แมวน้อยตัวนั้น

ถ้าใครชอบช่วยสนับสนุนและเป็นกำลังให้ผู้เขียนด้วยนะคะขอบคุณทุกคนที่ติดตามล่วงหน้าค่ะ😁

ตอนที่17แค่เพียงแอบมอง

ชื่อตอน : ตอนที่17แค่เพียงแอบมอง

คำค้น : ดราม่า เข้มข้น

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2559 00:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่17แค่เพียงแอบมอง
แบบอักษร

"ว๊า..ข้ายิงไม่โดน ขอโทษด้วยที่ทำให้เสียเวลา"ฮ่องเต้รีบคืนธนูและยกมือคาราวะเพื่อจะเดินกลับแต่ฉิงเอ๋อรีบโพล้งขึ้น

"ข้าให้ท่านยิงใหม่"

"แบบนี้ก็ไม่ยุติธรรมน่ะสิ..แค่เพียงเจ้าพอใจก็ทำให้ข้าไม่ยุติธรรมกับผู้อื่น กฏของเจ้าคือต้องไปบนยอดเสาแต่ยังอนุโลมให้ข้ายิงไม่โดนก็ให้ข้ายิงใหม่เพียงแค่ความพอใจ...เพราะงั้นถ้าเจ้าจะตัดสินแบบนี้ก็ไปหาจอมยุทธมาแต่งงานด้วยเถอะ"ฮ่องเต้พูดอย่างถากถางพลันจะเดินกลับเศรษฐีอุ้ยก็สั่งให้คนขวางเอาไว้

"พวกพ่อค้าเร่ร่อนอย่างเจ้าไม่มีสิทธิ์มาปฏิเสธลูกสาวข้า!"

"ถ้าจะทำอย่างนี้อย่าเรียกพิธีเลือกคู่เลยเรียกว่าพิธีบังคับแต่งงานดีกว่า!" จิ่นหยางพูดอย่างโมโห ซึ่งตอนนี้ไต้เท้าหมิงและองครักษ์ยอดฝีมือต่างเริ่มเตรียมตัวเพื่อช่วยฮ่องเต้แล้ว

"บังอาจ!!..กล้าขวางทางนายท่านหรือ!"ชงหยวนตะโกนถามอย่างโมโหไม่แพ้กัน

"หึ!คิดว่าพวกเจ้าใหญ่มาจากไหนข้าเศรษฐีอุ้ยใครๆก็รู้ว่าเป็นขุนนางเก่าขนาด ฮ่องเต้กับฮองเฮาข้าก็สนิทสนมเป็นอย่างดี"เศรษฐีอุ้ยอวดอ้างจนฮ่องเต้เกือบหลุดหัวเราะออกมาเพราะเขาไม่เห็นรู้จักเศรษฐีผู้นี้เลยสักนิด

"ท่านบอกว่าสนิทกับฮองเฮางั้นหรือ"หย่งฟางพูดขึ้นพลันเดินเข้ามาพร้อมไต้เท้าหมิงและคนของเธอ

"เจ้าเป็นใคร"

"ฮูหยินของข้าก็แค่สงสัย เพราะตัวข้าเองก็สนิทกับฮองเฮาเหมือนกัน"มู่หลินพูดพร้อมทำท่าทีแอบหัวเราะในคำพูดของเศรษฐีอุ้ย

"เจ้ากล้าอ้างเบื้องสูงงั้นหรือ คนชั้นต่ำอย่างเจ้ากล้าอ้างถึงฮองเฮาได้ยังไง!"

"ใจเจ้าก็รู้ดีว่าใครกันแน่ที่กำลังลบหลู่เบื้องสูง"หย่งฟางตอกกลับแทนมู่หลินซึ่งเศรษฐีอุ้ยโกรธเคืองเธอ

"นี่เจ้า!!"เศรษฐีอุ้ยยกมือชี้หน้าหย่งฟางพลันชงหยวนจับมือเศรษฐีอุ้ยและเตะเข่าจนล้ม พร้อมหักนิ้วเขาเพียงเบาะๆ

"โอ๊ย!!!"

"อย่าบังอาจชี้หน้านาง!"

"พวกเจ้า!!"เศรษอุ้ยกล่าวอย่างโกรธแค้นพลันทหารที่ดูแลบริเวณนี้รีบเข้ามาดูเหตุการ์ณ

"เกิดอะไรขึ้น!!"

