AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 นี่มันเรียกว่าบ้านใช่ไหม

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 นี่มันเรียกว่าบ้านใช่ไหม

คำค้น : avata05

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 430

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2559 17:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 นี่มันเรียกว่าบ้านใช่ไหม
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 5 นี่มันเรียกว่าบ้านใช่ไหม

     

          “โลกแห่งเวทย์มนต์ Fraisierus เป็นโลกที่มีขนาดใหญ่มากกว่าโลกของเจ้า 20 เท่า การปกครองจะแบ่งเป็นพื้นที่มหาอำนาจทั้ง 5 โดยมีทวีปทั้งหมดมากกว่า 100 ทวีป การปกครองจะแบ่งเป็นอาณาเขต 5 แห่งของโลกนี้”    อัศวินเพราะทองหรืออลันต์พูดอธิบายเรื่องพื้นฐานของโลกให้กับเหล่าผู้กล้าทั้งแปดฟัง

          “แบ่งเป็นอาณาเขต 5 แห่ง แสดงว่าแต่ละแห่งก็ต้องมีราชาใช่มั๊ย”  ชายหนุ่มผู้กล้าที่มีความมั่นใจสูงพูด

          “ถูกต้อง ผู้ปกครองอาณาเขตทั้ง 5 พวกเราเรียกขานกันว่าราชันย์” อัศวินอลันต์พูดอีกครั้งโดยเว้นจังหวะเพื่อให้เหล่าผู้กล้าถาม

          “มีใครบ้างล่ะ”  ชายผู้กล้าอีกคนเริ่มให้ความสนใจ

          “ราชันย์ทั้ง 5 อาณาเขตคือผู้แข็งแกร่งและมีพลังเหนือกว่าเผ่าใดๆ

          องค์แรกคือ เทพโครนอส ท่านคือเทพเจ้าผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่และมอบพลังพิเศษให้เหล่ามนุษย์เมื่อ 2 ปีก่อน พลังที่ทำให้มนุษย์ที่อ่อนแอนั้นสามารถพัฒนาได้เร็วขึ้น และได้มอบพลังแห่งเวทย์ให้กับเหล่ามนุษย์ได้ใช้ต่อกรกับสิ่งชั่วร้าย แต่นั้นก็ยังไม่เพียงพอ ท่านจึงใช้พลังพิเศษของท่านโดยมีเทพเจ้าอีก 3 พระองค์ช่วยกันดึงพวกท่านมาจากอีกโลกหนึ่ง และได้มอบพลังพิเศษให้กับพวกท่าน ซึ่งท่านได้เลือกอาณาจักรของเราเพื่อให้พวกเราได้ฝึกฝนและขัดเกลาฝีมือของพวกท่านในช่วง 3 ปีนี้เพื่อปูพื้นฐานและสอนในรูปแบบพิเศษ เพราะพวกผู้กล้าเช่นท่านคือความหวังของโลกเรา”   อลันต์พูดด้วยน้ำเสียงที่ยกย่องสรรเสริญ

          “เดี๋ยวก่อนสิ ถ้าทำได้ถึงขนาดนั้นทำไมไม่จัดการเองเสียเลยล่ะ หรือไม่ก็มอบพลังให้คนในโลกนี้ก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องลำบากไปลักพาตัวพวกเรามาเลย”  ผู้หญิง(ที่ร้องไห้ก่อนหน้า)แย้งสุดฤทธิ์

          “ท่านถามข้าสองเรื่อง เรื่องแรก ทำไมท่านเทพเจ้าถึงไม่จัดการเอง เรื่องนี้ข้าไม่รู้ ส่วนเรื่องที่สอง ทำไมถึงไม่มอบพลังให้คนใน Fraisierus นั่นก็เพราะผู้คนในโลกนี้ไม่มีใครที่จะรองรับพลังโดยตรงจากเทพเจ้าใด้ มีแต่พวกท่านเท่านั้นที่ถูกคัดเลือกมาจากองค์เทพ”  อลันต์ตอบคำถามหญิงสาว

