AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 หมาป่ากับกบ

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 หมาป่ากับกบ

คำค้น : awata09

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 360

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2559 17:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 หมาป่ากับกบ
แบบอักษร

 

 

 

ตอนที่ 9 หมาป่ากับกบ

          การเจาะต้นไม้ให้เป็นโพรงยังคงดำเนินต่อไปจนย่างเข้าครึ่งชั่วโมงแรก  เสียงฝีเท้าเล็กๆที่เหยียบย่ำใบไม้ดังขึ้นเป็นจังหวะ ดังเสียงกระโดดของเด็ก   เสียงตะโกนเรียกพี่ชาย พี่ชายดังแจ้ว ๆ มาตามจังหวะเพลงในฉบับของหนูน้อยนานะ เธอกระโดโลดเต้นตามประสามาจนถึงที่ที่เจ้าไผ่กำลังทำงานอยู่ พลันก้เรียกคำเดิมอีกครั้ง

          “พี่ชายทำอะไรอยู่เหรอ นานะอยากรู้”  คำถามเอ่ยจากปากเด็กตัวเล็กๆ ด้วยน้ำเสียงที่ให้ความสนใจสิ่งที่เจ้าไผ่กำลังทำอยู่  ไผ่สะดุ้งโหยงแต่ก็ปรับอารมณ์ได้ทันท่วงที แสร้งงุด ๆ ทำงานต่อไป แต่ปากก็ตอบคำถามของนานะเพื่อไม่ให้ค้างคาใจ

          “นานะเหรอ อืม พี่กำลังจะทำบ้านอยู่น่ะ แบบว่าเป็นที่พักอาศัยชั่วคราวไง”  ไผ่ตอบไปทำไป แม้การเจาะเข้าเปลือกไม้จะดูยากเย็นไปหน่อย แต่ก้ไม่เคยละความพยายามของเขา มือยังคงส่งแรงเข้าไปเรื่อย ๆไม่ย่อท้อ

          “บ้านเหรอ  พี่ชายจะทำไปทำไม นานะไม่เข้าใจ”  เด็กน้อยถามอีก

          “ก็ทำเพื่อที่จะเอาไว้ซุกหัวนอนไงนานะ เพราะตอนกลางคืนน้ำค้างมันลงพื้นก็เปียก พลอยจะทำให้ไม่สบายเมื่ออยู่นานๆ พี่ก็เลยสร้างบ้านเพื่อกันน้ำค้าง และอันตรายจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงตอนกลางคืนน่ะ”   ไผ่ตอบ พลันก็เปลี่ยนข้างจับมีดแล้วดำเนินการเจาะต่อ

          “เอ๋ จะทำให้ยุ่งยากทำไม ไปอยู่บ้านนานะก้ได้ ไปเป็นเพื่อนเล่นกับนานะ คุณพ่อกับคุณแม่คงไม่ว่าหรอก”  นานะยื่นข้อเสนอฉบับเด็กๆ

          “ไม่เอาน่า  พี่จะอยู่ที่นี่และใช้ต้นไม้ต้นนี้เป็นที่พัก”  ไผ่ตอบอย่างรวดเร็วเหมือนกับข้อเสนอนั้นไม่ได้มีผลอะไรกับมันเลย

          “ง่า  งั้นก็แล้วแต่พี่ชายเถอะ บู่วว” นานะพูดแล้วเธอก้หยิบใบไม่มากอง ๆ เล่น เบื่อก็เอาใบไม้มานับ ไปเด้ดผลไม้มากินบ้าง และก็ไม่ไปไหนเลยครับท่าน อยู่แวดล้อมแถวๆเจ้าไผ่อย่างเดียวครับ

