้

                “นายออกไปไหนไม่ได้หรอก อย่าพยายาม” เขานั่งลงตรงโซฟามองผมนิ่ง ๆ

                “คุณต้องการอะไรกันแน่”

                “พลังของนาย” เขาตอบสั้น ๆ แค่นั้น เขาทำท่าจะเดินหนี อ้าว...ยังพูดไม่ทันจบเลยนะครับ สาวใช้เดินสวนเข้ามาเพื่อเอาอาหารมาเสิร์ฟให้ผม

                “ทานอะไรซะ” เสียงเข้มไม่วายหันมาสั่ง

                “ผมไม่ทานครับ จนกว่าคุณจะบอกให้กระจ่างว่าคุณต้องการอะไรจากผม” ผมกอดอกก่อนจะเบิกตากว้างกับประโยคต่อมาของเขา

                “ถ้าไม่อยากให้กระทบกระเทือนกับลูกในท้องของนาย ก็ทานเข้าไปซะ...”

                ผมได้ยินไม่ผิดใช่ไหม...เขาพูดว่า ‘ลูกในท้องของผมเหรอ?’

                “คุณหมายความว่ายังไงลูก?...ลูกของผมเหรอ”

                “ใช่ เป็นแม่เองยังไม่รู้ตัวอีกหรือไง” เขาว่าทำให้ผมเผลอเอามือเท้าเอวตามความเคยชิน

                “ถ้าผมรู้ ผมจะถามคุณไหมล่ะ!!”

                “นายดูไม่กลัวฉันเลยนะ...” เขาหรี่ตามอง

                “คุณชื่ออะไร...” ผมถาม

                “เรียกฉันว่า ออรัน” นึกว่าเขาจะไม่ยอมตอบซะอีก...ตอบด้วยแฮะ

                “อย่าคิดหนีไปจากที่นี่ นายไม่มีทางรอดจากมือของพวกปีศาจไปได้หรอก...ยังไงนายก็ต้องใช้พลังเพื่อช่วยฉันยึดครองโลกทั้งหมด”

                “ผมไม่ช่วยคุณ! พี่ฟอเรสจะต้องมาช่วยผมออกไปแน่” ผมตะโกนตามหลังของเขาไป ผมมองอาหารดี ๆ ที่ถูกนำมาเสิร์ฟอย่างแปลกใจ

                “เขาต้องการพลังการสร้างกำแพงไปทำไมนะ ถ้าเขาคิดจะทำลายโลก...” ผมพึมพำออกมาอย่างสงสัย ผมเลื่อนมือไปกุมท้องตัวเองเบา ๆ อย่างไม่เชื่อ พอจับท้องดู ผมก็รู้สึกถึงความอบอุ่นจริง ๆ รับรู้ได้ด้วยสัญชาติญาณ

                “ถ้านัมเบอร์รู้ว่าเราท้องเขาจะทำหน้ายังไงนะ” ผมถอนหายใจอีกรอบแล้วยอมกินอาหารเพราะรู้สึกหิวขึ้นมาหลังจากกินเสร็จผมก็เริ่มหาช่องทางการหนี แต่ทุกทางของปราสาทถูกปีศาจบริวารของราชปีศาจล้อมไว้เต็มไปหมด

                ผมเดินวนอยู่ในห้องและคิดว่าจะทำยังไงต่อไปดี โอ๊ย...คิดสิคิด พลังในการสร้างกำแพงของผมจะใช้ได้อีกครั้งหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ผมใช้พลังนี้ไปแล้วครั้งหนึ่งเลยไม่รู้ว่าสามารถใช้ได้อีกครั้งหรือเปล่า

                สายตาผมเหลือบไปมองกรอบรูปที่ตั้งอยู่มุมห้อง กรอบรูปกรอบทองมีผ้าคลุมไว้อย่างดี ผมเดินเข้าไปดูด้วยความสงสัย ผมดึงผ้าออกก็ตะลึงกับภาพวาดตรงหน้า เป็นภาพของผู้ชายที่สวยมาก...หน้าหวานตาคม ริมฝีปากเล็กเรียวกำลังยิ้มอย่างสดใสให้กับช่อดอกไม้ในมือ บนผมของผู้ชายในภาพมีมงกุฎสัญลักษณ์ของพระอาทิตย์สวมอยู่ ผมมองมุมล่างสุดเขียนลายเซ็นคนวาดไว้ด้วย ...ออรัน...

