Peeramin

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CHAPTER 32

คำค้น : CHAPTER 32

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ย. 2559 21:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 32
แบบอักษร

 

CHAPTER 32

 

[Carter Talk]

ยู....ยูแอลงั้นเหรอ!

ผมมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่กระพริบตาเลย ยูจริงๆด้วย ยูโตขึ้นมาก สวยขึ้นมาก ถ้าผมไม่สังเกตดีๆผมอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนนี้คือยู ยูดูเปลี่ยนไปมาก...เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ตาโต ผมยาวดำคนนั้น ตอนนี้ไม่เหลือภาพนั้นอีกแล้ว ผมของยูเป็นสีน้ำตาลคาราเมล ยูแต่งหน้าด้วย ยูโตขึ้นมาก โตขึ้นมากจริงๆ

“เอ่อ...ขอเอกสารด้วยค่ะ” ยูเริ่มพูดก่อน หลังจากที่เราสองคนนิ่งอยู่นาน

“.....” ผมไม่พูดอะไร เพียงแค่ยื่นเอกสารให้ยู พูดแบบนี้ แสดงว่ายูต้องจำผมไม่ได้แน่ๆ ผ่านมา 5 ปีแล้วนี่นา ยูก็คงลบผมออกไปจากความทรงจำจริงๆแล้วล่ะ

“ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ช่วยฉันเก็บเอกสารเมื่อกี้” ยูพูดก่อนจะก้มขอบคุณผมอีกครั้ง ถึงทุกอย่างจะเปลี่ยน แต่แววตาและท่าทางของยูยังเหมือนเดิม เธอยังเป็นเด็กที่น่ารักเสมอ....สำหรับผม

“.....” ผมก็ยังคงไม่พูดอะไร ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากพูดนะ แต่ไม่รู้จะพูดอะไร ทุกอย่างมันตีกันในหัวผมไปหมด ผมควรทำยังไงดี ผมควรทักทายยูหรือทำเป็นเหมือนคนไม่รู้จัก

ผมยอมรับนะว่าผมสับสน ผมคิดว่าผมทำใจได้แล้วที่จะลืมยู แต่พอได้เจอกันอีกครั้ง ถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์นี้ สถานการณ์ที่ยูยังจำผมไม่ได้ แต่ผมก็ยังอยากอธิบายกับยู อยากบอกยู อยากกอดยู ผมคิดถึงยู.....ภาพเหตุการณ์เก่าๆของเรากลับมาเต็มไปหมด ยูที่อยู่ข้างๆผมตอนในนั้น...ผมคิดถึงเหลือเกิน

“งั้นฉันขอตัวนะคะ”

จบประโยคนั้นยูก็ลงลิฟท์ไปทันที ในขณะที่ผมกำลังยืนสับสนทำอะไรไม่ถูก ผมควรทำยังไงดี ผมควรวิ่งตามยูไปดีมั้ย? แต่เรื่องของเรามันจบไปแล้ว....และอีกอย่างผมก็สัญญากับรุ่นพี่แล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยูอีก ผมควรถอยและปล่อยยูไปจริงๆใช่มั้ย แต่ผมเคยปล่อยยูไปแล้วครั้งนึงนะ...มันไม่ง่ายเลยในโลกที่ไม่มียู แต่พอได้มาเห็นยูอีกครั้งผมก็รู้ว่าผมตัดสินใจถูกแล้ว ยูก็ดูมีความสุขดีอยู่แล้ว ยูยังยิ้มให้กับผม...ที่เป็นคนอื่นอยู่เลย มือผมที่กำลังจะกดลิฟท์ของผมก็หยุดกลางอากาศทันที ผมวางมือไว้ข้างตัวเหมือนเดิม

ใช่! ผมไม่ควรทำร้ายยูอีก...

ผมจะให้ยูเจ็บอีกไม่ได้....

