June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

1. โหมกระหน่ำ ( นนท์นัท )

ชื่อตอน : 1. โหมกระหน่ำ ( นนท์นัท )

คำค้น : นนท์นัท 2N

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 70.5k

ความคิดเห็น : 101

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2562 19:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 900
× 0
× 0
แชร์ :
1. โหมกระหน่ำ ( นนท์นัท )
แบบอักษร

 

นัท

Part

ณ มหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งย่านชานเมือง

"เห้ย มานั่งเหม่อลอยทำไรตรงนี้วะ"

เสียงไอ้กิจเพื่อนผมพูดขึ้นพร้อมกับตบบ่าผมเบาๆ

" ป่าว " เสียงผมตอบรับเนือยๆ

" อาจารย์เรียกมึงไปทำไม "  ไอ้กิจถามผมต่อ

" ไม่มีไรแค่ให้กูแก้รายงาน ใหม่มันผิดเยอะ "

ผมตอบเรี่องโกหกออกไปเพราะว่าเรื่องจริงคืออาจารย์เรียกผมไปเรื่องค่าเทอมที่จะถึงกำหนดจ่าย

เป็นเงินจำนวนหลายหมื่นนั้นทำให้ผมคิดหนักเพราะว่าด้วยเงินเก็บที่มีทั้งหมดคงพอดีกับค่าเทอม คำว่าพอดีนั้นหมายถึงผมจะไม่มี กินใช้จ่าย หลายคนคงสงสัยว่าทำไมผมไม่ขอพ่อแม่..

 

ผมนายนัฐพลหรือเพื่อนเรียกว่านัทเรียนบริหารปี4

มหาลัยเอกชนชื่อดังหน้าตาผมค่อนข้างจะธรรมดาเหมือนผู้ชายไทยทั่วไปเด่นหน่อยก็คือผิวที่ขาวจัด เนื่องจากผมมีเชื้อสายจีนผมเคยมีทุกอย่างทั้งเงินทั้งบ้านเเละครอบครัว

จนเมื่อ2ปีก่อนพ่อแม่ผมเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุนั่นทำให้ได้รับรู้ว่าครอบครัวผมเป็นหนี้จำนวนมากจากธุรกิจของพ่อและก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนด้วยเงินเก็บที่มีและคอนโดกลางเมืองที่พ่อผมแอบซื้อไว้นั้นทำให้รอดจากเจ้าหนี้ของพ่อทำให้ ผมมีที่พักอาศัยมาจนถึงทุกวันนี้ คำสั่งเสียสุดท้ายของพ่อที่ผมจำได้คือพ่อพูดขอโทษผมทั้งน้าตาบีบมือผมแน่น

หากแม้นมีใครสักคนต้องจากไป คนที่อยู่ขอให้สู้ต่อไป

นาทีนั้นผมสิ่งเดียวที่ผมคิดคือผมต้องสู้ต่อไปผมต้องอยู่ให้ได้

เห้อ! ผมถอนหายใจเสียงดังมองหน้าไอ้กิจที่เป็น1ในเพื่อนรักทั้งสามของผม

" ไอ้กิจมึงแนะนำงานที่มันได้เงินดีให้หน่อยดิวะ "

" เป็นเมียกู " ไอ้กิจตอบตายิ้ม

" กูจริงจังนะมึงพูดเล่นอยู่ได้ " ผมตอบไอ้กิจตาขวาง

" ฮ่าๆ กูก็พูดจริงเป็นเมียกูอยากได้ไรกูให้หมด "

 

ผมมองไอ้กิจตาขวางเพราะว่าผมไม่ชอบเรื่องที่มันล้อเรื่องผัวเมียผมเป็นผู้ชายผมไม่ได้อคติเรื่องเกย์เรื่องเพศที่สามแค่ผมไม่ชอบใครเอามาล้อเล่นด้วยหน้าตาที่ออกขาวใสเพราะว่าผมมีเชื้อสายจีน ทำให้มีผู้ชายหลายคนมาจีบแต่ผมก็ปฏิเสธไป

