ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 4 สู่ขอ NC ขนาดเบา (เถื่อนนิดๆ) 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 4 สู่ขอ NC ขนาดเบา (เถื่อนนิดๆ) 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 43.9k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2560 19:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 4 สู่ขอ NC ขนาดเบา (เถื่อนนิดๆ) 100% รีไรท์
แบบอักษร

#

HATE EFFECTS: 4

วาณิริณกลั้นน้ำตาแล้วมองคนบนร่างเธอด้วยความโกรธปนสับสน จู่ๆก็เรียกแทนตัวเองว่าพี่และยังจะบอกว่าต้องอยู่ด้วยตลอดชีวิตงั้นหรอ?


ไม่มีทาง...


หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ยอมมีสามีแบบนี้แน่ แม้ว่าภาคิณจะหน้าตาดีและฐานะก็คงดีมากๆด้วย นั่นไม่ทำให้วาณิริณสนใจได้เลยสักนิด...นิสัยใจคอต่างหากที่สำคัญ


แต่ตอนนี้จะสลัดเขาออกจากตัวเธออย่างไรดี...


"ฉันทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรือเปล่า ฮึก...ถ้ามีก็บอกฉันสิ!" เธออาจจะขับรถไปเฉี่ยวใครหรือเผลอไปทำอะไรผิดๆแบบไม่รู้ตัวหรือเปล่า? ในหัวของวาณิริณคิดเช่นนั้น


ฟอด !!


ภาคิณก้มหอมแก้มนิ่มหนึ่งที "มีแต่เรื่องประทับใจ"


"ฮะ ฮึก แล้ว...แล้วจะจับฉันมาทรมานแบบนี้ทำไม่ล่ะ!!?" หญิงสาวไม่เข้าใจในการกระทำของเขาเลยสักนิด


ชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิด "แค่มาทำความรู้จักเองนะ...ไม่เห็นต้องกลัวเลย นึกว่าผู้หญิงจะชอบแบบนี้ทุกคนเสียอีก"


"โรคจิต!" วาณิริณไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาว่าเขาให้เจ็บแสบได้ คนอะไร...ไม่เคยไปทำเรื่องเดือดร้อนให้เสียหน่อย "ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ...คุณภาคิณ"


ร่างสูงสอดแขนเข้าไปด้านหลังก็พลิกจับตัวเธอนอนบนตัวของเขา ใบหน้านิ่งเฉยแต่มีรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาอยากจะบอกความจริงไปเสียว่าเพราะอะไร...ทำไมถึงได้แกล้งให้เธอเสียขวัญได้แบบนี้ แต่ก็อยากจะให้เธอได้รับรู้ด้วยตัวเอง


โดยเฉพาะเรื่องชายสกปรกกับเงิน 300 บาทครั้งนั้น...


"ไม่ปล่อย! และจะไม่มีวันปล่อยด้วย...ตอนนี้พี่ได้จูบแรกของณิริณมาแล้ว อีกไม่นานต่อจากนี้...พี่จะยัดเยียดความเป็นสามีให้เป็นของขวัญ"


วาณิริณถลึงตาใส่เมื่อได้ยินคำพูดบาดหู เธอทั้งทุบทั้งตีแต่อีกฝ่ายก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไร สุดท้าย...ก็หมดแรงไปเอง


ภาคิณชื่นชมกายสาวพอหอมปากหอมคอ ทั้งสวย น่ารัก แถมยังใจดีขนาดนั้น แค่ไม่ถึงสองวันก็รู้สึกว่าจะหลงเธอเข้าให้แล้ว ถึงจะตัวเล็กแต่ก็แรงเยอะไม่เบา...วาณิริณนั้นขัดขืนจนเผลอทำเขาหงุดหงิดใจอยู่หลายครั้ง ไม่เหมือนกับผู้หญิงที่ผ่านๆมานั้นแทบจะแก้ผ้ารอเขาเสียด้วยซ้ำ


