AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 จุดเปลี่ยน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 จุดเปลี่ยน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 816

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2559 17:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 จุดเปลี่ยน
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 1 จุดเปลี่ยน

          ในยุคที่ผู้มีอำนาจสูงย่อมเป็นผู้ที่ถูกต้อง ผู้ที่มีอิทธิพลมากก็คือผู้ที่มีจุดยืนหยัดที่เหนือกว่าผู้มีอิทธิพลน้อย  ส่วนผู้ที่มีความฉลาดสูงและเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีรวมไปถึงโปรแกรมใหม่ๆที่ดีกว่า ที่เลิศกว่า และที่เหนือกว่า ก็คือผู้ถูกตามล่า แต่ไม่ต้องห่วงว่าตนจะไม่ปลอดภัย เพราะไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็ล้วนได้รับการต้อนรับ และได้รับสิทธิพิเศษรวมไปถึงสารธารณูปการต่างๆอย่างล้นเหลือ

          นี่คือมุมมองของคนในเมืองหลวง ซึ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากอดีต แต่ในยุคปัจจุบันนี้เทคโนโลยีเป็นสิ่งล้ำค่า เพราะมันสามารถอำนวยความสะดวกได้หลายเรื่อง รวมถึงการล้างบางประเทศบางประเทศที่ไม่เอื้ออำนวต่อผลประโยชน์ของตน และบางประเทศที่มีเทคโนโลยีต่ำกว่า

          สงครามในช่วง 10 กว่าปีมานี้ยังไม่เกิดขึ้น ผู้คนอยู่กันอย่างสงบสุข โดยเฉพาะในเมืองหลวงที่มีมาตรการคุ้มภัยอย่างหนาแน่น  ส่วนชนบทก็รองลงมาหน่อย แม้จะมีปริมาณพื้นที่มากกว่าเมืองหลวงก็เถอะ แต่ก้ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากเท่าไหร่ นอกเสียจากคนที่มีแววว่าจะเป็นอัจฉริยะเท่านั้นที่จะได้รับการสนับสนุนรวมถึงโอกาสที่จะได้เข้าไปอยู่ใน เมืองหลวง

          ........................................................................................................

          ณ  นภา

          ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ แต่ก็ไร้ฝูงนกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติบินผ่าน จะมีก็แต่ลวดลายวงจรสีขาวๆที่ถูกตั้งระบบด้วยเทคโนโลยีของประเทศนี้เพื่อทำหน้าที่ตรวจดูสิ่งผิดปกติที่ผ่านเข้ามา และยังเป็นบาเรียป้องกันที่ดีมากๆอย่างหนึ่ง  ระดับการป้องกันของบาเรียหากปรากฏครอบน่านฟ้า  ระดับการป้องกันนั้นแม้กระทั่งระเบิดปรมานูก็ไม่สามารถเจาะเข้ามาได้ เพราะบาเรียนั้นถูกสร้างด้วยเทคโนโลยีที่สลับซับซ้อน แต่ก้แน่นอนว่าอาวุธที่มีความอันตรายกว่านี้ก็มีอีกเพียบ ฉะนั้นอย่าเพิ่งสงสัยอะไร

          แม้ท้องฟ้าจะไร้ฝูงนกที่เกิดจากธรรมชาติ แต่ก็มีฝูงนกที่มนุษย์สร้างขึ้นมาแทนที่ นั่นก็คือนกเหล็กอ่ะนะ(เครื่องบิน)

          นกเหล็กหรือชื่อเรียกจริงๆ ก็คือเครื่องบินนั้นเป็นอะไรที่แตกต่างจากในอดีตสิ้นเชิง แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะคล้ายกับหนังฮีโร่ในหลายๆเรื่อง  ซึ่งควมสามารถของเครื่องบินนั้นนอกจากจะบินเร็วแล้วยังมีอาวุธร้ายแรงติดกับตัวเครื่องไว้อีก  รวมไปถึงโปรแกรมและของอันตรายที่คาดไม่ถึง

          อ้อลืมบอกไปว่าน่านฟ้าที่กล่าวถึงนี่อยู่แถวนอกสุดของชนบทนะ  ส่วนตัวชนบทและในเมืองหลวงนั้นสงบสุขดี

          มาพูดถึงน่านฟ้ากันต่อ ในบรรดาเครื่องบินหลายๆเครื่องตอนนี้มีอยู่หนึ่งเครื่องซึ่งดูทันสมัยมากกว่าใครเพื่อนบินแยกออกไปอีกทิศหนึ่ง

         “ทุกคนเตรียมพร้อมหรือยังที่จะลงไปปฏิบัติภารกิจสังหารเบื้องล่างในอีกไม่กี่ชั่วอึดใจนี้”  ชายผู้มีตำแหน่งสูงที่สุดในเครื่องบินลำนี้กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง

          “พร้อมตลอดครับ แต่ถ้าจะให้ดีไม่จำเป็นต้องเอาคนที่ไม่เข้าพวกอย่างเด็กหนุ่มที่ชื่อไผ่นี่มาเป็นหัวหน้าพวกเราก็ได้  อายุก็ยังน้อยแถมเวลาทำภารกิจก็หนีหายไปไหนไม่รู้อีก กลับมาอีกทีภารกิจก็สำเร็จไปแล้ว ผมล่ะแปลกใจตรงนี้ ตรงที่นายพลมอบหมายตำแหน่งหัวหน้าให้กับเจ้าหนูนี่ต่างหาก  เพราะกลุ่มอื่นๆก็ไม่มีใครอยากได้คนที่ชอบอู้งานเวลาปฏิบัติภารกิจอย่างมัน”  น้ำเสียงเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจของทหารคนหนึ่ง ร่างสูง อายุก็คงราวๆ 35 ปีนี่แหละ

          “ผมก็ไม่เห็นด้วยครับนายพล  เราไม่ควรเอาเจ้าหนูนี่มาเป็นหัวหน้า ภารกิจนี้ให้บดินท์เป็นหัวหน้าเถอะครับ เพราะเป็นภารกิจสำคัญและมีความเสี่ยงมาก เกรงว่าหากเอาคนด้อยประสบการณ์อย่างเจ้าหนูนี่เป็นหัวหน้าเกรงว่าจะล้มเหลวเปล่าๆนะครับ”   นายทหารอีกนายพูดเสริม และสนับสนุนบดินท์(ชายคนก่อนหน้า)เป็นหัวหน้า

          “ให้หนูไผ่เป็นหัวหน้าน่ะดีแล้ว เอาล่ะได้เวลาที่จะต้องกระโดดลงจากเครื่องแล้ว จะขอย้ำอีกครั้งว่าทุกคำสั่งการของหนูไผ่ต้องทำตามทั้งหมด”  นายพลตัดบทแล้วพูดกำชับ  พลันเสียงชิชะก็สบถออกมาเบาๆ

          มาพูดถึงกันก่อน ทหารกลุ่มทีจะลงไปปฏิบัติภารกิจนี้มีอยู่ 15 นายรวมกับไผ่อีกเป็น 16  เป้าหมายภารกิจคือการสังหารกลุ่มกองกำลังย่อยกลุ่มหนึ่งซึ่งถูกส่งมายังต่างประเทศ ทั้งอุปกรณ์ที่พวกนั้นใช้ก้เป็นอุปกรณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่คาดเดาจากเครื่องประมวลผลแล้วมีความอันตรายระดับต่ำ แต่ด้วยจำนวนที่ไม่มากก็คือราวๆ 20 คนทางกองกำลังป้องกันจึงส่งทหารที่จบการฝึกมาใหม่ๆไปลงพื้นที่ครั้งแรก ฉะนั้นด้วยการด้อยประสบการณ์ บวกกับทหารพวกนี้นเป็นลูกของคนมีอำนาจ และมีอิทธิพล  การทำผลงานของทหารใหม่ก็เป็นอะไรที่ทางผู้มีอำนาจต้องการที่จะยกระดับลูกๆของตนเอง

          ส่วนไผ่ คือเด็กหนุ่มอายุราวๆ 17 นัยน์ตาสีดำ ใบหน้าคมคายสามารถดูได้เรื่อย ๆ โดยไม่เบื่อ แววตาของเขานั้นดูเฉยชา เฉยเมยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แม้ทหารที่กำลังจะได้ปฏิบัติหน้าที่พูดถากถางเขาก่อนหน้าสารพัดก็หาได้สนใจ ทุกคำพูดถากถากก็ถูกปล่อยผ่านไปอย่างกับอากาศ นี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พวกนั้นไม่พอใจ อีกทั้งเรื่องเล่าของไผ่ก็มีให้ฟังออกบ่อยๆ โดยเฉพาะเรื่องของการอู้ที่ไม่รู้ว่าเวลาปฏิบัติภารกิจเขาไปอยู่ตรงไหน

          ตอนนี้ไผ่ก็ยังคงนั่งชุดทหารที่มีตราหัวหน้าติดอยู่ตรงคอเสื้อ ท่าทีเฉย ๆ เนือย ๆ เหมือนคนไม่ได้หลับ และก็ไม่มีการหันเหไปสนใจคำพูดที่ทหารพูดมาก่อนหน้า นั่นเพราะว่ามัน

          ไร้สาระน่ะ!!

