vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 ♥ [UPDATE]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.8k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2562 21:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 ♥ [UPDATE]
แบบอักษร

ตอนที่ 6

                [P: ฮันนี่**]**

                ผมลืมตาตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ ผมค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งก็รับรู้ถึงอาการปวดร้าวตามเอว...ภาพเมื่อคืนก็เด่นชัดขึ้นมาในความทรงจำของผม ผมหน้าร้อนผ่าว นี่เมื่อวานคือความจริงใช่ไหมครับ...ยังจะกล้ามาถามว่าเป็นความจริงไหมอยู่เหรอฮันนี่!...ผมเอามือมาหยิก ๆ แก้มของตัวเองก็พบว่ามันเจ็บ ผมเหลือบมองฟอเรสที่หลับอยู่ ยิ่งย้ำว่าทุกอย่างคือความจริง...ใบหน้าหล่อ สุขุมเหลือเกิน ผมมองหน้าเขานิ่ง เวลาหลับเขาดูน่ารักจังครับ ไม่ทำหน้าดุด้วย ผมกำลังจะเอื้อมมือไปแตะหน้าของเขาก็ต้องชะงักกึก ดึงมือกลับโดยเร็วเมื่อเจอสายตาเข้มที่ลืมตาขึ้นกะทันหัน

                “ลักหลับสามีหรือ” เขาถามด้วยคำธรรมดา ๆ ไม่ถือตัว

                “เปล่านะครับ” ผมส่ายหน้าด้วยสภาพคนเพิ่งตื่นนอน หัวฟู ๆ บวกกับแก้มอมชมพู ฟอเรสกระตุกยิ้ม

                “ตื่นนอนตอนเช้า หน้าที่ของชายาคืออะไร” ผมตาโตเหมือนนึกขึ้นได้

                “อ๊ะ ผมต้องไปเตรียมน้ำอุ่น ๆ กับเสื้อผ้าให้คุณ” ผมบอกก่อนจะก้าวลงจากเตียงรีบ ๆ จนลืมไปว่าตัวเองยังเจ็บตรงนั้นอยู่ เป็นเหตุให้ผมกำลังจะล้มลงไปกองกับพื้น แต่มือหนาของฟอเรสไวกว่าคว้าเอวของผมไว้ทันที

                หมับ

                “อ๊ะ”

                “อย่ารีบลุกแบบนั้นสิ” เสียงเข้มดุ “ยังไม่หายเจ็บอย่าฝืนตัวเอง” ผมหน้าร้อนวูบกับมือหนาที่เลื่อนมาสัมผัสก้นเล็กของผมอย่างจงใจ

                “อื้อ คุณฟอเรส คุณจับก้นของผมอยู่” ผมบอกตรง ๆ ทำให้เขาหัวเราะออกมา เอ๋...เขายิ้มด้วย!!

                “จ้องหน้าฉันทำไม อยากได้อะไรจากฉันหรือ?” เขาเปลี่ยนเป็นโอบเอวของผมแทน ผมยืนอยู่ตรงหน้าเขา ส่วนฟอเรสก็นั่งอยู่ตรงปลายเตียง

                “เวลาคุณยิ้มแล้ว ดูอบอุ่นจังเลยครับ” ผมบอกจากใจ และก็กลัวว่าเขาอาจจะโกรธผมรึเปล่าที่ไปบอกว่าชอบรอยยิ้มของเขา ฟอเรสจ้องผมนิ่งก่อนจะยิ้มมุมปาก

                “ชอบเหรอ” คำถามที่ได้รับตอบกลับจากเขาทำให้ผมละสายตาไปมองทางอื่นแทน

                หัวใจเอ๋ย เต้นแรงทำไมล่ะ...

                “.........” ผมเงียบ

                “ถ้าชอบ ฉันก็จะยิ้มบ่อย ๆ” ผมหันขวับกลับมามองเขา ผมหลุดยิ้ม

                “จริงเหรอครับ” ผมถามตื่นเต้นอย่างไม่รู้ตัว

                “ใช่ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” เสียงเข้มเอ่ยเจ้าเล่ห์ ผมขมวดคิ้ว ข้อแลกเปลี่ยนไว้ใจได้ไหมนะ....