จะยอมไม่ทำอะไรไปมากกว่านี้ ทั้งๆที่อยากจะทุ่มแรงทั้งหมดใส่เข้าตัวเธอ...สำหรับภาคิณแล้วเขาไม่รีบ เพราะอย่างไรเสีย...วาณิริณก็หนีเขาไม่พ้นอยู่ดี เขาใช้โซ่ที่มีขนาดยาวมากพอที่จะให้เธอเดินไปมาในห้องนี้ได้อย่างอิสระมาคล้อที่ข้อเท้าขวาของเธอแล้วคล้องปลายอีกด้านไว้กับข้าเตียง หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นนักโทษที่รอคำสั่งประหารจากเขา ขัดขืนอะไรไม่ได้เลย


ร่างสูงเดินออกมาจากห้องนั้นก็ให้คนที่เฝ้าข้างหน้าล็อคแม่กุญแจเสีย เขาเก็บลูกกุญแจไว้กับตัวเพราะมีแผนว่าจะมานอนห้องนี้...ในคืนนี้


ภาคิณนั่งอ่านเอกสารงานที่พกมาทำด้วย เทวินทร์เดินเข้ามาเห็นใบหน้าปนยิ้มนิดๆของเจ้านายก็อดแปลกใจไม่ได้


"คุณคิณรักเธอจริงๆหรอครับ?"


ภาคิณเงยหน้าขึ้น "คงอย่างงั้น ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมคิดถึงแต่เธอ แล้วแกมีเรื่องจะถามแค่นี่หรอ?"


"ผมแค่จะเตือนว่าเรายังกำจัดศัตรูไม่หมด เกรงว่ามันจะใช้คุณวาณิริณเพื่อเล่นงานคุณคิณ"


ภาคิณพยักหน้าเข้าใจ "ฉันก็ลืมเรื่องนี่ไปสนิท ขอบใจแกมากนะเทวินทร์ที่เตือน แล้วเรื่องที่ให้ทำ...เรียบร้อยหรือยัง?"


"ครับ! ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่โทรศัพท์ของคุณวาณิริณเรียบร้อยแล้ว และให้คนสำรวจเส้นทางไปบ้านที่พิษณุโลกของครอบครัวเธอด้วย"


"ดี! แกไปพักผ่อนได้แล้วล่ะ"


เทวินทร์ยิ้มนิดๆแล้วเดินออกไป ภาคิณคิดว่าตัวเองอาจจะโรคจิตแบบที่เธอว่าก็ได้แต่ถ้าเป็นแล้วมีความสุขแบบนี้มันก็คุ้มอยู่ไม่น้อย จัดการงานของตัวเองเสร็จก็เดินกลับขึ้นไปยังห้องนอนที่เขากักตัววาณิริณเอาไว้ ช่วงเย็นให้สาวใช้ขึ้นมาส่งอาหารก็ไม่ยอมทานแถมเมื่อคืนยังไม่ยอมนอนเพราะความหวาดระแวงในตัวเขาวันนี้จึงแอบผสมยานอนหลับในน้ำดื่มให้


เธอหลับสนิทท่ามกลางความมืดมิด... ร่างสูงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอุ้มวาณิริณจัดท่านอนให้เธอดีๆ สายตาสังเกตเห็นข้อเท้าของเธอมีรอยแผลคงเป็นเพราะพยายามที่จะเอาโซ่เส้นนี้ออก เขามองใบหน้านวลสวยแล้วฝังจมูกเบาๆที่แก้มนิ่ม พรุ่งนี้ก็วันสุดท้ายแล้วที่จะได้ให้ชิดเธอแบบนี้จึงอยากจะกอบโกยให้ได้มากที่สุด


หลังจากครบกำหนดสามวัน...


ภาคิณพาวาณิริณมาส่งตามสัญญา ซึ่งมีข้อแม้โดยการแลกเบอร์โทร ไลน์ และโซเชียลต่างๆไว้ หญิงสาวได้ของส่วนตัวคืนทั้งหมด ยกเว้นชีวิตเดิมของเธอ...


PK AUTO GROUP...