“อ้าว คุณคาเตอร์!!!” เสียงเรียกจากข้างหลังทำให้ผมหยุดคิดเรื่องยูไปชั่วคราว ก่อนจะหันไปโฟกัสกับคนที่เรียก

“ครับ” ผมกล่าวทันทายทันที วันนี้ผมต้อมาคุยเรื่องงานกับคุณตู๊กตานิดหน่อยน่ะ

“มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย ฉันลืมไปเลยว่านัดคุณไว้มัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องดีไซน์เนอร์คนใหม่ ขอโทษทีนะคะ” ดีไซน์เนอร์คนใหม่? นี่สินะ...เหตุผลที่ทำให้ผมพบกับยูที่นี่ ไม่ต้องแปลกใจหรอกว่าทำไมผมถึงรู้ ผมสืบเรื่องของยูตลอดนั่นแหละ เพียงแค่ไม่บอกใคร ผมรู้ว่ายูอยู่ยังไงเป็นยังไง ทำงานอะไร...ถึงเราจะไม่ได้อยู่ในสถานะเดิม แต่ความรู้สึกผมมันเหมือนเดิม ผมเลยให้คนตามสืบเรื่องยูตลอด แต่ที่เซอร์ไพรส์กว่านั้นคือเรื่องนี้ เพราะผมไม่รู้จริงๆว่ายูจะมาที่นี่

“คนเมื่อกี้เหรอครับ?” ผมถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง

“อ้าว...เจอกันแล้วเหรอคะ ใช่ค่ะ น้องยูแอล...คนนี้เก่งมากเลยนะคะ กว่าฉันจะดึงตัวมาได้แหน่ะ” ใช่ยูจริงๆด้วย

“อ๋อ...ครับ” ผมบอกไปแค่นั้น ใช่ๆจริงด้วยสินะ

“เจอกันก็ดีแล้วล่ะค่ะ เพราะต่อไปจะต้องทำงานด้วยกัน”

“ทำงานด้วยกัน?

“ใช่สิคะ น้องยูแอลจะมาเป็นดีไซน์เนอร์ร่วมกับฉัน ในงานแฟชั่นโชว์ที่คุณจะเดินค่ะ” แย่แล้ว! ตอนแรกก็นึกว่ายูมาช่วยงานอย่างอื่นซะอีก อย่างงี้ก็แสดงว่าผมต้องทำงานร่วมกับยูน่ะสิ ต้องเจอกัน ต้องคุยกัน แล้วผมจะห้ามใจได้ยังไงกันเนี่ย เจอแค่ไม่กี่วิเมื่อกี้ยังห้ามใจแทบตาย...แล้วถ้าเจอบ่อยๆแบบนั้น อันตรายแล้วล่ะ....

[Carter End]

 

ผู้ชายคนนั้นเค้าเป็นอะไรกันแน่นะ? ทำไมเค้าถึงมพูดอะไรเลยซักคำ หรือเค้าโกรธฉัน? แต่จะมาโกรธฉันเรื่องอะไรล่ะ...เฮ้อ! เลิกคิดๆ ช่างเค้าไปเถอะ ฉันควรโฟกัสไปที่แท็กซี่มากกว่า ยืนรอตั้งนานแล้วยังไม่เห็นวี่แววเลยเนี่ย สงสัยการกลับบ้านเองของฉันครั้งนี้คงล้มเหลวแล้วมั้งเนี่ย _.._

ในขณะที่ฉันกำลังจะถอดใจ ก็มีแท็กซี่คันนึงวิ่งมาจอดที่หน้าฉันพอดี ฉันที่กำลังจะเศร้าก็ยิ้มออกทันที ได้กลับบ้านแล้ว ^^ ฉันรีบขึ้นไปนักบนรถพร้อมกับอธิบายทางกลับบ้านอย่างละเอียด โชคดีที่คนขับแท็กซี่เป็นคุณลุงแก่ที่ดูท่าทางใจดีด้วยนะ คุณลุงฟังฉันอย่างละเอียดเลยล่ะ