                “ข้อแลกเปลี่ยนอะไรหรือครับ”

                “จูบของนาย แลกกับรอยยิ้มของฉัน” หา...เขาว่าอะไรนะครับ

                “เหมือนคุณกำลังแกล้งผมอีกแล้ว”

                “ใครแกล้ง...ข้อแลกเปลี่ยนนี้ นายจะตกลงหรือเปล่า” เขาถามแบบต้องการคำตอบ ซึ่งคำตอบที่ผมจะให้เขา         ผมมีสิทธิ์จะปฏิเสธอะไรได้งั้นเหรอ...ฟอเรสกระตุกยิ้มเหมือนผู้ชนะ

                “ผมปฏิเสธคุณได้ด้วยหรือไงครับ” ผมก้มหน้างุด และหน้าร้อนผ่าว เมื่อถูกเชยคางขึ้นให้สบตาคม ๆ ตรงหน้า

                “งั้นขอรับจูบเลยละกัน...” สิ้นเสียงของเขา ผมก็โดนจูบปิดปากอย่างละมุน ความรู้สึกร้อนวูบวาบเกิดขึ้นช้า ๆ  จูบแสนอ่อนโยนกำลังถ่ายทอดสู่ผม เขาจูบผมอยู่นาน กว่าจะยอมปล่อยผมให้เป็นอิสระ หน้าของผมก็แดงเถือกไปหมด...

                ผมกับเขาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาจากห้องนอนแล้วตรงไปยังห้องอาหารใหญ่ ทุกคนที่นั่งรออยู่ก็ยิ้มทักทายอรุณสวัสดิ์ยามเช้า เห็นว่าวันนี้ฟอเรสจะพาผมไปเดินเล่นรอบเมืองน่ะครับ ตื่นเต้นจัง

                 “ฮันนี่ พักผ่อนเพียงพอหรือเปล่าเมื่อคืน” เสียงหวานของแอเรียทักแซว ๆ ทุกคนบนโต๊ะอาหารก็เลยหัวเราะเอ็นดูเมื่อเห็นผมเขินเมื่อถูกแซว

                “ก็ต้องเต็มอิ่มอยู่แล้วสิ...ใช่ไหมฮันนี่” ฟอเรสยังมีหน้ามาถามขี้เล่นกับผมอีก แถมยังมีการเอามือมาโอบไหล่ผมอย่างขี้แกล้ง

                “เลิกล้อหนูฮันนี่ได้แล้ว ดูสิหน้าแดงจนเป็นลูกมะเขือเทศแล้ว ไว้ปู่จะรออุ้มหลานนะ” คุณปู่พูดออกมา อันนี้ยิ่งทำให้ผมเขินหนักกว่าเดิมอีกครับ โอ๊ย...

                ระหว่างที่ทานข้าวไป พวกผู้ใหญ่ก็บอกว่าพวกเขาจะไปเที่ยวพักผ่อนที่เมืองมนุษย์ซะหน่อย อ้อ แม่ของฟอเรสเป็นมนุษย์เหมือนกันกับผมนี่แหละครับ (ก็อย่างที่เคยบอกไปว่า คนของอาณาจักรเวทมนตร์จำเป็นต้องจับคู่กับมนุษย์) คุณปู่ก็บอกว่าจะไปพักร้อนเหมือนกัน สรุปพ่อกับแม่ของฟอเรสและคุณปู่จะไปเที่ยวที่เมืองมนุษย์

                ตอนนี้ผมกำลังยืนรออยู่ตรงสวนดอกไม้หน้าปราสาท ส่วนฟอเรสไปคุยงานด่วนของเขาอยู่ ผมยืนอยู่กับสาวใช้ที่ร่างสูงสั่งให้เดินตามติดดูแลผม ผมมองดอกไม้เพลิน ๆ ก่อนจะเห็นผู้หญิงสวยเดินเข้ามาทางประตูของปราสาท เธออยู่ในชุดเดรสที่มันรัดจนเห็นสัดส่วนชัดเจน เธอมองเห็นผมเหมือนจงใจจะเดินเข้ามาหาอยู่แล้ว เธอโค้งให้ผม ผมก็เลยโค้งกลับ

                “อรุณสวัสดิ์ยามเช้าค่ะ ราชินีฮันนี่” เธอว่า ผมก็ยิ้มตอบอย่าเป็นมิตร

                “สวัสดีครับ”

                “ราชาฟอเรสอยู่ไหมคะ ดิฉันจะมาหาท่าน...หวังว่าราชินีคงจะไม่ใจแคบเกินไปที่จะเปิดให้ราชามีสนมเพิ่ม...” คำพูดของเธอทำให้ผมงง แต่ก็รู้สึกไม่ชอบใจนักที่ได้ยินคำว่า รับสนมเพิ่ม... ก่อนจะมีเสียงหวานดังขัดขึ้น แอเรียเดินมายืนข้างหน้าผมแล้วใช้แขนของเขากั้นผมออกจากผู้หญิงตรงหน้า

                “คำว่ายางอาย เธอสะกอดเป็นไหม ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาพูดคุยกับราชินี” แอเรียเอ่ยถามคนตรงหน้า เธอกระตุกยิ้มเล็กน้อย

                “อย่าใจร้ายเลยค่ะ น้องแอเรีย พี่ก็แค่มาทักทาย ไม่ได้ทำอะไรราชินีนิคะ” เธอยกยิ้ม แอเรียกระตุกยิ้มคืน

                “ถึงจะเป็นลูกขุนนางก็อย่าคิดว่าจะเดินเข้าปราสาทได้ง่าย ๆ!! แล้วก็จำไว้เลยนะว่าพี่ฟอเรสไม่รับสนม! เพราะคนที่จะอยู่ที่จะอยู่เคียงข้างพี่ฟอเรสคือ ฮันนี่คนเดียวเท่านั้น เธอมาทางไหน เชิญกลับไปได้เลย” แอเรียพูดอย่างขึ้น ๆ เมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาวตรงหน้า ผมเลยรีบจับแขนของแอเรียไว้

                “แอเรียใจเย็น ๆ นะครับ”

                “ใครอยู่แถวนี้บ้าง! มาลากตัวยัยนี่ออกไปจากปราสาท ก่อนที่ฉันจะโมโห!” เสียงสั่งเฉียบขาดทำให้องครักษ์ที่เฝ้าประตูอยู่วิ่งเข้ามารวบตัวหญิงสาวไว้ เธอขึงตาใส่ทันที

                “อย่ามาแตะตัวฉันนะ! ฉันเป็นถึงลูกขุนนาง แอเรีย! กล้ามากนะ” เธอโวยวาย ระหว่างที่กำลังวุ่นวายกันอยู่ ทุกคนก็เบิกตากว้างเมื่อเธอกำลังจะใช้เวทมนตร์ออกมาอย่างจงใจ ราวกับว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะมาหาฟอเรส แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของเธอคืออะไรใครจะรู้ แต่ที่รู้ตอนนี้คือ แสงจากมือของเธอถูกปล่อยออกมาทางผมกับแอเรีย

                แอเรียพาผมหลบได้อย่างหวุดหวิด แอเรียทำท่าจะใช้เวทมนตร์คืนบ้าง แต่ก็โดนมือหนาของนัมเบอร์คว้าไว้ก่อน

                “อย่าครับคุณแอเรีย!!” เสียงเข้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจ ตามมาด้วยเสียงฟอเรสที่วิ่งเข้ามาประคองผมที่อยู่ในอาการตกใจนิดหน่อย

                “ฮันนี่ ไม่เป็นอะไรใช่ไหม บาดเจ็บรึเปล่า” เขาถามห่วง ๆ ผมส่ายหน้า ผู้หญิงที่โดนองครักษ์สามสี่คนคุมตัวไว้หัวเราะออกมา ฟอเรสเลยเดินเข้าไปหาเธอ

                “ใครส่งเธอเข้ามา!!”

                “หึ อีกไม่นาน เขาจะมาที่นี่เพื่อทำลายอาณาจักรนี้!! ฮ่า ๆ” เธอหัวเราะแค่นั้นก่อนที่ร่างจะสลายเป็นสีดำและหายไป ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์มองอึ้ง ๆ

                “วางกำลังให้แน่นหนากว่าเดิม อย่าให้ใครเข้ามาในตัวปราสาทได้!” ฟอเรสสั่งทหารองครักษ์รักษาความปลอดภัย ผมที่ยืนอยู่ก็ชะงักกึกเมื่อเขาหันมามองผม เขาเดินดุ่ม ๆ เข้ามาแล้วดึงผมเข้าไปกอดไว้หมับ...