ชลธิชาพยายามยั่วยุปลุกปั่นอารมณ์ชายของภาคิณ แต่เธอทำไม่สำเร็จ...เพราะเขากำลังสนใจคนในโทรศัพท์มากกว่า ช่วงสองสัปดาห์เขาติดต่อกับวาณิริณตลอด เจ้าตัวไม่ได้คิดว่านี่คือการคุกคามอีกฝ่ายแต่อย่างใด...เขาคิดว่านี่คือวิธีการจีบที่ดีที่สุด ตอนเที่ยงก็ไปรับเธอออกมาทานข้าวจนเกิดเป็นข่าวว่าทั้งคู่กำลังคบกัน


ซึ่งภาคิณต้องการให้เป็นเช่นนั้น...


แต่ทว่าวันนี้เขาคงต้องอดเจอนางฟ้าคนสวยเสียแล้ว จากข้อความในไลน์...เธอบอกว่ามีงานที่กระบี่แต่ไม่ได้บอกว่าไปกี่วัน 


วาณิริณคงลืมว่าเขานั้นเล่ห์เหลี่ยมเยอะขนาดไหน ทุกย่างก้าว ทุกการกระทำของเธอนั้นอยู่ในสายตาของภาคิณหมด แค่เปิดสัญญาณเครื่อองติดตามแป๊บเดียวก็รู้...แต่ไม่ทำ รอคนที่ให้เขาส่งให้ไปเฝ้าดูเธอกลับมาก็เท่านั้น


"ชลธิชา...ถ้าเธอยังไม่หยุด คงต้องหางานใหม่จริงๆ" เสียงทุ้มกดต่ำ เขาเริ่มรำคาญกับเลขาสาวคนนี้


"คุณคิณหลงนังนั่นเกินไปแล้วนะคะ น้ำไม่ยอม อะ...คุณคิณ นะ...น้ำเจ็บ โอ้ยย"


แววตาแข็งกร้าวจ้องมองด้วยความไม่พอใจ มือหนาบีบหน้าเธอเต็มแรงจนหญิงสาวร้องโอดโอย "อย่าเรียกว่าที่ภรรยาของฉันแบบนั้นอีก ถ้าไม่ฟัง...อย่าหาว่าฉันไร้น้ำใจ!"


ชลธิชาได้ยินก็สั่นกลัว ห้องเชือดเป็นอย่างไรเธอไม่รู้...แต่คนที่ได้เข้าไปในนั้น พอออกมาต่างก็มีสภาพยับเยินกันทั้งนั้น


ก็อก ก็อก...


แอดดด


"คุณวาณิริณขับรถออกไปอยุธยาครับ ให้ผมส่งคนของเราตามไปไหม?" เทวินทร์รายงานตามที่ได้รับข่าว


ภาคิณสะบัดมือออกแล้วผลักชลธิชาออก หญิงสาวเมื่อเป็นอิสระก็รีบวิ่งออกไปทั้งที่ในใจเจ็บแค้นอย่างหนักแต่ก็กลัวเข้าเช่นกัน


"ไม่ต้อง! โทรไปที่บ้านบอกให้คนจัดกระเป๋าให้แม่ พี่กร แล้วก็ของฉันให้เรียบร้อย วันนี้เราจะเดินทางไปพิษณุโลกกัน" คิดจะหนีคงไม่ง่ายนักหรอก ทั้งๆที่ภาคิณกะไว้ว่าสักสองเดือนจะไปสู่ขอเธอแท้ๆ คงต้องเลื่อนกำหนดมาให้เร็วขึ้นเสียแล้ว ทั้งหมดทั้งมวลก็เพราะนางฟ้าคนสวยของเขา


"อยากเป็นผัวเมียกันไวๆทำไมไม่บอกตรงๆนะ หรืออยากจะให้พี่ไปเซอร์ไพร้ซ์ถึงที่..." ภาคิณมองรูปของเธอในมือถือก็ยกยิ้มบางๆ


แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน...เพราะอยากจะกินเธอไวๆแล้ว ไม่สิ! อยากร่วมเรียงเคียงหมอนตลอดไปเลยต่างหาก พยศเงียบแบบนี้แหละน่าสนุกดีนีก