"พวกเจ้ามาก็ดีแล้วคนพวกนี้ทำร้ายข้าแถมยังลบหลู่เบื้องสูงอีกจับมันไปสิ!!"เศรษฐีอุ้ยฟ้องพลันทหารจะเข้ามาจับไต้เท้าหมิงจึงหยิบป้ายแสดงตัวออกมาเมื่อทหารทุกคนเห็นก็รีบคุกเข่าคำนับทันทีด้วยความตกใจ

"คาราวะไต้เท้าหมิง!!!"

"ไต้เท้าหรือ...นี่พวกเจ้า..พวกมันเป็นพ่อค้าเร่อย่าไปหลงเชื่อ..."

"บังอาจ!!..คนอย่างเจ้าผิดมหันต์นักที่กล้าลบหลู่ฮ่องเต้และฮองเฮา..โทษของพวกเจ้าคือต้องประหารเจ็ดชั่วโครต!!"

"นี่...พวกเจ้าเป็นใครกันแน่!"

"ข้าคือพระอนุชาของฮ่องเต้ ราชโอรสลำดับที่สามของอดีตฮ่องเต้ชางคุนเหลิง ชื่อแซ่ของข้าคือชางจิ่นหยาง!"พูดจบจิ่นหยางก็คว้าป้ายหยกพระราชทานออกมา

"องค์ชายสามขอทรงพระเจริญพันปี!!!"ทหารรีบคำนับเช่นเดียวกับชาวบ้านที่ตกใจกันมากเมื่อรู้ว่าองค์ชายเสด็จมาและรีบก้มคำนับกัน

"องค์ชายสามขอทรงพระเจริญพันปี!!!!!"ชาวบ้านต่างคำนับพร้อมตะโกนซึ่งเศรษฐีอุ้ยเริ่มหน้าซีดลง

"องค์ชายโปรดช่วยชาวบ้านด้วยเศรษฐีอุ้ยโกงค่าข้าวกับประชาชนทั้งยังโกงที่ดินพวกเราจนไม่เหลืออะไรทั้งยังชอบอวดอ้างว่าสนิมกับองค์ฮ่องเต้โปรดทรงเมตตาด้วย"ชายชราลุกมาคุกเข่าพร้อมคำนับด้วยน้ำตาจนฮ่องเต้เริ่มโกรธเศรษฐีอุ้ย

"มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นแล้วนายอำเภอที่นี่ล่ะ"

"นายอำเภอหลี่ได้เสียชีวิตไปแล้วตอนนี้มีนายอำเภอคนใหม่ซึ่งก็ชอบใช้อำนาจกดขี่ชาวบ้านพวกองค์ชายได้โปรดเมตตาพวกเราด้วยเถิด"เมื่อชายชราพูดจบฮ่องเต้ก็นิ่งอึ้งอย่างตกใจ

"มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในจี้หลงได้ยังไงกัน..ไต้เท้าหมิงนำเรื่องนี้ไปสอบสวนหากเป็นจริง ข้าจะลงโทษนายอำเภอชั่วช้าคนนั้น ส่วนเศรษฐีรายนี้ตรวจดูว่าโกงใครมาบ้างหากใช่ก็ยึดทรัพย์สินทั้งหมดครึ่งนึงแจกจ่ายให้ชาวบ้านและนำตัวไปสอบสวนถ้ามีความผิดเพิ่มเติมอีกก็ใช้โทษประหาร!"

"รับบัญชาพะยะค่ะ!!"ไต้เท้าหมิงรับคำพลันให้ทหารคุมตัวเศรษฐีอุ้ยไป

"องค์ชายเมตตาพ่อข้าด้วยข้ามีพ่อแค่คนเดียวเรามีกันแค่สองคนพ่อลูกได้โปรดเมตตาด้วย"ฉิงเอ๋อคุกเข่าตรงหน้าฮ่องเต้พร้อมร้องไห้อ้อนวอน

"ข้ายึดทรัพย์สินเพียงครึ่งที่พ่อของเจ้าโกงชาวบ้านมา อีกครึ่งเพื่อให้เจ้าตั้งต้นชีวิตส่วนความผิดของพ่อเจ้าหากโกงคนอื่นก็ใหญ่หลวงนักข้าคงให้อภัยไม่ได้"พูดจบฮ่องเต้ก็เดินกลับโดยเหล่าประชาชนต่างตะโกนสรรเสริญ หย่งฟางมองฉิงเอ๋ออย่างเห็นใจแต่ฮ่องเต้ก็เลือกทางที่เหมาะสมให้แล้วในเมื่อเศรษฐีอุ้ยทำผิดร้ายแรงนัก

