แมวน้อยตัวนั้น

ถ้าใครชอบช่วยสนับสนุนและเป็นกำลังให้ผู้เขียนด้วยนะคะขอบคุณทุกคนที่ติดตามล่วงหน้าค่ะ😁

ตอนที่9เข้าหอมังกร

ชื่อตอน : ตอนที่9เข้าหอมังกร

คำค้น : ดราม่า เข้มข้น

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2559 09:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่9เข้าหอมังกร
แบบอักษร

ที่นอกวัง

ลู่เสียนและลิ่วหงส์พากันเดินกลับมาที่บ้านก่อนจะพบว่าที่บ้านถูกรื้อจนเละเทะไปหมดลู่เสียนจึงรีบวิ่งตามหาก่อนจะพบส่าและแม่ของเธออยู่ในอาการตกใจ

"ลู่เสียน!!"

"ท่านแม่!!ท่านแม่เป็นอะไร"

"แม่ตกใจ..เมื่อกี้จู่ๆก็มีทหารมาทำลายข้าวของที่บ้าน"ผู้เป็นแม่กล่าวโดยยังตกใจกลัวพลันลู่เสียนเหลือบเห็นกระดาษบางอย่างบนโต๊ะ

(...โทษของการใฝ่สูงและนำความสกปรกมาแปดเปื้อนเบื้องสูงคือ...ความตาย...)

ลู่เสียนตั้งใจอ่านข้อความบนกระดาษอย่างตกใจกลัวเมื่อรู้ว่ามีคนรู้เรื่องของเธอและคงเป็นคนในวังที่ส่งทหารมา

"...ฮ่องเต้...หม่อมฉันควรทำอย่างไร..."
🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸
ที่ตำหนักใน

ไทฮองไทเฮาคลี่ยิ้มอย่างพอใจก่อนจะถอดแหวนทับทิมให้ทหารคนสนิทที่อยู่ในฝ่ายของตน

"ไทฮองไทเฮาทรงส่งคนไปจัดการหญิงคนนั้น...."เฟยหรงพึมพำ

"หึหึหึ...ฮองไทเฮาให้ความสำคัญเรื่องชนชั้นมากตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว..เพราะเดิมทีก็ทรงถูกสนมจากชันชั้นต่ำต้อยแย่งความสนใจจากองค์จักรพรรดิองค์ก่อน สร้างรอยแผลฝังลึกในใจไปแล้ว"ไทฮองไทเฮายิ้มพลันยกแก้วน้ำชาขึ้นจิบ

"ทรงคิดอะไรอยู่เหรอเพคะ"

 

"แต่เดิมทีในวังหลวงก็มีการแบ่งฝ่ายอยู่แล้ว ฮองไทเฮาเถลิงอำนาจจนทุกคนไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง ก้าวก่ายหลายเรื่องอย่างไม่มีความเกรงใจ และการที่ฮ่องเต้กับฮองไทเฮาเริ่มมีความคิดเห็นต่างกันฮองไทเฮาจะกลัวอะไรนอกจากกลัวฮ่องเต้ หากฮ่องเต้ผู้ที่นางเป็นคนอุ้มท้องยังกล้าขัดเพื่อสิ่งที่นางลงมือกีดกันอย่างชัดเจนแล้ว เจ้าคิดว่าหากเป็นพระประสงค์ของฮ่องเต้ใครจะกล้าขัดเพราะงั้นนางจึงต้องหาอำนาจให้ตัวเองซึ่งก็คือฮองเฮา แบบนี้...นางก็ยังมีอำนาจและแผนต่อไปก็คือ...หากฮองเฮามีรัชทายาทให้ฮ่องเต้เป็นชายล่ะก็...ก็ได้เป็นฮ่องเต้องค์ต่อไป และนั่นแปลว่าฐานอำนาจนางไม่คงและนั่นแหละ พวกเราจะต้องก้มหัวกันไปจนตาย!"

"ไทฮองไทเฮาจึง..."เฟยหรงอ้ำอึ้งไม่กล้าถาม

"55555ไพ่ใบสุดท้ายของข้าก็คือ..คนที่ฮองไทเฮาเกลียดแต่เป็นคนที่ดูจะมีอำนาจกับฮ่องเต้ไงล่ะ..เจ้าคิดดูสิเฟยหรง!..แม้แต่เจ้าและพระสนมคนอื่นๆฮ่องเต้ก็ไม่เคยเรียกใช้ใครเพราะสนใจแต่งาน แต่กับผู้หญิงคนนี้ฮ่องเต้ให้ความสำคัญถึงขั้นขัดคำสั่งฮองไทเฮาได้ล่ะก็ นางนั้นแหละ! คือคนที่ฮองไทเฮากลัวและเป็นคนที่จะช่วยให้ฝ่ายเรากลับมามีอำนาจเหนือฝ่ายตะวันออกอีกครั้ง แต่คืนนี้ฮองไทเฮาต้องหาข้ออ้างให้ฮ่องเต้อยู่กับฮองเฮาแน่ และเราจะให้ฮองเฮามีโอรสหรือฮ่องเต้ทรงโปรดนางไม่ได้!......แม่นมหวัง!"

"เพคะไทฮองไทเฮา"

"ไปตามผู้หญิงคนนั้นมาพบข้า"

"เพคะ!..หม่อมฉันรับบัญชา"แม่นมหวังรีบเดินออกไป ไทฮองไทเฮาจึงทรงจิบชาต่อโดยเฟยหรงแอบกำมือแน่น นี่ไทฮองไทเฮาจะรับนังนั่นมาแทนที่ตนและก้าวข้ามหน้าตนไปหรือ

"ข้าไม่มีวันยอม!"

🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

ณ ตำหนัก เฉินเหิงชาง晨 恒 昌

ภายในห้องบรรทมขององค์จักรพรรดิที่ซึ่งไม่ใช่ว่าใครจะเข้ามาได้ง่ายๆ แสงไฟถูกจุดอย่างสว่างไสวพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆของเทียนที่เหล่านางกำนัลจุดเพื่อให้ความสบาย

ผิวขาวเนียนดั่งงาช้างมีผ้าสีชมพูบางