AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 ที่พัก

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ที่พัก

คำค้น : awata04,

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 420

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2559 17:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ที่พัก
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 4 ที่พัก

 

          ไผ่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนโดยไม่สนใจสภาพรอบข้างและไม่ได้สังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัวใดๆ เลย แถมยังวิ่งพ่วงนานนับ 2 ชั่วโมงโดยไม่ได้หยุดพัก  วิ่งไป แล้วก็กระโดดหลบการโจมตีของสัตว์ประหลาดทั้งหลายอย่างหวุดหวิด ไม่ว่าจะวิ่งหนีไปทางซ้ายก็เจอกบตัวเท่ารถเก๋ง ลำตัวสีดำ มีจุดประวงกลมเป็นจุด ๆ หลากสีดูแล้วน่ารักแต่ก็แฝงไปด้วยอันตราย ลิ้นกบขนาดใหญ่ตวัดเพื่อจะจับเหยื่อตัวน้อยๆอย่างไผ่แต่ก็พุ่งหลบได้แลกกับต้องกลิ้งไปกับพื้นดินที่มีแต่กองไบไม้ และไม่รู้ว่าข้างใต้ใบไม้นั้นจะมีตัวอันตรายอะไรอยู่อีก  เมื่อลุกขึ้นได้ก็วิ่งต่อโดยเป้าหมายหลักคือเอาชีวิตรอด  การวิ่งหนีเป็นไปโดยไม่มีหยุด ทั้งผ่านต้นไม้ใหญ่และเข้าไปหลบตรงพุ่มไม้เป็นบางครั้ง แต่ก็ไม่วายต้องกระโดดโหยงออกมาเพราะไปเจอตัวอะไรที่น่ากลัวเข้า สัตว์พวกนั้นต่างพากันไล่งับไผ่ดั่งเขาคืออาหารอันโอชะ

          "สรุปแล้วจะมีที่ไหนปปลอดภัยบ้างไหมเนี่ย!!!"  ไผ่สบถลั่นพร้อมกับวิ่งหนีตายไปพลาง

          พอผ่านมาได้สักพักเจ้ากบที่ตามมาก็ค่อยๆชะลอการกระโดแล้วก็หยุดลงในที่สุด อันเป็นความโล่งอกโล่งใจอย่างหนึ่งที่ไม่ต้องวิ่งหนีอีก  ไผ่หันไปทางซ้ายเจอพุ่มผลไม้แปลกตาที่มีสีสันน่ากิน พุ่มไม้นั้นมีลักษณะเป็นไม้เลื้อย เครือของมันพันไต่ขึ้นกับต้นไม้อย่างวิจิตร  สีเขียวของใบไม้ที่เป็นรูปหัวใจซ้อนทับกัน ผลไม้สีส้มสุกงอมแซมด้วยลูกสีเขียวประปราย ร่องรอยของสัตว์ที่มีการกัดกินก่อนหน้าอันเป็นความหวังว่าโอกาสที่ผลไม้นี่กินได้มีสูงสำหรับเขา  สองเท้าวิ่งไปเก็บผลไม้นั่นอย่างรวดเร็ว เด็ดผลสีส้มมาหนึ่งลูก แล้วเช็ดด้วยชายเสื้อขาดๆของตนพลันก็กัดหงับไปที่ผลไม้นั่นทันที เมื่อลิ้นสัมผัสน้ำและเนื้ออันละมุนของผลนั้นพลันดวงตาก็เบิกกว้างดั่งคนตกใจ  ไผ่นิ่งชะงักไปสักพัก

          “อร่อยโฮก”   เสียงตะโกนก้องด้วยความสุขปิติล้นพลันก็กัดกินคำต่อไปเรื่อย ๆ  ลูกผลไม้ที่ว่าแม้มีขนาดเท่ากำมือ ไผ่กินไปถึง 4 ลูก และยังคิดจะเก็บไว้กินต่ออีกเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือเวลาหิว ทว่าขณะที่กำลังจะเก็บผลไม้เข้ากระเป๋านั้นหูเจ้ากรรมก็ดันไปได้ยินเสียงฝีเท้าของสัตว์บางอย่าง

