smile_alive

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เสือกินผัก10 เสือจิตป่วย

ชื่อตอน : เสือกินผัก10 เสือจิตป่วย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.5k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ย. 2559 17:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เสือกินผัก10 เสือจิตป่วย
แบบอักษร

#

[เสือจิตป่วย]

 

 

     เสือ บรรยาย..

 

     ยิ่งยัยนี่ทำหน้างงงวยกับสิ่งที่พูดมากเท่าไหร่ ความเกลียดชังมันก็เพิ่มพูนมากขึ้นเท่านั้น นึกอยากจะคว้าไอ้ลำคอขวาๆคนตรงหน้าขึ้นมาเขย่าให้รู้แล้วรู้รอด 

 

     ให้มันตายๆไปซะ

 

     แต่ต่อให้ยัยนี่ตายคามือจริงอย่าที่ผมว่า มันก็คงไม่ทำให้ผมหายแค้นเธอได้ วีรกรรมที่ยัยบ้านี่ก่อมันยาวเป็นหางว่าว เรื่องนี้ไม่จบก็มีเรื่องอื่นโผล่มาอีก ยังคาวได้เสมอต้นเสมอปลาย ต่อให้ความจำเสื่อมก็หยุดสันดานชั่วๆไม่ได้สักที บัดซบ...!!

 

     แต่ต่อให้รังเกียจแค่ไหน ตอนนี้คนที่สมควรตายมากที่สุดมันควรเป็นผมมากกว่า 

 

     "เวรเถอะ"...ผมสถบอย่างลืมตัว 

 

     นึกรำคาญมือตัวเอง มันดันทำงานไม่สอดคล้องกับความรู้สึกสักนิด ปากบอกรังเกียจแต่ไอ้มือนรกมันดันตะกองกอดเอวยัยนี่ไว้แน่น อยากสลัดออกแต่ก็ทำไม่ได้ มือเวรไม่ยอมขยับตามใจสั่ง สุดท้ายก็ทำได้แค่ระบายอารมณ์หงุดหงิดลงบนร่างบางครั้งแล้วครั้งเล่า ฉุดกระชากบีบเค้นความรู้สึกผ่านมือคู่นี้

 

     ถึงแม้สิ่งที่ทำมันดูไม่เป็นสุภาพบุรุษซักเท่าไหร่ การระบายอารมณ์ใส่ผู้หญิงที่อ่อนแอกว่ามันดูหน้าตัวเมียมาก แต่ผมไม่สนหว่ะ

 

     ทำไมต้องแคร์ กับยัยนี่...ผมจำเป็นต้องอ่อนโยนหรอ ก็ไม่หนิ!

 

      "เป็นคนดีๆไม่ชอบ เสือกอยากเป็นสัตว์ซะงั้น" พูดไปก็ยิ่งหงุดหงิด ยิ่งรู้ว่ายัยบ้านี่กำลังปลอกลอกพี่ชายตัวเองมันก็ยิ่งโมโห ไอ้พี่สิงห์แม่งก็โคตรโง่ รู้อยู่แก่ใจว่าผู้หญิงคนนี้คิดยังไงกับตัวเอง เธอร้ายแค่ไหน แต่ก็เสือกใจดีกับยัยนี่ทุกครั้งไป 

 

     งี่เง่าชะมัด...

 

     "คราวนี้ดูดไปเท่าไหร่หล่ะ...ยัยปลิง" ผมจงใจพ่นคำด่า คนแบบนี้มันไม่ต่างจากปลิง ดูดเงินคนโน้นคนนี้ไปทั่ว ปลอกลอกผู้ชายหน้าโง่ไปเรื่อย

 

     แล้วไอ้หน้าโง่ที่ว่าดันเสือกเป็นพี่ผมอีก เวรเถอะ!

 

     เรื่องวันนี้ที่ผมถ่อมาถึงที่นี่มันเป็นเพราะพี่สิงห์นั่นแหล่ะ หลายวันก่อนพี่สิงห์มาหาที่ห้อง แล้วเรื่องที่พูดแม่งโครตขัดอารมณ์สุดๆ ผมยังจำคำพูดได้ดี 

 

     'เสือ กูมีไรจะขอ' จู่ๆเฮียสิงห์ก็โผล่พรวดเข้ามา หน้าเฮียบึ้งตึงไม่ต่างจากคนโดนรถสิบล้อทับ 

 

     'ไรเฮีย' ผมนอนฟังเพลงอยู่ถึงกับต้องดีดตัวลุกขึ้นมา 'กูรู้ว่ามึงไม่ชอบผัก แต่กูขอ..' 

 

     '....'

 

     'ต่อไปนี้มึงอย่าไปยุ่งกับเขาอีก เอาตัวมึงออกมาให้ห่างเขาเลย' ได้ยินแล้วอยากหัวเราะให้ฟันร่วง นรกแตกเถอะ ผมนะหรอไปยุ่งกับยัยนั่น....

 

     พี่สิงห์เอาสมองส่วนไหนมาคิดวะ

 

     'เฮียพูดไรเนี่ย' ผมแกล้งเฉไฉ

 

     'เสือ กูขอมึงแล้วนะ ช่วยทำด้วย' ดูเหมือนพี่สิงห์จะเอาจริง คำพูดของเขามันทำให้ผมเงียบ ...ที่เงียบเพราะอารมณ์ไม่พอใจกำลังจะปะทุขึ้นต่างหาก 

 

     ทำไมพี่สิงห์จะต้องปกป้องยัยนั่นด้วยว่ะ!

 

     'ถ้าผมไม่ยุ่งแต่เป็นยัยนั่นมายุ่งเองหล่ะ เฮียจะว่าไง' 

 

     'เสือ!' พี่สิงห์ตะคอกดัง

 

     'เฮียแม่งไม่มีเหตุผลเลยหว่ะ' คำพูดจบตรงนั้นเมื่อผมเดินหนี ไม่อยากรับฟังห่าไรทั้งนั้น พี่สิงห์รู้นิสัยผมดี รู้แม้กระทั่งผมเป็นคนยังไง ชอบใครเกลียดใครผมก็จะแสดงออกไปแบบนั้น ผมมันพวกรักแรงเกลียดแรง  ผมพยายามถามตัวเองแทบตายว่าผมไปยุ่งกับยัยนั่นจริงๆหรอ สุดท้ายก็หาเหตุผลบ้าบอเข้าข้างตัวเองจนได้ แล้วถ้าผมยุ่งจริงจะทำไม?

