ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 2 ลักพาตัว 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 2 ลักพาตัว 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.8k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2560 18:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 2 ลักพาตัว 100% รีไรท์
แบบอักษร

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/7018/697670020-member.jpg

HATE EFFECTS: 2


วาณิริณลงมาจากเวทีก็มีบรรดาสื่อให้ความสนใจในตัวเธอ แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่นั้น...บรรดาหนุ่มๆน้อยใหญ่ต่างหมายปองอยากจะได้พูดคุยกับผู้บริหารคนสวยด้วยกันทั้งนั้น


มีหรือที่วาณิชาจะยอม...


ผู้ชายคนไหนที่เธอแสกนแล้วไม่ผ่านอย่าหวังจะได้เข้าใกล้พี่สาวของเธอเลย ภาคิณเฝ้ามองหญิงสาวก็ยิ้มออกมา...แม้อยากจะเข้าไปทักทายเพียงไรก็ทำไม่ได้ น้องสาวเธอหวงแหนเสียขนาดนั้น


"แม่แปลกใจจัง ทำไมคิณทำเหมือนรู้จักแม่หนูคนนั้นมานานแล้วล่ะ"


"ไอ้คิณมันก็รู้จักผู้หญิงทุกคนแหละครับแม่ น่าจะรู้ดี" ภากรพูดจากระแนะกระแหนน้องชาย แต่ก็แปลกใจจริงๆนั่นแหละ


ภาคิณเลื่อนเก้าอี้ไปใกล้ผู้เป็นแม่ "แม่จำเรื่องที่ผมเคยเล่าให้ฟังเมื่อสามปีก่อนได้ไหมครับ คนที่ให้เงิน 300 บาทกับผม"


นาตยาพยักหน้า "จำได้สิ! แม่เองก็อยากเจอเหมือนกัน"


"ก็เจอแล้วนี่ครับ" ชายหนุ่มยิ้มบางแล้วทอดสายตาไปทางวาณิริณ


ทั้งภากรและนาตยาต่างมองหน้าสลับกันไปมา ไม่คิดว่าโลกมันจะกลมหรือว่าเป็นพรหมลิขิตที่ทั้งสองจะต้องมาเจอกัน แต่ที่รู้ๆตอนนี้...ถ้าภาคิณต้องการแล้วล่ะก็ วาณิริณไม่มีทางที่จะหนีรอดไปได้


ในหัวของเขาเหมือนจะคิดอะไรได้บางอย่าง แม้จะป่าเถื่อนเกินไปเขาก็ยอมทำ...มันไม่มีเหตุผลที่จะหาคำอธิบายในเรื่องนี้ ภาคิณจะต้องหาทางเพื่อที่จะเข้าใกล้เธอสักครั้ง ขอให้ได้พูดคุยหรืออะไรก็ได้แต่ติดที่ว่าเขาเป็นคนโผงผางไม่มีความอ่อนโยน


เกรงว่าเธอจะกลัวเขามากกว่าตอนนั้น...


หลังจากงานวันนั้นก็...วาณิริณก็เริ่มเป็นที่รู้จักมาขึ้น เธอเป็นที่รักของพนักทุกคนด้วยความที่มีจิตใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อทุกคน หญิงสาวเดินทางมาคุยงานสำคัญกับลูกค้าพร้อมปิยาพัชร์ ระหว่างที่กำลังจะกลับไปที่ลานจอดรถก็เห็นหญิงวัยกลางคนแต่งตัวดูธรรมดากำลังโอนเอนคล้ายจะเป็นลม


ฟึบ !!


"คุณป้าเป็นอะไรไหมคะ?" วาณิริณรีบวิ่งไปพยุงร่างหญิงผู้นั้นทันที


"หน้ามืดเฉยๆจ้ะ ขอบใจหนูมากนะ..."