และขณะที่รถกำลังเคลื่อนไปในถนน ฉันก็ได้มองดูรอบๆ กรุงเทพนี่เป็นเมืองใหญ่จริงๆนะ แถมรถยังเยอะมากอีกด้วย ถ้าเกิดฉันหาทางกลับบ้านอย่างอื่นที่ไม่สะดวกแบบแท็กซี่ฉันต้องลำบากมากแน่ๆ เอ๊ะ! ตอนนี้รถกำลังขึ้นสะพานอะไรบางอย่าง และอยู่ก็เหมือนมีภาพแวบเข้ามาในหัวฉัน...สะพานนี้มัน

ฉันเห็นภาพสะพานนี้ตอนกลางคืน...เห็นวิวที่สวยมาก

“คุณลุงคะ นี่สะพานอะไรเหรอคะ?” หลังจากที่ภาพแวบเข้ามาในหัวฉัน ฉันก็ตัดสินใจถามลุงแท็กซี่ทันที

“สะพานพระราม 8 หนูไม่รู้จักเหรอ”

“ค่ะ แต่ก็....เหมือนจะรู้จักเลยค่ะ”

คุณลุงก็งงกับคำพูดของฉันมากท่านเลยเงียบไป บทสนทนาก็จบลงเพียงเท่านั้น ส่วนฉันก็ทำได้แค่พยายามนึก ฉันต้องเคยมาที่นี่แน่ๆ มาตอนกลางคืน....วิวที่นี่ตอนกลางคืนสวยมาก กล้อง...ฉันถือกล้องไว้ในมือ แล้วภาพก็หายไป กล้อง...ฉันต้องกลับไปหากล้องนั้นที่บ้านแล้วล่ะ เพราะมันอาจจะช่วยฟื้นความทางจำฉันก็ได้

บ้าน นฤวัตปกรณ์

ทันทีที่ถึงบ้าน ฉันก็รีบวิ่งขึ้นไปบนห้องเพื่อที่จะไปหากล้องทันที แต่ฉันลืมไปว่าฉันมีกล้องเยอะมาก...แต่กล้องนั้นเป็นกล้องที่ฟาร์อัลให้เป็นของขวัญวันเกิดนี่นา ฉันเดินไปเปิดตู้โชวที่อยู่ในห้องนอน ทำไมม่มีนะ...หายไปไหนเนี่ย ฉันพยายามค้นห้องทั่วๆ มันจะหายไปได้ยังไง ไปอเมริกาฉันก็ไม่ได้เอาไปไหนซะหน่อย

“ป้าดาวคะ! ป้าดาว!” ฉันเดินลงบันไดมาอย่างรีบๆ กล้องฉันอยู่ไหนเนี่ย!

“ว่าไงคะคุณหนู?” ป้าดาวที่ดูเหมือนว่าพึ่งจะออกมาจากครัว ก็รีบเดินมาหาฉันทันที

“ป้าดาวเห็นกล้องยูมั้ยคะ”

“กล้องคุณหนูก็อยู่ในตู้โชว์ห้องนอนคุณหนูทั้งหมดนั่นแหละค่ะ”

“ไม่ค่ะ ไม่หมด...มันหายไปอันนึง”

“หายไป? ไม่น่าจะหายไปนะคะ คุณหนูหาดีรึยังคะ”

“ยูค้นทั่วห้องแล้วค่ะ ไม่เจอเลย...เฮ้อ! ยูอยากได้กล้องนั่นจริงๆนะคะ” ฉันตัดพ้ออย่างหมดหวัง ขนาดป้าดาวก็ยังไม่รู้ว่ามันหายไปไหน แล้วฉันจะไปหาหกล้องที่ไหนล่ะเนี่ย

“เกิดอะไรขึ้นรึเปล่ายู?” ฟาร์อัลที่เหมือนพึ่งจะเข้าบ้านมาก็ตรงมาหาฉัน หน้าฉันคงแสดงออกมากเลยสินะ...แต่ฉันอยากได้กล้องนั้นจริงๆนะ กล้องนั้นอาจจะช่วยฟื้นความทรงจำฉันก็ได้ ฉันอยากจำเรื่องราวทุกอย่างได้...ฉันเบื่อที่จะต้องเห็นภาพต่างๆที่ไม่ชัดเจนซะที

“ฟาร์อัล กล้องยูหายค่ะ”

“กล้อง? อันไหนล่ะ?

