Belove_no1
facebook-icon Twitter-icon

ขอติดเหรียญเรื่องนึงนะคะ

ชื่อตอน : บทที่ 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 38.6k

ความคิดเห็น : 61

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2560 10:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6
แบบอักษร

ผมกำลังจะกลับบ้าน

บทที่ 6



ผมจำเป็นต้องตื่นเช้าเพราะต้องขับรถไปซื้อของที่ตลาดสดแทนลุงคนงานที่ลากลับบ้านเป็นการตื่นอย่างยากเย็นก็เพราะไอ้กิจกรรมเมื่อคืนที่ทำให้ผมเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยแม้ว่าจะสบายตัวสุดๆที่ได้ปลดปล่อยมันออกไปบ้าง กว่าที่พี่วันจะยอมเลิกโทรศัพท์ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนและพาผมแตกไปสามรอบถ้วน พี่วันเล่นงานจนผมหมดแรงปั๊มตัวเองและคลานไปสลบเหมือดอยู่บนเตียงจนเกือบตื่นสาย


ไม่เกินแปดโมงผมก็ซื้อของเสร็จและขับรถกลับมาถึงรีสอร์ท เห็นรถโฟวิลคันใหญ่จอดนิ่งอยู่ตรงเนินขึ้นบ้านของผมก็นึกแปลกใจ เพราะถ้าเป็นรถของแขกที่มาพักก็ไม่น่าจะมาจอดแถวนี้และช่วงนี้ก็ยังไม่มีแขกเข้าพักด้วยเพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ตอนนี้เหล่ารีสอร์ททั้งหลายในพื้นที่กำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงสถานที่เพื่อรอรับนักท่องเที่ยวที่จะมาให้ฤดูหนาวกันเป็นส่วนใหญ่


ด้วยความสงสัยผมจึงเดินเข้าไปในบ้านตรงไปยังส่วนที่จัดไว้รับแขก และเพียงเห็นแผ่นหลังกว้างในชุดทหารลายพรางของคนที่นั่งหันหลังให้ทางเข้าผมก็ตาลุกวาวหัวใจเต้นรัวทันที แม่ผมนั่งคุยอยู่กับเขาเมื่อมองเห็นผมแม่ก็รีบกวักมือเรียก


“ชิน มานี่เร็ว ผู้พันมาเยี่ยมแน่ะลูก”


ไม่ต้องรอให้เรียกซ้ำผมก็รีบก้าวเข้าไปหาพลางทรุดตัวลงนั่งเคียงข้างกับแม่ที่โซฟาตัวใหญ่ในขณะที่พี่วันนั่งอยู่ที่โซฟาเดี่ยว หัวใจเต้นตึกตักไปหมดเมื่อได้สบตากับเขา พี่วันมองผมอย่างอบอุ่นเช่นเคยแต่ก็แฝงไว้ด้วยนัยน์ตาล้ำลึกที่บอกให้ผมรับรู้ว่าเขามีมากกว่าความคิดถึง


“สวัสดีครับ”


ผมยกมือขึ้นไหว้ทักทาย เพราะถึงอย่างไรผมก็อายุน้อยกว่าพี่วันหลายปีอยู่และแม่ก็ยังไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ ผมไม่อยากให้แม่ผิดสังเกตตอนนี้ พี่วันอมยิ้มพร้อมยกมือรับไหว้


“ว่าจะมาเยี่ยมนานแล้วแต่ติดที่ว่างานยุ่งมากเลยยังไม่ได้มาไหว้คุณแม่กับมาหาชินเลย”


พี่วันเอ่ยขึ้นด้วยเสียงทุ้มของเขา สายตาวาววับทอดจับอยู่กับใบหน้าของผมจนเลือดลมชักจะวิ่งพล่าน


“แล้วทำไมวันนี้มาได้ล่ะครับ”


ผมถามออกไปบ้างมองเขาตอบด้วยความคิดถึงเช่นกัน


“พี่ต้องไปธุระที่ด่านฝั่งเชียงของก็เลยหาเรื่องขับรถอ้อมมาหาชินที่นี่ก่อน”


ผมก้มหน้าลอบยิ้มเมื่อความขัดเขินมาเยี่ยมกรายจนชักจะวางมือไม่ถูกเลยได้แต่บีบมันไว้อยู่ตรงเข่า แม่ของผมพูดเสริมขึ้นมา


