มณีน้ำเพชร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 จุดหมายของหัวใจ Part 1

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 จุดหมายของหัวใจ Part 1

คำค้น : เด็กฝึกงาน , บอส , นายจ้าง , ลูกจ้าง , กินเด็ก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2559 19:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 จุดหมายของหัวใจ Part 1
แบบอักษร

Chapter4 จุดหมายของหัวใจ

 

       “อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพ่อขา คุณแม่ขา” คุณศุภกฤษและคุณศศิมณีอมยิ้ม เมื่อได้ยินเสียงของลูกสาวสุดที่รัก

       “ลงมาถึงก็อ้อนพ่อกับแม่เลยนะจ๊ะ วันนี้อยากได้อะไรอีกล่ะเรา” คุณศศิมณีถามบุตรสาว

       “ว้า... คุณแม่ล่ะก็รู้ใจลูกไปซะทุกเรื่องเลย” ศศิวิมลแกล้งทำปากยื่นกระเซ้ามารดา คุณศุภกฤษยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ลูกสาว

       “แต่แม่เขาก็พูดถูกใช่ไหมล่ะลูก ไหนลองบอกพ่อซิว่าวันนี้หนูจันทร์ของพ่ออยากได้อะไร”

       “หนูจันทร์จะมาขออนุญาตไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆ น่ะค่ะ”

       “เมื่อไหร่ล่ะลูก แล้วก็ไปที่ไหนกันล่ะ แล้วจะกลับเมื่อไหร่” มารดาถามลูกสาว

       “วันนี้เลยค่ะ คือว่ายัยภาแล้วก็เพื่อนๆ ในกลุ่มอีก 3 คน เพิ่งตกลงกันได้น่ะค่ะ และถ้าไม่ได้ไปวันนี้ เราก็ต้องรอเวลาอีก 3 เดือนน่ะค่ะ กว่าจะได้ไปกันอีกครั้ง กำหนดไปกลับก็แค่สองคืนค่ะ” ศศิวิมลอธิบาย

       “แล้วไปกันยังไงล่ะลูก” บิดาถาม

       “ก็ไปรถของยัยภานั่นแหละค่ะ แต่ว่ามีพี่ชายยัยภาขับรถไปให้นะคะ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะไปกันเฉพาะแต่ผู้หญิง แล้วที่ที่จะไปก็แค่หัวหินนี่เอง” ดวงตาสีสวยเปล่งประกายอ้อนวอนผู้เป็นพ่อและแม่ ด้วยความที่รักลูก และศศิวิมลเป็นเด็กดีมาตลอด อีกทั้งเพื่อนที่คบหากันอยู่ก็มีนิสัยดีทั้งนั้น ไม่ได้เป็นเด็กเกเรเลย ดังนั้นศศิวิมลจึงได้รับอนุญาตให้ไปเที่ยวในครั้งนี้ได้

       “ตกลงจ้ะ แต่มีข้อแม้ว่าต้องดูแลตัวเองให้ดี พอไปถึงต้องรีบโทรมาบอกพ่อกับแม่ หรือต้องโทรมาหาเป็นระยะ ตกลงไหมลูก”

       “ตกลงค่ะ ขอบคุณมากค่ะคุณพ่อคุณแม่ หนูจันทร์รักคุณพ่อกับคุณแม่มากที่สุดเลย” สาวน้อยโอบกอดมารดา ก่อนจะเดินไปกอดบิดาอีกคน

       “ถ้างั้นหนูจันทร์ขอตัวไปเก็บเสื้อผ้าก่อนนะคะ เดี๋ยวรถยัยภาก็คงใกล้จะมารับแล้ว”

       “จ้ะ”

       ศศิวิมลเก็บกระเป๋าเสร็จพอดีเมื่อรถของภารินีมารับ ทั้งหมดลาพ่อกับแม่ของศศิวิมลก่อนออกเดินทาง

       เมื่อศศิวิมลและเพื่อนออกเดินทางไปได้สักพัก รถสปอร์ตสีขาวราคาแพง ก็ตีวงเข้ามาจอดหน้าบ้าน  ชลาทิศลงจากรถพร้อมกระเช้าของขวัญที่นำมามอบให้เจ้าของบ้าน

       “ต๊ายพ่อชลาทิศ ไม่ได้เจอกันซะนานเลย น้านึกว่าลืมน้าไปซะแล้ว” คุณศศิมณีดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบชายหนุ่ม ที่ไม่ได้เจอกันมานาน 4 ปีกว่าแล้ว