          มันคือหมาป่า 4 หางตัวสีขาวขนาดใหญ่พอ ๆ กับเจ้ากบที่ไล่ตามก่อนหน้า รึว่านี่เขาจะเข้ามาในอาณาเขตของเจ้าหมาป่าพวกนี้เสียแล้ว

 

          ฟุดฟิด ฟุดฟิด

          หมาป่าตัวหนึ่งก้มดมบริเวรพื้นดินเหมือนได้กลิ่นอะไรบางอย่าง การดมกลิ่นแบบนี้ของมันทำให้ ไผ่หน้าซีดยิ่งกว่าไก่ต้ม นั่นเพราะหมาป่านั้นเด่นในด้านการรับรู้กลิ่น ฉะนั้นแล้ว

 

          “เรื่อหายอีกแล้วตู วิชาขั้นสูงวิ่งเกียร์สิงโตขี้เรื้อนติดจรวดขึ้นสนิม !!!   ไปละโว้ย”   เสียงเจ้าไผ่ตะโกนลั่นจนเจ้าหมาทั้งหลายกระโดดถอยฉาก และนั่นเป็นจังหวะที่เป็นโอกาสเหมาะเจาะสำหรับการหนี ความเร็วถูกเร็งขึ้นโดยเจ้าไผ่ หลับหูหลับตาวิ่งโดยไม่สนใจอะไร

 

          มีแต่ความรู้สึกที่เหมือนกับว่าตนวิ่งเร็วขึ้น แต่ใครเล่าจะมีกะจิตกะใจสนล่ะ ชีวิตสำคัญกว่า

    

          บรู๊ววว!!!!!!!!!!!!

 

                เสียงหอนของหมาป่าดังขึ้นเป็นทอดๆ แล้วก็กระโจนตามไผ่ไปติดๆ ความเร็วของหมาป่านั้นเรียกได้ว่ารวดเร็วดุจสายลมอยู่แล้ว แต่เจ้าไผ่ก็ไม่ยอมแพ้ วิ่งซิกแซกไปมาเพื่อลดทอนความเร็วของหมาป่า และมันก็ได้ผลดีชะงักเลยทีเดียว  หมาป่าตัวหนึ่งกระโจนมาด้านหลังไผ่แล้วตวัดหางทั้งสี่พลันบังเกิดสายลมสีเขียวพุ่งมาในรูปพระจันทร์เสี้ยว   สองเท้าของไผ่วิ่งแล้วกระโดด พลันสองมือยื่นไปข้างหน้า

 

          ท่าพิเศษพุ่งหลาวลงดิน

 

          ตุ๊บ!!        แอ๊ก!!

 

         ไผ่พุ่งหลาวลงดินด้วยความเร็วสูง พลันตนก็กระแทกกับพื้นดิน ปากอันงดงามก็จูบพื้นธรณีด้วยความรัก

 

          ฉั๊วะๆๆๆ       

 

          เสียงมีดสายลมของหมาป่าตัดผ่านต้นไม้ใหญ่ แม้จะยังไม่ขาดเพราะขนาดของมัน แต่ความคมก็ไม่ได้เป็นรองใคร

 

          ไผ่สามารถรอดไปได้อีกครั้ง

          ไม่รีรอมัวแต่อยู่เฉย มีแรงก็รีบลุกแล้ววิ่งตอทันที ไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ไผ่ไม่เคยยอมแพ้และไม่ยอมตายง่ายๆ

 

          หมาป่าแป็นฝูงก็กระโจนตามมาติด ๆ และนับว่าเป็นโชคดีที่ด้านหน้าไผ่นั้นมีม่านสีดำกั้นอยู่ เป็นม่านที่บางๆและน่าจะผ่านได้

          เกียร์สิงโตขี้เรื้อนถูกเร่งไปสู่ระดับสูงสุด จากนั้นก็กระโจนพุ่งหลาวเข้าไปยังม่าน แม้ไม่รู้ว่าหมาป่าจะตามเข้ามาหรือไม่ก็ตามเพราะตนได้ทุ่มสุดตัวแล้ว  และหากเดาไม่ผิด นี่น่าจะเป็นอาณาเขตของสัตว์ชนิดหนึ่ง