                ผมมองรูปตรงหน้าแล้วใช้ความคิดอันชาญฉลาดครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่

                5 นาทีผ่านไป...

                “นี่! มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง ใครอยู่ข้างนอก...” ผมตะโกนขึ้น ทหารเฝ้ายามอยู่เปิดประตูเข้ามา แต่เขาไม่ได้ก้าวเข้ามาในห้องแม้แต่นิดเดียว ผมกอดอกแล้วยกยิ้ม

                “ไปตามราชาของพวกนายมาให้ฉันหน่อย” ทหารทำหน้างง ก็แหงแหละครับไปเรียกราชาของพวกเขามาซะดื้อ ๆ ไม่ใหญ่จริงคงทำไม่ได้...เผอิญผมไม่ได้กลัวเขานี่

                “ไปสิ!” ผมแกล้งทำเสียงดุไม่พอใจ ทหารเลยรีบวิ่งออกไปตามเจ้านายของพวกเขามาทันที

                สักพักร่างสูงในชุดสีดำแขนกุดประจำตัวเผยให้เห็นกล้ามเป็นมัด แต่สู้ของนัมเบอร์ไม่ได้เลยครับ กล้ามของนัมเบอร์น่ากอดหมับมากกว่าอีก (นี่ไม่ใช่เวลาจะมาเพ้อหากล้ามของคนรักนะเฮ้ย...)

                “มีอะไร” เสียงเข้มถาม

                “คุณบอกว่าอยากให้ผมสร้างกำแพงป้องกันใช่ไหม...คุณจะให้ผมสร้างป้องกันอาณาจักรไหนเหรอ” ผมถามขึ้นทำให้เขาชะงักเพราะไม่คิดว่าผมจะถาม

                “ยังไม่ถึงเวลาที่นายจะรู้”

                “ผมว่าคุณควรพูดออกมาให้หมด...” ผมบอกก่อนจะเดินไปตรงที่ภาพวาดตั้งอยู่

                พรึบ**!**

                “ทำอะไรน่ะ!!” ออรันดูตกใจมากเมื่อเห็นผมดึงผ้าคลุมออก เพราะภาพวาดนี้เขาใช้พลังซ่อนไว้ครับ

                “คุณอย่าลืมว่าผมมีพลังในการสร้างกำแพง ซ่อนอะไรไว้ผมเห็นหมดแหละครับ...” ผมเฉลยคำตอบที่เขาน่าจะคิดอยู่ในใจ “ผมถามคุณจริง ๆ เถอะ ว่าคุณต้องการจะทำลายอาณาจักรเวทมนตร์ โลกมนุษย์ ไปเพื่ออะไร...”

                “ฉันต้องการเป็นคนปกครองอำนาจเพียงหนึ่งเดียว...” เสียงทุ้มตอบเย็น ๆ

                “แค่นี้คุณก็มีพลังมากพอแล้วนะ ทำไมคุณยังต้องการอำนาจหนึ่งเดียวอีก การอยู่ลำพังโดดเดี่ยวมันทรมานมากรู้ไหม” ผมลองพูดกล่อมเขา

                “ใครจะมาเข้าใจคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในความมืดแบบฉัน นายจะเข้าใจอะไร!” เขาตะคอกเล็กน้อยเหมือนผมไปจี้จุดอะไรเขาเข้า ผมจับแขนของเขาไว้เบา ๆ

                “ความมืดไม่ได้เลวร้ายอะไรนี่ คุณต่างหากที่เป็นคนคิดว่าความมืดมันเลวร้าย ผู้ชายในภาพวาดของคุณ คือคนที่คุณรักและอยากปกป้องใช่ไหม” ออรันทำตาโต