          ส่วนเจ้าไผ่มันก็เจาะต้นไม้ของมันไป จนถึงเที่ยงก็หยุดพัก แล้วไปเด็ดผลไม้มากิน 4 ลูกพลันก็ทำงานต่อจนถึงเย็น ส่วนนานะเอก็มักจะวิ่งเล่นแถวๆนั้น มีบางครั้งก็มาช่วยขนเศาไม้ออกไปกองข้างนอก แต่ก็แค่บางครั้งแหละนะ  เสียงแจ้ว ๆ ของนานะที่เล่นไปตามประสาเด็กก็กลายเป็นตนตรีให้เจ้าไผ่ได้ฟังคลายความเงียบเหงาไปได้บ้าง

          จนเวลาล่วงผ่านไปจนถึงวันที่ 7 หนูน้อยนานะก็มาเล่นที่นี่ทุกวัน และช่วยขนเศษไม้บางครั้ง ตัวเจ้าไผ่ก็ตั้งทำงาน จะมีเวลาเล่นกับนานะก็ช่วงพักเที่ยง และวันนี้เองที่การเจาะโพรงไม้เสร็จสิ้นไปแล้ว เจ้าไผ่ก็ก่อไฟข้างๆทันที แล้วก็นำใบไม้แห้งอัดเข้าไปในโพรงไม้จนเต็ม

          ไฟที่ก่อไว้ข้างนอกก้เอาไว้ย่างปลาและประกอบอาหารต่างๆ ส่วนใบไม้ที่อักอยูในโพรงก็ได้รับการจุดเชื้อเพลิง

          “พี่ชายเผาต้นไม้ทำไมเหรอ พี่ชายไม่เอามันแล้วเหรอเห็นทำตั้งหลายวัน นานะอยากรู้”   นานะน้อยเมื่อเห็นเจ้าไผ่เอาใบไม้อัดเข้าไปในโพรงจนเต็มแล้วจุดไฟก็ถาม

          “ที่ทำแบบนี้ก็เพราะว่าโพรงไม้ที่พึ่งทำเสร็จมันเป็นไม้ดิบ ข้างในมันก็เปียกและชื้น แถมส่งกลิ่นอับ ก็เลยต้องเผาเพื่อให้มันแห้งน่ะนานะ ทีนี้เวลานอนก็นอนได้หายห่วงเรื่องความชื้นเลย”  ไผ่ตอบตามเหตุผลของตน

          “อื้อ”  เสียงเล็กๆพร้อมกับการพยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจของนานะ พลันก็กระโดแจ้นไปเด็ดใบไม้มาปูๆ แล้วก็จัดแจงที่สำหรับทานข้าวแบบทุกครั้ง

          เมื่ออาหารได้ที่เจ้าไผ่ก็นำมาวางเรียงๆไว้ เนื้อปลาชุดสุดท้ายหมดลงในวันนี้แล้ว  หากอยากทานเมนูเนื้ออีกก็คงต้องล่าแหละนะ

          บรรยากาศการทานข้าวเต็มไปด้วย การแย่งเนื้อปลากันระหว่างเจ้าไผ่กับนานะ ทั้งๆที่มันมีเยอะแยะ แต่สองคนนี้ก็ชอบเล่นเกมแย่งเนื้อปลากัน ใครแย่งได้คนนั้นก็ชนะ  แต่มันก็เป็นแค่เกมที่เล่นเพื่อทำให้นานะสนุกแหละนะ

          “พี่ชาย บ่ายนี้พี่ชายจะทำอะไรต่อ” นานะน้อยถาม

          “อืม ก็คงรอสุมไฟให้โพรงไม้นี่แห้งนะแหละ เสร็จเมื่อไหร่ก็พักยาวจนถึงเช้า”  เจ้าไผ่ตอบคำถาม

          “เย้  งั้นระหว่างรอก็มาเล่นกับนานะนะ  นะนะ พี่ชาย”   นานะน้อยเริ่มอ้อนเธอส่งสายตาแป๋วมาให้ กระพริบตาปริบ ๆ ดูน่ารักน่าชัง

          “ได้สิ แต่เล่นแถวๆนี้นะ”  ไผ่ตอบไปด้วยรอยยิ้ม ทั้ง ๆ ที่ปกติจะหน้านิ่ง ๆ แท้ ๆ

          “เย้ๆ  รักพี่ชายที่สุด”  นานะน้อยกระโดดโลดเต้นเข้ามาหอมแก้มทันทีโดยไม่มีการขออนุญาต