“ผู้พันเล่าให้แม่ฟังว่ามาประจำการอยู่เชียงรายได้สองปีแล้วแต่ยังไม่เคยขึ้นไปเที่ยวตรงภูชี้ฟ้าเลยนะชิน”


“ใช่ครับได้แต่ขับรถผ่านไปมา แต่ว่าตรงจุดท่องเที่ยวผมยังไม่เคยขึ้นไปเลยไม่รู้ว่าพลาดไปได้ยังไง ชิน…พี่พอมีเวลาว่างอยู่ไม่กี่ชั่วโมงหรอก แต่ไหนๆก็มาถึงนี่แล้วชินพาพี่ขึ้นไปบนยอดภูได้ไหม”


เสียงนั้นเจือรอยหวาน แม่รีบสนับสนุน


“พาผู้พันเขาขึ้นไปเที่ยวหน่อยสิลูกใกล้แค่นี้เอง แล้วช่วงนี้ก็ไม่ใช่ช่วงท่องเที่ยวด้วยไม่ค่อยมีคนหรอกเดินแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว”


เพราะเหตุนี้รถโฟวีลคันใหญ่ของพี่วันจึงได้พาผมมาถึงลานจอดรถก่อนขึ้นภูชี้ฟ้า อาจเป็นเพราะนี่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวเพราะมันยังอยู่ในช่วงปลายๆหน้าฝนและตอนนี้เวลาก็ล่วงไปเก้าโมงกว่า รถของพี่วันจึงเป็นรถคันเดียวที่จอดอยู่ ร้านค้าขายของที่ระลึกปิดเกือบหมดมีเพียงไม่กี่ร้านที่ยังเปิด ผมก้าวลงจากรถและเดินนำร่างสูงใหญ่ในชุดทหารของพี่วันไปตามทางขึ้นดอย


“ถ้าไม่จำเป็นก็คงไม่มาหาหรอก ใช่ไหมครับ”


ผมไม่ได้ตัดพ้อจริงจังหรอกเพราะรู้อยู่ว่าพี่วันงานยุ่งแค่ไหน ได้ข่าวว่าตอนนี้สถานการณ์ที่ชายแดนไม่ค่อยดีนัก เพราะมีปัญหาเรื่องชนกลุ่มน้อยกำลังทะเลาะกันอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านฝั่งหนึ่ง พี่วันที่เป็นนายทหารก็คงต้องยุ่งอยู่กับการป้องกันไม่ให้พวกนั้นลุกลามเข้ามาในเขตบ้านของเรา พี่วันยิ้มบางๆพลางยกแขนข้างหนึ่งมาวางพาดไปกับไหล่ของผม


“อย่ามาพูดตัดพ้อทั้งๆที่รู้อยู่ว่ามันไม่ใช่เลยครับชิน ก็รู้อยู่แก่ใจว่าพี่คิดถึงชินแค่ไหน”


ผมหัวเราะเบาๆกับคำเกี้ยวของนายทหารหนุ่มใหญ่ ในขณะที่เราสองคนก้าวเดินไปตามทางเดินขึ้นสู่ภูชี้ฟ้า


หากคุณเคยมาที่นี่คุณก็จะนึกภาพออก ทางเดินขึ้นภูชี้ฟ้าเป็นหน้าผาสูงส่วนปลายจะมียอดแหลมเหมือนนิ้วมือชี้ไปในอากาศ ตลอดทางมีต้นไม้ใหญ่อยู่ไม่มากนัก มีเพียงผืนหญ้าสีเขียวทองปกคลุมไปทั่วยอดดอยและในตอนนี้มันร้างผู้คน มีเพียงเราสองคนที่เดินกันไปคุยกันไปสลับกับหยอกล้อซึ่งกันและกันไปตามทางเดินเท้าเล็กๆที่ทอดยาวขึ้นไปถึงจุดหมาย การที่มีใครสักคนได้เดินเคียงข้างกันไปมันทำให้ผมลืมความเหน็ดเหนื่อยไปหมดสิ้น ได้เห็นเพียงใบหน้าแสนอบอุ่นของพี่วันจิตใจของผมก็สดชื่นจนหุบยิ้มไม่ลง