          นายพลใด้ให้สัญญาณการกระโดดร่มลงจากตัวเครื่องบินแล้ว ทหารทุกนายเตรียมพร้อม และก็กระโดดกันเป็นแถวอย่างสวยงาม  ส่วนตัวไผ่กระโดดเป็นคนสุดท้าย ทว่าก่อนที่จะกระโดดนั้นนายพลได้รั้งเขาไว้ก่อน

          “ขออภัยในความเสียมารยาทของพวกนั้นด้วยนะครับ ถ้าหากไม่มีคำสั่งโดยตรงจากเบื้องบนให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับผมคงตะคอกเจ้าพวกนั้นไปแล้ว”  นายพลก้มหัวพูด แต่ชายหนู่มก็รับฟังในท่าทีธรรมดาเหมือนไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

          “อืม..ไม่เป็นไรหรอก  น่าถ้าพ่อไม่บังคับให้มาคุ้มกันล่ะก็ ตอนนี้ก็ได้ไปเที่ยวเล่นกับสาวๆ แล้วล่ะมั้ง  ที่ให้มาแบบนี้เพราะพวกผู้มีอิทธิพลคงจะให้เงินจำนวนมากกับพ่ออีกแล้วล่ะสิถึงได้ส่งลูกชายตัวเองไปปกป้อง แล้วก็กำชับให้ทำแบบลับๆอีกต่างหาก....น่าเบื่อชะมัด”  ท่าทีนิ่งๆก็ยังคงอยู่ น้ำเสียงก็นิ่งๆ แต่คำพูดนั้นเหมือนกับบ่นยาวๆ

          “ยังไงก็ฝากพวกนั้นด้วยนะครับ”    นายพลตะแบะมือส่ง

          “อือ”  ไผ่พูดแค่นั้นก็กระโดลงเครื่องไป

          แรงอากาศปะทะกับใบหน้าระหว่างดิ่งลงไปด้านล่าง  เมื่อถึงระยะหนึ่งการกางร่มก็เกิดขึ้น แต่ละคนเริ่มกางร่มกันเพิ่อชะลอความเร็ว เพียงแต่ว่าพวกนั้นกางร่มออกก่อนที่จะถึงระดับกาง ไผ่ที่โดดลงสุดท้ายเมื่อเลยพวกนั้นจนถึงระดับกางร่มแล้วไผ่ก็กางร่มตามปกติ แต่ทว่าเมื่อร่มกาง เหล่าทหารใหม่ก็รัวกระหน่ำลูกปืนใส่ตัวไผ่ทันที แถมซ่ำยิงตัดสายร่มอย่างแม่นยำอีกต่างหาก  แสดงถึงการฝึกฝีมีอย่างดีระดับหนึ่ง

          เมื่อสายร่มขาดบวกกับการรัวลูกปืนเข้าร่างอย่างจัง การตกสู่พื้นโลกก็เร็วขึ้นและแรงขึ้น เหล่าทหารที่ช่วยกันทำจนสำเร็จก็ยิ้มด้วยความยินดีที่สังหารคนชื่อไผ่ได้

          “วะฮ่า  ไปสู่ที่ชอบๆเถอะเจ้าหนู แต่การตายของเอ็งก็ทำให้พวกเราได้รับรางวัลใหญ่จากพ่อและทหารหน่วยพิเศษที่มาจ้างให้กำจัดแกด้วยเงินและอุปกรณ์จำนวนมาหศาล บ๊ายบายเจ้าสวะไร้ประโยชน์”  กลุ่มทหารพิเศษพูดกันด้วยความสะใจ

          เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ก็อยู่ในสายตาของนายพลเหมือนกัน แต่อาการของเขาก็ยังเฉยๆ

          “เฮ้อ เจ้าหนูเจอเรื่องแบบนี้อีกแล้วเหรอเนี่ย  หวังว่าคงจะตามไปสนับสนุนสบทบพวกลูกผู้มีอิทธิพลสองสามคนนั่นทันนะ”  นี่คือคำพูดที่ออกจากปากของนายพล

          ระหว่างที่ไผ่ตกลงด้วยความเร็วนั้นก็พลันเกิดแรงบีบอากาศขึ้นด้านล่างของเขา มิติสีดำได้ขยายวงกว้าง และมีวงกลมคล้ายๆกับวงเวทย์ในการ์ตูนหรือหนังแฟนตาซีหลายวงซ้อนทับกันเกิดขึ้น  และดูดเจ้าไผ่เข้าไป

          ทุกอย่างมืดสนิท กรตกลงไปเรื่อยๆ ยังไม่สิ้นสุด นานแสนนานจนกระทั่งไผ่หลับไป

...........................................................................................

          ปรากฏการณ์แบบนี้ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับไผ่เพียงคนเดียว ทั่วทุกมุมโลกตอนนี้ก็มีสิ่งนี้เกิดขึ้นและดูดคนเข้าไปเหมือนกันซึ่งจำนวนการเกิดทั้งหมดมี 12 แห่งด้วยกัน

          ข่าวนี้ถูกปิดบังไม่ให้แพร่ไปสู่มวลชน และถูกปิดเงียบไว้ นั่นเพราะเหล่าผู้ที่สูญหายไปส่วนใหญ่นั้นเป็นผุ้ที่มีความสามารถมากพอที่จะเปลี่ยนอนาคตประเทศย่อม ๆ หนึ่งประเทศได้

..........................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น