"ไปเถอะฮูหยิน"มู่หลินแตะแขนหย่งฟางก่อนที่ทั้งสองจะเดินตามฮ่องเต้ไป
🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸

ยามค่ำ

ที่โรงเตี๊ยมชั่วคราว

ฮ่องเต้เดินมาแถวระเบียงที่พักหลังจากที่จัดการนายอำเภอ ตัดสินคดีเศรษฐีอุ้ยและรับประทานมื้อเย็นซึ่งตอนนี้เขารู้สึกอ่อนล้าอย่างบอกไม่ถูก ดวงตาคมหลับตาลงพร้อมปล่อยร่างกายรับสายลมอ่อนๆเพื่อความผ่อนคลาย

"ขออภัยนายท่าน..ที่ห้องท่านขาดเหลืออะไรหรือเปล่าข้าจะให้คนจัดหามาให้"ชงหยวนกล่าวขึ้นเมื่อเดินมาถึงโดนตยนนั้นถูกหย่งฟางใช้ให้มาถามโดยแอบอยู่ด้านหลังอีกที

"ไม่หรอก...ชงหยวน..ตอนนี้ข้าเริ่มสับสนนักโดยเฉพาะกับเหตุการ์ณในวันนี้..ข้าคิดว่าข้าเป็นฮ่องเต้ปกครองคนมากมายนำความรุ่งเรืองมาให้จี้หลงแต่ทำไมถึงยังมีประชาชนที่ถูกคนในใช้ยศศักดิ์โกงอยู่อีก...หรือข้าเป็นฮ่องเต้ที่ไม่ดีเจ้าตอบมาตามความจริงนะ..ข้าไม่ถือโทษเจ้าหรอก"ฮ่องเต้ขอความเห็นโดยลืมตามองบนท้องฟ้า ชงหยวนไม่รู้จะตอบยังไงหันไปทางหย่งฟางที่นิ่งไปและยกมือขึ้นมาทำภาษาใบ้เพราะตอนเด็กๆชงหยวนกับหย่งฟางเคยเล่นเกมส์ใบ้คำกันบ่อยทำให้ชงหยวนพอรู้ว่าเธอจะให้เขาพูดอะไร

"ในสายตากะหม่อมนายท่านเป็นฮ่องเต้ที่ดีที่สุด..จี้หลงมีเมืองมากมายอันมาจากบารมีของฮ่องเต้ หากแต่มีคนดีก็ต้องมีคนไม่ดีปะปนอยู่บ้างกะหม่อมคิดว่าที่นี่เป็นส่วนน้อยเท่านั้น นายท่านดูอย่างตอนที่ชาวบ้านออกมาร้องทุกข์พวกเขาแสดงความนับถือองค์ชายสามที่เป็นพระอนุชาของพระองค์ทั้งยังกล่าวทรงพระเจริญแสดงถึงความจงรักภักดีที่ต่อให้มีคนไม่ดีมากแค่ไหนพวกเขาก็เคารพฮ่องเต้เสมอ ชาวบ้านมากมายเคารพฮ่องเต้ผู้มีบารมีและมีเมตตาและยิ่งในวันนี้สิ่งที่ทรงตัดสินใจทำโดยไม่รีรอทำให้พวกชาวบ้านรวมถึงทหารทุกคนได้รู้ว่าฮ่องเต้ของจี้หลงมีความยุติธรรมหาใครเปรียบได้ ในเมื่อประชาชนเดือดร้อนฮ่องเต้ก็รีบยื่นมือเข้าช่วยแค่นี้ก็ถือว่าเป็นความเมตตาที่ยิ่งใหญ่สูงสุดแล้ว..กะหม่อมเชื่อว่าเหตุการ์ณแบบนี้มีน้อยมากเพราะเมืองอื่นๆอย่างที่แม่ทัพใหญ่เหม่ยไท่ผิงอยู่ ทุกคนที่นั่นรักและเคารพจักรพรรดิของพวกเขา ชื่นชมในความเมตตาอำนาจบารมี ของพญามังกรผู้ปกป้องคุ้มครองจี้หลงด้วยความยุติธรรม"ชงหยวนพูดตามที่หย่งฟางบอกพลันฮ่องเต้กระตุกยิ้มและเริ่มสบายใจขึ้นมา

"ขอบใจชงหยวนถึงจะยกยอข้าไปหน่อยแต่ข้าก็สบายใจขึ้นมากเพราะคำพูดของเจ้า"ฮ่องเต้กล่าว ชงหยวนจึงก้มรับพลันเหลือบมองหย่งฟางที่กำลังมองฮ่องเต้ด้วยรอยยิ้มแม้ในดวงตาจะมีความเศร้าแอบแฝงอยู่เพราะเธอกลัวจนไม่กล้าเข้ามาหาเขาและทำได้เพียงแอบมองเขาเท่านั้น