          เมื่อร่างไผ่ผ่านเข้าม่านมาแล้ว ก็เป็นอย่างที่เดาไว้ พวกหมาป่าไม่ตามเข้ามา และล่าถอยกลับไปยังอาณาเขตของมัน   ไผ่ทิ้งตัวลง ณ ตรงนั้น นอนหอบแฮก ๆ อยู่กับพื้นแล้วมองดูข้างบน มันเป็นป่าทึบที่มีแสงส่องเพียงน้อยนืดพอให้เห็นทาง  ต้นไม้ขนาดสิบคนโอบ และใหญ่กว่านั้นขึ้นประปราย  บางต้นมีลักษณะเป็นต้นสั้นมีกิ่งก้านสาขาแยก 4 ก้าน ลักษณะกิ่งไม้เป็นปล้องๆ และเหมือนว่ามันจะไม่ชอบแดด ใบสีม่วงเรียว ผลสีดำรูปวงรีแผ่ไอดำจางๆทำให้รู้สึกว่า หากกินเข้าไปก็คงตายสถานเดียว   ต้นหนึ่งมีลักษณะเป็นพุ่ม ผลสีส้มแซมด้วยผลสีขียว แน่นอนว่าต้นนี้เป็นต้นผลไม้ที่ไผ่เคยกินก่อนหน้า ผลของมันเป็นที่น่าดึงดูดสายตาและกระตุ้นความหิวของไผ่ได้เป็นอย่างดี    ส่วนต้นด้านขวามือถัดไปจากต้นไม้สูงที่ไม่รู้ว่าปลายอยู่ตรงไหน ต้นที่ว่าเป็นต้นขนาด 8 คนโอบ สูงประมาณ 10 เมตรไม่มีกิ่งมีแต่ใบสามใบนับว่าเป็นต้นที่ให้ความรู้สึกว่าเหมือนเป็นต้นอ่อนของถั่วงอก แต่ขนาดมันไม่ใช่ สีเปลือกและความเข้มของเปลือกไม้ให้ความรู้สึกว่าเหนียวและแข็งแกร่งอย่างมาก

          บรรยากาสที่อุณหภูมิประมาณ 25 องศาแป๊ะๆ ไม่สิอาจหนาวกว่านี้อีกสักหน่อย มันก็ดูดีนะถ้าหากมาติดแหง็กแล้วได้อาศัยอยู่ที่นี่ อย่างน้อยก็มีอะไรทาน เพราะผลไม้ก็มีเยอะ ส่วนจะกินได้หรือไม่นั้นไผ่ต้องพิสูจน์เอาเอง

          สายตาสอดส่องไปรอบๆตัวเพื่อหาสัตว์ร้ายแต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งมีชีวิต ผลไม้ก็ไม่มีร่องรอยของการถูกสัตว์กิน มีแต่ผลตกเกลื่อนพื้นส่งกลิ่นออกเน่าๆ

          ไผ่เดินสำรวจรอบๆ ดูรอยเท้าสัตว์ก็ไม่เจอ การสำรวจดำเนินเป็นวงกว้างประมาณ 500 เมตรก็ไม่มีวี่แววของสัตว์ แสดงว่าที่นี่มัน่าจะเป็นอาณาเขตขนาดใหญ่ที่มีสัตว์อันตรายเพียงไม่กี่ตัว และพื้นที่นี้พวกมันก็ไม่ได้ย่างกรายเข้ามาเพราะไม่เจอรอยเท้าหรือร่องรอยไดๆ แต่ก้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มี เพราะแค่เจ้ากบตัวใหญ่นั่นไผ่ก็ตัดสินใจเลยว่ามันต้องมีสัตว์แปลก ๆ พิสดารที่เหนือตรรกะเหตุผลอยู่แน่ ไผ่เดินตรวจสอบและวนมาอยู่ตรงจุดเดิม และใช้เวลาไปประมาน 3 ชั่วโมงก็ไม่เจอสิ่งผิดปกติอะไร

 

          เห็นแต่ใบไม้มันร่วงทับถมกันอย่างแน่นหนา  กิ่งไม้แห้งมีเกลื่อนกลาดอยู่ประปราย แต่ก็ไม่ได้แห้งมากสักเท่าไหร่เพราะความชื้นที่นี่มีมาก

          ไผ่เลือกทำเลที่พักของตนทันที นั่นคือต้นไม้ขนาด  8 คนโอบสูง 10 เมตร ซึ่งเป็นต้นสีเขียว ลำต้นตรงและมีใบ 3 ใบข้างบน

          “เราจะเอาต้นไม้นี้ทำเป็นที่พัก แต่ก่อนอื่นต้องจัดการกวาดใบไม้รอบๆต้นนี้เสียก่อนสินะ”   เสียงพูดคนเดียว และเออเองของไผ่

          เจ้าตัวก็เริ่มดำเนินการทันที โดยการค่อย ๆ ใช้สองมือคุ้ยใบไม้เพื่อหาว่าพื้นมันอยู่ลึกไหม และก็ปรากฏว่ามันเป็นลักษณะเหมือนใบไม้ที่ถูกย่อยและทับถมกันจนกลายเป็นดิน ฉะนั้นก็ไม่แน่ใจว่าพื้นอยู่ตรงไหนเหมือนกัน แต่ก็คุ้ยพอแค่เจอพื้นแข็งๆนิดหน่อย จากนั้นก็เริ่มคุ้ยออกเป็นวงกว้างรอบ ๆ ต้นไม้ ซึ่งใช้เวลา  1 ชั่วโมงในการคุ้ยใบไม้ออกไปไว้ข้างๆ และเวลาอีก 1 ชั่วโมงเพื่อเก็บรายละเอียดพื้นที่

          ทำไม่ทันไรก็เข้าสู้ช่วงกลางคืนอย่างรวดเร็ว ไผ่จึงนำสัมภาระไปวางข้าง ๆ ต้นไม้แล้วไปเด็ดผลไม้ลูกเท่ากำปั้น และต้นได้ตั้งชื่อให้มันว่า*องุ่นป่าหมายเลข 1*  หยิบมากินสองลูกแล้วก็ทิ้งตัวลงยังกองใบไม้ที่ตนคุ้ยไปไว้ด้านข้าง

          มือทั้งสองโกยใบไม้มาห่มตัวแทนผ้าห่ม บรรยากาศที่เงียบๆผิดธรรมชาติ แต่ก็อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

          “เราคงต้องใช้ที่นี่เป็นบ้านเสียแล้ว เพราะอยู่ในป่าไร้ผู้คน ไร้สิ่งรบกวนแบบนี้ก้มีความสุขอีกแบบ ไม่ต้องมีพ่อมาบังคับมอบภารกิจนู่นนี่นั่นให้ทำเรื่อย ๆ แถมไม่ต้องมีเพื่อนมาคอยโยนงานให้ทำ...   เฮ้อ  การสร้างที่พักวันนี้ก็ลุล่วงไปหน่อยนึงแล้ว พรุ่งนี้ค่อยทำต่ออีกที  ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องพักผ่อนแล้วล่ะนะ มืด ๆ แบบนี้ก็รู้สึกดีเหมือนกันแฮะ  ฝันดีนะเหล่าต้นไม้ทั้งหลาย รวมถึงสิ่งที่มองไม่เห็นด้วย ราตรีสวัสดิ์”  ไผ่พูดกับตัวเอง และคำพูดก่อนนอนที่ชอบพูดเมื่อตนนั้นได้นอนในป่า

          ด้านนอกอาณาเขตสีดำ มีสัตว์กลางคืนออกล่า ส่วนด้านในนั้นไร้ซึ่งสรรพเสียงไดๆ มีแต่ความเงียบ และเสียงกรนเบาๆของชายหนุ่มที่ชื่อไผ่

          -วันพรุ่งนี้ก็ต้องเริ่มงานในส่วนต่อไปแล้ว  ที่พักที่กำลังจะสร้างจะออกมาแบบไหนกันแน่-

 

…………………………………………………………………………………………………………

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น