" เออ​ กูล้อเล่นน่า เดี๋ยวกูลองถามๆเพื่อนกูให้พี่สาวมันเปิดร้านกาแฟสดว่าแต่มึงเดือดร้อนเรื่องเงินหรือป่าว ทำไมจะทำงานเพิ่ม "  

ไอ้กิจคงเห็นผมทำหน้าเครียด

" ก็นิดหน่อย แต่กูว่างไงช่วงนี้เรียนน้อยเวลาเยอะถ้าได้งานทำก็คงดี " 

ผมยิ้มใสตาหยีใส่มันผมรู้มันแพ้รอยยิ้มผม

" พอๆไม่ต้องทำตาน่ารักใส่กู " ไอ้กิจพูดพร้อมกับจับหัวผมโยกไปมา

" นั่งพลอดรักไม่อายฟ้าฝนเลยนะพวกมึง "

เสียงของไอ้ต้นเพื่อนผมอีกคน ดังขึ้นพร้อมเดินมาหาผมกับไอ้กิจที่นั่งอยู่

" อิจฉารึไง " กิจพูดพลางขยิบตาให้ต้นอย่างน่าหมั่นไส้

" มานี่เลยมึง " ต้นพูดและดึงแขนกิจให้ลุกขึ้นไปนั่งข้างตัวเอง

" ว่าแต่วันนี้มึงไม่ไปทำงานไง ไอ้นัทถึงมานั่งเอื่อยอยู่เนี่ย " 

 

ต้นถามผมในขณะที่มือของมันกำลังกอดล็อคคอไอ้กิจไว้และกิจก็กำลังยื้อยุดตัวเองให้หลุดจากไอ้ต้นหน้าแดงกล่ำผมมองๆแล้วเพื่อนผมสองคนนี้มันต้องมีไรบางอย่างที่ไม่ปกติ

" อืม ลาออกแล้วน่ะพอดีที่ร้านเค้าต้องการพนักงานประจำตอนนี้กำลังหางานใหม่ให้มันตรงกับเวลาเรียนกูด้วย "

" มึงเดือดร้อนเรื่องเงินก็บอกพวกกูได้นะไอ้นัทพวกกูเพื่อนมึงนะ "  

 

ต้นเอ่ยแต่มือยังวนเวียนอยู่ข้างแก้มของไอ้กิจ

" เออๆ กูรู้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ไรหรอกแค่อยากมีรายได้เพิ่มมึงช่วยถามๆงานให้กูก็พอ กูไม่ค่อยรู้จักคนเยอะเหมือนพวกมึง "

ผมพูดและนั่งก้มหน้าสไลด์หน้าจอหางานในมือถือเครื่องเก่าที่ยังใช้งานได้แบบทนทานผมภาวนาแค่ไม่ให้มันมาพังตอนนี้ก็พอแล้ว

" งั้นแปบ " ไอ้กิจบอกและยกมือถือราคาแพงมากดสายโทรออก

" เออมึงอยู่ไหนแวะมาที่คณะกูหน่อยหน้าโรงอาหาร " 

มันคงนัดใครสักคน

 

ผ่านไปสักพัก

" ไอ้นนทางนี้ " ผมมองตามเสียงเรียกของไอ้กิจเห็นเพื่อนรักมันเดินมาพร้อมกับสาวสวยดาวคณะ

 

ชานนท์ธรี สุริยะศักดิ์ชัยกุลเดือนมหาลัย 4 ปีหล่อรวยเรียนเก่งโดยรวมเรียกว่าเฟอร์เฟคทุกอย่างเป็นเพื่อนรักเพื่อนสนิทของไอ้กิจ ไอ้นนเป็นคนสูงมากเกือบ190เซนติเมตรจมูกโด่งคิ้วเข้ม ตาดุ และเป็นคนเงียบขรึม