 

     ทำไมจะยุ่งไม่ได้ ?

 

     ผู้หญิงเลวๆแบบนี้มันก็สมควรโดนแล้วหนิ ถึงแปลกใจว่าไปเกลียดยัยนั่นอะไรนักหนา แต่สุดท้ายเหตุผลประหลาดๆมันก็ผุดขึ้นมาในหัวเต็มไปหมด เหมือนกับเป็นข้ออ้างให้ตัวเองจมดิ่งกับความรู้สึกชิงชัง 

 

     แล้วความรู้สึกของผมมันก็ยิ่งจมดิ่งสู่ห้วงความมืดไปอีกเมื่อเห็นพี่สิงห์ถือเงินจำนวนหนึ่งใส่ซองเอกสาร ทุกอย่างมันมีพิรุธไปหมด ผมกลายเป็นไอ้โรคจิตชอบจับผิดคนอื่นไปทั่ว 

 

     ผมรักเฮียสิงห์มาก เขาเป็นคนสุดท้ายบนโลกใบที่ผมมี คำว่าครอบครัวสำหรับผมมันไม่มีจริง ทุกอย่างมันพังตั้งนานแล้ว ผมถือว่าเรามีกันแค่สองคนพี่น้อง เขาเป็นทั้งพ่อและพี่...ที่พึ่งแห่งสุดท้าย ผิดอะไรที่ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเฮียเด็ดขาด และเพราะแบบนี้ผมถึงทนอยากรู้ต่อไปไม่ไหว จนต้องพาตัวเองถ่อมาถึงที่นี่

 

     และที่พีคสุดคือตรงนี้ มันเป็นจริงอย่างที่ระแวง นี่แหล่ะ เกลียดที่สุด

 

     "หุบปากของนายแล้วไปตายซะ!!" เธอสู้ มือบางพยายามจิกข่วนแขนไม่เลิก ไอ้มือเล็กๆที่กดกรีดลงมามันสร้างความเจ็บปวดให้ผมได้ไม่น้อย แต่เคยบอกไปแล้ว ถ้าผมเจ็บยัยนี่จะต้องเจ็บกว่าเป็นร้อยเท่า

 

     "ทำไม พี่สิงห์มันเร้าใจจนขาดไม่ได้เลยรึไง ลีลาดีเงินหนา.. " ผมแดกดันต่อ

 

     "อย่าเอาความคิดหมาๆมาว่าพี่สิงห์นะ!!!! " เสียงหวีดสูงกับร่างสั่นเทาทำให้รู้ว่าพูดถูกจุดเข้าแล้ว จะเป็นตอนนี้หรือเมื่อก่อน ในใจของยังนี่มันก็มีแต่พี่สิงห์ ใครหน้าใครก็แตะต้องไม่ได้ 

 

     แล้วถ้าเธอรักพี่สิงห์มากขนาดนี้ ทำไมจะต้องทำเรื่องนั้นด้วยว่ะ ความรักกับความใคร่มันมีเส้นบางๆกั้นอยู่งั้นหรอ มันถึงทำให้ยัยนี่ไปเล่นชู้กับไอ้เหี้ยรหัสหน้าตาเฉย...  

 

     "พี่เขาไม่เหมือนกับนาย คนจิตใจต่ำทรามแบบนายมันไม่เข้าใจหรอก" ร่างบางแหว คำพูดด่าทอมันยิ่งจุดเชื้อไฟในตัวผมให้ลุกโหมขึ้น 

 

     คำก็ต่ำ สองคำก็ต่ำ ด่าจนผมกลายเป็นคนเลวซะงั้น เวรดีมั้ยล่ะ!

 

     "เหอะ! ไอ้พี่สิงห์มันดีตรงไหน มันให้เธอเท่าไหร่ ฉันจะให้มากกว่าสองเท่า" ผมเหยียดริมฝีปากพร้อมกับคำพูดดิบห่าม ในเมื่อพี่สิงห์เอาเงินฟาดหัวยัยนี่ได้ ทำไมผมจะทำบ้างไม่ได้ ผู้หญิงที่เห็นเงินมีค่ากว่าความรัก มันก็ไม่ต่างอะไรจากโสเภณี

 

     "..." 

 

    "ขายมันให้ฉันซะ!!" 

 

     เพี๊ยะะ....!

 

     "ไอ้เลว" คำพูดผมจุดชนวนให้ผักสติแตก แรงตะหวัดที่ฟาดมาทำให้หน้าชาดิก เห็นร่างเล็กๆแต่แรงดีเป็นบ้า ผมได้กลิ่นคาวเลืดที่แทรกซึมอยู่ทั่วปาก ยัยนี่เล่นตบซะเลือดกลบปากเลยแฮะ!

 

     "..."

 

     เสียงตบดังลั่นเรียกความสนใจจากคนรอบข้างได้ดีเกินคาด ทุกคนหยุดกิจกรรมของตัวเองพลางเพ่งสายตาหลายสิบคู่มองมาทางนี้รวมถึงตัวผักด้วย ยัยนี่กำลังมองผมอย่างท้าทาย

 

     เธอกำลังท้าทายผม ทั้งการกระทำและคำพูด....ผมข่มอารมณ์ที่เดือดพล่านจ้องหน้าผักไม่ลดละ ในเมื่อพูดดีแล้วไม่เข้าใจ จะมาหาว่าไม่เตือนไม่ได้ 

 

     ผมเหยียดยิ้มร้าย ความคิดบางอย่างแล่นวูบเข้ามา และผมตั้งใจจะพูดในสิ่งที่ทำให้ยัยนี่แทรกหน้ามุดลงดินแทบไม่ทัน 

 

     "ขอโทษครับ เมียผมเขาแพ้ท้องเลยหงุดหงิดไปหน่อย ไม่มีอะไรหรอกครับ" 

 

     "..." 

 

     ตามคาด!...เธอยืนค้างตาเบิกกว้างไปแล้ว  ผมหันไปค้อมศรีษะขอโทษคนรอบกาย ก่อนจะตรงเข้าไปประคองเอวเจ้าหล่อน 

 

     ยัง มันยังไม่จบ

     แค่นี้...มันยังไม่สะใจหรอก ในเมื่ออยากขายขี้หน้ามาก ผมจะสงเคราะห์ให้

 

     "ที่รัก วันนี้คุณลืมกินยาระงับประสาทอีกแล้วใช่มั้ย" ผมพูดเสียงดังแสร้งฉีกยิ้มกว้าง ผิดกับคนตรงหน้าที่ยืนน้ำลายฟูมปากตายไปแล้ว ผักขมวดคิ้วยุ่ง สองมือบางพยายามผลักแขนผมออกจากเอว

 

 

     หมับบ...

