June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

6. หมดกระเป๋า ( นนท์นัท )

ชื่อตอน : 6. หมดกระเป๋า ( นนท์นัท )

คำค้น : นนท์นัท 2N

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.4k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2562 16:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
6. หมดกระเป๋า ( นนท์นัท )
แบบอักษร

นัท Part

ผมกลับมาเรียนปกติได้ 2อาทิตย์ ชีวิตผมก็เดิมๆเรียน ทำงานจริงๆเสาร์อาทิตย์ผมว่างผมอยากมีงานพิเศษเพิ่มไหนจะค่าเทอมที่จะต้องจ่ายสิ้นเดือนนี้อีกคิดแล้วผมก็ถอนหายใจออกมา

" เป็นไร มึงไอ้นัทมีเรื่องไม่สบายใจ " ไอ้กิจถาม

" ป่าว "  ผมบอกเสียงเนือยๆ

" มึงเหนื่อย มึงก็หยุดบ้างดิวะ " ไอ้ต้นพูดขึ้นอีกคน

" ช่วงนี้มึงดูผอมลงนะกูว่า "  ไอ้กิจเอ่ยอีกครั้ง

" มึงมีเรื่องปิดบังพวกกูอยู่ใช่มั้ยไอ้นัท "  ไอ้เสกถามตอนนี้สายตาทุกคนจ้องมาที่ผมคนเดียว

" ไม่มี ไม่มี้ " ผมตอบย้ำเสียงสูง และผมต้องรีบซิ่งก่อนที่ผมจะกลายเป็นจำเลยโดนทนายทั้ง3สอบปากคำ..

" ไปล่ะ "  ผมบอกทุกคนและหยิบขนมปังใส้ครีมสดของไอ้กิจไป2อัน

" เดี๋ยวกูโทรหา "  ไอ้กิจตะโกนตามหลังผมก็ทำสัญลักษณ์ โอเครส่งกลับไปให้มัน

ผมกำลังรอรถเมล์ที่ป้ายรถเมล์ด้านหน้ามหาลัยนักศึกษาหลายคนต่างทยอยกันกลับบ้าน ส่วนมากจะมีรถยนต์ส่วนตัวกันทั้งนั้น รถ BMW สีดำคุ้นตาชะลอและจอดตรงหน้าผม  ไอ้นน..กับมินนี่   มินนี่เลื่อนกระจกรถลง

" นัทกำลังจะไปทำงานพิเศษหรอ ให้นนไปส่งมั้ย "

 มินนี่ถามผมทั้งที่คนขับไม่มองหน้าผมด้วยซ้ำ 

 " อ่อ ไม่เป็นไรพอดีรอเพื่อนอยู่ ขอบคุณครับ "

ผมตอบปฏิเสธแบบสุภาพไปและเหลือบมองหน้าไอ้นนที่นั่งหน้านิ่ง มันไม่มองผมเลย รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกเมิน

ทำไมนะทั้งที่ผมแอบดีใจ ผมกับมันเหมือนจะคุยกันมากขึ้น คืนวันนั้นที่มันจับแก้มผม ความรู้สึกอบอุ่นยังเหลืออยู่ทุกครั้งที่คิดถึง..

แล้วไอ้นนก็ขับรถออกไปหลังจากผมพูดจบ ผมยืนมองจนลับตาเมื่อรถเมล์มาถึงผมก็ขึ้นรถไปทำงาน.. 