หญิงสาวรีบหยิบยาดมส่งให้และพัดวีให้เธออาการดีขึ้น "ไม่มีใครมาด้วยเลยหรอคะ? แบบนี้อันตราย...ให้หนูไปส่งจะดีกว่า"


"ลูกชายป้าไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวเขาก็มาแล้ว...หนูไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ เป็นคนมีน้ำใจดีจริงๆ" รอยยิ้มพิมพ์ใจถูกส่งให้ วาณิริณเห็นก็รู้สึกยินดี "หนูจะไปทำงานหรือเปล่า ไม่ต้องห่วงป้าหรอกจ้ะไม่เป็นอะไรแล้ว"


วาณิริณหันไปทางเลขาสาวพักนึง "ค่ะ! งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ"


เธอยิ้มบางๆแล้วรีบกลับไปที่รถ หญิงวัยกลางคนมองก็รู้สึกเอ็นดู...ถ้าภาคิณลูกชายคนเล็กของเธอจะเลือกผู้หญิงคนนี้เธอก็ไม่คัดค้าน ต้องชมพ่อแม่ของวาณิริณเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูที่ดี ผิดกับผู้หญิงที่เกิดในตระกูลผู้ดีหลายๆคนที่เธอเคยทาบทามให้ลูกชายที่กิริยาและวาจาไม่มีดีเอาเสียเลย...


ได้มาทดสอบวันนี้ถือว่าโชคดีจริงๆ


"เป็นไงบ้างหรอแม่?" ภาคิณเดินออกมาจากหลังเสา "ถูกใจหรือเปล่า?"


"คนนี้ผ่าน แล้วคิณจะทำยังไงต่อล่ะลูก"


ใบหน้าหล่อระบายยิ้มเจ้าเล่ห์..."แม่รอรับขวัญลูกสะไภ้ได้เลย"


หลายวันต่อมา....


ภาคิณในห้องทำงานกำลังแต่งตัวให้กลับมาเรียบร้อยตามเดิมหลังจากเสร็จกิจกรรมกับเลขาสาว ตอนนี้ไม่ว่าจะกับใครก็ไม่สามารถพาเขาไปถึงฝั่งฝันได้ทั้งนั้น ไม่รู้ว่าทำไมในหัวมันคิดถึงแต่หน้าของวาณิริณเพียงผู้เดียว


"ต่ออีกสักรอบไม่ได้หรอคะ? คุณคิณ" ชลธิชาพยายามรบเร้า ปกติแล้วเขาจะต้องไม่ต่ำกว่าสามรอบ...แล้วคราวนี้ทำไมยังไม่เสร็จดีถึงล้มเลิกเสียอย่างนั้น "เบื่อน้ำแล้วหรอคะ?"


"อืม..." ภาคิณตอบสั้นๆทำเอาชลธิชานิ่งไป "แล้วก็เป็นครั้งสุดท้าย ออกไปได้แล้ว"


"คุณคิณ!!"


"ฉันกับเธอก็ตกลงกันแล้วว่าจะไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ หรือจะหางานใหม่!?" สายตาคมดุบวกกับน้ำเสียงที่เด็ดขาดถูกเปล่งออกมา ชลธิชารู้ดีว่าไม่ควรต่อกรกับผู้ชายคนนี้ ร่างเล็กยอมถอดใจแล้วเดินออกจากห้องไปเป็นจังหวะเดียวกับที่เทวินทร์เดินสวนเข้ามา


"ได้ตัวเธอมาหรือเปล่า?" เขาถามทันทีเมื่อเห็นหน้าลูกน้องคนสนิท


"ครับ! ตอนนี้เธอยังไม่รู้สึกตัว" บอดี้การ์ดรูปงามมองหน้าเจ้านาย "คุณคิณ...ลักพาตัวคุณวาณิริณมาแบบนี้จะดีหรอครับ?"


ภาคิณยกยิ้มเล็กๆ "แค่สองสามวัน ฉันไม่รู้วิธีที่จะเข้าหาเธอเลยต้องทำแบบนี้" เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้วก็ลุกขึ้นยืน "รีบไปกันได้แล้ว ฉันอยากให้ถึงก่อนที่เธอจะตื่น"


มันทีที่มาถึงลานจอดรถ เบนซ์คันหรูสีดำที่ปรากฎร่างของหญิงสาวที่เขาหมายปองนอนอยู่ เปิดประตูเข้าไปก็ประคองตัวเธอขึ้น ใบหน้าสวยหวานฉาบเครื่องสำอางค์อ่อนๆทำให้เธอดูมีสเน่ห์ยิ่งขึ้น ปากกระจับเอิบอิ่มคล้ายว่ายิ้มตลอดเวลานั้นน่าลิ้มรสเสียจริง


มือหนาเขี่ยแก้มเนียนเบาๆ "เจอกันสักทีนะคนสวย ไม่ต้องกลัวนะ...ผมไม่มีวันทำร้ายคุณและจะทำให้คุณเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก "


คำพูดที่แสนจะสุภาพและอ่อนโยนทำให้บรรดาลูกน้องต่างพากันแปลกใจ เจ้านายของพวกเขาปกติแล้วเป็นคนเคร่งขรึมออกไปทางเย็นชาเสียด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นในมุมนี้


เทวินทร์ขับรถมุ่งหน้าไปที่บ้านพักตากอากาศของภาคิณที่ประจวบฯ หาดส่วนตัวที่ชายหนุ่มซื้อเอาไว้ไม่กี่วันก่อนหน้าถูกจัดเตรียมพื้นที่อย่างเร่งด่วนเพราะเจ้านายเขาจะกระทำการลักพาตัววาณิริณ


เขาไม่รู้ว่าจะส่งผลกระทบอะไรบ้าง ขอแค่ได้ทำตามใจตัวเองก็พอ


#####


วาณิริณค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น เธอพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงนอนสีขาวสะอาดตาในห้องกว้างดูหรูหรา มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ...หญิงสาวพยายามนึกถึงความทรงจำสุดท้ายก่อนจะมาอยู่ที่นี่ แม้จะรู้สึกมึนเล็กน้อยภาพก่อนหน้าก็วิ่งวนเข้ามาในหัว

มันเป็นช่วงเวลาที่เธอกับปิยาพัชร์เดินทางกลับจากการคุยงานกับลูกค้า พอลงจากรถได้ก็เห็นชายสวมชุดดำปกปิดหน้าตาเดินเข้ามาจับตัวเธอและเลขาสาวเอาไว้

"จะ...จะทำอะไร ถอยไปนะ" ปิยาพัชร์ที่เป็นทั้งเลขาและเพื่อนสนิทพยายามปกป้องเธอ

แต่ก็สู้แรงผู้ชายไม่ได้อยู่ดี...

โอ๊ยย!!

"ปิงปอง!!" วณิริณพยายามจะวิ่งเข้าไปช่วยเพื่อนที่ถูกเหวี่ยงร่างไปอีกทาง แต่เธอก็ถูกอีกคนล็อคตัวเอาไว้ก่อน

"กรี้ดดด อุ๊บ!!! อ่อย..." นี่คือคำพูดสุดท้ายก่อนสติจะหลุดหายไป


พอนึกได้ดังนั้นก็รีบสำรวจตัวเองว่ามีอะไรผิดสังเกตหรือไม่ ชุดเสื้อผ้าเรียบร้อยดีและเนื้อตัวก็ไม่มีร่องรอยอะไรก็โล่งใจไปได้หน่อย เดินไปขยับประตูเล็กน้อยก็รู้ว่ามันถูกล็อคจากด้านนอก

และเหมือนจะได้ยินเสียงคลื่นลม...


"ทะเลงั้นหรอ?" ร่างบางรวบรวมแรงกายแล้วเดินออกไปตรงระเบียง


ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?


ใครพาเธอมาที่นี่?


หาคำตอบไม่ได้เลยว่าเธอไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจจึงถูกจับตัวมาแบบนี้ บ้านหลังนี้คงจะใหญ่โตไม่น้อย และถ้าเธอจะหนีออกจากที่นี่น่าจะยาก...จากระเบียงตรงนี้นั้นด้านล่างคือหน้าผาสูงไปถึงผืนทะเล วาณิริณจึงเดินกลับเข้ามานั่งลงที่ปลายเตียงอย่างสิ้นหวัง...


แกร็กๆ


แอ้ดดดด...


ตากลมหันมองไปทางประตู ร่างสูงโปร่งดูภูมิฐานเปิดประตูบานใหญ่เข้ามาเห็นหญิงสาวฟื้นคืนสติแล้วก็ยิ้ม


แต่เธอนั้นรู้สึกหวาดกลัวเขาในใจ...


"เอาไปวางไว้ที่โต๊ะ" เขาหันไปสั่งสาวใช้สองคนที่ตามมาด้วย คนหนึ่งถือถาดอาหารส่วนอีกคนก็ถือถุงใบใหญ่สามใบ "เสร็จงานก็ออกไปได้แล้ว ฉันไม่สั่งก็ห้ามใครเข้ามาเด็ดขาด"


"ค่ะคุณคิณ"


พวกเธอรับคำแล้วรีบออกจากห้องนี้ไป ตอนนี้ก็เหลือแค่วาณิริณกับเขาเท่านั้น หญิงสาวหยัดตัวขึ้นแล้วพยายามถอยหนีเมื่อเขาเข้ามาใกล้


"กลัวผมหรอ?"


"แล้วคุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ?"


