ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 1 คนที่เฝ้ารอ 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 1 คนที่เฝ้ารอ 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 43.6k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2560 17:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 1 คนที่เฝ้ารอ 100% รีไรท์
แบบอักษร

#

HATE EFFECTS: 1

โครม !!!


แฟ้มเอกสารถูกโยนกระจัดกระจายเต็มไป

"ฉันไม่รับข้อเสนอของนายหรอกนะ บริษัทที่มีรายได้นับพันล้านของฉันไม่เกิดผลกระทบอะไรหรอกถ้าจะปฏิเสธข้อเสนอกระจอกๆแบบนี้" ภาคิณ รัตนโยธิน นักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อไฟแรงที่มีความสามารถเป็นที่จับตามอง เขาโยนแฟ้มงานคืนให้กับเพื่อนร่วมงานคนสำคัญตรงหน้า


"แต่คุณคิณ...เรื่องนี่คุณภากรก็เซ็นอนุมัติแล้วนะครับ" วิวัฒน์ที่เป็นรองกรรมการบริหารเอ่ยเสียงสั่น


ภาคิณแสยะยิ้ม "ฉันเป็นพี่น้องกันทำไมจะไม่รู้ว่านั่นไม่ใช่ลายเซ็นพี่ชายของฉัน อย่าคิดว่าฉันจะโง่อีกเป็นครั้งที่สอง" น้ำเสียงเรียบเย็นทำเอาอีกฝ่ายชะงัก วิวัฒน์มีสีหน้าซีดเซียวสองมือรีบเก็บเอกสารเหล่านั้นมาไว้ที่ตัวก่อนจะรีบขอตัวออกไปจากห้องนี้


คนฉ้อฉนกำจัดอย่างไรก็ไม่หมดเสียที...


ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน ชีวิตของเขาดูสวยหรูไปเสียทุกอย่างทั้งเงินทอง หน้าที่การงานและเรื่องผู้หญิงถือว่าเป็นเสือตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ แม้จะมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงมามากมายแต่ก็ไม่เคยจริงจังกับใครได้เกินข้ามคืน


เพราะในใจของเขามีเจ้าของอยู่แล้ว...


เธอคนนั้นที่ไม่เคยรังเกียจในยามที่เขามีสภาพไม่ต่างกับคนจรจัด คนที่ช่วยเหลือผู้อื่นแม้ว่าตัวเองก็กำลังเดือดร้อนอยู่ก็ตาม พอคิดถึงภาพเหตุการณ์วันนั้นก็เวียนเข้ามาในหัวซ้ำๆทุกวัน แม้จะเลือนลางแต่ก็จำใบหน้าของเธอได้ติดตาตรึงใจ หญิงสาวในชุดพนักงานพาร์ทไทม์ที่เขาเฝ้าหลงไหลและตามหาเธอมาตลอดสามปีแม้ว่าจะยังไม่พบแต่ถึงอย่างไรเสีย


เขาก็ต้องตามหาเธอให้เจอ


สามปีก่อน...

ภาคิณและภูษิตพ่อของเขาที่ถูกคนไว้ใจหักหลังและลอบสังหารอย่างเยือกเย็น ผู้เป็นพ่อนั้นตายไปต่อหน้าส่วนตัวเขากลับรอดชีวิตออกมาได้

เขาหลบซ่อนตัวอยู่นานนับเดือน ใช้ชีวิตไม่ต่างจากคนจรจัดที่อาศัยสะพานลอยเป็นที่พักอาศัย ผมเผ้ายาวรุงรัง หนวดเครารกดูน่ากลัว เขาไม่มีเงินเลยแม้แต่บาทเดียวจึงได้เข้าใจชีวิตของคนที่ต้องดิ้นรนเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ

จะติดต่อแม่กับพี่ชายได้อย่างไร...

ป่านนี้สองคนนั้นคงจะกระวนกระวายใจกันอยู่แน่ๆ แม้แต่ผู้หญิงที่เขาคิดจริงจังด้วยก็พาหนีหายไปหมด ด้วยสภาพเน่าเหม็นเช่นนี้คงไม่มีใครอยากเข้าใกล้

น่าสมเพชจริงๆ

ภาคิณเดินพยุงร่างกายมาตามทางเรื่อยๆ ทั้งเหนื่อยและหิวมาก มองเห็นคนนั่งตามร้านอาหารก็นึกอยากแต่ว่าตัวเองไม่มีเงินติดตัวเลยแม้แต่บาทเดียว

"หิวไหมคะ?"