                “นายเป็นใครกันแน่...นี่หรือคือพลังของสายเลือดการปกป้อง...” ราชาปีศาจตรงหน้าถอยห่างจากผมแล้วนั่งลงตรงโซฟา

                “ผมไม่ต้องการให้พี่ชายของผมทำสงครามกับอาณาจักรของคุณ และไม่อยากให้เกิดการบาดเจ็บ ยังไงเราก็อยู่อาณาจักรใกล้กัน เราก็เหมือนเพื่อนบ้านกันนะ...” ผมพยายามกล่อมเขาให้มากที่สุด

                “ถ้าฉันสามารถทำลายทุกอาณาจักรลงและฉันได้ขึ้นเป็นผู้เดียวที่ได้ครองอาณาจักร ฉันจะคุมความมืดของฉันได้ ฉันกลัวว่าสักวันความมืดในตัวของฉันจะกลืนกินแสงสว่าง...กลืนกินคนที่ฉันรักไป...” เขายอมเผยออกมาถึงสิ่งที่อยู่ภายใต้จิตสำนึกของหัวใจ

                “คุณคิดผิดแล้วล่ะ ยิ่งคุณทำลายมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งเข้าสู่ความมืดมากเท่านั้น ถ้าคุณอยากปกป้องแสงสว่างของคุณ เลิกคิดเรื่องพวกนี้เถอะครับ....คุณคิดว่าประชาชนของคุณจะดีใจเหรอที่คุณปกป้องพวกเขาโดยการทำร้ายคนอื่น จริงอยู่ที่ภายนอกอาจมองว่าปีศาจอันตราย แต่ถ้าคุณไม่ใช่แบบนั้น คุณอย่ากังวลสิครับ ผมเชื่อนะ ว่าคุณก็มีหัวใจที่อบอุ่นเช่นกัน...” ผมเอื้อมมือไปแตะที่มือของเขาเบา ๆ ออรันมองนิ่ง

                ความอบอุ่นจากมือของผมกำลังทำให้ร่างสูงตรงหน้าคิดถึงมือนุ่มที่เขาคุ้นเคย ออรันกุมมือของผมไว้ ก่อนจะดึงผมเข้าไปใกล้ เดาว่าเขากำลังนึกถึงคนรักของเขาแน่ ๆ ผมขืนตัวออกจากออรัน ทันใดนั้นก็มีเสียงดังสนั่น

                ปัง**! โครม...**

                “ถอยออกไป!!” เสียงเข้มคุ้นเคยเรียกอัตราการเต้นของหัวใจผมให้เร็วขึ้น เขามายืนบังอยู่ข้างหน้าของผม           คนตรงหน้าคือ นัมเบอร์...

                แผ่นหลังกว้างตรงหน้าทำให้ผมแทบร้องไห้...ก่อนผมจะตกใจเมื่อออรันใช้มือบีบคอของนัมเบอร์

                “อึก!!”

                “อ๊ะ ปล่อยนะ คุณออรัน!!” ผมร้องห้าม ออรันจ้องนัมเบอร์แล้วบีบแรงขึ้น

                “ใครใช้ให้พวกนายบุกเข้ามาปราสาทขอฉัน!!” ผมมองร่างสูงที่กำลังหน้าซีด

                “นายเอาของ ๆ ฉันมา**!!”** เสียงเข้มตอบหนักแน่นทำให้ผมตาโต

                “ปล่อยนัมเบอร์เถอะนะครับ ปล่อย...” ผมขอร้องแล้วหันไปเห็นบุคคลที่วิ่งเข้ามาทางประตู พี่ฟอเรสกับคาร์ล!

                “ปล่อยเดี๋ยวนี้! อย่ามาทำร้ายคนในอาณาจักรของฉัน” ฟอเรสพูดและพร้อมที่ร่ายมนตร์ ผมรีบยกมือห้าม

                “หยุดนะครับ! อย่าครับ พี่ฟอเรส ...คุณออกรัน ผมขอร้อง ปล่อยคนรักของผมเถอะนะครับ ได้โปรด คุณคิดว่าผู้ชายในภาพวาดที่เป็นดวงใจของคุณจะดีใจหรือครับที่เห็นคุณทำแบบนี้ ช่วยคิดในสิ่งที่ผมพูด เปิดใจรับว่าพวกเราไม่ใช่ศัตรูของคุณและคุณเองก็ไม่ได้อยู่ในความมืดคนเดียว...” ออรันชะงักแล้วมองภาพวาดก่อนเขาจะยอมปล่อยมือออกจากคอของนัมเบอร์

                ผมรีบวิ่งเข้าไปพยุงร่างสูงที่ทรุดลงกับพื้น...

                “นัมเบอร์เป็นยังไงบ้าง”

                “แค่ก ๆ ไม่เป็นไรครับ คุณแอเรียไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ แค่ก ๆ” เขาจับบริเวณคอที่มันแดง ๆ ฟอเรสยืนอยู่อึ้งที่ราชาปีศาจเชื่อฟังผม

                “ออกไปจากปราสาทของฉันได้แล้ว แอเรีย ฉันขอบคุณคำพูดที่ทำให้ฉันตาสว่าง กลับไปปราสาทของนายได้แล้ว พาพี่ชายของนายกับคนรักของนายกลับไปได้แล้ว...” เสียงทุ้มของออรันสั่งขึ้นทำให้ฟอเรสเข้ามาอุ้มผมออกไป ส่วนคาร์ลก็ช่วยพยุงนัมเบอร์


                อาณาจักรเวทมนตร์

                “รู้ไหมว่า พี่แต่งตัวซะหล่อเพื่อที่จะไปช่วยเราเนี่ย...” ฟอเรสว่าขึ้นหลังจากพาผมกลับมาปราสาท ผมหัวเราะส่ายหน้าเอือมกับพี่ชาย ก่อนเขาจะถามผมว่าทำไมราชาปีศาจถึงยอมรามือง่าย ๆ ก็อย่างที่บอกแหละครับ ออรันแค่หลงผิดเท่านั้น ผมเลยใช้วิธีการพูดกล่อมก็เท่านั้น

                “เก่งนะเราเนี่ย แค่คำพูดก็ทำให้เขายอมเปลี่ยนความคิด” ฟอเรสว่าอึ้ง ๆ

                “ก็อย่างที่เขาว่าแหละครับ คำพูดของเราสามารถเปลี่ยนความคิดได้ ไม่จำเป็นที่เราจะต้องใช้กำลังเสมอไปนะครับ อีกอย่างผมไม่อยากให้พี่ใช้พลังเพื่อทำร้ายใครด้วย...” ผมบอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง ก่อนเสียงประตูที่ผลักเข้ามาจะตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเล็กของฮันนี่

                “อย่าวิ่งสิฮันนี่ เดี๋ยวหกล้มขึ้นมาจะทำยังไง” เสียงเข้มของฟอเรสดุ ฮันนี่สวมกอดหมับพี่ชายของผมทันที

                “ผมระวังอยู่ครับ...แอเรียดีใจจังที่นายกลับมา แถมยังไม่มีแผลอะไรเลย” เขาหันมาสวมกอดผมด้วย ส่วนหมอหลวงเพิ่งเดินตามเข้ามาโค้งทำความเคารพ

                พอดีให้หมอมาเช็กร่างกายของนัมเบอร์น่ะครับ ยิ่งเป็นมนุษย์อยู่ ใครใช้ให้เข้าไปแดนปีศาจก็ไม่รู้...