          เวลาช่วงบ่ายจนถึงเย็นก็เป็นการเล่นจิปาถะกับหนูนานะน้อย พร้อมกับแวะเวียนมาดูไฟเป็นจังหวะๆ จนถึงดึกก็เกลี่ยขี้เถ้าออกมา พร้อมกับรอให้มันเย็นลง ฉะนั้นคืนนี้ก็นอนนอกอีกเช่นเคย ส่วนนานะน้อยก็กลับบ้านไปหาผู้ปกครองของเธอ

หลังจากนานะกลับบ้านไปแล้วเจ้าไผ่ก็หาได้นอนไม่  เข็มที่ถอดจากเกร็ดปลาซึ่งเจ้าตัวได้ทำมันตอนนานะกลับ  ทั้งถอดเขมและเก็บพิษใส่ไว้ในขวดแก้วที่อยู่ในกล่องโลหะกันกระแทก

 

          ท่อนไม้ท่อนเล็กๆนำมากองไว้ตรงหน้าจำนวนหนึ่ง การติดเข็มเหล่านี้กับท่อนไม้ได้เริ่มขึ้น เพื่อที่จะทำเป็นกับดักไว้จับสัตว์ ไม่ใช่สิคงต้องบอกว่าไว้จัดการเจ้ากบแล้วเอามาย่างกิน  สังหารเจ้าหมาหลายหางพวกนั้นเพื่อเอาหนังมาทำที่นอน และเอาหางมากอดเล่น แต่จะสำเร็จหรือไม่ก็ต้องดูที่การลงมือทำก่อนแหละนะ

          เสร็จจากการสร้างกับดักซึ่งถ้ามองดีๆมันก็ไม่เหมือนกับดักสักนิด  แค่ท่อนไม้ที่ติดเข็มจากเกร็ดปลา มันก็ดูเหมือนกับท่อนไม้หนามนั่นแหละ คงจะบรรเจิดน่าดูหากกับดักนี้สำเร็จล่ะนะ

          “เอาล่ะ เสร็จแล้ว พรุ่งนี้ค่อยตื่นมาทาพิษ”   ไผ่พูดกับตัวเองแล้วเก็บกับดักที่ว่าไว้ใกล้ๆโพรงไม้ จากนั้นเจ้าตัวก็นอนข้างนอกอีกเช่นเคย

          เช้ามาก็นำกับดักมาทาพิษ แล้วก็มัดเป็นชุดๆแบกสะพายบ่าหาไดสนว่าเหล็กแหลมจะทิ่มร่างตนไม่

          นานะน้อยก็ตื่นเช้าอีกเช่นเคย เธอวิ่งกระโดดแล้วตะโกนถามขณะที่จะเดินออกไป

          “พี่ชาย จะไปไหน นานะอยากรู้”   เสียงแจ้วๆแว่วมาแต่ไกล เจ้าไผ่ก็หันมาดุแล้วยิ้ม

          “พี่ชายจะไปล่ากบน่ะนานะ”  คำตอบอันแสนสั้นพร้อมกระชับท่อนไม้ให้แน่น

          “ไปล่ากบ ล่มาทำไมล่ะ นานะอยากรู้”  คำถามจากนานะเอ่ยขึ้น

          “พี่ชายจะเอามาย่างกินเย็นนี้น่ะ ขากบมันอร่อยมากเลยนะ พี่ไปก่อนละ เดี๋ยวจะกลับดึก กลัวว่าจะไม่ทันได้เล่นกับนานะไง”  เสียงเจ้าไผ่พูดตัดบทพ้รอมกับเดินออกไป แต่นานะน้อยก็วิ่งเข้ามาขวาง