“อันที่ฟาร์อัลซื้อให้ยูเป็นของขวัญวันเกิด มันหายไปค่ะ”

“อ๋อ...อันนั้นน่ะเหรอ”

“ฟาร์อัลรู้เหรอว่าอยู่ที่ไหน?

“ไม่!...เอ่อ...พี่หมายถึงพี่ไม่รู้น่ะ แต่ถ้ามันหายไปแล้วก็ช่างมันเถอะยู”

“ไม่ได้ค่ะ ยูต้องการกล้องตัวนั้น”

“ทำไมอยู่ๆ...ยูถึงอยากได้ขึ้นมาล่ะ ทั้งที่เมื่อก่อนก็ไม่ได้สนใจแล้วหนิ”

“เหมือนยูจะจำอะไรบางอย่างได้ขึ้นมาค่ะ...มันเกี่ยวกับกล้องตัวนั้นด้วย”

“ยูจำได้เหรอ?

“ยังค่ะ มันแค่เป็นภาพเข้ามา...ยูยังประติประต่ออะไรไม่ได้ ยูเลยต้องการกล้องตัวนั้นไงคะ”

“อ๋อ...งั้นเหรอ”

“ถ้าฟาร์อัลเจอ ฟาร์อัลต้องรับบอกยูเลยนะคะ ยูอยากได้จริงๆ”

“อื้ม...”

วันต่อมา....

วันนี้เป็นวันที่ฉันเริ่มทำงาน ฉันเลยต้องมาบริษัทแต่เช้า พี่ตุ๊กตาบอกว่าจะสอนงานฉันไปก่อนช่วงแรกว่าต้องทำอะไรประมาณไหน พอฉันเข้าใจแล้ว พี่เค้าก็จะปล่อยให้ฉันทำงานในกรอกของตัวเองเต็มที่เลย ดีเหมือนกันนะ...ฉันชอบการทำงานที่ไม่บังคับอ่ะ ปล่อยให้ทำไปงี้...ไม่กดดันดี

“มาแล้วเหรอยูแอล?” พี่ตุ๊กตาเอ่ยถามฉัน หลังจากที่เมื่อวานเราได้คุยกัน เราก็สนิทกันทันที ฉันกับพี่ตุ๊กตาตกลงวันว่าจะเรียกกันในแบบที่ทั้งสองฝ่ายสบายใจ

“ค่ะ ยูอยากมาเรียนรู้งาน ^^” ฉันบอกพี่ตุ๊กตาไปแบบนั้น

“ดีเลย ตอนนี้ทีมงานก็รออยู่ข้างบนพอดี เราเข้าประชุมด้วยเลยนะ”

“ค่ะ ^^

ห้องประชุม...

หลังจากที่ก้าวเข้ามาได้ไม่นาน ฉันก้เริ่มเกร็งขึ้นมาแล้ว เพราะในห้องประชุมนี้มีแต่ทีมงานทั้งนั้น แล้วทุกคนก็ดูซีเรียสและจริงจังกับงานกันมาก ฉันที่พึ่งเป็นเด็กใหม่เลยยังปรับตัวไม่ถูกไม่เท่าไหร่ ยังดีที่พี่ตุ๊กตาได้แนะนำฉันให้ทุกคนรู้จัก ทีมงานในห้องก็เริ่มให้ความสนใจฉันมากขึ้น จากนั้นการะประชุมก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเข้มข้น พี่ตุ๊กตาจัดงานอย่างเป็นระบบมาก ทีมงานทุกคนก็ดูประสานงานกันดี บรรยากาศในการประชุมเริ่มเปลี่ยนไป เริ่มมีการพูดคุยเฮฮากันเกิดขึ้น ซึ่งมันก็ดีกว่าตอนที่ก้าวเข้ามาตอนแรกอ่ะนะ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!!