 

     "มะ..โอ๊ยย" ตอนที่มือบางออกแรงผลักผมก็จงใจจิกเล็บผ่านเนื้อผ้าลงบนเอวเธอเต็มแรง มันแรงมากพอที่จะทำให้ร่างบางร้องครางออกมา ใบหน้างามมันบิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวด 

 

    จะมีผู้ชายซักกี่คนที่กล้าหยิกผู้หญิงได้หน้าตาเฉย..หนึ่งในนั้นมันคือผม !

 

     "ไม่น่ารักเลย กลับไปต้องจับทำโทษซะให้เข็ด หึหึ" แรงจิกเพิ่มมากขึ้น ยิ่งเธอทำให้ผมขายหน้ามากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งต้องรับผลกรรมมากขึ้นเท่านั้น และนี่คือสิ่งที่ตอบแทนหลังจากที่เธอทำเรื่องโง่ๆลงไป

 

     "..." ผักไม่ตอบ ดวงตาคู่งามเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา คาดว่าคงเจ็บน่าดูที่ผมทำ

 

     "ป่ะ!เราไปกันเถอะ ตรงนี้แดดแรง เดี๋ยวคุณป่วยลูกเราจะแย่เอา" 

 

     "ไม่ ฉันไม่ไป ใครก็ได้ชะ..โอ๊ยย" ผมออกแรงบิดเนื้อนุ่มเมื่อผักเริ่มขัดขืน ถึงแม้ใบหน้าผมจะยังยิ้มแย้ม แต่ใครมันจะไปรู้ว่าข้างในผมคิดอะไรอยู่ 

 

     ทางที่ดี อย่ารู้มันเลยดีกว่า เพราะถ้ารู้ขึ้นมาล่ะก็ อาจเปลี่ยนใจมองว่าผมมันโคตรเลวเลยก็ได้

 

     "ไม่เอา อย่าดื้อนะครับคนดี มากับผมรับรองคุณจะปลอดภัย" นั่นคือคำพูดสุดท้ายของผมก่อนที่มือจะออกแรงฉุดลากร่างบางไปตามทางที่ต้องการ ที่เคยบอกว่าจะพาไปลงนรก นี่ไง..ผมกำลังทำมันอยู่

 

     เสือ จบบรรยาย...

[ต่อ]


      ไอ้สารเลว...ไม่สิ! 

     คำนี้มันยังไม่พอกับสิ่งที่เขาทำด้วยซ้ำ ถ้าต้องบัญญัติขอบเขตของคำว่าเลว ฉันเชื่อว่าผู้ชายคนนี้มันหลุดพ้นจากคำนั้นไปแล้ว สิ่งทำเขาทำมันหยาบคายเกินจะใช้คำนั้น ไม่เข้าใจทำไมเสือถึงต้องตามจองล้างจองผลาญฉันไม่จบไม่สิ้น ตามติดรังควานไม่ต่างจากวิญญาณร้าย เกาะกินและคอยทำลายฉันอยู่เรื่อยไป

 

     คำพูดจากปากเขามันไม่ต่างจากยาพิษ 

 

     กรีดแทงกัดกินจนลึก กลายเป็นรอยแผลที่ไม่มีวันหาย ตราบใดที่เขายังคอยตอกย้ำกดแทงรอยแผลนั่นซ้ำๆ หัวใจฉันคงต้องแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดีแบบนี้ เขาทำราวกับฉันไม่มีความรู้สึก เป็นเพียงสิ่งของหน้าโง่ไว้คอยระบายอารมณ์

 

     หลายครั้งที่อดสงสัยไม่ได้ ว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงต้องตามรังควาน บางทีอาจผิดตั้งแต่ที่ฉันเอาตัวเข้าไปเกี่ยวพันในชีวิตของพวกเขา และถ้าตอนนี้มันจะย้อนเวลากลับไปในอดีตได้เพียงเสี้ยววินาทีแล้วล่ะก็... ฉันก็จะย้อนมันกลับไป

 

      อยากกลับไปแก้ไขอดีตทุกอย่าง เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ยังไม่รู้จักพวกเขา กลับไปเปลี่ยนมัน..เพื่อไม่ให้ชีวิตเป็นอย่างตอนนี้ 

 

     แต่ไม่ว่าจะหลอกตัวเองยังไง มันก็เป็นได้แค่ความฝันลมๆแล้งๆของคนจนตรอก เพ้อฝันในสิ่งเป็นจริงไม่ได้  ถึงใจอยากหนีไปให้ไกล...มันก็คงหนีไม่พ้น 

 

     ฉันยังหาทางเอาตัวรอดถึงแม้จะน้อยเต็มที ออกแรงดิ้นอย่างหนัก ใช้เรี่ยวแรงอันน้อยนิดบิดตัวออกจากวงแขนแกร่งที่เกี่ยวพันรอบเอวอยู่นับครั้งไม่ถ้วน แต่ยิ่งฉันพยายามฝืนตัวมากเท่าไหร่ มันยิ่งสร้างความเจ็บร้าวให้กับร่างกายมากตามนั้น

 

     นานแค่ไหนไม่รู้ที่เขาฉุดลากตัวฉันไปตามทางเดิน แต่ละย่างก้าวเริ่มห่างผู้คนเต็มที เขาไม่สะทกสะท้านกับกับขัดขืนแม้แต่น้อย

 

     "อย่ามาทำเรื่องบ้าๆที่นี่นะเสือ ไม่งั้นจะร้องให้คนช่วยจริงๆด้วย" ทุกครั้งที่ฉันตบตีหรือเอื้อมมือหวังทำร้ายเขา แรงกดจิกข้างเอวบางก็ยิ่งเพิ่มหนักขึ้น เขาจงใจจิกปลายเล็บย้ำตรงรอยแผลนั้นซ้ำๆ มันเจ็บจนแทบบ้า ความเจ็บปวดเริ่มลามเลียเป็นแสบระบม เหมือนเนื้อตรงจุดนั้นมันจะขาดออกมาให้ได้

 

     "เรื่องบ้าๆนี่หมายถึงแบบไหน แบบนี้หรือว่า..." ตอนที่สติกำลังกระเจิงฉันก็รู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าวเป่าประทะตรงปลายจมูก เสือเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้จนมองเห็นขนตาหนา ฝ่ามือหยาบยังทำหน้าที่ไม่บกพร่อง เขาเคลื่อนปลายนิ้วร้อนไปตามแผ่นหลังฉันอย่างหยาบโลน

   

      "แบบอื่น"

     "ไอ้โรคจิต..โอ๊ยย" เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันสรรหาคำมาด่า เขาจะจิกนิ้วเรียวลงบนผิวเหมือนอย่างตอนนี้ มันเกิดขึ้นหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน มากพอจนทำให้ขอบตาร้าวผ่าว ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความเจ็บปวด 

 

     "ปะ..ปล่อยฉัน"

 

     ปังงงงงง....