          “นานะไปด้วย นานะอยากจับกบ”  นานะน้อยพูดด้วยน้ำเสียงอันตื่นเต้น

          “เฮ้..  ไม่ได้นานะ เพราะนานะต้องอยู่ที่นี่เตรียมงานไว้รอ เมื่อพี่กลับมาเราก็จะได้ย่างกบกินกันทันทีเลย อืม ถ้าเราเป็นเด็กดีพี่จะให้กินช๊อกโกแลตขนมสีดำที่เราชอบด้วย”   เจ้าไผ่ท้วงห้ามและหาวิธีรับมือกับนานะทันที    และวิธีนี้ก็ได้ผล หนูนานะน้อยกระโดดีใจพร้อมกับรับปากชัดเจน เธอวิ่งตรงไปยังพื้นที่ต่างๆเพื่อเก็บท่อนไม้แห้งเตรียมก่อไฟ เอาไว้ย่างกบกินตอนเย็น

          เจ้าไผ่ก็รีบเดินออกไปทันที เมื่อเจอม่านสีดำก็เดินผ่านออกไปอย่างง่ายดาย  แววตาขี้เล่นเปลี่ยนไปเป็นอีกบุคลิกหนึ่ง เป็นแววตาของชายที่ชอบความเสี่ยงและความท้าทายกับอันตรายที่หนักเกินตัว ท่อนไม้ที่แบกไว้บนบ่าเตรียมที่จะออกรบ ตรงเอวมีสายสะพายซึ่งมีอาวุธครบครัน

          อาณาเขตตรงนี้เป็นของเจ้าหมาหลายหางแสนเฮ็ง ส่วนอณาเขตตัวไปเป็นของเจ้ากบแสนแสบ ไผ่วางแผนคร่าวๆไว้ทันที คือจะจัดการกับหมาหลายหางก่อน แล้วค่อยไปจัดการเจ้ากบ

          ช่วงเช้าๆแบบนี้เป็นเวลานอนของหมาหลายหาง ระหว่างที่ไผ่ค่อยๆเดินไปก็ไปเจอหมาตัวหนึ่งนอนเอาคางทาบหางของมัน  เจ้าหมาตัวนี้มีหาง 2 หาง ตัวมันขนาดใหญ่พอๆกับรถเก๋ง

          ท่อนไม้ท่อนแรกถุกวางไว้ และตามด้วยท่อนที่ สอง และสามซึ่งวางใกล้ๆกัน ส่วนท่อนที่สี่หรือท่อนสุดท้ายเจ้าไผ่มันถือไว้ แล้วค่อยๆย่องไปหาเจ้าหมาที่นอนอยู่ตัวเดียวโดด ๆ  พอได้จังหวะไผ่ก็วิ่งแล้วกระโดดด้วยความเร็วสูง

 

          ลูกเตะไผ่คิก!!!!!  ย๊ากก!!!

 

          เสียงขานท่าไม้ตายอันแสนจะสิ้นคิดดังขึ้นอย่างดังจนเจ้าหมาสะดุ้งตื่น แต่ก็ไม่สามารถหลบทัน พลันโดนเท้าของเจ้าไผ่ทาบลงตรงคอเต็มๆ

          ความแรงที่เจ้าหมารู้สึกได้เหมือนกับโดนก้อนหินใหญ่กระแทกที่คอ  ไม่มีเสียงร้องแห่งความเจ็บปวด เจ้าหมารีบกระโดดถอยฉากแล้วมองดูตรงตำแหน่งที่มันโดนกระแทก

          มนุษย์ตัวจ้อยนี่หรือที่ทำมัน พละกำลังที่โดนมันไม่ใช่ของเล่น คอเจ้าหมายังปวดตุบๆอยู่ มันจ้องไผ่ด้วยสายตาอาฆาต จิตสังหารอันรุนแรงแสดงออกมาแล้วดิ่งไปยังเจ้าไผ่

          รอยยิ้มน้อยๆของไผ่เกิดขึ้นเมื่อเจอจิตสังหารนั้น

          เจ้าหมาสองหางเกิดความสับสนและ งง งวยกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะจิตสังหารของมันสามารถทำให้เจ้ากบตัวใหญ่ถึงกับล้มลงได้ แต่ทำไมกับมนุษย์ตัวจ้อยคนนี้ถึงแสยะยิ้ม ท่าทางเมื่อโดนจิตสังหารก็นิ่งเฉย ความกลัวน้อยๆเริ่มบังเกิดภายในใจของเจ้าหมา

          ไม้ในมือของไผ่กระชับแน่น พลันสองเท้าก็ค่อยๆก้าวไปอย่างช้าๆเพื่อสร้างภาพให้ตนดูมีอำนาจ ซึ่งก็ได้ผล หมาสองหางก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แต่มันก็หยุดอยู่ตรงนั้นพร้อมกับตัดสินใจพุ่งมาตะครุบเจ้าไผ่อย่างรวดเร็ว

          เท้าทั้งสองกระโดดเป็นจังหวะแล้วหลบฉากด้วยความพลิ้วไหว มือขวาที่ถือท่อนไม้หมุนควงตวัดเข้าที่ขาของเจ้าหมาอย่างรวดเร็ว แม้ไม่มีเสียงร้อง แต่ก็มีเลือดซึมออกมา พิษจากปลาไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่า

          เจ้าไผ่กระโดถอยฉากไปยืนตรงหน้าหมาสองหาง พลันก็หันหลังวิ่งไปตรงหน้า เจ้าหมาคิดว่ามนุษย์น้อยนี้วิ่งหนีจึงได้กระโดตามไปด้วยความเร็ว พลันก็รู้สึกถึงความเจ็บเล็กๆที่เท้าหน้าของมัน เป็นความเจ็บที่เหมือนกับโดนหนามทิ่ม หากมองดูดีๆจะเห็นท่อนไม้กับดักของเจ้าไผ่วางแถวๆนั้น หมาสองหัวได้ติดกับดักเสียแล้ว แต่มันก็หาได้สนใจไม่ ยังคงกระโดดไล่เจ้าไผ่ต่อไป

          ส่วนมนุษย์ตัวจ้อยอย่างเจ้าไผ่ก็วิ่งซิกแซกไปเรื่อยๆ จนถึงระยะหนึ่งเมื่อจับสัมผัสได้ว่าความเร็วของเจ้าหมาตกลงก็เริ่มเตรียมแผนต่อไป  พลันในใจก็กู่ร้องดีใจว่าแผนนี้ได้ผล

          สองเท้ากระชากจังหวะสลับกันอย่างรวดเร็ว ท่อนไม้มือขวาหมุนหนึ่งรอบแล้วขว้างไปยังหน้าผากของเจ้าหมาสองหาง

          ดวงตาของเจ้าหมาตอนนี้เริ่มพร่าพรางจึงไม่เห็นท่อนไม้เล็กๆที่ขว้างมา  ความเจ็บคล้ายเข็มทิ่มบังเกิดขึ้นตรงหน้าผาก

          พลันมนุษย์น้อยก็เปลี่ยนจังหวะอย่างรวดเร็ว สองเท้าของมนุษย์ตัวน้อยก้าวไปมาอย่างพิสดารพลันก็หายไปจากครรลองสายตาของมัน   แต่แล้วภาพตรงหน้าก็ค่อยๆกลายเป็นสีแดง  แดงจนมันรู้สึกเหมือนว่ามีน้ำพุเลือดพุ่งออกมาจากพื้น    แต่หาใช่เช่นนั้นไม่ คอของเจ้าหมาถูกมีดปาดเป็นแผลฉกรรจ์หลายแผลด้วยฝีมือเจ้าไผ่ สาเหตุที่ตอนนี้เจ้าหมาไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวด ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะพิษของเกร็ดปลาที่พ่วงความชาไปด้วย  หมาสองหางค่อยๆล้อมลง เจ้าไผ่ก็เดินเข้าไปแล้วจัดการตรงจุดสำคัญต่างๆเพื่อให้มันตายสนิท เมื่อแน่ใจว่าหมสองหางตายแล้วก็จัดการถลกหนังด้วยมีดสั้น ซึ่งใช้เวลานานหน่อย กว่าจะถลกทั้งตัวได้

          เสื้อผ้าหลังจากถลกหนังเสร็จนั้นเต็มไปด้วยเลือดสีแดงของหมาสองหาง  และขนของมันบางส่วนก็ย้อมไปด้วยเลือด

          ไผ่ไม่รอช้าลากหนังของหมาสองหางไปยังรอยต่อของม่านสีดำทันที พลันก็จับหนังนั้นลากเข้าไปในม่าน แล้วก็จัดการกางมันออกเพื่อผึ่งไว้ แม้จะไม่ทีแดด แต่มันก็ทำไปงั้นๆแหละ

          ไผ่เดินออกจากม่านต่อ แล้วเดินไปยังอาณาเขตของเจ้ากบ ส่วนหมาหลายหางตัวอื่นๆระหว่างทางก็ไม่มีให้เห็น  เมื่อเดินไปจนถึงอาณาเขตของเจ้ากบ ไผ่มันก็รีบหาเหยื่อทันที ซึ่งก็เจอได้ไม่ยากเพราะเจ้ากบมันอยู่กันเป็นฝูง ไผ่ค่อยๆย่องไปเรื่อยๆเพื่อหาตัวที่มันอยู่ไกลจากฝูงหน่อย และในที่สุดก็เจอกบตัวน้อยตัวหนึ่ง ซึ่งเล็กกว่ารถเก๋งนิคะนึง มันกำลังนอนหงายท้องหลับอย่างสบายอารมณ์ เผยจุดอ่อนให้เจ้าไผ่จัดการได้อย่างง่ายดาย วิชาพิสดารถูกใช้อีกครั้งเจ้าไผ่หายตัวไปอย่างรวดเร็ว ในเสี้ยววิก้ปรากฎตัวอีกด้านหนึ่งพร้อมกับตัวของกบน้อยที่นอนแน่นิ่ง

          สองมือจับขากบลากไปกับพื้นด้วยแรงที่ไม่ใช่แรงของมนุษย์ แซกๆๆดังเป็นทาง แต่ก็ไม่ได้มีกบตัวไหนจะตามเสียงนี้มาเลย นั่นเพราะมันไม่ได้ให้ความสนใจ

          การจัดการที่ว่านี้อาจดูง่ายดาย แต่มันก็ยากเย็นเหมือนกันสำหรับคนธรรมดา นี่ถ้าเป็นลูกทหารของลูกผู้มีอิทธิพลมาเจอแบบนี้คงหาโอกาสรอดยากเป็นแน่แท้

          ถึงตอนเย็นเจ้าไผ่ก็ลากเจ้ากบน้อยข้ามอาณาเขตสีดำเข้าไปข้างใน แล้วเดินไปลากหนังหมาสองหางด้วยมืออีกข้างหนึ่ง

          เมื่อไปถึงที่พักปรากฏว่านานะได้เตรียมกองไม้สำหรับก่อไฟย่างกบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  เมื่อเห็นไผ่ลากกบมาก็วิ่งเข้ามาหาแล้วตามไผ่ไปยังแม่น้ำ

          กบตัวน้อยถูกล้างด้วยน้ำเปล่าเพื่อขจัดคราบสกปรกออก พลันก็ล้างหนังของหมาสองหางด้วย เมื่อล้างทุกอย่างเสร็จ ไผ่ก็นำหนังหมาสองหัวมาตากข้างๆบึง แล้วยกกบทั้งตัวที่ตอนนี้สะอาดแล้วไปยังที่พักด้วยมือท งสองข้าง

          เมื่อไปถึงก้ก่อไฟแล้วเตรียมย่าง

          การย่างกบในแบบเจ้าไผ่ก็คือย่างทั้งตัว แล้วรอจนมันสุก กลิ่นของน้ำมันกบที่กระทบกับถ่านไฟส่งกลิ่นหอมละไม

          “เนื้อสัตว์ของที่นี่มันหอมจังเลยนะ”  ไผ่พูดขณะย่าง

          เมื่อเนื้อสุกก็จัดการใช้มีดกรีดแบ่งมาทาน ไอร้อนของเนื้อกบเผยออกมาเมื่อมีดกระทบ ความหอมอ่อนๆดึงดูดน้ำลายให้ออกมา  อาหารมื้อนี้ก็คือกบย่างตามที่ได้ตั้งใจไว้ก่อนหน้า

          และแน่นอน หลังจากจัดการเจ้าหมาสองหางกับเจ้ากบก็มีแสงพุ่งเข้ามาในตัวไผ่เหมือนกับเจ้าปลา เพียงแต่มันเป็นสีคนละแบบ

          มาพร้อมกับอาการคันหลังยิกๆ

          เสร็จจากการทานอาหารวันนี้นานะขอนอนด้วย แต่เจ้าไผ่ยังไม่อนุญาตให้นอนเพราะยังไม่มีผ้าห่มและผ้าปูสำหรับหนูน้อย ไผ่มันกลัวว่านานะจะไม่สบาย แต่ก็ได้ให้คำสัญญาว่าวันพรุ่งนี้ค่อยนอน

          นานะกลับบ้าน เจ้าไผ่เก็บงานและทำงานเสริมจิปาถะเล็กน้อย นั่นก็คือไปอาบน้ำและซักผ้าให้สะอาดนั่นเอง   ส่วนการนอนวันนี้ก็นอนในโพรงไม้ และเรื่องผ้าห่มก็คงต้องรอให้หนังหมาสองหัวได้ที่เสียก่อน

          ไผ่ทิ้งตัวลงนอนแล้วหลับไปอย่างรวดเร็ว อาการคันหลังได้หายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงรอยประทับที่เป็นอักขระภาษาบางอย่างบนหลัง

          ............................................................

ระดับ  0  ดาว

          เลเวล : 32

          เผ่า : มนุษย์

          พลังกาย : 1  ดาว  เลเวล  69

          ความคล่องตัว :  1  ดาว   เลเวล  41

          พลังเวทย์ :  0  ดาว  เลเวล  1

          สกิล :

-ไม่รู้จัก  ระดับ(ไม่แน่ชัด) เลเวล(ไมชัดเจน)**สกิลนี้คือ สิ่งที่เรียกว่า คาถาอาคม**

          ทักษะ:

                   -ก้าวสายลม  2  ดาว  เลเวล  55

                   -ทรหด  2 ดาว เลเวล  26

                   -ทะลวงเกราะ  5 ดาว  เลเวล 5

                   -ต้านทานพิษ  2  ดาว  เลเวล  15

                   -ฟื้นฟู 2  ดาว  เลเวล 27

                   -ต้านจิตสังหาร  2 ดาว เลเวล  46

............................................................................................

 

          ท่ามกลางร่างศพของหมาสองหางที่บัดนี้เต็มไปด้วยกองเลือด  เท้าทั้งสีของสิ่งมีชีวิตหนึ่งกำลังยืนมองศพนั้น ไอสีดำแผ่กระจายไปทั่งบริเวณ หมาป่าที่อยู่ตามที่ต่างๆในบริเวณอาณาเขตต่างตื่นกลัวพากันเห่าหอน

 

          หางทั้ง 9 พลิ้วไสว ดวงตาสีน้ำเงินที่ส่องแสงระยับดูน่ากลัว จมูกสูดกลิ่นเข้าไปพลันก็หันไปทางด้านที่มีม่านสีดำกั้นอยู่

          แวบเดียวสิ่งมีชีวิตนี้ก็หายไปโดยไร้ร่องรอย  เสียงเห่าหอนของหมาป่าทั้งหลายดังระงมไปทั่วทั้งป่า อย่างกับมันกลัวอะไรสักอย่าง...

 

...........................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น