ไม่นานนักผมและพี่วันก็เดินมาถึงจุดสูงสูดของภูชี้ฟ้าผมคล้องแขนเขาไปหยุดอยู่ตรงแผ่นป้ายไม้บอกชื่อสถานที่ว่าเรามาถึงจุดสูงสุดของภูชี้ฟ้าแล้ว ร่างสูงใหญ่น่าเกรงขามของพี่วันทอดสายตาไปยังขุนเขาเบื้องหน้าอย่างพึงใจ ส่วนผมก้มลงไปมองเวิ้งว่างของแผ่นดินในประเทศเพื่อนบ้านเบื้องล่างก่อนที่จะป้องปากตะโกนก้องโหวกเหวกออกไปอย่างสะใจ พี่วันหันมามองผมแล้วยิ้มอย่างเอ็นดูผมเลยเข้าไปเกาะแขนพลางเอ่ยปากชักชวน


“ลองตะโกนดูสิครับ มีอะไรเครียดๆก็ระบายออกได้ ไหนๆตอนนี้ภูเขาทั้งลูกก็เหมือนเป็นของเราแล้ว”


พี่วันเลิกคิ้วมอง ผมจึงยิ้มและพยักหน้าให้เขาทำตาม พี่วันนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วจึงยกมือขึ้นป้องไว้ที่ปากพลางกู่ร้องดังลั่นจนเสียงกระจายทั่วทั้งหุบเขา


“รักชินจังเลยยย”


“พี่วัน!”


ผมทั้งตกใจทั้งเขินที่ถูกบอกรักอย่างไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อมองสบตาระยิบระยับสะท้อนแสงแดดคู่นั้น พี่วันรั้งเอวผมเข้าไปกอดแล้วใช้ลำตัวของเขาดันให้ผมก้าวถอยหลังไปยืนพิงกับแผ่นไม้ป้ายชื่อภูชี้ฟ้าโดยที่มีเขาโน้มตัวเข้าหา ดวงตามองตรงมาประสานบอกถึงความในใจของเขาก่อนที่จะเอียงหน้าแล้วก้มลงมาบดจูบหนักหน่วงจนผมหายใจเกือบไม่ทัน


ลิ้นของเขาร้อนแรงเหลือเกินเมื่อสอดลึกเข้ามาในช่องปาก เวลามันตวัดพลิกลิ้นของผมแล้วเซาะไปตามร่องฟันมันทำให้ผมพลุ่งพล่านยากที่จะบรรยาย มือที่วางอยู่บนบ่าแข็งจิกปลายนิ้วลงไปอย่างเผลอไผลเป็นผลให้เขายิ่งเบียดตัวเข้าหา ต้นขาแข็งแกร่งบดเบียดพาให้ผมต้องแยกขาออกเปิดโอกาสให้เขาได้ดึงดันร่างกายถูไถอยู่ตรงเอวจนน้องชายของเราปะทะกันผ่านเนื้อผ้า


“คิดถึงชินที่สุด คิดถึงรอยยิ้ม คิดถึงตัวหอมๆคิดถึงปากหวานๆที่พี่จูบไม่เคยเบื่อ”


คำหวานกระซิบใกล้หูพร้อมกันกับที่ปลายลิ้นนั้นลากไล้แผ่วเบา แล้วปากของพี่วันก็ง้างงับอยู่แถวซอกคอจนผมผวา ขณะเดียวกับที่มือสากตรงเอวเลื่อนลงมาเกาะกุมอยู่ตรงเป้ากางเกงยีนส์พลางนวดคลึงจนผมปวดหนึบอยู่ในร่มผ้า ผมรีบคว้ามือของเขาไว้ก่อนที่มันจะล้วงลึกไปมากกว่านั้น


“พี่วัน นี่มันบนภูเขานะ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็น”


“แล้วชินเห็นใครบ้างหรือเปล่า เดินขึ้นมาก็มีแค่เราสองคน ชินบอกเองนี่ว่าภูเขาทั้งลูกเป็นของเราแล้ว”