 

     "เข้าไป" ในตอนนั้น....ลมหายใจก็ติดขัดลง เขาลากถูร่างฉันจนมาถึงบันไดหนีไฟ เสือใช้ฝ่าเท้าถีบประตูง่ายดายจนมันเปิดกว้าง ไม่รอช้าฝ่าหนาก็ตรงเข้ามาผลักร่างฉัน

 

     "อ๊ะ" มันเจ็บ..ทุกครั้งที่ปลายนิ้วครูดลากไปตามกำแพง แต่เขาดูไม่สนใจสักนิดว่าฉันจะเจ็บมากแค่ไหน  

 

     "อย่านะเสือ ฉันเป็นรุ่นพี่นายนะ"

 

     "เกี่ยวตรงไหนวะ จะอ้างทั้งที ช่วยหาที่มันฟังขึ้นกว่านี้หน่อย...เข้าไป!" ข้ออ้างมันไม่ได้ผล เขาออกแรงผลักอีก ไม่นานเท่าไหร่มือของฉันก็หลุดจากขอบประตูอย่างง่ายดาย ร่างกายฉันล้มลงอย่างทรงตัวไม่อยู่ เซถลาลงพื้นไปตามแรงผลัก 

 

     ต้องหนี ต้องไปจากที่แห่งนี้..

 

     "แฮ่กกก" คิดได้เท่านั้นฉันก็รีบตะเกียกตะกาย หยัดขาสองข้างตั้งท่าวิ่งลงชั้นล่างอย่างไม่คิดชีวิต แต่เพราะขาเจ้ากรรมมันสั้นกว่าเขาหลายขุม วิ่งได้ไม่กี่ก้าวร่างฉันก็ลอยวืด กลับไปที่เดิมตามแรงกระชาก 

 

    "จะหนีไปไหน!"

 

     "ปล่อยฉัน "เสือกระชากเสียงเข้ม มันเป็นความคิดอันแสนโง่เง่า อ้อนวอนร้องขอชีวิตจากศัตรูทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ฉันคิดอย่างปวดร้าว ร่างกายแน่นิ่งอยู่ในอ้อมแขนเขาอย่างง่ายดาย นึกเกลียดสภาพตัวเองตอนนี้เหลือเกิน 

 

    ทำไมกันนะ...

     ทำไมฉันถึงสู้เขาไม่ได้ ทำไมร่างกายนี้มันถึงอ่อนแอกว่าเขาทุกครั้ง ฉันข่มความอ่อนแอที่เริ่มกัดกินก่อนเงยหน้าขึ้นมองเขา มองให้มันทะลุเข้าไป ค้นหาความจริง หาเหตุผลที่เขาทำแบบนี้ 

 

     และสายตาที่มองกลับมามันทำให้ร่างสั่นหนาวอย่างหยุดไม่อยู่ สายตาของเขามันช่างอ้างว้าง ไร้ความปรานี มันว่างเปล่าเย็นชาจนน่าใจหาย 

 

     "นายเกลียดฉันไม่ใช่ อย่าคิดทำอะไรบ้าๆนะเสือ" ปากสั่นระริก ฉันตื่นตระหนก ยิ่งได้เห็นสายตาของเขาเมื่อกี้ ฉันก็ยิ่งเแน่ใจในลางร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

     "แล้วไง...เกลียดก็ส่วนเกลียด เงี่ยนก็อีกเรื่อง" คำที่เสือพ่นใส่เหมือนหมัดหนักหน่วงที่เหวี่ยงลงกลางศรีษะ ร่างทรุดลงพื้นทันทีที่ได้ยิน ราวกับหัวใจมันหลุดออกจากร่างไปแล้ว หลงเหลือไว้เพียงกายว่างเปล่า ลำคอถูกชโลมไปด้วยน้ำลายเหนียวฝืด สองหูได้ยินคำพูดแสนโสมมชัดเจนทุกถ้อยคำ

 

     "ผู้ชาย ถ้าคลำแล้วไม่มีหางมันก็ฟาดได้หมดแหล่ะ" น้ำเสียงแข็งกระด้างตะวาดลั่น มันเกิดขึ้นเวลาพร้อมกับฉันที่เบิกตากว้างในสิ่งที่ได้ยิน 

 

     "เสือ!!"

 

     "ของเธอฉันก็เคยคลำมาแล้ว หางก็ไม่มีทำไมจะเอาไม่ได้" เขาพ่นคำพูดที่ทำให้เจ็บช้ำไม่หยุด ร่างสูงเหยียดมุมปาก สายตาจาบจ้วงโลมเลียทั่วร่าง 

 

     เสือแสดงให้เห็นในสิ่งที่เขาพูด ปลายลิ้นร้อนของคนตรงหน้าตวัดไล้ริมฝีปากตัวเองอย่างเจ้าเล่ห์ เขามองฉันอย่างหื่นกระหาย สายตาที่ใช้ไม่ต่างจากสัตว์ร้ายจ้องจะกินเหยื่ออันโอชะ ผิดกับฉันที่คิดอะไรไม่ออกนอกจากเรียกชื่อเขาซ้ำๆ 

 

     "เสือ!!!"