ภาคิณยิ้มเล็กๆ เขาสาวเท้าเข้าไปหาและคว้าตัวเธอเอาไว้ในอ้อมแขน คนตัวเล็กสั่นเทิ้มทั้งผลักทั้งดันแต่ก็ไม่เป็นผล...เธอกลัวเขาแม้ว่าจะหน้าตาดีเพียงใดก็ตาม


"คุณต้องการอะไร!? ปละ... ปล่อยฉันนะ"


ภาคิณรู้สึกผิดที่ทำให้เธอตกใจ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาเผลอใช้แผนนี้ไปแล้ว อยากจะอ่อนโยนแต่วาณิริณก็น่ารักน่าแกล้งเสียเหลือเกิน


"แค่อยากจะทำความรู้จักกับสาวสวยเฉยๆ ผมเลยหาสถานที่เหมาะๆให้...ณิริณไม่ชอบหรอ?"


เธอนิ่งไปสักพัก "รู้ชื่อฉันได้ยังไง? ถ้าจะคุยหรือทำความรู้จักไปคุยที่อื่นดีๆก็ได้นี่คะ ทำไมต้องให้คนไปจับตัวฉันมาด้วย"


"นักธุรกิจสาวสวย เซเลปคนใหม่ที่ชายหนุ่มต่างหมายปอง...ก็รวมถึงผมด้วยนั่นแหละ" มือหน้าเชยคางมนขึ้น สายตาสบประสานทำเอาสองคนนิ่งไปถนัดตา "แต่ไม่ต้องกลัวหรอกนะ สามวันที่คุณจะอยู่กับผมที่นี่จะไม่มีอะไรไม่ดีทั้งสิ้น"


รอยยิ้มนั้นดูจริงใจ...แต่วาณิริณก็ไม่ชอบใจในเรื่องแบบนี้ไปเสียแล้ว เขาโอบเอวเธอเชิงบังคับไปที่โต๊ะอาหารขนาดสองคนแล้วดันร่างบางนั่งลงกับเก้าอี้ ถาดอาหารเลื่อนมาตรงหน้าพร้อมน้ำดื่ม วาณิริณเอาแต่นิ่งและจ้องไปในถ้วยข้าวต้มหมูนั้น


"เสพทิพย์หรอครับ? กินสิ!"


วาณิริณส่ายหัว "ไม่หิวค่ะ!!"


เขาไม่คิดจะบังคับเธอก็ในเมื่อไม่หิวก็ปล่อยไว้ หิวเมื่อไหร่ก็คงจะยอมกินเมื่อนั้น... วาณิริณมองดูคนตรงหน้าก็รู้สึกคับคล้ายคับคลาว่าเคยเจอที่ไหน


นึกไม่ออกเสียที...


ภาคิณนั่งนิ่งอยู่นานก็ลุกขึ้นจับมือเธออย่างถือวิสาสะ หญิงสาวสะบัดออกเต็มแรงก็วิ่งหนีออกไปทางประตู...เจ้ากรรมทำไมมันยังล็อคจากด้านนอก ตะโกนออกไปก็เหมือนไม่มีใครได้ยินทั้งที่ก่อนหน้าเธอเห็นคนเดินผ่านไปมา


"ถ้าไม่ใช่เสียงของผมก็ไม่มีใครกล้าเปิด" เสียงทุ้มกดต่ำลง เขาจับเธอหันหน้ามาให้ตรงกันแล้วดันแผ่นหลังบางติดกับประตูบานใหญ่ "ทุกคนรู้แค่ว่าคุณอยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาของผม ตลอดสามวันนี่จะต้องทำตัวให้อยู่ในโอวาททุกอย่างถ้าไม่เชื่อฟัง...ผมไม่รับรองว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของคุณ" ภาคิณแค่ขู่เฉยๆ เพราะหวังจะให้เธอหยุดอยู่นิ่งๆ แต่คงเป็นไปได้ยาก... ในใจของวาณิริณเริ่มรู้สึกกังวลและกลัวขึ้นมาเป็นอย่างมาก


เธอเคยไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือยังไงกัน...