                “ฝ่าบาท กระผมตรวจรอยช้ำของนัมเบอร์เรียบร้อยแล้วครับ ไม่มีอาการอะไรน่าเป็นห่วงครับ” หมอรายงาน      ฟอเรสพยักหน้ารับรู้

                “ดีใจด้วยนะ เรื่องเบบี้ในท้อง...” คาร์ลนั่งอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น

                “ขอบคุณนะ ฉันไม่คิดว่านายเองก็ไปช่วยฉันที่อาณาจักรปีศาจเหมือนกัน”

                “เราเป็นเพื่อนกันนี่ จะให้ฉันทิ้งเพื่อนไปได้ยังไงกัน” คาร์ลว่ายิ้ม ๆ

                “นายควรจะหาคู่ของนายได้แล้วนะ ไปโลกมนุษย์สักทีเถอะ นายจะได้ไม่เหงาไง” ผมเสนอ เขายังคงยักไหล่ชิว

                “ฉันบอกนายไปหลายรอบแล้วว่า ฉันมีความสุขดีกับผู้หญิงภายในอาณาจักรเรา” คาร์ลปฏิเสธเสียงแข็ง

                “ตามใจนายก็แล้วกัน...ผมจะไปดูนัมเบอร์ที่ห้องหน่อยนะครับพี่ฟอเรส” ผมลุกขึ้นก่อนจะรู้สึกหน้ามืดทำให้พี่ชายกับคาร์ลที่ประสาทสัมผัสไวประคองไว้คนละข้าง

                “แอเรียเป็นอะไร พี่ว่าเราน่าจะไปพักผ่อน”  ฟอเรสถามห่วง ๆ

                “ผมอยากไปหานัมเบอร์” ผมทำหน้าอ้อน

                “ไม่ได้! พี่จะให้คนพากลับไปห้องของนาย อย่าดื้อแอเรีย ร่างกายของนายตอนนี้กำลังอ่อนแอมาก เกิดป่วยขึ้นมาจะทำยังไง คาร์ลพาแอเรียกลับไปห้องแล้วเฝ้าไว้ให้ฉันก่อน” ฟอเรสหันไปบอกคาร์ล ผมหน้ามุ่ยเมื่อถูกห้ามไม่ให้ไปหานัมเบอร์ คาร์ลพยักหน้ารับพลางพยุงผมไปห้องนอน

                พอเข้ามาในห้อง ผมนอนลงบนเตียง มองคาร์ลที่เลื่อนเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ หมอนี่จะมานั่งเฝ้าผมจริงดิ?

                “ฉันคิดถึงนัมเบอร์อ่า...” ผมพึมพำ

                “เดี๋ยวนายก็ได้เจอเขาน่า”

                “จริงเหรอ...”

                “อือ รีบนอนพักเถอะ หากร่างกายทรุดไป ทุกคนจะเป็นห่วง” เขาว่า ผมเลยพยักหน้าและหลับไปด้วยความรู้สึกเพลีย โดยที่ไม่รู้ว่าคาร์ลเองก็นั่งเฝ้าผมอยู่ ตามคำสั่งของพี่ชายผม



                [P: นัมเบอร์]

                ผมลืมตาขึ้นมาในห้องตัวเอง รู้สึกปวดแปล๊บ ผมจับคอของตัวเอง โคตรปวด...

                “แอเรีย...” ผมเรียกชื่อที่เป็นหัวใจของผม ผมรีบก้าวลงจากเตียงเป็นจังหวะเดียวกับประตูเปิดเข้ามา แถมคนที่เข้ามาคือ ฟอเรส ว่าที่พี่เขยในอนาคต

                “ฟื้นแล้วเหรอ” เสียงเข้มทรงอำนาจ ผมโค้งทำความเคารพ

                “ครับ ผมขอไปหาแอเรียได้หรือเปล่าครับ”

                “ก่อนนายจะไปหาน้องชายฉัน ฉันอยากจะถามความจริงใจของนายซะก่อน” เอาแล้วไง...

                “........”

                “นายพร้อมจะดูแลน้องชายของฉันตลอดไปหรือเปล่า” ผมพยักหน้าอย่างมั่นใจไม่มีลังเล

                “ผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อแอเรียครับ ผมจะไม่ปล่อยแอเรียไปอีกแล้ว...”