เสียงเคาะประตูที่หน้าห้อง ทำให้บทสนทนาที่กำลังเต็มไปด้วยความสนุกสนานหยุดลง แล้วทุกคนก็หันไปโฟกัสบุคคลที่พึ่งจะเปิดประตูเข้ามา...

นั่นมัน....ผู้ชายที่ช่วยฉันเก็บเอกสารเมื่อวานนี่นา

“อ้าว คุณคาเตอร์! มาสายนะคะ!” โอ๊ะ! ดูเหมือนว่าพี่ตุ๊กตาจะรู้จักเค้าด้วยแฮะ ทันทีที่เค้าเดินเข้ามาพี่ตุ๊กตาก็เอ่ยทักเค้าเป็นคนแรกเลย แต่ทำไมห้องเงียบจังล่ะ....บรรยากาศของห้องเงียบไปในทันทีที่ผู้ชายคนนี้ปรากฏตัว มีอะไรรึเปล่าเนี่ย ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะมีอิทธิพลพอสมควรเลยนะเนี่ย

“ขอโทษทีครับ” เค้าพูดแค่นั้นก่อนจะเข้ามานั่งที่นั่งที่ว่างอยู่ นี่เค้าเกี่ยวข้องกับบริษัทนี้ด้วยเหรอเนี่ย?

“เออ! ลืมแนะนำไปนี่น้องยูแอล ดีไซน์เนอร์ผู้ช่วยคนใหม่ของเรา” พี่ตุ๊กตารีบแนะนำฉันให้เค้ารู้จักทันที

“สวัสดีค่ะ ^^” ฉันเองงก้ยิ้มทักทายเค้าอย่างงงๆ

“......” ส่วนเค้านอกจากจะไม่ทักทายกลับแล้ว เค้ายังทำท่าเหมือนไม่สนใจฉันเลยด้วยซ้ำไป เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย ฉันจำได้ว่าไม่เคยทำอะไรให้เค้านะ หรือทำแต่ไม่รู้ตัว?

“แล้วนั่น คาเตอร์ นายแบบกิตติมศักดิ์ของเรา แล้วคาเตอร์ก็จะมาเดินชุดฟินาเล่ในงานแฟชั่นโชว์ของเราด้วยนะจ้ะ” พี่ตุ๊กตาก็แนะนำเค้าเช่นกัน ที่แท้ก็เป็นนายแบบนี่เอง ไม่น่าล่ะ ถึงได้คีพลุคตลอดเวลาแบบนี้ พอฉันมองยิ้มไปให้เค้าอีกครั้งเค้าก็ยังคงเหมือนเดิม เงียบ ขรึม ท่าทางจะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่เลยนะ

หลังจากจบการแนะนำตัวที่ค่อนข้างมาคุ การประชุมก็ดำเนินต่อไปต่อ ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างไหลลื่น ฉันโอเคมากกับการทำงานที่นี่ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ฉันไม่โอเค ทุกครั้งที่ฉันพยายามจะคุยกับเค้า แต่เค้าก็ทำเหมือนไม่สนใจ ไม่ก็ปัดๆออกไป ฉันมั่นใจแล้วล่ะว่าเค้าไม่อยากจะสนทนากับฉันจริงๆ แต่ที่ฉันงงนี่คือสาเหตุ สาเหตุที่เค้าไม่ชอบฉัน มันเพราะอะไรกันแน่?