ร้านกาแฟ Ax

วันนี้เป็นวันศุกร์ สิ้นเดือนลูกค้าจึงเยอะ และเด็กเสริฟที่ร้านก็ลาไป1คนทำให้ผมได้รับงานเพิ่มอีกเท่าแต่ก็สนุกดีครับผมชอบงานนี้ได้เรียนรู้งานหลายอย่าง

" นัทจ๊ะ พี่วานรับออเดอร์โต๊ะ7ทีแขกพี่เอง " 

เสียงพี่เเนนบอกผมมองดูออเดอร์ที่สั่งมีเเต่รายการเค้กรสโปรดของผมทั้งนั้นเลย ผมคิดขณะยกไปเสริฟท์​

ไอ้นน นั่งกับผู้หญิงอีกคนที่ผมไม่รู้จักแต่เธอสวยมากสวยกว่ามินนี่ที่เป็นแฟนคนปัจจุบันของมัน ไอ้นนมองผมแวบเดียวและหันไปพูดคุยกับผู้หญิงคนนั้นต่อไม่มีการทักทายระหว่างผมกับมัน  

เห้อเเล้วผมจะคิดหวังอะไร? 

ผมเองก็พอรู้จากเพื่อนเหมือนกันว่าไอ้นนมันเปลี่ยนแฟนบ่อยคบคุยกับใครก็ไม่ถึงปี

นี่ก็เป็นคนใหม่หรือไงนะ​ ทั้งที่เมื่อตอนเย็นยังมีมินนี่นั่งในรถอยู่เลยผมคิดหงุดหงิดในใจ

ทำไมผมรู้สึกว่าตัวเองเดี๋ยวนี้คิดแต่เรื่องของไอ้นนเต็มหัวไปหมด ผมวางเค้กที่สั่งแล้วผู้หญิงสวยคนนั้นก็เลื่อนจานเค้กไปวางตรงหน้าไอ้นน

" นน ลองชิมดูฟ้าว่ามันอร่อยมากอะ "

เสียงผู้หญิงคนนั้นบอกไอ้นนผมมองไอ้นนหยิบช้อนมาตักเค้กทำหน้านิ่งผมวางเครื่องดื่มและเดินออกมา ผมไม่รู้มันกินมั้ยแต่ทำให้ผมนึกถึงวันนั้น

ไหนบอกว่าไม่ชอบของหวาน หึหึ..

สักพักผมก็เห็นพี่เเนนไปนั่งคุยโต๊ะร่วมกับไอ้นนเสียงหัวเราะใสของผู้หญิงคนนั้นและรอยยิ้มของไอ้นนที่ผมไม่เคยเห็น ผมเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้ว่ารอยยิ้มแบบนั้น ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะได้เห็น คิดแล้วยิ่งรู้สึกน้อยใจขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุจากนั้นผมก็ไปทำงานต่อด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองในใจ

" เดี๋ยว​ " ไอ้นนเรียกผมขณะที่ผมเดินผ่านหน้าห้องน้ำผมมองมันด้วยสายตาขุ่นเคือง

" มีอะไร " ผมถามเสียงห้วนผมเผลอพูดเสียงเเข็งกับไอ้นน

" มึงมองเหมือนไม่พอใจ " ไอ้นนพูดและจ้องหน้าผม ผมเนี่ยนะไม่พอใจมันท่าทางผมดูง่ายขนาดนั้นเลยหรือ

" ไม่มีอะไร " ผมตอบโดยไม่มองหน้ามัน

" มี ว่ามา " ไอ้นนยังเซ้าซี้ผมต่อนั่นทำให้ผมหงุดหงิดเลยโพล่งออกมา

" มึงไม่ควรทำแบบนี้กับมินนี่  " 

ผมบอกมันไม่รู้อะไรดลใจให้ผมพูดแบบนั้นออกไป อาจจะเพราะอารมณ์หงุดหงิด หรือเพราะผมไม่ค่อยชอบเรื่องแบบนี้

" กูทำอะไร " ไอ้นนตอบผมและเดินมาใกล้ๆผม

" รู้อยู่แก่ใจ มึงเองก็ควรซื่อสัตย์ไม่ใช่หรือไง "

ผมบอกเสียงขุ่น เหมือนกำลังไม่พอใจสุดๆ

" ไม่เกี่ยวกับมึง​ ไม่รู้อะไรอย่าพูด "

ไอ้นนพูดตอบผมเสียงเข้ม

" นั่นสินะ "