          ส่วนเธอก็นั่งงุดอยู่อย่างนั้นไม่ถามอีก

          “แล้วคนต่อๆไปล่ะมีใครบ้าง”  ผู้กล้าชายคนเดิมเร่ง

          “เรื่องนี้ยังไม่ถึงเวลาที่พวกท่านจะต้องรู้ในตอนนี้ ข้าต้องขออภัยด้วย”  อลันต์ค้อมหัวขอโทษ

         

 “อะไรกันเล่า พูดเหมือนกับจะเล่าทั้งหมดแต่ก็บอกแค่เทพเจ้าอาณาเขตเดียวเนี่ยนะ แล้วอีก 4 คนล่ะคือใคร ข้าก็อยากจะรู้เพื่อสะสมข้อมูลเหมือนกันนะ หรือไม่ก็ไม่ต้องบอกชื่อก็ได้ บอกอะไรก็ได้ที่พอจะทำความเข้าใจได้บ้างก็ยังดี”  ชายคนที่เคยชกหน้าอลันต์จนมือตัวเองเละ แม้ตอนนี้จะหายได้โดยการรักษาของนักเวทย์ที่ทำเอาทุกคนตื่นเต้นในมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ในตอนที่ใจของเขาร้อนรุ่มไม่น้อยกว่าอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นอยู่อยู่นี้เองทำให้เขามีความกล้ามากพอที่จะเถียงกับอลันต์

          “ถึงแม้ข้าจะบอกชื่อไม่ได้ แต่ข้าบอกเผ่าพันธุ์ได้  เผ่าที่ปกครองอาณาเขตแรก เทพโครนอสที่ข้าพูดไปแล้ว คือเผ่าเทพ อาณาเขตนี้มีเขตแดนเทพมากกว่า 200 เขตแดน  เผ่าที่ปกครองอาณาเขตที่สอง คือเผ่ามังกร ซึ่งเป็นเผ่าที่มีพลังทัดเทียมกับเทพ เผ่าที่ปกครองอาณาเขตที่สามคือเผ่ายักษ์ มีพละกำลังแข็งแกร่งและความทนทานสูง เผ่าที่ปกครองอาณาเขตที่สี่ คือเผ่าปีศาจ เป็นสิ่งชั่วร้ายและอันตราย   เผ่าที่ปกครองอาณาเขตที่ห้าคือเผ่าอสูร เผ่านี้เป็นอมนุษย์ พลังทัดเทียมกับปีศาจ    เพียงเท่านี้แหละที่ข้าบอกได้”  อลันต์อธิบาย

          เมื่อเหล่าผู้กล้าที่ได้ยินดังนั้นต่างมีความรู้สึกงงงันอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งพวกเขาต่างก็มีคำถามในใจเกี่ยวกับเรื่องที่อลันต์พูดนั้นถูกแต่งขึ้นมาหรือเปล่า แต่เปอร์เซ็นที่มีความน่าเชื่อถือก็น่าจะเกิน 70

          “ล่ะ แล้วเผ่าอื่นล่ะมีหรือเปล่า”  ผู้หญิงจอมร้องไห้ถามเพิ่ม

          “มี และพวกท่านจะได้ศึกษาตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะจบบทฝึก รวมไปถึงเรื่องราวต่างๆ ทั้งการใช้พลังเวทย์มนต์ การฝึกวิชาต่อสู้ และวิชาสำหรับเอาตัวรอดเมื่อได้ออกไปผจญภัยข้างนอก เอาล่ะวันนี้ข้าอธิบายแค่นี้ก่อน หลังจากนี้เหล่าผู้ช่วยจะคอยดูแลและให้คำแนะนำพวกท่านเกี่ยวกับการอยู่ที่นี่ ข้ามีประชุมใหญ่ตอนนี้ ยังไงข้าก็ต้องขอตัวก่อน”  อลันต์ พูดเหมือนกับเร่งรัดบทสนทนาให้จบเร็วที่สุด และได้ปลีกตัวโดยที่คำถามแห่งความสงสัยของเหล่าผู้กล้าตามหลัง