 

     "แม่ง!จะเรียกไรนักหนา รู้ว่าตัวเองชื่อเสือไม่ต้องย้ำ" ลมหายใจผ่าวร้อนถูกระบายออกมาอย่างหงุดหงิด ไม่รอช้าสองมือก็ตรงเข้ามากระชากไหล่ฉัน

 

     "ไอ้บ้า ออกไป! อื้ออ" เขากดแรงตรงหัวไหล่จนเจ็บระบม เสี้ยววินาทีฉันยังพูดไม่จบ อารมณ์เขาก็แตกเป็นเสี่ยง  เสือบดขยี้ริมฝีปากอย่างเกรี้ยวกราด ฟันของเรากระทบเข้าหากันด้วยความแรง รู้ถึงกลิ่นคาวเลือดขมปร่าที่ไหลซึมทั่วโพรงปาก ผสมปนเปจนไม่รู้ว่าเป็นเลือดของใคร แรงบดขยี้เต็มไปด้วยโทสะ เขาระบายมันส่งผ่านมากับริมฝีปากร้อนที่ทำหน้าที่ไม่บกพร่อง

 

     "อื้ออ.." ฉันส่งเสียงร้องประท้วง รวบรวมแรงทั้งหมดผลักอกของเขาออกจนร่างสูงเซ ไม่รอช้าวินาทีต่อมาฉันก็หวดมือลงไปที่หน้าเขา

 

     มันเป็นการสู้ครั้งสุดท้าย ตัวฉันใกล้หมดแรงลงเต็มที แต่ร่างกายมันไม่เคยยอมจำนน ใจฉันสู้ ถึงแม้วันนี้จะต้องตาย ก็ยังดีกว่าให้เขาย่ำยี ฉันรวบแรงเฮือกสุดท้ายทั้งหมดฟาดฝ่ามือใส่ร่างแกร่งอย่างไม่ยั้ง

 

     เพี๊ยะ

     เพี๊ยะ

     ตุ๊บบ 

 

     "หยุดสิวะ" หมัดสุดท้ายถูกปล่อยใส่หน้าเขาอย่างจัง ฉันออกแรงถีบดิ้นอย่างบ้าคลั่ง และเพราะการกระทำอย่างเอาตัวรอดของฉัน มันเลยทำให้ความอดทนของเขาหมดลง 

 

     "ฉันเคยเตือนแล้วว่าอย่าลองดี ในเมื่อฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องพูดเหี้ยไรแล้ว "เขาปัดป้องร่างกายก่อนจะหาจังหวะที่ฉันเผลอกระโจนร่างเข้าใส่ มือหนาตรงเข้ามาล็อคมือมั้งสองข้าง สะโพกแกร่งเบียดแทรกตรงหว่างขาไม่ให้ฉันขยับ 

 

     "โอ๊ยยย"

 

     พระเจ้า ช่วยลูกด้วย ลูกขอโทษ...

 

     "ชอบมากใช่มั้ยไอ้ความรุนแรงเนี่ย " ฉันสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย แต่มันก็ไม่มากพอจะทำให้เขาหยุดได้ ลมหายใจฮึดฮัดกับเสียงกดต่ำดัังอยู่ข้างหู และวินาทีต่อมาร่างฉันก็กระตุกเฮือก

 

     "..."

 

     "เออดี! เอาแม่งตรงนี้ก็ได้! " เกิดแรงกระชากที่คอเสื้อ ก่อนที่หน้าคมจะฉกวูบลงมา

[ต่อ]


    
 "ยะ..อย่าขอร้อง" สองมือพนมขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ฉันสะอื้นจนตัวโยน ม่านน้ำตาไหลคลอไม่ขาดสาย ฉันอ้อนวอนเขาไม่ต่างจากคนโง่

     ยอมรับว่าทุกการกระทำของเขามันทำให้ฉันกลัวมากจริงๆ ไม่เคยคาดคิดว่าตัวเองจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ สมองมันคิดแต่หาทางรอด...

 

     วิธีไหนก็ได้ ที่จะทำให้ฉันหลุดพ้นจากสถาการณ์บ้าๆตรงนี้ซักที 

 

     "ฉะ..ฉันจะเลิกยุ่งกับพี่สิงห์แล้วก็ได้ ได้โปรดด...ฮืออ" น้ำตากับเสียงสะอื้นทำให้เสือหยุดชงักมือที่ปลดเข็มขัดลง ร่างสูงก้มหน้าลงจนฉันไม่เห็นใบหน้าคมว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่หรือกำลังทำหน้าแบบไหน แต่ไม่นานนักเขาก็เงยหน้าขึ้น

 

     "ชู่วว!ไม่เอา อย่าร้องไห้สิ " ฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่อฝ่ามือแกร่งเอื้อมมาปาดไล้น้ำตาบนใบหน้าฉันอย่างแผ่วเบา เขาทำมันซ้ำๆอยู่แบบนั้นหลายครั้ง แต่น้ำตาเจ้ากรรมก็ไม่มีท่าทีจะหยุดไหลซักนิด 

 

     "ฉันมันขี้ใจอ่อน เป็นพวกแพ้น้ำตาซะด้วย.." เขาพูดเสียงเอื่อยทั้งที่สองมือกำลังเช็ดน้ำตาให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่าทางอ่อนโยนที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนทำให้ฉันอดระแวงไม่ได้ ฉันกระทดกายหนีจนหลังติดกับมุมของกำแพง หดขาสองข้างขึ้นมากดกอดอย่างสั่นเทา

 

     "ฮืออ"  เสียงสะอื้นลอดออกจากปากด้วยความหวาดกลัว เขาเงียบเอาแต่จ้องมองฉันด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา แต่แล้วเสือก็ยกฝ่ามือหนาที่เปรอะด้วยคราบน้ำตาขึ้นมา ก่อนที่ปลายลิ้นร้ายจะค่อยๆไล้เลียนิ้วมือของตัวเองอย่างเชื่องช้า  สายตาเขามันกำลังจ้องมาที่ฉัน ริมฝีปากค่อยๆแสยะยิ้มขึ้นทีละนิด

 

     เฮือกกกกก...

 

     ฉันมองทุกการกระทำของเขาด้วยหัวใจสั่นไหว..สัญชาตญาณมันรับรู้ได้ถึงอันตรายบางอย่างที่ใกล้เข้ามา

 

     "รู้มั้ย เวลาเห็นคนร้องไห้ฉันคิดยังไง" ลมหายใจของฉันกระตุกวูบ ร่างกายเริ่มเย็นลามเลียไปจนถึงปลายเท้า ความรู้สึกบางอย่างขับให้ขนอ่อนบนผิวกายลุกชันเมื่อเสียงแหบต่ำของเขาดังขึ้น ตาร้อนผ่าวที่เปื้อนคราบน้ำตาจ้องมองร่างสูงในทุกท่วงท่าที่เขาเคลื่อนไหว เสือเคลื่อนกายอย่างเชื่องช้า ราวกับสัตว์ป่าย่องเข้าหาเหยื่อ

 

    "...."