"ยะ...อย่าทำอะไรครอบครัวฉันเลยนะ จะทำอะไรกับฉันก็ได้ พ่อ แม่ น้องสาว พวกเขาไม่เกี่ยว...นะๆ ฉันขอร้อง" ตัวสั่นเงอะงะยกมือไหว้ขอร้องอย่างน่าสงสาร เสียงกระเส่าคล้ายคนกำลังจะร้องไห้


ภาคิณรู้สึกผิดที่เล่นแรงกับความรู้สึกของเธอ การเจอกันครั้งนี้เขาไม่ได้สร้างความประทับใจให้เธอเลย มือหนาลูบใบหน้าเนียนสวยแล้วเชยคางเธอขึ้นมาอีกครั้ง


"ถ้าเป็นเด็กดีของผมครบสามวัน ผมสัญญาว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ว่าแต่...ผมจะทำอะไรกับคุณก็ได้ใช่ไหม?" วาณิริณนั้นบริสุทธิ์เกินกว่าที่จะมองเห็นความในแฝงจากแววตาของเขา ใบหน้าหล่อคมโน้มเคลื่อเข้ามาใกล้ทำเอาหญิงสาวนิ่งราวกับโดนสาป "งั้นตอนนี้ผมขอ... อุ้บ! อื้มมม"


"อื้ออ"


เขาฉกวูบจูบเธออย่างไม่ลังเล รอคอยจังหวะนี้มาตั้งนานแล้ว...วาณิริณตกใจจนตัวชาไปทั้งร่าง ลิ้นของเขาเข้าไปหยอกล้อเล่นวนในปากเธอจนวาบหวามไปทั่ว ภาคิณไม่ได้หงุดหงิดอะไรที่ไม่มีการตอบสนองจากเธอ...


แบบนี้เขาก็คือคนแรกและจูบแรกของเธอ...


รสหวานจากความไร้เดียงสาทำให้ภาคิณหลงไหลเธอมากกว่าเดิม พอถอนริมฝีปากออกก็กระชับร่างบางเข้ามาแนบชิด


"ผมจะขืนใจคุณแค่สองเรื่องก็คือเรื่องจูบเมื่อครู่ แล้วก็..."


"อะ...อะไร!" วาณิริณไม่อยากจะโต้เถียงอะไรมากเพราะเธอยังคงเป็นกังวลเรื่องครอบครัว


"หลังจากสามวันนี้แล้ว คุณจะต้องตกลงเป็นเจ้าสาวของผมทันที... อย่าได้คิดขัดขืนนะคนสวย คุณก็เห็นว่าถ้าผมจะทำจริงๆมันง่ายมาก"


"ตะ...แต่ว่าฉันยังไม่รู้จักคุณเลยนะ เรื่องแต่งงานนั่น... อะ อย่านะ!!" พอเขาจะจู่โจม วาณิริณจึงร้องห้ามด้วยความตกใจ "กะ...ก็ได้! ขอเวลาฉันสักหน่อย"


"หึ! ว่าง่ายๆแบบนี้สิที่รัก ต่อไปนี้ก็เรียกผมว่า 'พี่คิณ' ห้ามเรียก 'คุณภาคิณ' เด็ดขาด"


วาณิริณไม่รู้ไปทำกรรมอะไรไว้กับชายคนนี้ โชคยังดีที่เขาไม่ล่วงเกินเธอมากไปกว่าการจูบ ไม่รู้จัก ไม่ได้รักแถมจะรู้สึกเกลียดเสียด้วยซ้ำ...จู่ๆจะให้แต่งงานด้วยได้อย่างไรกัน


ฉะนั้น...การหนีคือทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้


วาณิริณพยายามคิดหาหนทางอยู่ตลอดเวลาแต่ทว่าคนตัวสูงกลับคอยอยู่เฝ้าเธอไม่ยอมออกไปไหน เธอเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยมากขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่เขาเข้ามาอยู่ใกล้ๆ ทุกอย่างเหมือนกับละครแต่ว่ามันไม่ได้จะรู้สึกชอบที่ได้ดู เขาถึงเนื้อถึงตัวโดยที่เธอไม่ต้องการ เขาพรากจูบแรกอันแสนหวงแหนไปแถมยังจะบังคับให้ไปเป็นเจ้าสาวของเขา 


เธอจะหาทางนี้จากเขาได้อย่างไรดี

_____________________100%______________

ไวไปไหม? ไม่ไวเลยนะสำหรับคุณภาคิณ แต่มันไวสำหรับหนูณิริณสิเนี่ยยยย

จะหนียังไง...จะหนีได้ไหมมม

โปรดติดตามตอนต่อไปจ้าา..

1 คอมเม้นท์ = 1 ล้านกำลังใจนะจ๊าา

สามารถติชมได้ตามพระใจเลยนะ อิอิ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}