เขาหันไปหาเจ้าของเสียง เธอเป็นสาวน้อยในชุดพนักงานพาร์ทไทม์ของร้านอาหารที่เขากำลังยืนมองอยู่ มือเล็กยื่นห่อข้าวมันไก่ส่งให้

"หนูเห็นคุณเดินมาตั้งแต่ตรงสี่แยก รับไว้เถอะค่ะ...ถือว่าช่วยเหลือกัน"

รอยยิ้มจริงใจไม่มีท่าทีที่รังเกียจเขาแต่อย่างใด ภาคิณรับห่อข้าวนั้นมาก็รีบกินเพราะความหิวโหยทำเอาคนให้มองดูก็ยิ้มมีความสุข

มีความสุขกับการเป็นผู้ให้...

"ขอบใจนะ" เขากล่าวเสียงกระเส่าราวกับจะร้องไห้ ไม่คิดว่าชายหนุ่มที่เพียบพร้อมทุกอย่างจะต้องมามีชะตากรรมเช่นนี้ ต้องหลบๆซ่อนๆแอบขโมยข้าวผู้อื่นกินไปวันๆ

"จะกลับบ้านหรอคะ? ทำไมไม่นั่งรถกลับล่ะ..."

"ไม่มีเงิน" พูดแค่นั้นก็เตรียมจะลุกและเดินไปต่อ

หญิงสาวควักเงินออกมาจากกระเป๋าสตางค์แล้วส่งให้เขา 300 ร้อยบาท

"ฉันไม่ใช่ขอทาน..." แม้จะปฏิเสธแต่เธอก็ยัดเงินลงในมือของเขาเรียบร้อยแล้ว "ทำแบบนี้ทำไม"

"หนูเข้าใจว่าเวลาไม่มีเงินมันลำบากขนาดไหน หนูเพียงแค่คิดว่าถ้าช่วยได้ก็อยากช่วยค่ะ...รับไว้เถอะ"

"ไม่คิดว่าฉันเป็นโจรหรอ? เธอไม่กลัวหรอ?"

เธอส่ายหน้า "กลัวค่ะ! แต่กลัวว่าถ้ามองเลยไปแล้วคุณไม่ใช่คนเลวแต่เป็นคนที่สมควรช่วยเหลือมากกว่า หนูเองก็ไม่ได้มีฐานะแถมออกจะจนด้วยซ้ำ ถ้าเงิน 300 บาทจะช่วยให้คุณกลับบ้านได้ก็ยินดีค่ะ"

ความเงียบเข้าครอบงำ ภาคิณพูดอะไรไม่ออกเพราะซาบซึ้งน้ำใจของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า...

สักวันเขาจะต้องกลับมาตอบแทนเธอแน่ๆ...

"ณิริณ...หมดเวลาเบรคแล้วนะ"

"ค่ะ!" เธอตะโกนบอกผู้จัดการร้านที่ออกมาเตือนว่าเธอหมดเวลาพักแล้ว "หนูไปทำงานก่อนนะคะ"

พูดจบก็รีบวิ่งกลับเข้าร้านไป...ภาคิณใช้เงินสามร้อยบาทนั้นอย่างเป็นประโยชน์ถึงที่สุด และแล้วก็ติดต่อกับทางบ้านให้มาช่วยเหลือเขาได้สำเร็จ

พอกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้งก็จัดการเรื่องงานศพของภูษิต ส่วนคนที่ทรยศครอบครัวของเขาก็ถูกเชือดนิ่มๆส่งเข้าคุกไปทีละคน ตอนนี้ยังเหลือตัวการใหญ่ที่รู้ว่ามันเป็นใครแต่ก็เล่นงานอะไรไม่ได้


ส่วนเธอคนนั้น...เขาแวะเวียนเฝ้าดูที่ร้านอาหารแห่งนั้นทุกครั้งที่ว่างจากงาน พบเจอเพียงแค่ไกลๆเท่านั้น พอเธอหายไปก็ให้ลูกน้องคนสนิทเข้าไปถามหาข้อมูลก็รู้ว่าเธอลาออกไปแล้ว เมื่อเร็วๆนี้...เขาได้เห็นเธอผ่านหน้าจอโทรทัศน์ก็ถึงได้รู้ว่าเธอกลายเป็นนักธุรกิจสาวที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างสูง รูปร่างหน้าตาของเธอยังชวนน่าหลงไหลไม่ต่างจากคราวที่เขาได้พบเจอแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็เพียงแต่ว่าเธอดูโตเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น


"ณิริณ!" เขาพูดชื่อนั้นเบาๆก็ระบายยิ้มอ่อน "อยากจะเจออีกสักครั้งนะสาวสวยของผม จะจำกันได้หรือเปล่า!"