                “จำคำที่นายพูดเอาไว้ให้ดี...ฉันจะจัดพิธีแต่งงานของแอเรียกับนายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” ผมเบิกตากว้างกับประโยคต่อมา อะไรนะครับ...นี่ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม

                “ทำไมจู่ ๆ ถึงกะทันหันแบบนี้ล่ะครับ...” ผมถามเหมือนยังไม่กล้าเชื่อ กลัวโดนหลอก

                “ตกลงนายจะแต่งกับน้องชายฉันไหม!” เสียงเข้มถามโหดยืนยันสิ่งที่เพิ่งพูด ผมถึงกับพยักหน้า

                “แต่งครับแต่ง”

                “ขอบคุณครับ ขอบคุณ” ผมทรุดตัวคุกเข่าลงตรงหน้าฟอเรสอย่างดีใจ เขายิ้มมุมปากให้ผมและตบบ่า

                “ไปหาน้องชายของฉันได้แล้วไป เคลียร์ทุกอย่างให้ชัดสักที...” ผมรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งตรงไปยังห้องของร่างบางทันที

                ผมวิ่งมาห้องของแอเรียเป็นจังหวะที่คาร์ลเดินออกมาพอดี

                “มาได้จังหวะพอดี แอเรียกำลังละเมอหานาย...นายคือคนที่แอเรียเลือก ดูแลเขาดี ๆ ล่ะ” คาร์ลว่าไว้แค่นั้น

                ผมเดินเข้ามาในห้องพบว่าร่างบางหลับอยู่ ใบหน้าขาวเนียนดูอ่อนเพลียมาก ทำให้ผมรู้สึกโทษตัวเองว่าดูแลร่างบางได้ไม่ดีพอ ผมเคยทำให้เขาร้องไห้ แต่ต่อจากนี้มันจะไม่มีเรื่องแบบนี้อีกแล้ว ความรู้สึกของผม

                ผมจะไม่เก็บมันอีกต่อไป...


                [PART: แอเรีย]

                ผมไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานเท่าไหร่ แต่พอผมลืมตาขึ้น ผมรู้สึกถึงอ้อมกอดอุ่น พอมองดี ๆ คนตรงหน้าก็ทำให้ผมตาโต...นัมเบอร์นอนจ้องหน้าผมนิ่ง แถมยังถือวิสาสะมานอนกอดผมกลมเชียว ผมเอื้อมมือไปแตะหน้าของเขาแล้วปล่อยโฮออกมาซะงั้น เขาดูท่าทางจะตกใจอยู่ไม่น้อย

                “ฮึก...ฮือออ นัมเบอร์ ฮือออ” ผมเอามือทุบอกร่างสูงไปด้วย

                ตุบ ๆ ๆ

                “นายมันโง่! ฮือออ นายเอาตัวเองเข้ามาขวางปกป้องฉันทำไม นายต้องเจ็บเลยเห็นไหม!” ผมด่าทอ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ตอนเขาไปช่วย พอมองคอของเขาที่แดงเถือก ยิ่งทำให้ผมกลัว นัมเบอร์รวบมือผมที่กระหน่ำทุบใส่

                “สิ่งเดียวที่ทำให้ผมเจ็บ คือ น้ำตาของคุณ ความเจ็บปวดของคุณ...” ผมเงยหน้ามองเขาที่พลิกตัวผมที่นอนตะแคงหันข้างไปหาเขาอยู่เปลี่ยนเป็นนอนหงายแทน ก่อนเขาจะพลิกตัวขึ้นมาคร่อมผมไว้ ผมมองการกระทำของเขางง ๆ

                สายตาคมเข้มจ้องผม มันทำให้ผมเปลี่ยนอารมณ์เป็นหน้าร้อนผ่าว ทั้ง ๆ ที่คราบน้ำตายังอยู่บนหน้าเต็มไปหมด

                “นัมเบอร์ นายเป็นอะไรหรือเปล่า?” ผมถามด้วยความเป็นห่วง ก็เขาดูแปลก ๆ ไปนี่นา...แบบว่าเขาดูมองสายตาหวานใส่ผม ทั้งที่เขาน่าจะไม่กล้าทำด้วยซ้ำ