#####


วาณิริณเดินทางกลับมายังบ้านเกิดพร้อมน้องสาว เธอหมายใจว่าจะพักผ่อนสมองสักวันสองวัน เพราะตั้งแต่ภาคิณเข้ามาในชีวิตเธอก็ต้องเจอปัญหาในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะข่าวที่ว่ากำลังคบกัน เรื่องที่ถูกเขาลักพาตัวไปสามวันแถมยังล่วงเกินร่างกายของเธอซึ่งไม่เคยให้ชายใดแตะต้องมาก่อน หนำซ้ำยังถูกบรรดาผู้หญิงของเขาขู่อาฆาตอีก


แต่นั่นเธอก็จัดการได้แบบอยู่มือ


พิษณุโลก...


บ้านหลังงามที่รายล้อมไปด้วยทุ่งนาเขียวขจีของสุชาติและลำเพย ที่นี่เปิดเป็นโฮมสเตย์แบบวิถีชาวนารวมถึงเป็นโรงเรียนสอนทำนาด้วย อดีตของมันคือบ้านไม้ผุพังหลังเล็กๆ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของวาณิริณและวาณิชา แต่ตอนนี้มันกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา...ทันทีที่สองพี่น้องมาถึงก็รีบเข้าไปสวมกอดบุพการีด้วยความถวิลหา


"งานยุ่งหรอลูก?" ลำเพยถามลูกสาวคนโตด้วยความห่วงใย สีหน้าเธอดูเหนื่อยล้าเหลือเกิน


"นิดหน่อยค่ะ" ใบหน้าสวยระบายยิ้ม


"แล้วแฟนณิริณล่ะลูก ไม่พาเขามาด้วยหรอ?" ข่าวนั้นดังมาก...แม้แต่ผู้เป็นพ่อก็ยังรู้


วาณิชาพอได้ยินก็มุ่ยหน้าลง "ลูกสาวกลับบ้านทั้งทีก็ถามหาแต่คนอื่น ณิชางอนแล้ว!"


"โอ๋ๆ ไม่งอนนะลูกนะ... เข้าบ้านกันดีกว่า พ่อต่อเติมบ้านเพิ่ม ทำห้องให้ณิริณกับณิชาด้วย ไปดูสิว่าชอบหรือเปล่า" สุชาติพูดด้วยความภาคภูมิใจ มีวันนี้ก็เพราะลูกสางสุดที่รักแท้ๆ แต่เขากับลำเพยก็ไม่อยากรบกวนเงินของวาณิริณมากนักจึงเปิดโฮมสเตย์และโรงเรียนสอนทำนา แม้ว่าลูกสาวทั้งสองจะห้ามและให้หยุดพักแต่คนเคยทำงานมาทั้งชีวิต...จะให้หยุดเฉยๆก็ไม่ค่อยชอบนักหรอก


พอได้กลับมาเห็นว่าพ่อกับแม่อยู่ดีมีสุขวาณิริณก็ดีใจ หญิงสาวอาบน้ำทำร่างกายให้สดชื่นเธอใช้เวลากับครอบครัวตลอดเมื่อมาถึง ตกเย็นแล้วก็ออกมาเดินเล่นตามคันนา เวลายามเย็นแบบนี้อากาศทั้งดีแล้วสดชื่น...ทำให้เธอคลายความอ่อนล้าไปได้เยอะ


"พี่ณิริณกำลังคิดอะไรอยู่อ่ะ เรื่องไอ้โรคจิตภาคิณหรอ?" วาณิชาสังเกตสีหน้าพี่สาวก็ถามขึ้น "ที่โดนลักพาตัวไปคราวนั้นมันทำอะไรพี่ณิริณกันแน่ บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ...ณิชาจะไปจัดการมัน"


"ปะ เปล่า...พี่แค่คิดว่าทำไมเขาถึงบอกว่าจะไม่ยอมปล่อยพี่ อยากเป็นสามีของพี่...แล้วก็พยายามหาทางเข้าถึงตัวพี่ตลอดเวลา" สีหน้าที่ยังคาใจกับเรื่องพวกนี้อยู่ วาณิริณเองก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้สักทีว่าทำไม