ก็อก ก็อก ก็อก...


"เข้ามา!!" พอได้รับอนุญาตคนที่เคาะประตูก็เปิดเข้ามา "เรื่องที่ฉันให้ไปสืบเป็นอย่างไรบ้าง เทวินทร์"


ชายหนุ่มสวมชุดสูทสีดำพยักหน้า เขาคือบอดี้การ์ดประจำตัวของภาคิณที่ไว้ใจมากที่สุด "เธอชื่อ'วาณิริณ'ครับ เคยเป็นเด็กพาร์ทไทม์ร้านที่คุณคิณเคยให้ผมพาไปบ่อยๆจริง แล้วก็...จากปากของผู้จัดการร้าน เธอคืนคนที่ช่วยคุณคิณตอนนั้นจริงๆครับ"


ได้ยินก็ยิ้มแก้มแทบปริ ตามหามาสามปีบทจะเจอก็เจอเอาเสียง่ายๆ ขอบคุณสวรรค์ที่ยังเมตตาเขาคนนี้ ภาคิณลุกขึ้นจัดการแต่งตัวดูเรียบร้อย ลูกน้องหนุ่มมองก็แปลกใจ


"คุณคิณจะไปไหนครับ!"


"พอฉันไปหาเธอที รู้ใช่ไหมว่าบริษัทเธออยู่ที่ไหน!?"


"ครับ แต่ไม่จำเป็นต้องรีบขนาดนี้"


ภาคิณย่นคิ้ว "หมายความว่ายังไง!?"


เทวินทร์ยื่นซองจดหมายเชิญงานเลี้ยงมาให้ "งานเลี้ยงที่คุณคิณจะปฏิเสธ ผมรู้มาว่างานนี้คุณวาณิริณได้รับเชิญไปด้วย เพราะเธอต้องขึ้นรับรางวัล CEO หน้าใหม่ด้วยครับ"


"ถ้าฉันไปก็จะได้เจอเธอสินะ!" เทวินทร์พยักหน้า "หึ! ดี...บอกแม่กับพี่กรว่างานนี้ฉันจะไปด้วย"


#####


บริษัท NIRINCHA


"ตื่นเต้นๆ พี่ณิริณจะได้รางวัลแล้ว" วาณิชาพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น หญิงสาวในชุดนักศึกษามองดูพี่สาวคนเก่งด้วยความตื้นตันใจ "แล้วหาชุดได้หรือยัง ณิชาไปด้วยนะ น๊าาาา"


"จ้า ยังไงพี่ก็ต้องพาน้องสาวของพี่ด้วยอยู่แล้ว" วาณิริณยิ้มพร้อมส่ายหัว "ชุดพี่เตรียมไว้แล้ว ของณิชาด้วยล่ะไปลองใส่ก่อนสิ"


"จุ๊บ! ขอบคุณค่ะ แล้วบอกพ่อกับแม่หรือยัง!? ถ้างั้นณิชาบอกเองนะ" พูดจบเจ้าหล่อนก็กดโทรศัพท์หาผู้เป็พ่อแม่ที่ต่างจังหวัดทันที


วาณิริณและวาณิชาเกิดในครอบครัวชาวนาที่แสนจะลำบาก ทั้งสองถูกเลี้ยงดูให้รู้จักคุณค่าของเงิน วาณิริณทำงานทุกอย่างเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวและส่งตัวเองเรียนจนจบ เธอได้ชื่อว่าเป็นคนที่กล้าเสี่ยง...ลงทุนทำแลรนด์เครื่องสำอางค์และอุปกรณ์เสริมความงามเพียงหนึ่งปีก็สามารถส่งออกต่างประเทศและมีรายได้นับพันล้าน


งานนี้วาณิริณจึงถูกเชิญไปรับรางวัล CEO รุ่นใหม่ที่ควรเป็นแบบอย่าง...