                “ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม เฮ้อ เหมือนหัวใจฉันจะหยุดเต้นเลยเมื่อกี้” ผมยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา

                “ผมไม่เป็นไรครับ...” ฟอเรสปล่อยผมออกแล้วหันไปมองแอเรียที่สะบัดมือของนัมเบอร์ออก

                “ปล่อย! ฉันบอกให้ปล่อย นัมเบอร์” เสียงดุของแอเรียดังขึ้น แต่นัมเบอร์ก็ไม่ปล่อยแถมยังทำหน้านิ่งมาก

                “คุณคิดจะใช้เวทมนตร์ใช่ไหมครับ เมื่อกี้...ทำไมคุณไม่ระวัง” เขาพูดเรียบ ๆ แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันเต็มไปด้วยความห่วงใจ

                “อย่ามายุ่งกับฉัน! เวลาคับขันแบบนั้นใครจะไปคิดทันล่ะ”

                “ผมขอโทษนะครับ ท่านฟอเรส แต่ผมขออนุญาต” นัมเบอร์ขอขึ้นแล้วโค้งเล็กน้อยให้ฟอเรส ก่อนที่จะอุ้มแอเรียพาดบ่าของเขา โห...แอเรียตัวเกือบปลิวแหนะครับ ท่าทางจะตัวเบาจริง ๆ

                “อ๊ะ!! นัมเบอร์ ปล่อยฉันลง!! นายไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉัน!!” แอเรียโวยวาย

                “ฝากน้องชายของฉันด้วยก็แล้วกัน” ฟอเรสอนุญาต นัมเบอร์พาแอเรียเดินหายเข้าไปในปราสาท ส่วนผมกับร่างสูงเราก็จะออกไปเดินเล่นในเมืองกัน

                ฟอเรสพาผมออกมาเดินเล่นในเมือง เมืองของเขาเงียบสงบมากเลยล่ะครับ ไม่วุ่นวายเลยสักนิด ประชาชนน่ารักและเคารพราชาของพวกเขามาก เราเดินเล่นรอบเมือง ผมเจอร้านต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมาย ตอนนี้เราเดินมาถึงทุ่งหญ้าที่มีดอกไม้ขึ้นอยู่อย่างสวยงาม ผมกับเขานั่งลงบนพื้นหญ้าแสนนุ่มด้วยความรู้สึกเหนื่อยจากการเดินเที่ยวมาเกือบทั้งวัน  ผมได้ขนมปังจากร้านขนมมาด้วยล่ะครับ ผมนั่งกินขนมปังของตัวเองไปเงียบ ๆ ฟอเรสที่นั่งอยู่ข้างกันก็เหลือบมอง

                “เห็นชอบทาน มันอร่อยมากหรือ”

                “อร่อยครับ...คุณลองทานดูไหม?” ผมบิขนมปังแล้วยื่นให้เขาพร้อมรอยยิ้มกว้าง แต่ร่างสูงกลับหัวเราะออกมา

                “ฉันไม่ใช่นกนะ” เขาแกล้งแซว

                “ผมไม่ได้ว่าคุณเป็นนกซะหน่อยครับ...” ผมกัดกินขนมปังต่อก่อนผมจะชะงักกึกกับประโยคของฟอเรส

                “ถ้าจะป้อน ต้องป้อนด้วยปากของนาย” เสียงเข้มที่เอ่ยขึ้น ไม่รู้พูดจริงหรือพูดเล่น แต่เขากลับเอนตัวลงนอนแล้วเอาหัวมาหนุนบนตักของผม ครั้นจะโวยวายว่ามานอนตักทำไม แต่มันก็คงไม่ใช่สิ่งที่ควรทำกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็น พระสวามีใช่ไหมล่ะครับ

                “ทำไมต้องป้อนด้วยปากล่ะครับ” ผมถามงง ๆ มีอย่างที่ไหนเล่าป้อนด้วยปาก...