วาณิชาพยักหน้าเบาๆ "ก็แหงล่ะ...พี่ณิริณทั้งสวย ทั้งเก่ง ทำอาหารก็อร่อยก็คงอยากจะได้ไปเป็นแม่บ้านแม่เรือน แต่ถ้าจะจีบทำไมต้องใช้วิธีเถื่อนๆแบบนั้นด้วยนะ พี่ณิริณต่องอยู่ห่างๆไว้นะ"


หญิงสาวถอนหายใจ "ทำได้ก็ดีสิ! ใกล้มืดแล้วล่ะ...กลับกันเถอะ"


สองสาวพี่น้องเดินคุยกันมาตลอดทาง เมื่อมาถึงตัวบ้านก็เหมือนว่าพ่อและแม่ของเธอกำลังมีแขกจึงเดินเบาๆเพื่อไม่ให้เสียมารยาท


แต่ทว่า...


"คุณภาคิณ !!" แววตากลมโตมองเห็นแขกที่นั่งอยู่ก็ตกใจ เสียงหวานพูดชื่อของเขาอย่างแผ่วเบา


"ขนมาทั้งบ้านเลย" วาณิชาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน พวกเขารู้จักที่นี่ได้อย่างไรกัน


"มาก่อนไม่รอเลยนะครับที่รัก! ทั้งๆที่พี่บอกว่าจะมาด้วยแท้ๆ" ภาคิณพูดหน้านิ่งๆ แต่น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบเป็นเอกลักษณ์


ไม่มีเสียงตอบกลับไป! วาณิริณและน้องสาวเดินมานั่งอีกฝั่งแต่ไม่ยอมสบตาเขาสักนิด ส่วนวาณิชาน่ะหรอ? ส่งสายตาเหวี่ยงกัดปะทะกับภากรเต็มที่จนโดนลำเพยดุเข้าจนได้


นาตยาส่งยิ้มให้ "ขอฉันคุยกับหนูณิริณสักครู่นะคะ"


"ตามสบายเลยค่ะ" ลำเพยตอบกลับ


วาณิริณเพ่งอยู่นานก็นึกออกว่าเคยเจอกับนาตยาตอนที่หล่อนกำลังจะเป็นลม เธอตามมาที่ระเบียงด้านนอก


"ดีใจจริงๆที่เป็นหนู คบกับภาคิณนานแล้วหรอจ๊ะ" นาตยาที่รู้เต็มอกแต่ก็แสร้งถามไปแบบนั้น เพราะในใจเธอเองก็อยากได้วาณิริณเป็นลูกสะใภ้เช่นกัน


"คือ...สัก สักพักค่ะ! คุณป้าเป็นแม่คุณภาคิณนี่เอง โลกกลมจังเลยค่ะ"


"เรียกแม่เถอะจ๊ะ ที่นี่บรรยากาศดีจังเลยนะ...แม่ชอบ พรุ่งนี้พาแม่เดินดูรอบๆหน่อยสิ! ไม่เคยมาเห็นอะไรแบบนี้...ณิริณไม่ขัดข้องอะไรใช่ไหม?"


วาณิริณยิ้มบางๆ "ไม่ขัดข้องค่ะ"


ยิ่งได้พูดคุยนาตยาก็ยิ่งชอบใจ ท่าทางกิริยานอบน้อม พูดจามีหางเสียงทุกคำแบบนี้ ทั้งสองกลับเข้ายังห้องรับรองแขกและก็ถึงเวลาอาหารเย็น


โต๊ะอาหารที่มีแต่ของพื้นบ้าน ลำเพยกับสุชาติเกรงว่าผู้มาเยือนจะกินไม่ได้เลยจะให้คนไปสั่งอาหารจากในเมืองมาให้