 

ณ ร้าน KS XXX

เนื่องจากนี่เป็นการประชุมครั้งแรก พี่ตุ๊กตาเองก็เลยถือโอกาสเลี้ยงต้อนรับฉันอย่างเป็นทางการ และด้วยความที่พี่ตุ๊กตาเป็นเจ้าของบริษัท ทุกคนในที่ประชุมเลยต้องมาตามคำสั่ง แต่ส่วนมากทีมงานทุกคนก็ใจดีฉันหมดนะ ไม่ค่อยมีคนขัดหรอก จะมีก็แต่....เจ้าเดิมนั่นแหละ ไม่รู้ว่าไม่ชอบอะไรฉันนักหนา ตอนแรกเค้าขัดพี่ตุ๊กตาเรื่องมางานเลี้ยงต้อนรับฉัน แต่ก็ไม่รู้ว่าสองคนนั้นคุยอะไรกันอีก รู้ตัวอีกที...เค้าก็เข้ามาในร้านนี้แล้วเหมือนกัน

“เต็มที่เลยทุกคน วันนี้พี่เลี้ยงเอง!” พอสิ้นเสียงประกาศแบบนั้นจากพี่ตุ๊กตา ทีมงานก็พากันเฮเสียงดังรอบโต๊ะเลยทีเดียว โชคดีที่นี่เป็นร้านใหญ่และค่อนข้างสะดวกสบาย ทำให้ทุกคนสนุกไปกับการกินอาหารและสังสรรค์กันมาก

ฉันเองเห็นว่าพี่ตุ๊กตาทำเพื่อฉันเยอะแล้ว เลยกะว่าจะเดินไปตักอาหารมาเอาใจและขอบคุณซักหน่อย แต่พอเห็นบุคคลที่กำลังยืนอยู่ข้างๆถาดอาหาร เค้านี่นา....คาเตอร์ยืนอยู่ตรงนั้น เอาไงดีเนี่ย ฉันควรเดินเข้าไปมั้ย เค้าไม่ค่อยจะชอบฉันเท่าไหร่เลย แต่ฉันก็ไม่เคยทำอะไรให้เค้าไม่พอใจซะหน่อย แต่ถึงจะยืนเถียงกับตัวเองไปมันก็ไม่มีประโยชน์หรอก ฉันว่าฉันควรเผชิญหน้ากับเค้าตรงๆแล้วล่ะ

“เอ่อ....คุณคะ” ฉันตัดสินใจไปยืนอยู่ต่อหน้าเค้าเลย นี่ฉันกล้าเกินไปรึเปล่าเนี่ย!? ถอยทันมั้ย #ตอบ

“.....” เค้ายังคงไม่พูดอะไร มองฉันด้วยหางตาด้วยซ้ำไป

“คุณไม่พอใจอะไรฉันรึเปล่าคะ?” ฉันตดสินใจถามแบบนั้นไปตรงๆ ใจนึงก็กลัวก้ตอบว่าใช่อยู่นะ แต่ถ้าไม่ถามก็ไม่รู้ใช่มัย้ เพราะฉะนั้นก็ต้องเสี่ยงกันดู

“เปล่า...” ปากบอกว่าเปล่า แต่หน้ายังไม่มองฉันเลย

“งั้นเหรอคะ...งั้นฉันคงคิดมากไปเอง ขอโทษด้วยนะคะที่มาวุ่นวาย” ฉันบอกแบบนั้น ก่อนจะโค้งให้เค้าเป็นมารยาทก่อนจะเดินถอยออกมา ฉันคิดมากไปเองเหรอ? ช่างเถอะน่า! ในเมื่อเค้าบอกว่าเค้าไม่ได้โกรธหรือไม่พอใจ ฉันก็แค่ต้องทำตามหน้าที่ต่อไป ไม่จำเป็นต้องสนใจการกระทำของเค้าหรอกใช่มั้ย โฟกัสที่งานสิยูแอล....