          “หนอยแน่ เจ้าบ้านั่น”  ผู้กล้าที่ต่อยหน้าอลันจนมือเละ สบถลั่น  ไม่นานนักเหล่าผู้ช่วยก็มารับพวกเขาและพาไปยังจุดต่าง ๆ ของที่ ๆ เขาอยู่ เมื่อพวกเขาได้เห็นภาพเต็ม ๆ ของที่นี่ ซึ่งผู้ช่วยบอกว่าเป็นบ้านของพวกเขาที่องค์พระราชามอบให้เป็นการพิเศษ

          ภาพคงจะเรียกว่าบ้านไม่ได้

          ดูจากเสาขนาดใหญ่ที่มีปะติมากรรมเป็นรูปงูเลื้อยพันเสา ลำตัวของงูนั้นมีเกร็ดที่ฝังอัญมณีอยู่ประปราย ขนาดเสาก็ ประมาณสามคนโอบ

          พื้นที่ๆพวกเขาเพิ่งจบบทสนทนากันนั้นเรียกว่า ห้องรับแขกที่เล็กที่สุด  แต่มันกว้างตั้ง 20*30 เมตร

          ส่วนห้องโถงนั้น เป็นได้ทั้งห้องอาหาร ห้องนั่งเล่น ห้องกินของว่าง ห้องวิ่งเล่น กลิ้งเล่น รวมถึงมีเฟอร์นิเจอร์ฉบับโลกนี้เพียบอย่างหรูหรา ตัวห้องโถงนั้นกว้าง  200 * 400  เมตร และยังมีห้องแยกไปอีกนั่นก็คือห้องนอนที่มีขนาดกว้าง 20*30 เมตร พอๆกับห้องรับแขกเลย ประตูห้องนอนเป็นประตูไม้หนา 1 คืบ สูง 3 เมตร หากคิดจะเปิดบานประตูนี่สักครั้งก็คงจะต้องออกแรงมากเสียหน่อย

          ลวดลายประตูก็ไม่พ้นปะติมากรรมลายนูน รูปดอกไม้อะไรสักอย่าง มีสัตว์เล็กสัตว์น้อยอยู่ในลักษณะวิ่ง กระโดด ดวงตาของมันติดด้วยสิ่งที่น่าจะเรียกว่าเพ็ชรที่มีขนาดทรงกลมเท่าลูกแก้ว(ที่ตอนเด็กๆใช้ดีดเล่นกัน อันนี้ไรต์ยังทันอยู่นะ)

          ตรงตัวประตูมีกลอนเหล็กสำหรับล๊อคห้องอยู่ 4 จุด คือเรียงจากบนลงล่างเลย

          ผ่านประตูเข้าไปดูตรงหน้าสุดจะมีเตียงขนาด 3*5 เมตร มีฟูกนูนสูงกว่า 2 คืบ ปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดมองดูแล้วให้ความรู้สึกว่ามันนุ่มสบายตา หัวเตียงมีหมอน 2 ใบลวดลายดอกไม้สีสันสดใสดูเป็นธรรมชาติน่าหนุนนอน  ผ้าห่มมีผืนเดียวและพับไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

          ข้างเตียงมีโต๊ะขนาดเล็กสำหรับวางแจกันดอกไม้ และเหยือกน้ำ มีชุดแก้วอยู่ข้างๆเหยือก และมีอาหารว่างที่เป็นขนมรูปดอกไม้น่าทานวางอยู่คงจะเป็นฝีมือของผู้ดูแลที่ดูแลที่นี่มาเตรียมไว้ให้