ผมขยับตัวเมื่อไอ้นนนั่งลงข้างๆผมทั้งที่อีกฝั่งของโต๊ะก็ว่าง ผมกับไอ้นนสบตากันเเวบหนึ่งสิ่งที่น่าแปลกอย่างหนึ่งสำหรับผมกับไอ้นนคือทั้งที่มีเพื่อนกลุ่มเดียวกันกินเที่ยวด้วยกันบ้างแต่ก็คุยกันนับครั้งได้ด้วยนิสัยส่วนตัวของผมที่เป็นคนพูดน้อยและจะคุยแต่คนที่สนิทและมันเองก็นิสัยเหมือนกันกับผมหรือเป็นเพราะ

" มันไม่ชอบผม​ "

อันนี้ผมคิดเองรู้สึกเอง

เพราะในบรรดากลุ่มเพื่อนๆผมฝาแฝด กร  กิจ เป็นลูกเจ้าของร้านเพชรทองในเยาวราช  ต้นลูกชายคนเล็กนักการเมืองชื่อดัง เสกลูกเจ้าของโรงเเรมดังหลายสาขาในไทย เก่งลูกชายเจ้าของโรงงานผลิตอะไหล่รถยนต์เจ้าใหญ่ระดับต้นๆของประเทศ

ส่วนไอ้นนผมไม่รู้ว่าบ้านมันทำมาหากินอะไรแต่รู้ว่ามีเงินมีทองกินใช้จ่ายเหลือเฟือ เหมือนกับลูกคนรวยทั่วไปหรืออาจจะรวยมากถึงอันดับต้นๆของประเทศ

และผมน่ะหรอ ค่าเทอมยังไม่พอจ่ายแต่ผมก็ภูมิใจในสิ่งที่ผมมีหลายครั้งๆที่เพื่อนผมหยิบยื่นความช่วยเหลือเรื่องเงินผมก็ปฏิเสธไป

" ไอ้นน ขอเบอร์พี่แนนหน่อยดิ " กิจเอ่ย

" มึงเอาไปทำไม " ไอ้นนถามด้วยใบหน้าเรียบแต่ก็ยังดูดีมองมุมไหนมันก็ดูดี ผมแอบเผลอมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของมันจนเหมือนเจ้าของเสี้ยวใบหน้านั้นรู้ตัวหันมามองผมด้วยตั้งคำถามทางสายตาว่า

" มีไรหรือป่าว​ "   นั่นทำให้ผมรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนวูบ พร้อมก้อหน้างุดด้วยความอายที่เผลอจ้องจนถูกจับได้

" กูจะถามพี่เค้าเรื่องรับพนักงานที่ร้านพอดีกูหาคนทำได้ล่ะ "  

กิจพูดพร้อมหลิ่วตามองมาที่ผมไอ้นนยื่นมือถือให้กิจพร้อมกดเบอร์โทรออกกิจเดินไปคุยโทรศัพท์สักพักก็เดินกลับมาหน้ายิ้มนั่งลงและยื่นมือมากุมมือผม

" กูหางานให้มึงได้ล่ะพรุ่งนี้เช้า มึงไม่มีเรียนเข้าไปคุยรายละเอียดกัน "

 

กิจพูดยิ้มๆ

" จริงหรือ "

ผมพูดด้วยหน้าดีใจพร้อมกับจับมือไอ้กิจแน่น

" โอๆ กระต่ายน้อยยิ้มแล้วโว้ย "  

ไอ้ต้นพูดและเอามือมาบีบแก้มผมเบาๆทำให้ผมเหลือบไปมองเห็นสายตาของอีกคนที่นั่งข้างผมมองมาเหมือน ตำหนิ ทำให้ผมรีบแกะมือไอ้กิจออกและผลักมือไอ้ต้นออกจากแก้มตัวเอง

ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำแบบนั้นแต่แค่ไม่ชอบให้ใครมามองด้วยสายตาแบบนั้นโดยเฉพาะ ไอ้นนเพื่อนไอ้กิจ