       “สวัสดีครับคุณอากฤษ คุณน้ามณี ผมกลับจากอิตาลีได้สักพักแล้วล่ะครับ แต่ยังยุ่งๆ อยู่ เลยไม่มีโอกาสได้มาไหว้คุณอากับคุณน้า พอดีช่วงนี้ว่างก็เลยมาเยี่ยม  คุณอากับคุณน้าสบายดีหรือเปล่าครับ”

       “สบายดีจ้ะ พ่อชาร์ลล่ะจ๊ะ สบายดีหรือเปล่า ไม่ได้เจอกันนานเป็นหนุ่มหล่อขึ้นกว่าเดิมอีกนะเรา”

       “ขอบคุณครับ ยังไงก็คงหล่อสู้พี่ฌอห์นไม่ได้หรอกครับ” ชลาทิศถ่อมตัว

       “ขานั้นยกให้เขาไปเถอะ แต่เราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าตาฌอห์นเท่าไหร่เลยนะ”

       “มัวแต่ชมกันไปมาอยู่ ตาชาร์ลทานอะไรมารึยัง จะได้ให้เด็กจัดหามาให้” คุณศุภกฤษบอก

       “ไม่เป็นไรครับ ผมเรียบร้อยมาแล้ว” และสายตาคมหวานก็กวาดตามองหาใครคนหนึ่ง คุณศศิมณีเห็นก็ยิ่งชอบใจ เพราะได้หวังไว้ว่าอยากจะได้ชลาทิศมาเป็นลูกเขย สงสัยมีแววว่าความหวังของตนจะเป็นจริง

       “มองหาหนูจันทร์หรือจ๊ะ หนูจันทร์ไม่อยู่หรอกจ้ะ เพิ่งออกไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆ เมื่อกี้นี้เอง สวนทางกับพ่อชาร์ลนั่นล่ะจ้ะ” คุณศศิมณีบอก

       “เหรอครับ หนูจันทร์คงโตขึ้นมากแล้วสินะครับ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ไม่รู้ว่าหนูจันทร์จะยังจำผมได้อยู่หรือเปล่า” ชลาทิศบอกยิ้มๆ แต่จริงๆ แล้วใจเขาเองก็อยากรู้ว่าป่านนี้หนูจันทร์จะลืมเขาไปรึยัง

       “จำได้สิจ๊ะ ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ เนี่ยก็ไปเที่ยวกันตามประสาวัยรุ่น มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น มีผู้ชายเป็นพี่ชายของเพื่อนขับรถไปให้คนเดียว น้าก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เอาอย่างนี้สิ ถ้าพ่อชาร์ลว่าง อยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวทะเลแถบหัวหินบ้างไหม  น้าจะได้ฝากดูยัยหนูจันทร์ด้วย” คุณศศิมณีชี้ทางให้กระรอก และกระรอกอย่างชลาทิศก็ไม่ปฏิเสธด้วย

       “ได้ครับ ไว้ถ้าผมเจอหนูจันทร์ ผมจะช่วยดูแลเธอให้นะครับ” เขาบอกด้วยหัวใจที่พองโต อย่างน้อยพ่อกับแม่ของศศิวิมล ก็เปิดทางให้เขาแล้วแน่แท้ ทีนี้ก็เหลือแต่แม่ตุ๊กตาญี่ปุ่นเท่านั้นว่าจะใจตรงกับเขารึเปล่า

       “งั้นผมลาเลยแล้วกันนะครับ” เมื่อได้โอกาส ชายหนุ่มก็ขอตัวลาทันที คุณศุภกฤษและคุณศศิมณีก็ไม่ทักท้วง

 

       ศศิวิมลและเพื่อนเช่าที่พักเป็นบังกะโลซึ่งอยู่ติดริมทะเล มีบรรยากาศสวยงาม และเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนยิ่งนัก บ่ายคล้อยกลุ่มสาวๆ ก็ลงไปเล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน

       “โอ้โห พวกเราดูนั่นสิ พระเอกที่ไหนมาเดินอยู่แถวนี้กันนะ” ยัยเปรี้ยวหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของศศิวิมลบอก ทำให้สาวๆ ต่างพากันหันไปมองพระเอกที่เพื่อนบอก