"ไม่ต้องลำบากหรอกครับ แบบนี้พวกเราทานได้" ภากรพูดเสียงสดใส


"หึ! กินง่ายๆก็ดีจะได้ไม่เปลือง โอ้ยยย แม่...ณิชาเจ็บ" วาณิชากระแทกเสียงใส่แต่ก็โดนลำเพยหยิกเข้าที่เอว ภากรยิ้มเยาะชอบใจเชิงบอกว่าสมน้ำหน้า


"พูดจาก็เกรงใจผู้ใหญ่บ้าง ไม่น่ารักเลยลูกคนนี้" ผู้เป็นแม่ต่อว่า "ตอนเย็นเห็นบอกว่ามีเรื่องสำคัญ พูดเลยก็ได้นะคะ พรุ่งจะได้เที่ยวกันอย่างเดียว"


ภาคิณมองไปที่วาณิริณก็ยกยิ้ม "จริงๆผมกับครอบครัวจะมาคุยเรื่องสู่ขอณิริณครับ..."


เคล้ง !!


วาณิริณเผลอทำช้อนหลุดมือ "ทำไมไวจังล่ะคะ? ไหนว่าเดือนหน้า" อาจจะเป็นผลที่เธอบอกว่าไปกระบี่แน่ๆ เขาจึงหาทางบีบเธอแบบนี้


"อะ เอ่อ...ลองเอาวันเกิดทั้งสองคนไปผูกดวงกัน ฤกษ์ดีมีเดือนหน้าน่ะค่ะ ถ้าไม่งั้นก็อีกนานเลย อยากอุ้มหลานไวๆ อีกอย่างเด็กสองคนก็เริ่มเกริ่นๆมาก่อนหน้านี้แล้ว" นาตยาไหลไปตามน้ำ ก็ภาคิณนั้นกำชับให้พูดตามสคริปของเขา


วาณิริณตวัดสายตาไม่พอใจ ภาคิณก้มกดโทรศัพท์แล้วส่งไปหาเธอ

Phakin : คืนนี้เรามีเรื่องต้องคุยกัน


อ่านจบก็วางมันลง อุส่าห์จะมาพักผ่อนสมองแต่ก็ต้องมาเจอเรื้องพวกนี้ทำให้คิดหนักไปอีก


"ณิริณว่ายังไงลูก พ่อกับแม่ให้หนูตัดสินใจเรื่องนี้เองดีกว่า" สุชาติพูดยิ้มๆ เขาเองก็ไม่ขัดถ้ามันจะเป็นความสุขของลูกสาว คนเป็นพ่อมองดูว่าภาคิณเองก็คงจะสามารถเลี้ยงดูลูกสาวคนเก่งของเขาได้


"คือ..." เธอจะปฏิเสธก็ได้แต่ว่า...ภาคิณนั้นถือไพ่เหนือกว่า ไหนจะรูปที่เขาถ่ายไว้แบล็คเมล์เธออีก "หนูยัง เอ่อ...แล้วแต่พ่อกับแม่ดีกว่าค่ะ"


วาณิชาเองก็อึดอัดใจ ถ้าเป็นแบบนั้นพี่สาวเธอก็ต้องแต่งงานน่ะสิ ในหัวของสาวน้อยจินตนาไปถึงซาตานตัวร้ายที่ชอบทรมานคน แล้วถ้าพี่สาวเธอต้องเจอแบบนั้นล่ะจะทำอย่างไร... อาจจะถูกจิกหัวใช้ทำงานบ้าน ถูกตบ ถูกตี ....


วาณิชาพยายามสลัดภาพจินตนาการของเธอออกจากหัว จากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปกันนะ


หลังจากอาหารเย็น...