" นัททำงานตอนเลิกเรียนด้วยหรอคะ "  

มินนี่สาวสวยแฟนไอ้นนดีกรีดาวคณะเรียนคณะเดียวกันกับผมกับไอ้กิจไอ้ต้นส่วนไอ้เก่งไอ้กรไอ้นนเรียนคนละคณะปกติผมไม่เคยคุยกันเลยอาจจะเป็นเพราะเหมือนเธออยู่คนละโลกกับผม

" งานร้านกาแฟชั่วโมงหนึ่งจะได้กี่100บาทกันคะ มินนี่ได้ยินเด็กรับใช้ที่บ้านเคยเล่าว่ายืนขาแข็งได้ชั่วโมงละ 80 บาท "

มินนี่สาวสวยพูดขึ้น

ทำให้ผมอึ้งในสิ่งที่เธอพูดขึ้นมาผมเองมองหน้าไอ้กิจผมรู้มันจะพูดอะไร ไอ้กิจมันปากร้ายครับ

อีกอย่างมันไม่ชอบแฟนไอ้นนเท่าไหร่ มันเองก็บ่นๆกับผมว่าเพื่อนมันทนคบได้ไง ผมเอาเท้าสะกิดมันพร้อมส่งสายตาขู่ ห้ามพูด

" มินคนสวยครับเรียนบริหารมานี่​ครับ อย่าดูถูกค่าของเงินสิครับ ไอ้นัทมันทำงานวันหนึ่งได้ไม่กี่ร้อยก็จริงแต่ก็ยังดีกว่าบางคนที่เฉิดฉายลอยไปมาชีวิตดูไร้สาระในแต่ละวัน "

เสียงกรแฝดพี่ไอ้กิจพูดขึ้นผมลืมไปว่าห้ามไอ้กิจแต่เหลือไอ้กรอีกคน

มินนี่ ทำหน้าเศร้าเมื่อได้ยินไอ้กรพูดขึ้น

 

“ นน มินนี่ไม่ได้ดูถูกใครนะคะ มินนี่ก็แค่เล่าเรื่องให้ฟังดูเหมือนเพื่อนๆนนจะเข้าใจมินนี่ผิด "

 

มินนี่พูดแก้ต่างให้ตัวเองพลางลุกไปนั่งเบียดเเทบจะเกยตักไอ้นน นี่ล่ะนะผู้หญิงเสียงอ่อนเสียงหวาน

ไอ้นนส่ายหน้าพร้อมส่งสายตานิ่งมาทางผมและลุกขึ้นเดินออกไปและมินนี่สาวสวยวิ่งตามพวกผมมองหน้ากันแบบงงๆ

เห้อ!  สายตานิ่งแบบนี้เดาไม่ออกเลยว่าคิดยังไง

 

" ไปกินชาบูกันวันนี้ฤกษ์ดีไอ้นัทไม่ได้ทำงาน "  กิจพูด

" มึงเลี้ยงนะ " เสียงทุกคนพูดขึ้นพร้อมกัน

" เออออออออ "   ไอ้กิจลากเสียงยาว

 

 

ณ. ร้านกาแฟ XX

สรุปผมได้งานที่ร้านกาแฟพี่แนนและทำได้2อาทิตย์กว่าเเล้วทำงาน4โมงเย็นถึง3ทุ่มครึ่งนั้นก็ทำให้เวลาเรียนกับเวลางานผมลงตัวทำแค่วันจันทร์ถึงวันศุกร์เสาร์อาทิตย์หยุดเนื่องจากย่านนี้เป็นย่านออฟฟิศสำนักงาน

" ลูกค้าโต๊ะ7จร้านัท "