เถียงด้วยเสียงนุ่มแต่สั่นพร่าอย่างพยายามควบคุมตนเอง พี่วันปัดมือเกะกะของผมออกแล้วเลิกเสื้อยืดของผมขึ้นจนมองเห็นยอดอกเม็ดเล็กที่เขาชมนักชมหนา ดวงตาเป็นประกายฉ่ำหวานเมื่อหน้าเข้มๆนั้นก้มเข้ามาใกล้และละเลงลิ้นร้อนลงไปที่ข้างหนึ่งอย่างรวดเร็ว


“ฮื้อ พี่วันอะ”


ไม่เคยชนะได้สักที พี่วันมักจะทำให้ผมต้องยอมแพ้แม้ครั้งนี้ก็เช่นกัน


ผมถึงกับครางออกมาเพียงเพราะลิ้นที่กระดกรัวๆจนหัวนมตั้งชัน หมดแรงห้ามปรามเมื่อมือของเขาปลดกระดุมกางเกงออกจนได้ พี่วันถลกกางเกงของผมจนมันไปกองอยู่ตรงต้นขา จุดซ่อนเร้นของผมอวดแสงอาทิตย์เจิดจ้าให้มือสากเข้ามาลูบคลำและบดบังแสงไว้


เขาจับผมพลิกตัวหันหลัง ให้ผมหันหน้าเข้าหาป้ายไม้แล้วใช้มือยันขอบของมันไว้และจับขาผมอ้ากว้าง เมื่อผมเหลียวหลังมองข้ามบ่าตัวเองก็เห็นร่างสูงใหญ่ของเขาคุกเข่าลงไปนั่งอยู่ที่พื้นดิน มือทั้งสองกอบโกยเนื้อก้นของผมให้แยกทางออกจากกันก่อนที่เขาจะใช้ลิ้นหมุนวนไปรอบช่องทางของผม ผมร้องลั่นขึ้นมาทันที


“มันสกปรกนะพี่วัน”


เขาเงยหน้ามายิ้มกริ่ม


“หวานจะตาย ชิมทั้งวันเลยยังได้”


ก้มหน้าลงไปเลียโดยรอบจนผมเผลอขมิบไปหลายครั้ง เขาห่อลิ้นแล้วทะลวงเข้าไปจนผมสะดุ้ง รู้สึกถึงปลายนิ้วที่เริ่มบุกเข้าไปภายในสลับอยู่กับลิ้นร้อน ผมเสียวจนต้องกำขอบป้ายแผ่นไม้ไว้แน่น


“พี่วัน จะเข้าก็เข้าเสียทีสิครับ”


ผมออกคำสั่งเสียงสั่นจนนายทหารร่างใหญ่หัวเราะเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก้าวเข้ามาด้านหลังก่อนที่เจ้าลูกชายตัวเขื่องของเขาจะมาทักทายอยู่ตรงร่องก้น


“ไม่ได้เจอกันนานเลยยังจำกันได้อยู่ไหมนะ”


หัวรบปลายบานแตะอยู่ตรงรูจีบก่อนที่เขาจะยิงมันทะลวงเข้ามา ผมกลืนน้ำลายรอรับการมาเยือนที่ดันสูงขึ้นเรื่อยๆคับแน่นไปหมดจนต้องห่อปากหายใจ


“ฟิตจริงๆแฟนพี่ เกือบจะเข้าไม่หมดแล้วเชียว”


เสียงลมหายใจกระเส่าดังอยู่เบื้องหลัง พี่วันโอบกอดอยู่รอบเอวด้วยแขนข้างหนึ่งอีกข้างสอดมากุมตรงนั้นของผมแล้วนวดเฟ้นไปมา สะโพกแกร่งดึงออกแล้วกระแทกเข้ามาจนผมจุก เขาสาวเอวเคลื่อนที่เข้าออกให้ผมเสียวจนลมออกหู


“ฮัก ฮัก พี่วัน แรงอีก เร็วอีกหน่อยได้ไหมครับ อ๊า”


“โอย ชินครับ ร้องดังๆ เอาให้ลั่นเขาเลย”


กระทุ้งมาไม่ยั้งสิครับ ผมนี่ยืนขาสั่นพั่บๆจนแทบล้มพับ ท่อนแขนเกาะพิงแผ่นป้ายไม้จนแดงไปหมด เสียงเนื้อกระทบกันดังสะท้อนไปทั่ว มือร้อนที่สาวอยู่ตรงแท่งเนื้อของผมก็ไม่ยอมยั้งมือ ผมกัดฟันแน่นเมื่อท้องน้อยบีบตัว