ภาคิณเดินตามวาณิริณมายังห้องนอนของเธอ พวกผู้ใหญ่ว่าอะไรเพราะคิดว่าทั้งคู่โตพอที่จะจัดการชีวิตตัวเองได้


"มีอะไรจะคุยหรือคะ?" เธอหยุดและไม่ยอมเปิดประตูห้อง


มือหนาเชยคางเธอให้ตาเขา "เปิดประตูสิ! พี่อยากเห็นห้องนอนของณิริณ"


"มะ...ไม่มีอะไรน่าดูหรอกค่ะ อ๊ะ! ปล่อยนะคะคุณภาคิณ พ่อกับแม่มาเห็นมันดูไม่ดี อื้ออ"


ร่างบางถูกรวบเข้าไปในอ้อมแขนใหญ่ ไม่พอ...ยังจะจูบเธอจนต้องหดคอหนี แขนเล็กพยายามดันตัวเขาไม่ให้ทำตามใจ


ภาคิณหัวเราะในลำคอ "ไม่อยากให้ใครเห็นก็เปิดประตูสิ! อย่าลืมว่าณิริณมีความผิดที่โกหกพี่อยู่นะ"


เดี๋ยวเย็นชา เดี๋ยวอ่อนหวาน...เธอเดาทางเขาไม่ถูกจริงๆ สุดท้ายก็จำยอมต้องเปิดประตูห้องเข้าไป ห้องนอนเรียบๆมีเฟอนิเจอร์เพียงไม่กี่ชิ้นนั้นบ่งบอกถึงนิสัยเจ้าของได้เป็นอย่างดี


ทันทีที่กลอนประตูถูกล็อค...


ภาคิณอุ้มร่างบางขึ้นไปวางบนเตียงนอนทำเอาวาณิริณใจหายวูบ ดิ้นขัดขืนจนสุดแรงเมื่อเห็นท่าทีคุกคามของอีกฝ่าย... ข้อมือเล็กถูกมัดผูกติดกับหัวเตียงด้วยเนกไทค์ของเขา


"ทำบ้าอะไรของคุณน่ะ อื้ออ ปล่อยนะ อื้ออ อ่อย"


ภาคิณไม่รอช้าที่ลิ้มรสริมฝีปากสีหวาน สองขาทั้งถีบทั้งดันไม่เกิดผลอะไร ซ้ำร้ายภาคณยังชอบใจอีกเสียด้วย ลิ้นสากฝ่าฟันอุปสรรคเข้าไปในโพรงปากเล็กอย่างช่ำชอง หยอกล้อเกี่ยววนจนร่างเล็กขนลุกเกลียว


"อื้มม" คนกระทำส่งเสียงคำรามพอใจ "ฮ้าาา~ นี่ลงโทษสำหรับที่ณิริณโกหกพี่ คิดจะหนีมันไม่ง่ายนักหรอก"


"แฮ่กๆ มะ...ไม่ได้หนีเสียหน่อย ก็...เปลี่ยน อื้อ เปลี่ยนวันดูงาน อ๊ะ ยะ อย่าจับ อื้มม คุณภา...อ๊าา ภาคิณ"


มันรู้สึกวูบวาบในอก ภาคิณสอดมือเข้าไปใต้เสื้อแล้วดึงบราเซียลง อกอวบชูช่อยอดถันงาม ร่างสูงเผลอกลืนน้ำลายก่อนจะบีบเฟ้นนวดคลึงเบาๆ


"หืม? ว่าไงนะครับที่รัก พี่ฟังไม่ถนัด" ชอบแกล้งแถมเอาแต่ใจ ถลกเสื้อเธอขึ้นแล้วก้มลงกลืนกินยอดอกสีทับทิมอย่างหื่นกระหาย "จ๊วบๆ อื้มม แผล็บ จุ๊บ!"


"อื้มมม หยุด อ้าา หยุดเถอะ ขอ...ขอร้อง อื้อออ จะไม่โกหกแล้ว กรี้ดด"


ภาคิณฝังรอยฟันเข้าที่ยอดอกงาม ดูดกลืนไม่นานก็ปล่อย "แน่ใจนะ!"