"พรุ่งนี้คงต้องรีบเดินทางกลับ..รู้ไหมคำพูดเจ้าเมื่อกี้ทำให้ข้าคิดถึงผู้หญิงที่ข้ารัก..หากลู่เสียนอยู่ตรงนี้นางก็คงพูดเหมือนเจ้า"เมื่อฮ่องเต้พูดจบชงหยวนก็เห็นหย่งฟางเริ่มหุบยิ้มพร้อมแววตาตัดพ้อซึ่งแม้เขาเป็นคนนอกยังรับรู้ความรู้สึกของนางได้

หย่งฟางหยุดนิ่งไปเมื่อรู้ดีว่าควรเจียมตัวให้มากกว่านี้เธอจึงตัดสินใจเดินออกไปอย่างเงียบๆ มีเพียงชงหยวนที่รู้ว่าเธออยู่และออกไปเพราะอะไร

"ชงหยวน...ข้าเป็นห่วงนางเหลือเกินป่านนี้นางจะเป็นยังไงบ้าง..ในวังแบบนั้นผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างนางหากมีปัญหาแล้วข้าไม่อยู่ใครจะช่วยนาง"

"ฮ่องเต้อย่าทรงกังวลเลยพะยะค่ะ..พระสนมมีตำแหน่งเป็นถึงกุ้ยเฟยคงไม่มีใครกล้าทำร้ายพระสนมได้"

"ข้าก็ขอให้เป็นอย่างนั้น..ชงหยวนเจ้าเป็นเพื่อนสนิทข้ามาตั้งแต่เด็กๆบางเรื่องที่ข้าบอกเข้าแม้แต่จิ่นหยางก็ยังไม่รู้รวมถึงเรื่องของข้ากับลู่เสียน...ข้ากลัวว่าเสด็จแม่ข้าจะ...บังคับนางให้ไปจากข้า...ข้าไม่เข้าใจทำไมเสด็จแม่ถึงไม่เมตตานางสักนิดหรือเพราะข้าคือฮ่องเต้แล้วนางคือหญิงสาวชาวบ้านทำให้ไม่อาจรักกันได้..ข้าไม่เคยรู้สึกรักใครแบบนี้นางเป็นคนแรกที่ข้ารักและนางก็เป็นรักแท้ของข้า...จนข้ากลัวว่าการที่ข้ารักนางเกินไปจะกลายเป็นทำร้ายนางเสียเอง"ฮ่องเต้พูดความในใจออกมา ซึ่งหากมองในมุมของลู่เสียนที่ได้ยินแบบนี้คงจะซาบซึ้งใจมากนักแต่หากมองในมุมของหย่งฟาง..ชงหยวนก็รู้ได้ว่าเธอคงเจ็บปวดไม่น้อย

"ฮ่องเต้...ความรักของท่านกับพระสนมถือเป็นสิ่งที่ขัดต่อวังหลวงเรื่องของชาติกำเนิด..แต่เพราะข้ารู้ได้ว่าฮ่องเต้รักพระสนมมากแค่ไหนจนฮ่องเต้และพระสนมฟันฟ่าอุปสรรคของกฏเกณฑ์ในวังมาได้..กะหม่อมอยากถามว่านอกจากรักพระสนมแล้ว..ฮ่องเต้หมดความรักที่จะให้ใครไปแล้วหรือยัง"

"...ชงหยวนเจ้าไม่เคยมีความรักเจ้าคงยังไม่เข้าใจ..ความรักที่ข้ามีต่อลู่เสียนมันมากมายจนไม่อาจเหลือให้ใครได้อีก ยิ่งได้รู้ถึงความเจ็บปวดที่ทนเพื่อข้า..ข้ายิ่งรู้สึกผิดและรักนางมากขึ้นนัก"

"ทนความเจ็บปวด..ฮ่องเต้...หากให้กะหม่อมพูดในฐานะเพื่อนการพูดแบบนี้อาจผิดต่อพระสนมแต่กะหม่อมอยากให้ทรงมองสิ่งรอบตัวที่กำลังมีอยู่..ฮ่องเต้รักพระสนมมากก็มีคนรักฮ่องเต้มากเช่นเดียวกัน...บุรุษ..มักต้องการชัยชนะในสงครามและอำนาจบารมีในทุกๆเรื่อง...แต่สตรี..สิ่งที่พวกนางต้องการก็คือ..ความรัก..การเอาใจใส่..จากคนที่นางรัก"