เสียงพี่แนนเจ้าของร้านเรียกผมพี่แนนเป็นคนสวยใจดีและก็มีลูกสาวที่น่ารักมากๆ

ผมเดินไปมุมวีไอพีซึ่งเป็นชั้นสองของร้าน สิ่งที่ผมเห็นก็คือผู้หญิงที่กำลังนั่งแนบชิดแทบจะเกยขึ้นไปนั่งบนตักของผู้ชายและที่ทำให้เหวอมากกว่านั้นเมื่อผมเดินไปใกล้ๆและเห็นหน้าชายหญิงคู่นั้น ไอ้นนกับแฟนสาวของมันมินนี่ ผมมองเสื้อไอ้นนที่กระดุม ถูกแกะออกเผยให้เห็นหน้าอกพร้อมแนวของกล้ามเนื้อและผมยุ่งๆของมันทำให้มันมองดูแล้วเซ็กซี่สุดๆ

สติๆกลับมาๆโว้ย​ ผมเรียกตัวเอง

 

" เอ่อ รับอะไรดีครับ "  เสียงผมเอ่ยเสียงเบาทำให้ทั้งคู่หันมามองที่ผมพร้อมกันไอ้นนมองผมด้วยสายตาที่เดาไม่ออก ส่วนมินนี่เหมือนจะแปลกใจที่เห็นผมในชุดเด็กเสริฟร้านกาแฟเสื้อเชิ้ตสีขาวผ้ากันเปื้อนสีดำ

" อ้าวนัททำงานที่นี่​หรอไม่เคยเห็นเลย "  มินนี่ถามผม

" อ่าครับ เพิ่งทำได้2อาทิตย์ " ผมตอบ

" ดีเลยนนมาที่นี่บ่อยๆนะมินนี่ชอบที่นี่ "  มินนี่พูดและเอามือไปจับแถวปกเสื้อของไอ้นนเหมือนแสดงความเป็นเจ้าของส่วนไอ้นนก็ไม่มีท่าทีขัดเขินชอบสินะ​ ถึงไม่ห้ามโรงแรมก็อยู่ใกล้ๆขับรถผ่านมาทำไมวะ​   ผมรู้สึกหงุดหงิดในความคิดตัวเอง

" รับอะไรดีครับ " ผมพูดเน้นเสียง

แล้วมินนี่ก็สั่งเมนูยาวผมจดๆและรีบเดินออกมาจากสายตาไอ้นนที่จ้องมองผมจนทำให้ผมรู้สึกว่าผมแพ้สายตาของมันประหม่าทุกครั้งที่มองสบตากัน

 

3 ทุ่ม 45 นาทีหลังจากที่ผมเลิกงานผมเดินมานั่งรอรถเมล์ที่ป้ายรถเมล์วันนี้ผมเพลียมากๆอาจจะเพราะอากาศที่เย็นช่วงดึกทำให้ผมเผลอนั่งหลับจนสะดุ้งตื่นเพราะเสียงแตรที่บีบลั่น ผมมอง BMW สีดำด้านเมทัลลิกที่ตกแต่งแบบหรูเลื่อนกระจกลงมา

ไอ้นน มันมาทำไรแถวนี้ผมคิดพร้อมเดินไปหามันที่รถ

" ขึ้นรถ " มันสั่ง

" จะ จะไปไหน " ผมถามเสียงสะดุด

" จะไปส่งหรือมึงจะหลับรอรถเมล์เที่ยวพรุ่งนี้เช้า " มันพูดเสียงดุ

ผมมองนาฬิกาเกือบจะ4ทุ่มครึ่งนี้ผมหลับที่ป้ายรถเมล์เกือบครึ่งชั่วโมงเลยหรอเอาวะรถเมล์หมดเเล้วแท็กซี่ก็คงหลายตังค์ว่าเเล้วผมก็เข้าไปในรถ

ขณะที่ผมกำลังมองชื่นชมความงามภายในรถเสียงไอ้นนก็พูดขึ้น

"  รัดเข็มขัดดิวะ "