วาณิริณพยักหน้าหงึกหงัก ร่างกายสั่นเทิ้มแถมยังร้อนวูบๆในทรวง ภาคิณซุกไซ้ซอกคอขาว สูดดมกายสาวเข้าเต็มปอด


หอมจริงๆ


"ปล่อยเถอะนะ ฮึก! นะคะ" เธอลองขอร้องเขาอีกที


มือหนาลูบไล้สะโพกกลมแล้วค่อยๆเลื่อนขึ้นตามผิวเนียนลื่น...จับนั่นขยำนี่ตามอำเภอใจ


"ต่อไปนี้...ณิริณจะต้องอยู่ในโอวาทของพี่ ห้ามดื้อ! เป็นเด็กดีของพี่ได้ไหมครับ!?" ภาคิณเปลี่ยนมาใช้คำพูดที่อ่อนหวานกว่าเดิม เขารู้สึกว่าตัวว่าเล่นแรงเกินไปจนนางฟ้าคนสวยอาจจะไม่มีวันเปิดใจให้เขา


เขาไม่ต้องการเช่นนั้นเลย...


ภาคิณปาดน้ำตาที่เอ่อล้นจากนัยตาใส จูบซับปลอบประโลมให้เธอคลายกังวล


"พี่อยากอาบน้ำแล้ว ณิริณถูหลังให้พี่หน่อยนะ"


"แต่..." พอเธอจะปฏิเสธก็เจอสายตาแข็งกร้าวทันที "ก็...ก็ได้ค่ะ" เสียงสั่นเครือไปหมด หายใจหายคอไม่ทั่วท้องเลยทีเดียว


ภาคิณยกยิ้มพอใจก็คลายปมที่มัดเธอไว้ออก ยืดตัวถอดเสื้อเผยมัดกล้ามเป็นลอนสวย จับมือเธอขึ้นมาแตะที่อกด้านซ้ายของเขา


"ตอนนี้ณิริณเป็นเจ้าของมันแล้ว" แววตาเจ้าเล่ห์มือไปที่อกด้านซ้ายของเธอ ซึ่งมันเปลือยอยู่


"ว้าย !!" มือเล็กยกมือขึ้นปิด ใบหน้าแดงซ่านด้วยความอับอาย


แต่ก็ถูกจับรวบขึ้นไว้เหนือหัวอยู่ดี...


"พี่จะตอบแทนณิริณโดยการทำให้เป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก และสักวัน...พี่จะทำให้ณิริณรักพี่จนหมดใจให้ได้"


"ตอบแทน...? อื้อ อื้มม" พูดไม่ทันจบก็ถูกบดริมฝีปากเข้าหาอีกครั้ง


จากหยักจูบวนทั่วใบหน้างดงาม อกจะแตกตายอยู่แล้ว...อยากจะรวบหัวรวบหางเธอเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่เขาจะทำเหมือนเธอเป็นผู้หญิงชั่วคราวไม่ได้ จะทำให้เธอรู้สึกแบบนั้นไม่ได้...สำหรับชายหนุ่มที่ตอนนี้เลือกแล้วว่าเธอนี่แหละจะต้องมาเป็นภรรยาสุดที่รักหนึ่งเดียวสำหับเขา


"อ้าา ~ เราไปอาบน้ำกันดีกว่า"


อยากจะสำรวจร่างกายนี้ให้เต็มตา ได้ยินว่าที่นี่มีลานอาบน้ำกลางแจ้งก็อยากจะลอง ภาคิณจัดแจงแต่งตัวให้วาณิริณจนดูเรียบร้อย เดินโอบเอวบางไปยังพื้นที่เป้าหมายเมื่อเตรียมอุปกรณ์ครบ


ตลอดทางก็แทะเล็มโลมเลียเธอไม่หยุด ก็อยากน่ารักแสนดีทำไมล่ะ!? ใครได้อยู่ใกล้ก็คงอดใจไม่ไหว


ตอนนี่ภาคิณเริ่มนึกหวงเธอขึ้นมาเสียแล้ว...

____________________100%______________

ห้าวห่ามไปแล้วอิคุณคิณ...

คุณคิณโรคจิต

คุณคิณหื่นเงียบ

คุณคิณสายเถื่อน (ไหม?) ถามใจดู คริๆ

1 คอมเม้นท์ = 1 ล้านกำลังใจ

ขอบคุณสำหรับทุกคำติชมนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น