                “ก็อยากให้ป้อนไง ป้อนหน่อยสิ” เขาบอกอย่างหยอกล้อ...เห็นได้ชัดว่ากวนผมอยู่ เขาจับมือของผมที่จับขนมปังอยู่ “ชายาของเราใจร้ายหรือเนี่ย” ฟอเรสแกล้งทำเสียงเศร้า ผมเม้มปากนิด ๆ

                “ผมไม่ได้ใจร้ายซะหน่อยครับ ผมจะป้อนก็ได้...” ผมว่า ร่างสูงกระตุกยิ้มแล้วอ้าปากรอ เดี๋ยวนะครับ...นี่เอาจริงเหรอ ผมลังเลสักพักก่อนที่จะเอาขนมปังใส่ปากของตัวเองแล้วโน้มตัวลงไปหาเขาที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเขิน (ทำไมผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย...) ริมฝีปากเล็กของผมประกบกับริมฝีปากหนาของคนเอาแต่ใจตรงหน้า ผมรู้สึกเสียววาบเมื่อร่างสูงกวาดลิ้นไปทั่วปากของผมและรับขนมปังรสหวานหอมเนยใหม่ ๆ ที่อยู่ในปากของผมไป เขาดูดกลืนพร้อมกับเม้มปากของผมเล็กน้อย แล้วปล่อยผมให้เป็นอิสระ

                “จุ๊บ...” เขาจุ๊บปากทิ้งท้ายหนึ่งที ฟอเรสเลียริมฝีปากแล้วกระตุกยิ้มกวน

                “จะว่าไปแล้ว ขนมปังมันก็อร่อยดีเหมือนกันนะ หอม หวาน นุ่ม น่ากิน...” เขาจ้องหน้าผมจนผมไม่รู้จะทำหน้ายังไงแล้วเนี่ย ผมมองถามเขาแวบหนึ่งก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่ผมอยากจะรู้...

                “คุณฟอเรสครับ ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”

                “ว่ามาสิ”

                “อาณาจักรนี้สามารถมีสนมได้หรือครับ...” ผมกลั้นใจถามออกไป รวบรวมความกล้าอยู่ตั้งนาน...

                “ทำไมจู่ ๆ ถึงได้ถาม ใครพูดอะไรมา?” เขาถามอย่างแปลกใจ

                “ผู้หญิงคนนั้นที่เข้ามาในปราสาทครับ เธอบอกว่าจะเป็นสนมของคุณ...” ผมถามด้วยความแคลงใจปนสงสัย

                “หึงหรือ?”

                “ปะ...เปล่าครับ” ผมตอบตะกุกตะกัก ฟอเรสยกยิ้มแล้วเอื้อมมือมาจับผมไว้

                “มีได้สิ สนม...” คำตอบของเขาทำให้ใจของผมหล่นวูบ รู้สึกแปลก ๆ ไม่ชอบใจ...นี่ผมเป็นอะไรไปนะ

                “ไหนคุณบอกว่า ต้องแต่งงานกับอีกฝ่ายที่เป็นมนุษย์ไงครับ” ผมยังคงถามต่อด้วยน้ำเสียงเริ่มขุ่น

                “สนมน่ะ ก็แค่เข้ามาชั่วคราวเพื่อความสนุก หรือพูดง่าย ๆ จะเป็นคนในอาณาจักรเวทมนตร์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความพอใจของราชา” เขาอธิบาย ถ้าเป็นแบบนี้...แสดงว่ามีสนมอีกหลายคนก็ได้งั้นสิ ผมขมวดคิ้วเป็นปม จนฟอเรสที่จ้องมองผมอยู่ยิ้มเล็ก ๆ

                “แต่ฉันเป็นคนที่ทำอะไร ชอบทำอย่างเดียว ชอบทำกับคน ๆ เดียว...เวลาจะดูแลใคร ฉันก็อยากดูแลคนเดียว คนที่ฉันเลือกแล้ว คนที่เป็นคู่ชีวิตของฉัน...เพราะงั้นสนมก็ไม่มีความจำเป็นอะไรกับฉัน...” ผมตาโตกับสิ่งที่เขาพูดออกมาอย่างจริงจัง

                “เพราะตอนนี้ฉันมีราชินีตัวน้อยของฉันแล้วยังไงล่ะ...” เขาเน้นย้ำทำให้ผมหลุดยิ้มออกมานิด ๆ

                “ผมไม่ได้ตัวน้อยซะหน่อย” ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แทนที่จะสบตากับเขา เดี๋ยวหัวใจวายกันพอดีถ้าจ้องหน้าเขาแบบนั้น แต่ผมก็ต้องสะดุ้งกับร่างสูงขยับตัวลุกขึ้นพรวดแล้วผลักผมให้ล้มลงตรงหญ้า