ผมตอบเสียงขื่นรู้สึกน้อยใจนํ้าตาจะไหลออกมา

ดีนะผมหันข้างให้มัน​ ผมไม่ใช่เพื่อนสนิทมันด้วยซ้ำผมมีสิทธิอะไรไปเตือนมันเรื่องแบบนี้ มีสิทธ์อะไรไปก้าวก่ายหรือเตือนมัน ผมกับมันแค่พูดคุยกันมากขึ้นก็แค่นั้น ผมคิดและเดินหันหลังให้มันไปทำงานต่อ

4 ทุ่มครึ่งหลังจากเก็บทำความสะอาดร้านพี่แนนก็เรียกให้ผมไปรับเงินเดือนผมมองซองเงินเดือนด้วยด้วยความเหนื่อยและเก็บใส่กระเป๋านั่งรถเมล์กลับบ้านด้วยความเพลียผมเผลอหลับไป รู้สึกตัวอีกทีกระเป๋ารถเมล์ปลุกผมเมื่อรถเมล์ถึงอู่ป้ายสุดท้าย ตายล่ะ ผมรีบลงรถเเละเดินออกจากอู่มองหาวินมอเตอร์ไซค์ ก็ไม่มีมันคงดึกแล้วผมเดินไปเรื่อยผ่านซอยเปลี่ยวที่สว่างเป็นช่วงๆตามเสาไฟฟ้าแรงสูงผู้ชายสามคนที่กำลังนั่งกินเหล้าคุยกันมองผมเมื่อผมเดินผ่าน

" จะรีบไปไหนครับ " เสียงผู้ชายร่างใหญ่พูดเเละยืนขวางทางผมไว้ตอนนั้นผมรู้สึกกลัวมากๆ มองซ้ายขวาพวกมันอีกสองคนก็ล้อมผมไว้

" ต้องการอะไร "  ผมถามเสียงสั่นไอ้คนตัวใหญ่กระชากกระเป๋าผมไปและผมพยายามยื้อกลับทำให้มันชกผมที่ท้องผมพยายามต่อสู้มันชกผมที่หน้าอีกครั้งทำให้ผมล้มตัวงอเจ็บที่ท้องพวกมันก็ค้นกระเป๋าเป้ผมเสียงพวกมันก็พูดขึ้นว่า

" ลูกพี่ มีเงินในซองด้วย " แล้วไอ้คนตัวโตก็รีบผละจากผมไป ช่วงที่พวกมันกำลังสนใจเงินในซอง  

วินาทีนั้นผมวิ่งหนีสุดชีวิตให้ออกจากที่ตรงนั้นผมวิ่งด้วยความเร็วที่สุดในชีวิตจนถึงถนนใหญ่เรียกแท็กซี่ที่วิ่งผ่านมาและบอกปลายทางคนขับแท็กซี่มองผมด้วยหางตาแต่นาทีนี้ผมไม่สนอะไรแล้วผมจับกระเป๋ากางเกงยีนส์ยังดีที่มีเงินอยู่ในกระเป๋าเงินเศษผมจ่ายค่าเเท็กซี่และเดินลงจากรถไปนั่งทรุดลงที่ลานจอดรถหน้าคอนโด  รู้สึกเจ็บที่มุมปากเจ็บที่ท้อง และนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเอากระเป๋าเป้มาเปิด  เงินเดือน เดือนแรกของผมในซองนั้นที่พวกมันเอาไป เงินค่าใช้จ่ายเดือนนี้ไม่มีแล้ว คิดแล้วผมก็ร้องไห้โฮออกมา 

จนกระทั่งเหมือนมีเงาใครเอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ผมทำให้ผมผวาตกใจปัดมือนั้นออกและมองหน้าเจ้าของมือนั้น

ไอ้นน......  แล้วผม ก็สติดับวูบไป

---------------------------------------------------

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม  

ขอบคุณคร้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}