                “ผมเป็นของคุณคนเดียวนะครับ...และคุณก็คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของผม ผมรักคุณนะ” เสียงเข้มเน้นย้ำชัดเจนทุกถ้อยคำ ผมเบิกตากว้าง

                ‘ผมรักคุณนะ’ คือคำที่ผมต้องการมาแสนนาน

                ผมเอื้อมมือไปจับชายเสื้อของเขาด้วยมือสั่นเทา

                “นายพูดว่า นายรักฉันงั้นเหรอ ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม...” เขาก้มลงมาจูบผมแทนคำยืนยัน สัมผัสนุ่มนวลกำลังละลายใจผมให้ปลิวราวกับขนนก ร่างสูงใช้ลิ้นเกี่ยวรัดลิ้นเล็กของผมอย่างกระหาย หัวใจผมอ่อนระทวยไปหมด คำว่ารักของเขา ผมยังคงได้ยินเสียงดังก้องอยู่ในความคิดผม...

                “อื้อออ อือออ พอแล้ว” ผมยกมือดันเขาออก

                จุ๊บ... เสียงดูดริมฝีปากเอิบอิ่มของผมถูกเขารุกจูบจนแดงฉ่ำไปหมด เขายอมถอนจูบออก

                “อือ นัมเบอร์...ฉันก็รักนายนะ รักนาย...” ผมสารภาพ เขาน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว เขายิ้ม

                “ครับ ผมรู้...ผมก็รักคุณมากเช่นกัน ต่อไปนี้ผมจะอยู่เคียงข้างคุณโดยไม่กลัวอะไร แม้ว่าผมอาจจะไม่คู่ควรกับคุณ แต่ผมจะอยู่กับคุณไม่ไปไหนทั้งนั้น...” ผมประคองหน้าของผู้ชายตรงหน้าไว้

                “นายมีค่าคู่ควรสำหรับฉันเสมอนัมเบอร์ นายคือคนที่ฉันเลือกที่จะอยู่เคียงข้างและเลือกให้เป็นพ่อของลูกฉัน” เขาน้ำตาไหลออกมาด้วยความรู้สึกตื้นตัน มือหนาเลื่อนลงมาลูบท้องของผม

                “ผมยินดีและพร้อมดูแลคุณกับลูก นับจากนี้ตลอดไป...” เสียงเข้มเอ่ยสัญญายืนยัน ผมยิ้มแล้วเอามือโอบรอบคอคนตรงหน้า

                “นายคืนคำไม่ได้นะ นัมเบอร์ ฉันไม่ปล่อยนายไปหรอกนะ...” คำพูดเอาแต่ใจจากผมพร้อมจะผูกมัดเขาไว้

                “ครับ ผมเองก็จะไม่ยอมปล่อยภรรยาตัวเองไปเหมือนกัน” ร่างสูงยิ้มกริ่มทำให้ผมหัวเราะออกมา

                “ฉันอยากให้นายแสดงออกเยอะ ๆ ความหื่นหรืออะไรที่เป็นตัวนาย แสดงออกมาได้เลย” ผมบอกข้างหูเขาอย่างขี้เล่น ก่อนที่จะเป็นฝ่ายหน้าร้อนวูบเอง

                “คุณอนุญาตเองนะครับ อยากเห็นความหื่นของผมจริงเหรอ ไว้จะให้เห็นตอนคุณหายจากอาการเวียนหัวนะ          ผมจะแสดงให้คุณได้เห็นทั้งหมดเอง ว่าที่ผ่านมาผมต้องการคุณมากแค่ไหน...”

เขามองด้วยสายตาโลมเลียผม ขี้แกล้งจัง...

                นี่ผมคิดถูกแล้วใช่ไหมครับ ที่เปิดโอกาสให้เขาหื่นเนี่ย...จะหื่นได้แค่ไหนกันเชียว จะรอดูก็แล้วกันนะครับ

...................................................................

ขอบคุณคอมเมนต์เเละกำลังใจดี ๆ จากคนอ่านที่น่ารัก ^^


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}