       ร่างสูงใหญ่ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นมีลวดลายสีดำตัด และกางเกงขาสั้นแค่เข่ากับรองเท้าแตะที่เหมาะสำหรับใส่เดินชายหาด บนใบหน้าที่ทุกคนลงความเห็นว่าเป็นพระเอกได้นั้น มีแว่นตาดำปกปิดสายตาของเขาอยู่ ทุกคนจึงไม่มีใครเห็นดวงตาของเขา แต่... ศศิวิมลจำได้ดี

       สาวน้อยยืนนิ่ง อาการมองตาค้างของหล่อน ทำให้เพื่อนๆ อดแซวไม่ได้

       “แหม... นี่ยัยหนูจันทร์ถึงกับตะลึงตาค้างไปเลยหรือเนี่ย” ตุ้มเอาไหล่บางของตัวเองกระแทกกับไหล่บางของศศิวิมลอย่างกระเซ้าเย้าแหย่เพื่อน แต่ถ้าทุกคนจะสังเกตให้ดี ก็จะพบว่าในดวงตาคู่สวยของหนูจันทร์นั้น มีหยาดน้ำใสๆ คลออยู่

       ร่างสูงของชลาทิศเดินเข้ามาช้าๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้ากลุ่มสาวๆ

       “ขอเล่นน้ำด้วยคนได้ไหมครับ” เสียงนุ่มทุ้มของชลาทิศดังขึ้น ทำให้สติของสาวๆ ที่เริ่มจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเมื่อเห็นเขาใกล้ๆ ก็กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวดังเดิม

       “ได้ค่ะ พวกเราก็เพิ่งจะมาถึงได้ไม่กี่ชั่วโมง และบ้านหลังนั้นคือที่พักของเรา คุณ... เอ่อ... พักที่ไหนคะ” ป่าน เพื่อนอีกคนในกลุ่มดูจะมีสติตอบคำถามของเขาได้ดีที่สุด

       “ผมชลาทิศครับ หรือจะเรียกว่าพี่ชาร์ลก็ได้ ผมพักอยู่บ้านหลังถัดไปอีก 3 หลัง ยินดีที่ได้รู้จักกับทุกคนครับ” ชลา-ทิศโปรยยิ้มหวานเจี๊ยบให้สาวๆ ก่อนจะยิ้มค้างให้ศศิวิมล

       ชายหนุ่มถอดแว่นกันแดดออก เปิดเผยดวงตาคู่คมหวานให้ทุกคนได้เห็น

       “สวัสดีจ้ะ หนูจันทร์” เขาทักทายศศิวิมลด้วยถ้อยคำที่เรียบง่าย แต่กระนั้นก็ยังทำให้เพื่อนๆ ของเธอส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดได้

       “ว้าย... ยัยหนูจันทร์ แอบไปรู้จักมักจี่กับพี่ชาร์ลตอนไหนกัน ไม่เห็นบอกพวกเรามั่งเลย คิดจะเก็บไว้คนเดียวหรือไงยะ” ภารินีถามเพื่อนสาวคนสนิท ที่แม้แต่ตนเองที่สนิทกับศศิวิมลมากกว่าใคร ยังไม่เคยรู้เลยว่าทั้งสองไปรู้จักกันได้ยังไง ตั้งแต่เมื่อไหร่

       ด้วยความน้อยใจ เสียใจที่เขาไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้ ทำให้สาวน้อยวิ่งหนีไป ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนๆ  ชลาทิศเอ่ยขอตัวกับสาวๆ และวิ่งตามไปทันที

 

       เท้าบางๆ เปลือยเปล่าซอยเท้าวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย ศศิวิมลรู้แต่ว่าเธอไม่อยากเห็นหน้าคนใจร้าย ปล่อยให้เธอรอคอยแม้จะได้เวลาครบสัญญาที่ให้ไว้ว่าเขาจะกลับมาหาเธอเมื่อเขาเสร็จงาน และเธอก็ทราบจากมารดาว่าเขาจะไปทำงานตั้งสี่ปี ตอนนั้นเธอได้แต่บอกตัวเองว่าไม่เป็นไรเธอรอได้ แต่พอครบสี่ปีแล้วเธอก็ยังไม่ได้ข่าวคราวจากเขา จนกระทั่งวันนี้