"ณิริณ...จะให้ฉันไปด้วยจริงๆหรอ? มันงานของผู้บริหารนะ" ปิยาพัชร์หรือปิงปอง เธอเป็นเลขาและเพื่อนสนิทที่คอยอยู่เคียงข้างวาณิริณมาตั้งแต่ยังไม่มีอะไร สีหน้าของเธอดูเป็นกังวลใจเพราะงานนี้มีแต่ CEO ระดับประเทศเท่านั้น


"ก็ต้องไปน่ะสิ! ปิงปองก็ร่วมด้วยช่วยกันมานะ อย่าบิดพริ้วเด็ดขาด" ทำเสียงดุใส่ก็ได้ผล


"จ้าๆ ไปก็ไป...เปลี่ยนชุดได้แล้วนะ เดี๋ยวจะสายเอา"


บริษัทแห่งนี้ถูกสร้างให้มีที่พักสำหรับพนักงานอยู่บริเวณด้านหลังของบริษัท ส่วนห้องทำงานของวาณิริณก็มีโซนที่เป็นที่พักอาศัยด้วย ไม่ได้ต่างอะไรจากคอนโดนักหรอก เธอคิดว่าไหนๆก็สร้างแล้วก็ทำเป็นที่อยู่ไปด้วยเสียเลย ทำทางเข้าออกแยกออกเป็นสองทางก็สะดวก ทางหนึ่งสามารถลงลิฟต์ไปถึงชั้นล่างใกล้ลานจอดรถ อีกทางก็เปิดมาถึงห้องทำงานเลยและไม่ทีใครมารบกวน


หลังจากแต่งตัวแต่งหน้าเรียบร้อย สามสาวในชุดราตรีเรียบๆแต่หรูหราเดินเข้ามาก็เป็นจุดเด่นของงาน ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่พวกเธอกันเป็นตาเดียวไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย


โดยเฉพาะ...วาณิริณ หญิงสาวในชุดราตรียาวสีครีมดูเข้ากับเครื่องประดับน้อยชิ้นแต่ดูดี ผิวขาวนวลกลมกลืนกับชุดที่ใส่ ใบหน้าสวยหวานที่ชานหนุ่มได้เห็นก็พร้อมที่ละลายได้ทุกเมื่อ


"มีแต่คนมองพี่ณิริณอ่ะ ตื่นเต้นแทนเลย" วาณิชายังค่อนข้างเด็กก็เก็บอาการไว้ไม่อยู่


"ไม่น่ามาเลย ฉันอยากกลับแล้ว...กลัวทำเปิ่นจะเสียงานหมด" ปิยาพัชร์เองก็ไม่เคยมางานที่หรูหราแบบนี้ เลขาสาวทำตัวไม่ถูกจึงคิดอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเสียให้ได้


วาณิริณแตะไหล่เพื่อนเบาๆ "อย่าไปคิดมากสิ รีบๆเข้าไปกันดีกว่า"


พิธีกรเริ่มดำเนินรายการ แน่นอนว่าดาวเด่นของงานนี้คือผู้บริหารสาวคนสวย วาณิริณถูกเชิญขึ้นไปรับรางวัลและพูดถึงที่มาของการทำธุรกิจของเธอรวมถึงชีวิตส่วนตัว


ภาคิณจ้องมองหญิงสาวจากโต๊ะด้านล่างก็ยิ่งมั่นใจ เธอคนนี้นี่แหละที่เขาอยากจะเจอมาตลอดสามปี


"สงสัยไอ้คิณมันคงจะเจอว่าที่ลูกสะไภ้ของแม่แล้วล่ะครับ" ภากรกระซิบบอกนาตยาผู้เป็นแม่ "ดูสิ! มองตาไม่กระพริบเลย"


ภาคิณหันมาทำหน้าเข้มใส่พี่ชาย นาตยาเห็นก็ยิ้มบางๆพลางสลับไปมองหญิงสาวบนเวที


"เป็นลูกชาวนา มีความขยันอดทนจนสร้างฐานะให้ครอบครัวได้...คงจะเก่งน่าดู ลองพาเธอมาแนะนำดูสิ! ไม่แน่นะ...คนนี้อาจจะเข้าตาแล้วแม่จะจองตำแหน่งว่าที่ลูกสะไภ้ไว้ให้" เธอดูก็รู้ว่าลูกชายคนเล็กคิดอะไรอยู่ แต่ที่แปลกก็คือสายตาที่เขามองวาณิริณไม่เหมือนกะบที่มองผู้หญิงคนอื่น คงจะมีอะไรดีแน่ๆภาคิณถึงยอมมาออกงานด้วยแบบนี้


"อีกไม่นานเกินรอหรอกครับ ผมจะคว้าผู้หญิงคนนี้มาเป็นเจ้าสาวให้ได้"


______________________________

ลงตอนแรกแล้วเป็นยังไงกันบ้างคะ

สามารถติชมให้คำแนะนำได้

1 คอมเม้นท์ = 1ล้านกำลังใจนะ อิอิ

โปรดติตามตอนต่อไป

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}