                “อ๊ะ คุณฟอเรส ทำอะไรครับ” เขาใช้สองมือกั้นผมไว้ภายใต้เขา แววตาคมเข้มกำลังจ้องมองใบหน้าของผมใกล้ ๆ

                “ต่อไปนี้ ถ้าชอบอะไร อยากได้อะไร ขอแค่นายบอกฉัน ฉันพร้อมจะตามใจนายทุกอย่าง อยากกลับไปเยี่ยมป้าก็บอกฉันได้ ไม่ชอบอะไรก็บอก เข้าใจไหมฮันนี่...” เสียงเข้มบอกยาว ๆ

                “ครับ” ผมพยักหน้าก่อนจะมองหน้าเขาอีกรอบ

                “ส่วนอีกเรื่องที่ฉันต้องบอกนาย...”

                “ครับ?” ผมเอียงคอมองเขาก็ต้องหน้าร้อนวูบกับประโยคต่อมา

                “ท่านปู่ อยากอุ้มหลานไวไว มาย้ำนักย้ำหนาทุกวัน...งั้นเราคงต้องขยันกันหน่อยนะ คืนนี้....”

                “จะทำ...เรื่องแบบเมื่อคืนอีกเหรอครับ!” ผมถามอย่างตกใจ ก็แบบว่า...ผมยังไม่หายเจ็บเลยนี่ จะทำอีกแล้วเหรอ ฟอเรสมองผมที่หน้าอมชมพูไปหมดแล้ว ฮือ...ก็คุณฟอเรสไม่ได้แรงน้อย ๆ เลยสักนิดครับ ผมระบมไปหมด...

                “ใช่ ทำแบบเมื่อคืนนั่นแหละ แต่วันนี้จะสอนท่าให้เพิ่ม” เขาว่าอย่างหยอกล้อ ผมเลยใช้มือดันหน้าของเขาออกเบา ๆ

                “คุณฟอเรสอย่าแกล้งผมสิครับ” เขาหัวเราะแล้วดึงมือของผมให้ลุกขึ้นนั่งเพราะถ้ายังอยู่ในท่าล่อแหลมแบบนี้ ฟอเรสคิดว่าคงห้ามใจตัวเองไม่ได้แน่ ๆ

                อาจมีการจับคนตัวเล็กกดกลางทุ่งหญ้า ลมเย็นสบายดีก็เป็นได้....

                “ฉันไม่เคยแกล้ง...จะให้ทานขนมปังเนยน้ำตาลของโปรดก่อนเลยอ่ะ แต่คืนนี้ฮันนี่ต้องอยู่กับฉันทั้งคืน” เขาเสนอ

                “ผมไม่ได้เห็นแก่กินขนาดนั้นนะครับ...งั้นผมขอสัก 3 ชิ้นได้ไหม?” ผมชูนิ้วสาวนิ้วพูดขี้เล่นกับเขา แต่ผมอาจคิดผิดเพราะฟอเรสน่าจะคิดว่าผมพูดจริง ๆ

                “ได้ตามที่ฮันนี่ต้องการ...” เสียงเข้มตอบรับก่อนจะชี้ให้ผมดูก้อนเมฆบนท้องฟ้าและเล่าเรื่องเกี่ยวกับประชาชนในอาณาจักรให้ผมฟัง

                ผมหวังว่าตัวเองจะใช้ชีวิตอยู่ในอาณาจักรแห่งนี้ได้อย่างมีความสุข...และก็หวังจะเห็นรอยยิ้มของเขาแบบนี้      แม้จะรู้ว่าที่ฟอเรสดีกับผม อาจจะเป็นเพราะเขาจำเป็นต้องแต่งงานกับผมโดยไม่มีทางเลือก...แต่การกระทำดี ๆ ของเขา       ที่ปฏิบัติต่อผมทำให้ หัวใจของผมเริ่มที่จะซึมซับไปทีละนิด...ผมคิดว่างั้นนะครับ


.......................................................................................................

ขอบคุณคอมเมนต์เเละกำลังใจดี ๆ จากคนอ่านที่น่ารัก ^^

รักคนอ่านนะคะ

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon00027.gif

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}