“พี่วัน จะแตกแล้ว ขอย้ำๆอีกที ฮื้อ อ๊ะ”


พุ่งพรวดออกมาแบบยังไม่ทันตั้งตัว ถึงกับตาค้างแต่พี่วันก็ยังซอยถี่ยิบจนผมต้องบอกเขาทั้งที่ยังหายใจหอบถี่


“ผมหมดแรง ขาสั่นจะยืนไม่ไหวแล้วพี่”


“โอเคครับชิน งั้นท่านี้ดีกว่า”


พี่วันทรุดตัวลงนั่งยองๆ เขาคว้าเอวให้ผมนั่งทับคร่อมหันหลังอยู่บนหน้าขาของเขาพี่วันใช้มือยันพื้นดินไว้แล้วออกคำสั่ง


“ชิน โยกเลยครับ”


มือของผมยังจับยึดขอบป้ายไม้ด้านบนไว้เป็นหลัก ผมเหนี่ยวตัวขึ้นแล้วกระแทกลงไปแรงๆ


“อู้ว”


ปล่อยเสียงครางลั่นพร้อมกันเมื่อพี่วันเด้งเอวสวนกลับ แท่งร้อนยิ่งสอดลึกพาให้เกิดอารมณ์ขึ้นมาอีกรอบผมโหนตัวแล้วกระแทกลงไปอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่พี่วันถึงกับเงยหน้าอ้าปากหายใจเขาเองก็เด้งเอวใส่รัวๆ ไม่นานผมก็รู้สึกได้ว่าลูกชายของพี่วันที่โคตรแข็งแกร่งจะแช่ค้างอยู่ท่าที่สอดตัวลึกที่สุด เขาสะบัดเอวก่อนที่จะฉีดอัดปลดปล่อยออกมา


“ชิน แตกไปสองน้ำแล้วยังไม่เลิกบีบพี่อีกนะ”


“บ้าว่ะ พี่วัน ก็ใครทำเล่า”


ผมเขินจนหน้าแดงพี่วันดึงหน้าผมไปจูบปากอีกพักใหญ่กว่าที่เขาจะจับเอวผมแล้วยกขึ้น เสียงหลุดจากกันดังฝลุบน้ำเมือกขาวขุ่นไหลตามออกมาเป็นทางเมื่อผมยืนขึ้น พี่วันยังคงนั่งคุกเข่าใช้ลิ้นเลียผลิตภัณฑ์ของตัวเองตรงต้นขาของผมเพื่อทำความสะอาดให้ เขาดึงกางเกงของผมขึ้นมาใส่ให้เรียบร้อยจึงค่อยจัดการตัวเอง ผมหันกลับมาสบตาคล้องแขนไปรอบลำคอหนา เงยหน้าให้พี่วันบดจูบเร่าร้อนจนกระทั่งเขาพอใจ


“ร้อนแรงกว่าดวงอาทิตย์บนภูชี้ฟ้าก็เห็นจะมีแต่ชินเขตของพี่นี่แหละ”


ผมเขินจัด ผมนี่นะร้อนแรง ไม่เห็นรู้ตัวเลยแฮะ แกล้งดึงคอเสื้อชุดทหารเข้ามาใกล้แล้วจูบแผ่วเบาตรงต้นคอของเขา


“เมื่อไหร่เราจะได้ทำรักกันบนที่นอนธรรมดาๆอย่างคนอื่นเขาบ้างครับพี่วัน”


พี่วันจูบที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน


“มีแฟนเป็นทหารก็ต้องทำใจนะครับชิน แต่พี่สัญญาเคลียร์งานคราวนี้ได้พี่จะพาชินขึ้นสวรรค์ทั้งคืนอยู่บนเตียงนุ่มๆดีไหมคนเก่งของพี่”


ผมยิ้มตอบรับคำสัญญาจากเขา แสงแดดจัดจ้าจนแสบตาเมื่อตอนที่พี่วันกอดเอวประคองผมเดินลงจากภูชี้ฟ้าที่แสนงดงาม



                                                     TBC

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น