"เจ้าจะให้ข้ารักฮองเฮางั้นหรือ...พูดตรงๆว่าข้าไม่อาจรักนางได้เลย..อีกอย่างนางเป็นอุปสรรคที่ขวางข้ากับลู่เสียนและต่อให้ไม่ใช่..ข้าก็รักนางไม่ได้เพราะหัวใจของข้า..ให้ลู่เสียนเพียงคนเดียว"

"กะหม่อมรับรู้ได้ว่าฮ่องเต้รักพระสนมมากแค่ไหน...หากให้ความรักไม่ได้จะไม่เหลือความเมตตาให้ฮองเฮาเลยหรือ..ไม่มีใครอยากทนรับความเฉยชาหรอกพะยะค่ะ..."

"เจ้าพูดอย่างนี้แปลว่าเจ้ารู้จักนางดี"

"พูดตรงๆ..กะหม่อมรู้จักฮองเฮาเมื่อตอนยังเด็ก..ท่านพ่อเคยไปเยี่ยมแม่ทัพเหม่ย..กะหม่อมจึงได้รู้จักฮองเฮา...ตอนเด็กๆนางไม่เหมือนเด็กสาวที่เรียบร้อยทั้งยังแก่นซนราวเด็กผู้ชาย..ตอนกะหม่อมรู้ข่าวจากท่านพ่อว่านางจะเป็นฮองเฮา..กะหม่อมตกใจไม่น้อยไม่คิดว่านางจะเป็นได้..แต่เมื่อได้พบกันอีกครั้งสิ่งที่เปลี่ยนคือนางดูอ่อนหวานทั้งรอยยิ้มและวาจาและลึกๆก็มีความกล้าหาญแอบซ่อนอยู่...พระสนมทุกคนต่างก็ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เหมาะสมกับตำแหน่งใหญ่หลวง..รวมถึงฮองเฮาด้วย"

"อำนาจในวังหลังข้าเห็นจนชินชา...ข้าไม่อาจจะเมตตานางได้สักนิดเพราะเสด็จแม่รักนางแต่ไม่รักลู่เสียนของข้า"

"หากมีศึกในครอบครัว..ฮ่องเต้ก็ลองหาทางประนีประนอมดูไหมพะยะค่ะ"

"ข้าจะมีทางไหนอีก"

"....ฮองไทเฮาต้องการให้ฮองเฮามีรัชทายาทกับฝ่าบาท...พระสนมกุ้ยเฟยต้องการความรักจากฮ่องเต้..งั้นก็ลองสงบศึกด้วยการเลือกให้ในสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างต้องการและตนเองต้องการ...หาทางให้ทั้งสองฝ่ายพอใจและฮ่องเต้พอใจ แบบนั้น..ก็จะเป็นการสงบศึกอย่างนึงนะพะยะค่ะ"ชงหยวนพูดตามความคิดเห็นถึงแม้จะแอบเจ็บปวดแต่ก็ต้องฝืนทนไว้เมื่อเห็นฮ่องเต้นิ่งราวกับรู้ว่าทางออกที่เขาบอกคืออะไร

"งั้นกะหม่อมขอตัว..ฮ่องเต้ควรบรรทมได้แล้วนะพะยะค่ะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า ชงหยวนทูลลาฮ่องเต้พะยะค่ะ"ชงหยวนยกมือคาราวะและเดินออกมาโดยฮ่องเต้ครุ่นคิดอะไรอยู่คนเดียวอย่างเงียบๆ

"ทางสงบ...ให้ข้ามีโอรสกับนางงั้นหรือ"
🌸🌸🌸🌸🌸
ตำหนักเหิงอัน

ภายในห้องที่มีแต่ความมืด ลู่เสียนนอนขดตัวด้วยความหนาวเย็นพลันมีคนเปิดประตูเข้ามา

"ฮองไทเฮา"ลู่เสียนรีบลุกขึ้น

"ถือซะว่าเจ้าเกิดมาในชั้นที่ต่ำจนไม่เจียมตัวข้าจะปล่อยเจ้าไปแต่เจ้าต้องดื่มยานี่ซะแล้วเก็บเรื่องนี้เป็นความลับห้ามให้ฮ่องเต้รู้เด็ดขาด!"ฮองไทเฮาพูดอย่างแข็งกร้าวหากแต่ลู่เสียนดูดื้อดึง

"ฮองไทเฮา...จะไม่ทรงโปรดหม่อมฉันก็ไม่เป็นไร...แต่ถึงขนาดจะฆ่าโอรสของฝ่าบาทหลานของพระองค์ในอนาคต..และอาจจะเป็นฮ่องเต้องค์ต่อไปได้..ไม่ชั่วร้ายไปหน่อยหรือเพคะ!"
เพี๊ยะ!!!!