 

    "แม่งโครตอยากทำให้ร้องไม่หยุดเลยหว่ะ หึหึ" มันก็แค่วิธีหลอกล่อ ความอ่อนโยนมันไม่เคยมีจริงสำหรับคนอย่างเสือ

 

     ฉันเบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้ยิน อยากวิ่งหนีให้รู้แล้วรู้รอดแต่มันก็สายไปแล้ว พูดไม่ขาดคำเขาก็กระโจนร่างเข้าใส่ฉันอีกหน มือของคนตรงหน้าเข้ามากระชากข้อเท้าจนฉันล้มไม่เป็นท่า แรงกระชากมากพอที่หัวฉันจะฟาดลงกับพื้นเสียงดังสนั่น

 

     หมับบ....

 

     "แกมันบ้า แกมันโรคจิต กรี๊ดดด.." หยาดน้ำตาไหลรินอีกครั้ง วินาทีนั้นร่างกายเจ็บร้าวก็กระตุกเฮือกใหญ่ เมื่อคนตรงหน้าฉกวูบฝังคมเขี้ยวลงบนลำคอขาว 

 

     "กรี๊ดดดดดดด" ฉันหวีดร้องสุดเสียง ม่านตาขยายกว้าง จิกเกร็งร่างกายจนเส้นเลือดปูดโปนน่ากลัว ความเจ็บปวดที่สุดในชีวิตแผ่กระจายเป็นวงกว้างเมื่อเขากัดฝังไรฟันลงบนผิวอย่างป่าเถื่อน ราวกับร่างกายถูกฉีกกระชาก

 

     เสือ ทำทุกอย่าง..เยี่ยงสัตว์ร้ายตะครุบเหยื่อ 

 

     มีดบาดที่ว่าเจ็บแต่มันยังดีกว่าถูกทำป่าเถื่อนแบบนี้ ใบมีดยังมีคมแต่ฟันของคนมันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะงั้นในทุกแรงกดที่ฟันเขาแนบลงมา มันจึงสร้างความเจ็บร้าวไปยันกระดูก แม้แต่ตอนถูกรถชน ความเจ็บปวดมันยังเทียบกับตอนนี้ไม่ได้ 

 

    ฉันมีสติครบในทุกขณะที่เขาทำมัน น้ำตามากมายไหลรินอย่างกลั้นไม่อยู่ เสียงกรีดร้องดังออกมาจนสุดเสียง สองมือไขว่คว้าครูดลากกับพื้นอย่างทุรนทุราย สุดท้ายฉันก็ทนต่อไปไม่ไหว ลมหายใจมันแผ่วเบาลงเต็มที ร่างกายบอบช้ำชักกระตุกถี่รัวเพราะความเจ็บปวด 

 

     ราวกับคนใกล้ตาย 

 

     แผล่บ....

 

     "อ๊าา" เขาไม่ได้แยแสซักนิดว่าฉันเป็นยังไง เสียงแหบทุ้มครางต่ำพอใจในการกระทำอันแสนต่ำช้า ปลายลิ้นร้อนไล้เลียไปตามลำคอฉันราวกับชิมรสหวาน เขากดปลายลิ้นบนลงรอยกัดที่เขาฝังคมเขี้ยว จูบไล้มันซ้ำๆอยู่แบบนั้น กับลมหายใจหอบกระเส่าน่าขยะแขยงที่รินรดลงมา 

 

     "รู้สึกดีเป็นบ้า"

 

     เสียงกระซิบโรคจิตดังข้างใบหู ฉันไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลย ร่างกายค่อยๆไร้ซึ่งเรี่ยวแรงอย่างช้าๆ หนังตาหนักอึ้งเริ่มหรี่แสงลง ก่อนที่โลกตรงหน้าจะอันตธานหายไปกลายเป็นความดำมืดที่เข้ามาแทนที่ และถ้าตอนนี้พระเจ้ามีจริง ถ้าท่านจะเมตตาชีวิตฉันสักนิดล่ะก็....

 

     ได้โปรด...ช่วยทำให้ฉันหลับไหลแบบนี้ไปตลอดกาลเลยได้มั้ย ไม่ต้องตื่นขึ้นมาพบเจอกับความเจ็บปวด ไม่ต้องทุกข์ทนทรมานอีกต่อไป ได้โปรด!

[ต่อ]

 

     "อือออ" ฉันครางด้วยเสียงแหบพร่าเมื่อสองหูได้ยินเสียงเม็ดฝนตกกระทบด้านนอกหน้าต่าง ร่างกายขยุกขยิกตัวอย่างนึกรำคาญ กลิ่นอายลอยฟุ้งรอบตัวที่โชยเข้ามาตรงปลายจมูกดูผิดแผกไปจากกลิ่นที่เคยชิน ฉันค่อยๆตะแคงร่างเมื่อรู้สึกเมื่อยขบ แต่แค่ลองขยับตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความเจ็บร้าวก็แผ่ซ่านไปทั้งร่างจนร้องครางออกมา 

 

     "โอ๊ยย"

 

     ความแปลกประหลาดบางอย่างชาหนึบไปทั่วกาย ฉันรู้สึกปวดระบมรอบกระบอกตาไปหมด แต่ก็ยังพยายามฝืนหรี่กระพริบอยู่หลายครั้งจนสุดท้ายก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เพดานฝ้าที่อยู่เบื้องหน้าเป็นสีขาวขุ่นดูแปลกหูแหลกตา ภายในห้องกว้างมันมืดทึบ แต่ยังพอมีแสงว่างที่ส่องลอดเข้ามารำไร พอจะทำให้เห็นภาพถึงแม้จะเลือนลางเต็มที

 

     ฉันอยู่ที่ไหน.....

 

     ความเย็นของเครื่องปรับอากาศทำให้ร่างสั่นหนาวเมื่อมันตกกระทบลงบนผิวเปลือยเปล่า ฉันห่อไหล่สะท้าน หยัดร่างกายลุกขึ้น เอื้มมือไปรอบๆเพื่อควานหาผ้าห่ม แต่แล้วในวินาทีนั้นมือฉันก็ไปสัมผัสเข้ากับความร้อนผ่าวของอะไรบางอย่างจนต้องรับชักมือกลับ

 

     ฉันไม่ใช่คนโง่ ที่จะไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองสัมผัสมันคืออะไร ...

 

     สิ่งที่สัมผัสโดนมันคือความอบอุ่น มีเลือดมีเนื้อเฉกเช่นเดียวกับตัวฉัน เสียงลมหายใจสม่ำเสมอทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเพศไหน สมองสั่งการประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว ฉันรีบตะกายตัวหวังลุกหนี แต่ก็ต้องเบ้หน้าล้มตัวลงขดงุ้มเมื่อความเจ็บปวดลามเลียไปทั่วร่างยิ่งกว่าตอนครั้งแรกที่ขยับ

 

     เรื่องราวเหตุการณ์ทุกอย่างก่อนที่ภาพจะดับไปไหลย้อนกลับเข้ามาเหมือนสายน้ำเชี่ยวกราด ฉันฝืนกลืนน้ำลายลงคอย่างยากลำบาก พยายามคิดเข้าข้างตัวเอง มองโลกในแง่ดี ถึงแม้สิ่งที่กำลังจะเผชิญในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าอาจเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิตเลยก็ตาม

 

    มันอาจ..ไม่ได้เป็นแบบนั้น

 

     "นะ..นาย" แต่ละคำมันดูยากลำบากเหลือเกินกว่าจะเอ่ยออกมา ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวพร่ามัวอีกครั้งเมื่อน้ำตาเจ้ากรรมทำท่าจะไหล ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างทำใจ ก่อนที่จะรวบรวมความกล้าทั้งหมดหันหน้าเผชิญกับความจริง 

 

     "สะ..เสือ"

 

     "อืออ" ฉันจำเสียงติดสั้นห้วนของเสือได้ดี ต่อให้ไม่อยากจำมันก็ติดฝังรากอยู่ในหัวไม่เคยหาย แค่เขาครางในลำคอเพียงน้อยนิดก็ทำให้ฉันปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น ม่านน้ำตาพังทะลายลงมาไม่ต่างจากเม็ดฝนที่โปรยปรายอยู่ด้านนอก 

 

     หัวใจของฉัน...มันกำลังแตกสลายจนไม่มีชิ้นดี 

 

     ไม่จริง...มันไม่ใช่ความจริง

 

     ฉันได้แต่พร่ำบอกตัวเองแบบนั้น พยายามหาข้ออ้างสารพัดนับครั้งไม่ถ้วน หลอกตัวเองซ้ำไปซ้ำมาไม่ต่างจากคนบ้า แต่ต่อให้หลอกตัวเองมากแค่ไหน...ความรู้สึกที่หลงบนร่างกายก็ตอกย้ำทุกอย่างได้เป็นอย่างดี

 

      ตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดไม่มีท่าทีจะสนใจมันสักนิด เงาตะครุ่มบ่งบอกว่าร่างสูงกำลังนอนสบายคว่ำหน้าหันตะแคงตัวมาทางฝั่งฉัน แต่เพราะทุกอย่างมันอยู่ในความมืด เลยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังหลับหรือตื่นอยู่กันแน่ 

 

     "ฉะ..ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง นายทำอะไรลงไป!!!"

 

     "...." เขายังคงเงียบ

 

     "ฉันถามว่าแกทำอะไรลงไป!!!" และเพราะไม่มีคำตอบสักทีฉันจึงเริ่มแผดเสียง ถึงแม้จะตกใจกับสิ่งที่เกิด แต่ก็มีสติมากพอที่จะประคับประคองร่างกายให้เคลื่อนไหวไปอย่างใจนึก ฉันลุกพรวดจากพื้นก่อนจะยื่นมือไปคว้ากระชากผ้าห่มออกมาจากร่างสูงหนาของอีกฝ่าย แรงกระชากมันทำให้เขาสถบคำหยาบออกมาด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่เงาสูงจะลุกพรวดลงจากเตียง

 

     "แค่นี้ดูไม่ออกรึไง ใสซื่อจริงนะแม่คุณ!!" เขาพูดกระแทกแดกดัน

 

     คำพูดของเขาทำให้สติของฉันขาดผึง...มันไม่ใช่ความจริง ไม่จริงงง!

 

     "มะ..ไม่จริง!โกหก แกโกหก "ปากสั่นระริก รู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัวเมื่อถูกสายตาหยาบคายโลมเลียไปตามหน้าอก เขามองมันอยู่แบบนั้น ไล่ต่ำลงจนสุดก่อนจะวกกลับมาที่เดิม 

 

     ถึงแม้จะปวดร้าวทุกครั้งที่ขยับตัว แต่ฉันก็กัดฟันแน่น คว้าผ้าห่มขึ้นมาปกปิดร่างกายด้วยมือสั่นเทา และท่าทางตื่นตระหนกของฉันทำให้เขาหัวเราะราวกับมันเป็นเรื่องตลกขบขันเหลือเกิน 

 

     "หึหึ"

 

     "ออกไป!!!!" เมื่อมั่นใจว่าอยู่ในสภาพดีแล้วฉันก็เริ่มเอ่ยปากไล่ สายตามองเขาอย่างเกลียดแค้น ฉันกำลังโกรธ..โกรธมากพอจนฆ่าคนได้ด้วยซ้ำ และคนที่ต้องตายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าคงหนีไม่พ้น...

 

     "จะไปตายที่ไหนก็ไป ....ออกไป๊!!"

 

     ฉันแผดเสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง ทุกคำพูดถูกตะเบ็งออกมาจนรู้สึกหน้ามืด ร่างกายแดงกล่ำด้วยอารมณ์โกรธ สั่นไปทั้งตัวจนหยุดไม่ได้

 

     "รำคาญ! จะแหกปากหาสวรรค์วิมานอะไร เป็นบ้ารึไง!" เสือกระชากเสียงกลับ คำพูดของเขาทำให้สิ่งที่ถูกก่อวนประทุขึ้นมา ฉันควานสายตาไปทั่วห้องก่อนจะเห็นแก้วน้ำหลายใบวางอยู่บนโต๊ะ คิดได้แค่นั้น..ฉันก็คว้ามันอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง 

 

     "เออ!ฉันมันบ้า วันนี้ต่อให้ตายก็ต้องเอาเลือดชั่วๆของแกออกมาให้ได้!" พูดจบฉันก็เหวี่ยงของทุกอย่างออกไปราวกับคนบ้า 

 

     เพล้งงง....

     เพล้งงง....

 

     "เหี้ย!จะอะไรนักหนาวะ" เสือหลบวูบ เขาเคลื่อนตัวหลบข้าวของทุกอย่างที่ฉันเขวี้ยงออกไปอย่างง่ายดาย เสียงแก้วน้ำและของอย่างอื่นดังแตกกระจายทั่วห้อง ตอนนี้บนพื้นมันเละเทะไม่ต่างจากสนามรบ แต่ฉันกลับไม่รู้สึกผิดอะไรเลยสักนิด 

 

     หัวใจฉันชาหนึบ ความรู้สึกมันแตกเป็นเสี่ยงๆไม่ต่างจากข้าวของที่ตกกระจายอยู่เต็มพื้น แหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี ยิ่งเมื่อเคลื่อนไหวแล้วร่างกายปวดร้าวเท่าไหร่ หัวใจของฉันมันก็ยิ่งปวดระบมมากเท่านั้น .... 

