June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

7. ห่วงใย ( นนท์นัท )

ชื่อตอน : 7. ห่วงใย ( นนท์นัท )

คำค้น : นนท์นัท 2N

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.1k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2562 16:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
7. ห่วงใย ( นนท์นัท )
แบบอักษร

นนท์  Part

ผมขับรถมาจอดหน้าคอนโดไอ้นัท หลังจากที่ผมเห็นไอ้นัทขึ้นรถเมล์นี่ก็​จะ2ชั่วโมงแล้วมันยังไม่ถึงบ้านอีกมันไปไหนของมันนะ

แท็กซี่มาจอดด้านหน้าคอนโดผมเห็นมันลงจากรถและเดินไปนั่งตรงมุมมืดลานจอดรถอีกฝั่งตรงข้ามกับที่รถผมจอดอยู่ 

น่าแปลกที่มันนั่งรถเมล์กลับแต่ทำไมกลายเป็นรถแท็กซี่ ผมงง  มันนั่งไปพักหนึ่งก็ก้มหน้าฟุบกับหัวเข่าตัวเอง นั่นทำให้ผมใจคอไม่ดีรีบเดินไปหามัน ผมเอื้อมมือไปแตะไหล่มันทำให้มันสะดุ้งตกใจตอนที่มองหน้าผมเหมือนหวาดกลัวอะไรสักอย่าง

ไอ้นน.. มันพูดเสียงตื่นๆแล้วมันก็สลบไป ผมอุ้มมันไปยามหน้าคอนโดถามผมว่าไอ้นัทเป็นอะไรผมตอบแค่ว่าเมา แล้วยามก็มากดลิฟต์ให้ผม 

ผมวางมันลงบนเตียงเมื่อโดนไฟสว่างๆผมถึงได้เห็นแผลที่มุมปากมันเหมือนถูกชกสำรวจหาแผลอื่นก็เห็นรอยรองเท้าที่เสื้อเชิ้ตสีขาวของมันผมเปิดดูเห็นรอยซ้ำที่ท้องซึ่งผิวมันขาวมากทำให้เห็นรอยได้ชัดเจน ใครทำกับมันเเบบนี้นะ​ 

ว่าแล้วผมก็ถอดเสื้อมันออกเพราะว่ามันเปื้อน

นาทีที่กระดุมถูกปลดจนหมด เผยร่างกายช่วงบนที่เปลือยขาวโล่งต้องแสงไฟ จากที่คิดจะเช็ดตัวให้มันผมทำได้แค่ถอดเสื้อที่เปื้อนออกและเอาผ้าห่มห่มให้มัน เดินไปลดอุณหภูมิ​แอร์​

ผมรู้สึกร้อน เพราะอากาศหรือว่าร่างกายช่วงบนของไอ้นัทกันแน่  และผมก็ลงไปซื้ออะไรเย็นๆมาดับร้อน ทั้งที่ตอนนี้เที่ยงคืนกว่าอากาศทำไมมันร้อนจัง....

ผมวางถุงยาแก้ปวด​ และข้าวมันไก่และเบียร์อีก4กระป๋องที่ผมซื้อมาบนโต๊ะโซฟาเดินไปปลุกไอ้นัท

" นัท ตื่น ตื่น "

ไอ้นัทขยับตัวผวาลืมตาตื่นมองหน้าผมแบบตกใจกลัวอะไรสักอย่าง

" นน "

มันเรียกผมเสียงเบาแผ่วเเละโผเข้ามากอดผมหลับตาแน่นร่างบางสั่น​ ผมสัมผัสได้จากหน้าอกเปลือยของมันที่ตอนนี้แนบสนิทกับเสื้อยืดบางๆของผม ร่างกายผมเริ่มร้อนวูบวาบอีกครั้ง เหมือนคนกำลังจะเป็นไข้

" มึง มึงไม่เป็นไรแล้ว " 

ผมกอดตอบและเอามือลูบแผ่นหลังเปลือยเปล่านั้นอย่างเบามือ สักพักมันก็ผลักผมออกและก้มสำรวจตัวเองพอรู้ว่าไม่ได้ใส่เสื้อ ผมยิ้มขำกับท่าทีลนลานของมันที่ดึงผ้าห่มมาปิดช่วงตัวไว้จนเห็นเเค่คอ ผมรีบปรับสีหน้าทันทีเมื่อมันมองมา

" เสื้อล่ะไปไหน " ผมทำหน้างงกับคำถามของมัน หรือมันจะหมายถึงเสื้อที่มันใส่

" มันเปื้อนดินโคลน "  ผมตอบ

" มึง มึง เป็นคนถอด​ " ไอ้นัทถามและเอามือขึ้นลูบแก้มตัวเองไปมาหน้าขาวซีดเริ่มมีสีเรื่อๆอีกระท่าทางแบบนี้น่ารักแฮะ ผมคิด