          ถัดไปดูด้านขวามือสุดจะเป็นชั้นหนังสือ ที่ถูกปัดฝุ่นเรียบร้อยแล้ว ตัวหนังสือมีทั้งเล่มเล็กและใหญ่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบทำให้อยากจะไปหยิบขึ้นมาอ่านสักเล่ม ส่วนริมหน้าต่างข้างชั้นหนังสือมีโต๊ะขนาด 1.5*2 เมตร มีปากกาขนนก 1 ชุดพร้อมหมึก  ข้างกันนั้นเป็นแผ่นกระดาษสีออกขุ่นๆ เป็นกระดาษเปล่าซ้อนทับกันปึกหนึ่ง ประมาณได้ว่าน่าจะมีสัก 20 กว่าแผ่น  มุมซ้ายสุดของโต๊ะก็เป็นชุดเครื่องแก้ว สำหรับวางเครื่องดื่มและของว่าง

          ถัดไปด้านขวาสุด ครึ่งซีกนั้นเป็นตู้ขนาดใหญ่ที่เปิดไว้ มีเสื้อผ้ารูปแบบแปลกตาแต่มีสีสันที่สวยงามและลวดลายวิจิตรเหมือนเป็นชุดที่ทำจากเนื้อผ้าอย่างดี ด้านล่างมีลิ้นชักที่ใส่อะไรต่อมิอะไร เช่นรองเท้า เข็มกลัด ถุงเท้า และอื่น ๆ  ส่วนข้างตู้ก็มีโต๊ะเครื่องสำอางที่มีอุปกรณ์แต่งหน้า และขวดอะไรไม่รู้เพียบ มีกระจกขนาดใหญ่ให้ดูเบ้าหน้าตัวเองด้วย

          อีกครึ่งของฝั่งซ้ายมือก็คือห้องน้ำ และยังมีแบ่งเป็นห้องอาบน้ำอีก อ่างขนาดใหญ่ที่สามารถหย่อนคนเข้าไปนอนได้สักสองคน ก๊อกน้ำที่คล้าย ๆ กับของโลกเราแต่มีลักษณะเป็นลูกบิด ข้างอ่างก็มีอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำที่เยอะยิ่งกว่าห้องอาบน้ำในโลกเก่าอีก ทางฝั่งประตูจะเป็นชั้นวางรองเท้า และมีตะกร้าสำหรับใส่เสื้อผ้าที่ใช้แล้วด้วย ซึ่งคนซักน่าจะเป็นผู้ดูแล  ถัดไปจากที่วางรองเท้าคือชั้นวางอาวุธนะ แต่ตอนนี้ยังไม่มีอาวุธอะไรสักอย่าง

          โอ!!!! ช่างดูงดงามอะไรเช่นนี้

          ส่วนห้องนอนโซนนี้มีทั้งหมด 8 ห้อง และอีกฝั่งนึงอีก 8 ห้อง ไม่รวมห้องพักของเมด และคนรับใช้ประเภทต่าง ๆ

          ฮะฮึ่ม ยังไม่หมดแค่นี้ครับ ยังมีห้องซ้อมอยู่อีก และห้องอะไรต่อมิอะไรที่ไม่รู้จักอยู่เต็มไปหมด

 

          อ๊ะๆ ข้างนอกมีลานฝึก มีสวนดอกไม้ สวนผลไม้ สวนพืชผักสวนครัวต่างๆ ถัดไปจากสวนก็เป็นสระน้ำ ที่มีสัตว์น้ำอาศัยอยู่รวมไปถึงพืชน้ำชนิดต่างๆอีก    

          สำหรับผู้ดูแลเรียกที่นี่ว่าบ้าน

          แต่สำหรับเหล่าผู้กล้าแล้ว

          ....นี่มันปราสาทชัดๆ............

          และดึกดื่นค่ำคืนนี้คงได้อยู่กันอย่างสบายเลยละสิเหล่าผู้กล้า

          ผิดจากเจ้าไผ่ที่ตอนนี้นอนกรนฟี้ๆ โดยมีเตียงนอนเป็นกองใบไม้ และผ้าห่มใบไม้ที่สุดแสนจะเป็นธรรมชาติเสียจริง หนำซ้ำน้ำก็ยังไม่ได้อาบอีก โชคดีเสียจริงเลยนะเจ้าไผ่

 

          ว่ามั๊ย...

 

................................................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น