ตอนนี้ผมหาเส้นเข็มขัดนิรภัยไม่เจอทำให้ไอ้นนเอนตัวมารัดเข็มขัดให้ผม เสี้ยววินาทีนั้นทำให้ผมสะดุ้งตกใจเอาปากไปชนแก้ม ของมัน แปล๊บเลยเหมือนมีไฟวิ่งตามร่างกายของผม

ไอ้นนมองหน้าผมแวบหนึ่งเเละรัดเข็มขัดให้ผมแล้วขับรถออกไป

 

ตึกๆตักๆ

เสียงหัวใจผมที่เต้นเร็วผิดจังหวะผมยกมือขึ้นถูข้างแก้มซ้ายไปมา

ผมมีความลับจะบอกทุกครั้งที่ผมเขินอายหรือใจเต้นเเรงกว่าปกติผมจะเอามือถูหรือลูบข้างแก้มซ้ายตัวเอง และจะเป็นแบบนั้นมาตลอด เหมือนเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของตัวผมเอง เรื่องนี้ไม่มีใครรู้หรือสังเกตแม้แต่เพื่อนสนิทผม

และผมก็ไม่อยากให้ใครรู้ โดยเฉพาะคนที่ทำให้ผมเกิดปฏิกิริยาแบบนี้

" บ้านมึงอยู่แถวไหน " ไอ้นนถามหลังจากที่ต่างคนต่างเงียบมาสักพัก

" ถนน xx ซอย3 "  ผมบอกและมองออกนอกหน้าต่างรถเอาหัวพิงกระจกมองเเสงไฟข้างทางที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงามแล้วก็เผลอหลับไป

" ถึงเเล้ว เห้ๆ ตื่นๆดิวะ "  ผมสะดุ้งตื่นและมองออกไปนอกรถถึงปากซอยทางเข้าคอนโดผมมองไอ้นนที่มองผมด้วยสายตาดุ และผมลงรถกำลังจะหันไปขอบคุณมันก็ออกรถไปเลย  อะไรวะถ้ารีบเเล้วจะมาส่งทำไมยังไม่ได้ขอบคุณเลย

เฮ้อ!  แปลกคน

 

 

มหาลัย xxx

บ่ายวันศุกร์วันนี้ไม่มีเรียนไอ้กิจไอ้ต้นชวนผมมาดูไอ้กรแฝดพี่มันซ้อมละครของคณะ กรมันเล่นเป็นพระเอกเมื่อไปถึงหอประชุมที่กำลังตกแต่งให้เป็นเวทีการแสดงรุ่นน้องที่รู้จักกับกรกิจก็เดินมาทักทายเสียงกรี๊ดๆของรุ่นน้องสาวๆเริ่มดังขึ้นเมื่อเห็นไอ้กรกับไอ้กิจยืนคู่กัน แน่นอนล่ะครับเพราะว่ามันหน้าตาดีทั้งคู่ไอ้กรออกแนวเข้มเพราะเล่นกีฬา ไอ้กิจออกแนวใสขาว

ส่วนผมเมื่อเห็นคนเยอะก็เลยเดินตัวลีบไปนั่งข้างๆเวทีสักพักไอ้กิจเดินมาพร้อมกับไอ้นนและมินนี่เเฟนมันสาวของไอ้นน

ไอ้กิจนั่งลงข้างๆผมและยื่นน้ำอัดลมให้ผมรับมากล่าวขอบคุณเบาๆพร้อมยิ้มตาหยีใส่ไอ้กิจ

" ไม่ต้องมาทำหน้าน่ารักใส่กูขอบคุณไอ้นนโน่นมันซื้อ "

กิจบอกและพยักหน้าไปทางไอ้นนที่มองผมอยู่ก่อนแล้วผมก็เลยหันขอบคุณไอ้นนเบาๆและสบตามันเเวบหนึ่งรีบหันหน้าหนีไปทางอื่น

ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่กล้าจ้องตาหรือพูดคุยกับไอ้นนได้แบบปกติ เหมือนพวกไอ้กิจไอ้กรทั้งที่คนอื่นที่ไม่สนิทมากผมก็พูดคุยได้ปกติ ผมประหม่าทุกครั้งที่อยู่ใกล้มัน  เห้อ คิดเเล้วผมก็จะต้องหาเหตุผลให้ได้

ผ่านไปสักพักที่นั่งตรงนั้นเหลือแค่ผมกับไอ้นนแค่สองคน ไอ้กิจไม่รู้ไปส่องสาวๆรุ่นน้องที่ไหนส่วนกรก็แยกออกไปซ้อมบท มินนี่ก็แปลกไม่เห็นมานั่งเฝ้าไอ้นนเหมือนทุกครั้งบางครั้งผมรู้สึกเหมือนถูกมองอึดอัดจังเลยความรู้สึกตอนนี้  เหลือบไปมองไอ้นนผมเห็น มันนั่งจิ้มมือถือหน้าตาเฉย

" อ้าวพี่นัทมาดู ผมซ้อมด้วยหรอ " เสียงของต่อรุ่นน้องที่รู้จักตอนทำงานที่ร้านอาหารด้วยกันกำลังช่วยกันยกของมาประกอบเวที

" อืมดิว่างๆน่ะ " ผมตอบยิ้มๆ

" ผมอยากให้พี่นัทว่างๆทุกวัน จะได้มาดูผมซ้อม "  

 

ต่อพูดและยิ้มให้ผม

 

แกร็ก...  เสียงกระป๋องน้ำอัดลมร่วงลงพื้นผมหันกลับไปมองไอ้นนที่ทำหน้าตาเฉยจนน่าหมั่นไส้ และคิดในใจกระป๋อง​มันร่วงเองได้ไงวะ

" พี่นัทรอผมซ้อมเสร็จไปกินก๋วยเตี๋ยวกันมั้ยร้านเดิมอะ "  

ต่อพูดชวนผมเสียงใส

" เอ่  พี่มากับเพื่อนไว้คราวหน้าล่ะกัน "  ผมตอบ

" งั้นโอกาสหน้านะครับเดี๋ยวผมไลน์หา ไปล่ะครับโดนเรียกแล้ว "

ต่อวิ่งไปเพราะเสียงตะโกนเรียกรวมตัว

ผมยิ้มมองตามหลังต่อที่วิ่งไปปกติต่อจะส่งไลน์หาผมตลอดตั้งแต่ผมเปลี่ยนงานก็ไม่เจอกัน  ส่วนไลน์ผมก็อ่านบ้างตอบบ้างผมไม่ค่อยเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คขี้เกียจอ่านขี้เกียจพิมพ์จนบางครั้งเพื่อนผมเเทบจะขว้างมือถือผมทิ้ง

" สนิทกันนะ "  เสียงเข้มไอ้นนเอ่ยขึ้น

" ห๊า ว่าไงนะ " ผมถามมันกลับเพราะไม่ได้ยินมันถามผมใช่มั้ย

" เออช่างเถอะ "  มันพูดเสียงหงุดหงิดและเอาหูฟังมาใส่อะไรของมันวะอารมณ์คุณชายนี่เอาแต่ใจที่สุด​ ผมเริ่มเข้าใจชัดเจนล่ะว่ามันไม่ชอบผมจริงๆดูจากการกระทำคำพูดมันชัดเจนจริงๆ ทำไมรู้สึกน้อยใจไหววูบในช่องอกแบบนี้นะ

และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อแผ่นไม้อัดที่ทำเวทีหล่นลงมาพร้อมโครงทางฝั่งไอ้นนที่นั่งอยู่  วินาทีนั้นผมดึงไอ้นน ออกจากแผ่นไม้นั่นเสียงร้องของคนโหวกเหวกดังขึ้น  และสติของผมก็วูบดับไป

 

 