" อืม​ ใช่ ทำไม​ "

ผมตอบทำหน้านิ่งๆปกติทำเหมือนการถอดเสื้อของมันเป็นเรื่องปกติไม่ได้มีความรู้สึกวูบวาบอะไร แล้วไอ้นัทส่ายหน้าไปมากระชับผ้าห่มแน่นถึงคอ

" เอองั้น มึงไปล้างตัวมากินข้าว กินยาก่อน "

ผมสั่งและเดินไปหยิบเสื้อในตู้โยนให้มัน

" ลุกไหวมั้ย "

ผมถามมันพยักหน้าเป็นคำตอบมันใส่เสื้อลุกไปห้องน้ำ และเดินมานั่งข้างๆผมกินข้าวแบบเอื่อยๆ คงเพราะปากที่เจ็บหรือเพราะอายที่ผมนั่งมองอยู่ ผมไม่แน่ใจ ผมเลยนั่งหันข้างให้มันและจับมือถือมาเล่นเกมรอให้มันกินข้าวอิ่ม

" เอ่อ นนขอบคุณนะสำหรับข้าว แล้วมึงมาที่นี่ได้ไง "

 ไอ้นัทเอ่ยถามเสียงเบา

" กูคิดว่ามึงจะไม่ถามคำถามงี่เง่าแบบนั้นออกมาซะอีก ก็ขับรถมา " 

ผมตอบด้วยน้ำเสียงปกติ

" แล้วมึงจะบอกได้ยังว่าเกิดอะไรขึ้น "

ผมถาม มันนิ่งไปพักหนึ่งจากนั้นมันก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ผมฟัง

" มันอยากได้เงินก็ให้มันไปเงินแค่นั้นไม่ใช่ไปสู้กับอันธพาลพวกนั้นตัวก็แค่นี้ " 

ผมพูดบ่นเสียงดังมันนั่งนิ่งกุมมือตัวเองไม่ตอบผม

" เงินเเค่แปดพันมันไม่คุ้มกับที่มึงเอาชีวิตไปเสี่ยง " 

ผมพูดและจ้อง มองหน้ามัน

" สำหรับมึงมันอาจจะแค่แปดพันแต่สำหรับกูมันตั้งแปดพันเงินนั่นมันค่าใช้จ่ายกูทั้งเดือน " 

ไอ้นัทพูดเหมือนกำลังจะร้องไห้ที่โดนผมโมโหใส่  โธ่เว้ย!!  ยิ่งเห็นมันกำลังจะร้องไห้ยิ่งทำให้ผมหงุดหงิด

" มึงกินยาซะ แล้วไปพัก "  ผมทำท่าจะลุกเดินไป

" มึง มึงจะไปไหน "

ไอ้นัทถามผมเสียงสั่น ผมมองหน้ามันหัวใจผมกระตุกวาบดวงตาที่มองผมคลอด้วยน้ำใสๆมุมปากที่มีรอยซ้ำเริ่มชัดเจน  ผมแพ้ดวงตานั้นดวงตาที่มีน้ำใสคลออารมณ์ผมเริ่มอ่อนลง

" ไปดูดบุหรี่ "

ผมตอบเเละหยิบเบียร์เดินไปที่ระเบียง  ผมมองไอ้นัทผ่านกระจกใสของระเบียงมันที่กำลังเก็บจานและเดินมากินยา  มันมองมาที่ผมเป็นระยะๆในขณะที่ผมมองมันทุกการเคลื่อนไหว เราสองคนสบตากันพักหนึ่งจนมันหลบตาผมและเดินไปเข้าห้องน้ำคงจะอาบน้ำ

ผมมองนาฬิกาอีก15นาที ตี 2 ผมไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับไอ้นัทเลยเพราะว่าผมไม่เคยถามหรือสนใจ

แต่วันนี้ตอนนี้ผมกลับอยากรู้เกี่ยวกับมันทุกเรื่องและบางเรื่องเหมือนผมรับรู้ผ่านๆจากเพื่อนของผมอีกที

เห้อนี่​ ผมกลายเป็นคนสนใจเรื่องของคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ คิดแล้วผมก็รู้สึกห่วงมันขึ้นมาวันข้างหน้าจะเป็นยังไงนะถ้ามันยังใช้ชีวิตแบบนี้อยู่ 

และผมก็ลืมจุดประสงค์ที่มาวันนี้ไปแล้ว..

-------------------------------------------------

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม  

ขอบคุณคร้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}