"อย่าคิดว่าข้าจะยอมรับสายเลือดต่ำช้าอย่างเจ้า!!..เจ้ากล้าให้สายเลือดของฮ่องเต้แปดเปื้อนงั้นรึ!"

"ต่อให้ฮองไทเฮาทุบตีหม่อมฉันให้ตายก็ทรงเปลี่ยนความจริงไม่ได้..ฝ่าบาทรักหม่อมฉันไม่ได้รักผู้หญิงที่ฮองไทเฮาทรงโปรด..ต่อให้หม่อมฉันหายไปฝ่าบาทก็ไม่มีวันสนใจนาง!!"

"ฮองไทเฮาเพคะหม่อมฉันว่าแม่ของนางคงเลี้ยงดูให้ใฝ่สูง...เห็นว่าเพราะแม่ของนางเป็นแม่ม่ายแล้วไม่ได้อะไรจากสามี..บางทีเพราะเหตุนี้จึงสอนให้ลูกรู้จักจับผู้ชายรวยๆก็ได้นะเพคะ"แม่นมหยงพูดพลันหัวเราะออกมาพร้อมฮองไทเฮา ลู่เสียนกำมือด้วยความโกรธพลันลุกขึ้นตบหน้าแม่นมหยงอย่างแรง

"นี่เจ้าบังอาจมาทำร้ายคนของข้ารึ!!"

"หม่อมฉันเป็นถึงกุ้ยเฟยที่ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งส่วนแม่นมหยงเป็นแค่นางกำนัลรับใช้.. กล้าดียังไงมาดูถูกแม่ของพระสนมกุ้ยเฟย!!...จะมาดูถูกหม่อมฉันยังไงก็ได้..แต่อย่ามาดูถูกแม่ของหม่อมฉัน"

"ทำไม..แม่ของเจ้าไม่ได้เป็นอย่างที่แม่นมหยงพูดหรือไง"

"หากจะพูดอย่างนั้นก็ลองเปรียบเทียบกันดู!..คนในวังนี้ยึดถือแต่สายเลือดแปลว่าทุกคนที่นี้คงเกิดโดยไม่ได้เกิดจากความรัก!!"

"นี่เจ้า!!"ฮองไทเฮาโกรธมากจนแทบล้มพลันแม่นมหยงรีบเข้ามาประคอง

"บังอาจกล้าจาบจ้วงเบื้องสูงอย่างนี้...เจ้ามันต่ำช้านัก!!"

"แล้วสิ่งที่ฮองไทเฮาทำ..ต่างจากหม่อมฉันตรงไหนเพคะ!"ลู่เสียนพูดอย่างโกรธไม่แพ้กัน ฮองไทเฮาจึงรีบออกคำสั่ง

"แม่นมหยง!!...สั่งสอนนางให้รู้จักสงบปากบและรู้จักมารยาทเสียบ้าง!!"

"เพคะฮองไทเฮา...พวกเจ้าเข้ามาจับนางไว้!!"แม่นมหยงสั่งกำนัลจึงตรงเข้ามาจับลู่เสียนพร้อมถอดเสื้อออกจนเหลือแต่ชุดชั้นใน

"นี่พวกเจ้าจะทำอะไร!!ปล่อยข้านะ!!"ลู่เสียนพยายามขัดขืนแต่สู้แรงคนหลายคนไม่ไหวฮองไทเฮาจึงรีบตรงมาบีบแก้มนาง

"ในเมื่อเจ้ากล้าขัดคำสั่งฮองไทเฮาอย่างข้า...ก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน..แม่นมหยงสั่งสอนนาง!!!"พูดจบฮองไทเฮาก็ออกไปโดยแม่นมหยงยิ้มอย่างเหี้ยมโหดพลันเปิดกล่องและหยิบเข็มปลายแหลมขึ้นมา

"อย่านะ!!"