 

     "จะเสียวันนี้หรือวันไหนมันก็ค่าเท่ากัน" ตอนที่ฝ่ามือเตรียมหยิบแจกกันขึ้นเหวี่ยงเสียงกระชากห้วนก็ดังขัดขึ้น เสือหายใจเหนื่อยหอบ แสงสลัวทำให้เห็นใบหน้าติดหงุดหงิดมีเม็ดเหงื่อเกาะพราวเต็มไปหมด แต่มันไม่ร้ายเท่าคำพูดอาบยาพิษที่เขาเพิ่งพ่นออกมา

 

     "..." ตัวฉันมันชาวาบไปทั้งร่าง หัวใจเริ่มเต้นช้าลงทุกที

 

     "ยังไงมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกอยู่แล้ว ต่อให้เสียเป็นพันครั้งคนอย่างเธอมันก็ไม่สะทกสะท้านหรอก" ร่างสูงกระชากเสียงห้วน

 

     "..." 

 

     ทำไมเขาต้องพูดทำร้ายความรู้สึกฉันทุกที 

     มันทรมาน...ทรมานทุกครั้งที่คำพูดดูถูกเหล่านี้หลุดจากปากเขา

 

     "อย่าคิดจะมาตีบทหวงเนื้อหวงตัวไปหน่อยเลย มันทุเรศ!!" ทุกคำพูดเหมือนหอกมีดแหลมที่กรีดแทงลงมา เสือจงใจพูดดูถูกฉันทุกอย่าง เขาคงอยากเห็นฉันเจ็บเจียนตาย และใช่...ตอนนี้ฉันเจ็บหัวใจจนแทบบ้าอยู่แล้ว 

 

     "ไอ้คนเฮงซวย" ฉันมองหน้าเขาผ่านม่านน้ำตาที่พรั่งพรู พูดได้แค่นั้นฉันก็คว้าโทรศัพท์บนหัวเตียงขึ้นมาก่อนจะเหวี่ยงมันไปอย่างใจคิด คราวนี้เหมือนโชคเข้าข้าง เสียงแรงกระแทกดังลั่น...ทำให้รู้ตัวว่าได้ทำมันไปแล้วจริงๆ

 

     ปึกกกก....!!!

 

     "โอ๊ยย แม่ง!" เสือร้อง ร่างสูงเซไปตามแรงกระแทก สองมือหนายกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเอง ก่อนที่เลือดสีเข้ม ข้นหนืดจะค่อยๆไหลซึมจากปากแผลตรงหว่างคิ้ว และในตอนนั้นที่เขาเห็นเลือดชั่วๆของตัวเอง ใบหน้าของเขามันก็แปรเปลี่ยนไป 

 

     อันตราย...ฉันคิดได้แค่นั้น

 

    "วอนหาเรื่องไม่เลิกใช่มั้ย ได้..จะเอาแบบนี้ใช่มั้ย" ร่างสูงย่างสามขุมเข้ามาด้วยความเร็ว เสียงที่กดต่ำลงทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

 

     เลือดไหลอาบทั่วใบหน้าแต่เหมือนเจ้าตัวจะไม่แสแย เขาดิ่งตรงเข้ามาใกล้ฉันรีบขยับขาก้าวถอยหนี แต่ก่อนที่จะถึงตัว ร่างสูงก็ก้มตัวลงคว้าสิ่งของบนพื้นขึ้นมา

 

     หมับบ....!!

 

     ไม่นะ...

 

     "นะ..นายจะเอาเสื้อผ้าฉันไปไหน เอาคืนมา" เกลียดชมัด..เกลียดไอ้รอยยิ้มชั่วๆบนหน้านั้น เสือหอบเสื้อผ้าของฉันทั้งหมดไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าของเขาถึงแม้จะมองไม่ค่อยเห็นแต่ก็พอรู้ว่ามันกำลังจ้องมาที่ฉันอย่างกินเลือดกินเนื้อ

 

     "อยากได้?" เสือถามเสียงสูง 

 

     ปลายนิ้วสกปรกค่อยๆเกี่ยวชุดชั้นในของฉันขึ้นมาแกว่งเล่นไปมา ใบหน้าของฉันร้อนวูบอย่างอดสูกับการกระทำที่แสนทุเรศ เป็นใครก็คงรู้สึกอายไม่ต่างกัน..นั่นมันของใช้ส่วนตัว แต่เขากลับจับถืออย่างง่ายดายราวกับมันเป็นแค่เศษผ้า เขาแกล้งฉันโดยการเหวี่ยงมันไปมาบนอากาศอยู่สักพัก ก่อนที่คนตรงหน้าจะตะคอกเสียงดังลั่น 

 

     "แต่ฉันไม่ให้!!" 

     แควกกกกก...

 

     "เสือ!!!" เสียงฉีกทึ้งดังขึ้น จบคำพูดร่างสูงก็ฉีกกระชากเสื้อผ้าของฉันขาดกระจุยไม่เป็นชิ้นดี ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงตอนนี้มันคือเสื้อผ้าเพียงชุดเดียวที่ฉันมี และตอนนี้มันก็กำลังขาดวิ้นนอนกองอยู่ที่พื้น 

 

     เขาตั้งใจให้เป็นแบบนี้ ทั้งที่เขาเองก็รู้ว่าฉันมีเสื้อผ้าแค่ชุดเดียว... แต่เขาก็ยังทำลาย

 

     "บ้ามากก็ไม่ต้องใส่ เชิญอับอายขายขี้หน้า เดินแก้ผ้าต่อไปเถอะ! " เสือเหวี่ยงซากเศษผ้าลงพื้นก่อนที่ปลายเท้าจะเหยียบขยี้ซ้ำ 

     เขาแสยะรอยยิ้มอย่างมีความสุขผิดกับหัวใจของฉันที่แหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี มันขาดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย...ไม่ต่างจากเศษผ้าไร้ค่าเหล่านี้

 

     ปังงงงงง....

 

[อัพครบ 100%]

อยากอ่านต่อมั้ย เม้นท์เร็วๆเผื่ออัพอีกรอ คึกๆ555

#

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น