 ครืด~ ครืด~

การสั่นของโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ ทำให้ฉันที่กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆตื่จากภวังค์ทันที และเมื่อไปที่หน้าจอแล้วเห็นชื่อปลายสายที่โทรมา ฉันก็รีบลุกขึ้นและพยายามเดินมาในมุมเงียบๆของร้านอาหาร เพราะตอนนี้ทุกคนกำลังสนุก ทีมงานบางคนถึงกลับขึ้นปร้องเพลงบนเวทีร้านอาหาร

“ว่าไงคะพี่พอร์ช”

(ยูอยู่ไหนครับ เลิกงานรึยัง?)

“เลิกตั้งนานแล้วค่ะ แต่ว่า...ตอนนี้ยูมากินเลี้ยงกับบริษัทอยู่น่ะค่ะ”

(อ๋อ....งี้ก็กลับดึกสิ)

“คงงั้นแหละค่ะ งานกำลังสนุกเลย”

(งั้นงานเลี้ยงเลิกเมื่อไหร่ก็โทรหาพี่นะ เดี๋ยวพี่ไปรับ)

“ลำบากพี่พอร์ชอีกแล้ว....”

(พูดแบบนี้อีกแล้วนะ เราเป็นแฟนกันนะยูเรื่องนี้สบายมาก)

“นั่นสินะคะ...”

(โอเค พี่ไม่กวนเราแล้วดีกว่า...ไว้โทรมานะครับ)

“ค่ะ...”

 

ฉันกดวางสายก่อนจะคิดไม่ตกต่อกับคำว่า “แฟน” สำหรับคนอื่นคงไม่แปลก แต่สำหรับฉันถึงแม้เราจะคบกันมานานพอสมควรแล้ว แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกไม่คุ้นเคยกับคำๆนี้เลยนะ ไม่ใช่ว่าฉันรังเกียจพี่พอร์ช แต่เหมือนใจข้างในมันกำลังต่อต้านสมองยังไงไม่รู้ ฉันพยายามแล้วนะ....พยายามที่จะรักเค้าให้เท่ากับที่เค้ารักฉัน แต่ยิ้งนานวันไปฉันยิ่งรู้สึกว่าความพยายามของฉันมันยังไม่ขยับไปไหนเลย 

#

 

พี่คาร์ลกับน้องยูเจอกันแล้วนะคะ

เจอกันในสถานะใหม่ที่ไม่สนิทใจเหมือนเดิมมมม <3

ไรท์เชื่อว่าหลายๆคนคงกำลังเป็นกำลังใจให้คู่นี้อยู่ใช่มั้ย?

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.pnghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.pnghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.pnghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.pnghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.png

 

ชี้แจง! หลงัจากที่ไรท์ได้อ่านคอมเม้นมาทุกคนคงกำลังหมั่นไส้พี่พอร์ชกันอยู่ใช่มั้ย 

ตอนนี้ไรท์มีคำอธิบายนะ....พี่พอร์ชไม่ได้ฉวยโอกาสแต่อย่างใดนะคะ ทุกอย่างมันอยู่ที่โอกาสและเวลา พี่พอร์ชก็แค่เข้ามาถูกเวลาเพราะยูความจำเสื่อม แล้วก็คอยดูแลยูแทนพี่พคาร์ล อย่าไปโกรธเค้าเลยน้าาา ไรท์เข้าใจว่าทุกคนอยู่ทีมพี่คาร์ลไรท์เองก็เหมือนกัน 5555

แต่ถ้าใครคิดต่างก็ไม่ว่ากันนะ ^_^

 

ปล.ขอบคุณทุกไลค์ทุกเม้นนะ ถึงจะไม่ค่อยได้ตอบแต่ก็อ่านตลอดนะเธอ

เพราะไรท์ทำการบ้านไปด้วยปั่นนิยายไปด้วยเลยไม่ค่อยมีเวลาตอบเม้น

ยังไงก็ขอบคุณที่คอยเม้นตลอดน้าาา

ถ้าเม้นมาเยอะๆแบบนี้ เห็นทีพรุ่งนี้ต้องลงอีกตอน 5555

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น