"ดื้อดึงดีนะแถมยังกล้าตบข้าหน้าอีก...ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้ว่าใครเป็นใคร!!"พูดจบแม่นมหยงก็เข้ามาพร้อมใช้เข็มแหลมทิ่มตามร่างกายของลู่เสียนจนทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของหญิงสาวที่หมดทางหนีและต้องทนรับเข็มแหลมที่ทิ่มแทงร่างกายอย่างจำใจ
🌸🌸🌸🌸🌸🌸

ที่ด้านนอกโรงเตี๊ยม

หย่งฟางนั่งเพียงลำพังใต้ต้นไม้ข้างลำธารภายนอกที่พักพร้อมกับเหม่อมองออกไปพร้อมแววตาตัดเพ้อ คำพูดของใครบางคนวนไปวนมาพร้อมหยดน้ำตาที่ไหลผ่านแก้มขาวเนียนก่อนที่เจ้าตัวจะรีบยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาและมองมือของตนก็อดนึกถึงอดีตที่เคยมีใครคนนึงจับมือเธอขึ้นมาจากการหกล้มโดยมอบรอยยิ้มที่อบอุ่นให้เธอหากแต่ตอนนี้มันกลับมีแต่สีหน้านิ่งขรึมไม่มีรอยยิ้มและมีให้เพียงแววตาที่มีแต่ความเกลียดชัง

"ฝ่าบาท..เป็นฮ่องเต้ที่มีเมตตาต่อคนมากมาย...แต่ทำไมถึงไม่มีให้หม่อมฉันบ้าง...ถึงแม้จะไม่ให้หม่อมฉันหวังอะไร..แต่ก็อยากได้บ้าง...แม้ในความฝันก็ยังดี.."น้ำเสียงพึมพำเปล่งออกมาจากร่างบางของหญิงสาวที่หนีออกมาอยู่คนเดียวก่อนที่สายตาจะเหลือบเห็นอะไรบางอย่างข้างกาย
🌸🌸🌸🌸

ฮ่องเต้เดินครุ่นคิดไปมา  ...เขาไม่อาจทำอย่างนั้นได้และจะไม่ทำแต่เมื่อคิดอย่างนั้นและคิดว่าเพื่อคนที่เขารัก..เขาก็คงต้องฝืนใจ

ในขณะที่ยังคิดไม่ตกกับปัญหาในครอบครัวที่ยากกว่าการวางแผนในการสู้รบ ฮ่องเต้หนุ่มก็ได้ยินเสียงบางอย่างแว่วมาตามลมเมื่อจับใจฟังก็พบว่าเป็นเสียงขลุ่ยที่ไพเราะแต่ทำนองดูเศร้าและแฝงไปด้วยความเจ็บปวด ความสงสัยพาร่างกายสูงของชายหนุ่มมาอยู่ที่ด้านหลังบ้านใหญ่สองชั้นตรงทางเดินและมองไปยังใต้ต้นไม้ที่มีใครคนหนึ่งนั่งเป่าขลุ่ยเป็นเพลงที่แสนเศร้าและเมื่อเดินมาเรื่อยๆตามทางเดินยาวเขาก็เห็นเธอได้จากแสงจันทร์ที่สาดส่องโดยที่เธอไม่รู้ตัว

สายลมพัดอ่อนๆให้ความเย็นสบายแต่ดูเศร้าหมองเช่นเดียวกับเสียงขลุ่ยที่เหมือนกำลังตัดพ้อถึงใครบางคนให้รับรู้ถึงความเจ็บปวดในหัวใจที่ผู้เป่าขลุ่ยนั้นมี สายตาคมค่อยๆมองต่ำลงเมื่อฟังแล้วเขาก็นึกถึงคนที่เขารักและสิ่งที่เธอตัดพ้อเขากลับนึกถึงคนที่เขารัก...

"ข้าจะทำร้ายดวงใจของข้าได้ยังไง....ลู่เสียน"ฮ่องเต้พึมพำพลันหลับตาลงปล่อยกายไปตามสายลมและเสียงเพลงยามค่ำคืนที่แสนเศร้า ดวงตาใสๆมองขึ้นดวงจันทร์ในขณะที่ตนกำลังระบายความรู้สึกผ่านขลุ่ยออกมาเป็นเสียงเพลงและหวนนึกถึงความเย็นชาของคนที่เกลียดเธอนักหนาแต่กลับทำให้เธอเจ็บและคิดถึงได้มากขนาดนี้...

....พญามังกรบนท้องฟ้าจะได้ยินหรือเปล่า..ว่าหงส์งามอย่างข้า..ก็เจ็บปวดเป็นเหมือนกัน...