โรงพยาบาล xa

ผมลืมตาขึ้นมาห้องสีขาวผ้าม่านสีฟ้ากลิ่นนี้กลิ่นยาฆ่าเชื้อผมจำได้โรงพยาบาลแล้วผมก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อบ่าย ผมมองนาฬิกาตอนนี้7โมงเช้าสำรวจตัวเองแขนที่มีเฝือกและรู้สึกเจ็บปวดตามร่างกายแล้วพยาบาลสาวก็เดินเข้ามา ผมมองหน้าเธอทำท่ามึนงงสายตาตั้งคำถาม  เธอก็เลยตอบผม

" คุณหลับไปคืนหนึ่งค่ะอาการทั่วไปแขนเดาะและฟกช้ำตามร่างกาย " 

 

เธอตอบผมเหมือนรู้คำถามจากสีหน้าผม

 

" เอ่อแล้วเฝือกนี่ต้องใส่นานแค่ไหนครับ " ผมถาม

" 1 อาทิตย์ค่ะ " พยาบาลตอบและยิ้ม

" แล้วมีใครอีกมั้ยครับที่มาพร้อมกับผมจากเหตุการณ์เมื่อวาน "

" มี3คนค่ะ อีก 2 คนกลับบ้านไปแล้วแต่อีกคนนอนอยู่ห้องข้างๆค่ะ "

พยาบาลตอบและตรวจวัดไข้ผมและเดินออกห้องไป แล้วผมก็คิดถึงไอ้นนจากเหตุการณ์เมื่อวาน ผมก็เดินกะเผลกออกไปที่ห้องข้างๆทันที

ผมมองเข้าไปในช่องกระจกผมเห็นผู้หญิงวัยกลางคนที่กำลังจับหน้ามันและผู้ชายอีก 2 คนน่าจะเป็นพี่ชายกับพ่อของมันและที่ขาดไม่ได้แฟนมัน มินนี่ที่กำลังจับมือมันกุมไว้ข้างๆเตียงอีกฝั่งมีไอ้กิจกับไอ้ต้นและเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นเหมือนกับที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล

ครอบครัว เพื่อน คนรักไอ้นนมันมีครบทุกอย่างในขณะที่ผมไม่มีใครเลยคิดแล้วความรู้สึกน้อยใจในชีวิตก็แล่นเข้ามาจนอยากจะร้องไห้ผมมองไอ้นนแขนซ้ายมันคล้องเฝือกเหมือนผมหน้ามันมีรอยแผลเล็กน้อย มันปลอดภัยดี ผมก็รู้สึกดีใจโล่งใจ

 

ไม่เอานะนัท ไม่ร้องไห้ต้องอยู่ให้ได้และแล้วผมก็เห็นไอ้นนมันมองประตูเเวบหนึ่งผมว่ามันเห็นผมทำให้ผมรีบหลบและเดินกลับไปในห้องพักผู้ป่วย

ไม่ได้นะนัท  นายจะอยู่แบบนี้ไม่ได้นายต้องทำงาน ว่าแล้วผมก็มองหาโทรศัพท์มือถือพร้อมกดโทรไปลางานกับพี่แนน แต่พี่เเนน บอกว่ารู้เเล้วคงเป็นกรที่โทรบอกและยังบอกให้ผมพักผ่อนให้หายไวๆ

แล้วผมก็เก็บเอาข้าวของและเดินไปเคาร์เตอร์เพื่อสอบถามค่าใช้จ่ายในการรักษา แต่พยาบาลได้เเจ้งว่าทางมหาวิทยาลัยได้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดผมยิ้มโล่ง

แจ้งว่าผมจะกลับบ้านก่อนแต่พยาบาลเหมือนจะไม่ยอมจะติดต่อญาติผมให้ได้หลังจากที่คุยกับพยาบาลจนเธอยอม ผมก็เดินออกไปเรียกเเท็กซี่หน้าโรงพยาบาลพร้อมกับแขนที่ปวดหนึบและอาการปวดหัวที่เหมือนจะเป็นไข้

-----------------------------------------------

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม

ขอบคุณคร้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น