       แต่จะไปว่าเขาก็ไม่ถูก เพราะเขาบอกแต่เพียงว่าจะกลับมาหา เราจะต้องได้เจอกันอีกเท่านั้น ไม่ได้บอกระยะเวลาที่แน่นอน เมื่อคิดได้ดังนั้นเท้าบางๆ ก็ลดความเร็วลงจนเปลี่ยนไปเป็นเดินเอื่อยๆ แทน

       ความรู้สึกวูบไหวเมื่อมีเงาดำของคนตัวใหญ่มาทาบทับ ศศิวิมลรู้ว่าคนที่อยู่ข้างหลังเธอตอนนี้ก็คงเป็นชลาทิศแน่นอน สาวน้อยหยุดเดินแต่ยังไม่หันหน้าไปหาเขา

       “หนูจันทร์” เสียงทุ้มดังอยู่ข้างๆ ใบหูของหล่อน

       สาวน้อยสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะใช้หลังมือเช็ดน้ำตาป้อยๆ และบังคับเสียงใสไม่ให้สั่นเมื่อเปล่งออกไป

       “พี่ชาร์ลกลับมานานแล้วหรือคะ”

       “พี่กลับมาได้ 5 เดือนแล้วล่ะจ้ะ” ชายหนุ่มตอบตามความเป็นจริง

       “เหรอคะ แล้วพี่ชาร์ลสบายดีหรือเปล่าคะ” น้ำเสียงนั้นฟังดูเศร้าจนน่าใจหาย

       “สบายดีจ้ะ แล้วหนูจันทร์ล่ะสบายดีหรือเปล่า”

       สาวน้อยหันหน้ามาเผชิญหน้าเขา

       “ค่ะ หนูจันทร์สบายดี ไม่ได้เจ็บได้ไข้อะไร” สาวน้อยตอบและสบตาคมหวานของชลาทิศ

       ชลาทิศมองสบดวงตาคู่หวานสีสวยของหล่อน เขาเอื้อมมือใหญ่แตะเบาๆ ที่แขนเรียว เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ปฏิเสธสัมผัสนั้น มือใหญ่ก็กระชับมือบางไว้ ก่อนยกขึ้นมาจุมพิตหลังมืออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้มือบางกระตุก ศศิวิมลพยายามดึงมือของตนออก แต่ชลาทิศไม่ปล่อย กลับรวบอ้อมแขนกอดกระชับร่างอวบอิ่มไว้แน่น

       เมื่อเขาจู่โจมรวดเร็วขนาดนั้น สาวน้อยที่ไม่เคยได้รับสัมผัสสนิทสนมเช่นนี้จากชายใด ก็ถึงกับตกใจ ตัวสั่นราวกับลูกนกตกน้ำ

       “หนูจันทร์จ๋า... คิดถึงเหลือเกิน” ชลาทิศบอกสิ่งที่อยู่ในใจมานานแสนนาน ให้หญิงสาวได้รับรู้  “คิดถึงพี่บ้างไหมคนดี” ถ้อยคำรำพันอันแสนหวานของเขา ทำให้หัวใจดวงน้อยพองโตคับอก แต่วาจาที่ได้เอ่ยออกไปนั้น ช่างตรงข้ามกับความรู้สึกตอนนี้เหลือเกิน

       “หนูจันทร์ก็ต้องคิดถึงพี่ชาย คนที่เคยช่วยชีวิตหนูจันทร์ไว้สิคะ และถึงพี่ชายคนนั้นจะอยู่ไกลแสนไกลไม่กลับมา น้องสาวคนนี้ก็ไม่เคยลืมพระคุณหรอกค่ะ” คำบอกเล่าที่ออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อนั้น ทำให้อ้อมแขนแข็งแกร่งนั้นคลายลง

       ชลาทิศดันร่างแน่งน้อยออก แต่ฝ่ามือใหญ่ก็ยังคงกุมต้นแขนเรียวไว้ เขาก้มหน้าลง มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของศศิวิมล และเห็นแววเจ็บปวดอยู่ในนั้น

       “หนูจันทร์โกรธพี่เหรอ” เขาถาม

 

       “หนูจันทร์ไม่เคยโกรธพี่ชาร์ลหรอกค่ะ หนูจันทร์ไม่มีสิทธิ์โกรธพี่ชาร์ล แต่ถึงมี หนูจันทร์จะโกรธพี่ชาร์ลเรื่องอะไรล่ะคะ” สาวน้อยเบือนหน้าหนี

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น