คนสองคนในมุมต่างกันแต่กับมีความรู้สึกเดียวกันกับความเจ็บปวดโดยด้านบนชายหนุ่มคนนึงเปิดประตูออกมาเมื่อได้ยินเสียงเพลง ชายหนุ่มผู้เป็นถึงพระอนุชาขององค์จักรพรรดิ มีรอยยิ้มพลันเมื่อคิดจะมาหาหญิงสาวที่นั่งใต้ต้นไม้แต่ก็เห็นใครคนนึงยืนหลับตาอยู่ก่อน...แล้วก็ไม่ใช่ใคร..เป็นเจ้าของหงส์งามนั้น ดวงตาองค์ชายหนุ่มเศร้าลงเมื่อรู้ว่ากำลังทำในสิ่งที่ผิดและผิดที่คิดอย่างนั้น..ผิดต่อพี่ชายของตนเอง...เขาต้องเจียมตัวและยุติทุกอย่างหากแต่จะทำยังไงถึงจะหักห้ามใจเอาไว้ได้กันนะ!

ในขณะที่องค์ชายหนุ่มยายามหาทางแก้ปัญหาความรู้สึกชายหนุ่มอีกคนราชองครักษ์ขององค์จักรพรรดิ ที่กำลังคิดเหมือนกัน...จะทำอย่างไรให้ตัดใจได้กับความรัก...หรือต้องยอมรับมันและเก็บมันไว้ให้มิดชิดที่สุดเหมือนที่ผ่านมา...เก็บไว้....ให้ลึกที่สุดในหัวใจ

"..ฝ่าบาทมีทางเลือก..แต่กะหม่อมมีทางเดียว..คือตัดใจห้ามความรู้สึกให้หมดตั้งแต่อดีต...จนถึงตอนนี้..."
🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸
ขณะนี้ดึกมากจนแทบไม่มีใครยังตื่นอยู่แต่ดูเหมือนจะมีเพียงคนสองคนคือคนที่นั่งอยู่ในห้องด้านนอกโดยสามารถมองเห็นเธอได้จากเงาที่สะท้อนกับแสงเทียนโดยด้านนอกชายหนุ่มที่กำลังลำบากใจและรู้สึกผิดต่อคนที่เขารักสุดหัวใจหากแต่ปล่อยโอกาสนี้ไปต่อไปเขาคงไม่กล้าเพราะหากมีคนที่เขารัก..เขาจะหาทางสงบได้ยังไง!

"...เพื่อเจ้าลู่เสียน..ข้าขอโทษ.."ฮ่องเต้สบถพร้อมสูดลมหายใจการศึกที่ใหญ่หลวงมีความเป็นความตายแขวนอยู่ตรงหน้ายังผ่านมาได้แล้วกับแค่ศึกในครอบครัวเขาต้องหาทางที่ดีที่สุดเพื่อคนที่เขารัก....

ฮ่องเต้นิ่งไปสักพักเมื่อยังเห็นเงาของหญิงสาวยังนั่งอยู่ทั้งที่ดึกขนาดนี้แล้วยังไม่นอน...ก็ดีสำหรับโอกาสสุดท้าย

ชายหนุ่มตัดสินใจเข้ามาเพื่อจะพูดคุยตกลงหาทางสงบให้เรื่องนี้หากแต่เงาที่เขาเห็นว่านั่งคือเธอนั่งอยู่แต่หลับไปแล้วโดยพิงหลังกับเก้าอี้ในขณะที่มือยังถือหนังสือเล่มนึงเอาไว้

เมื่อเจอการตัดโอกาสจากการที่หญิงสาวที่อยู่ในฐานะฮองเฮาสติหายไปอยู่ในนิทรา ฮ่องเต้ผู้มีความมั่นใจก็ทำอะไรไม่ถูกก่อนจะค่อยเดินมานั่งบนเก้าอี้ยาวโดยเว้นระยะกับหญิงสาวเอาไว้ สายตาคมจับจ้องคนข้างๆเพราะกลัวว่าจะแกล้งหลับแต่เธอกับนิ่งในท่านั่งเหมือนปรกติ

".....งั้นข้าก็ยังไม่ผิดต่อเจ้าลู่เสียน"ฮ่องเต้พึมพำพร้อมถอนหายใจหากพยายามจะไปพักผ่อนแต่ก็อดคิดถึงปัญหาที่มีอยู่ไม่ได้จนั่งอยู่ต่อแล้วค่อยๆเอื้อมมือหมายจะปลุกฮองเฮาแต่ว่า.....

"...จะให้ข้าปลุกนางมาทำเรื่องอย่างนั้นหรอกหรือ...น่าอับอายสิ้นดี!"ฮ่องเต้สบถอย่างลำบากใจในทางเลือกนี้และได้รู้ว่าแม้แต่จักรพรรดิก็ต้องเผชิญความลำบากใจเหมือนกัน.....

ความคิดเห็น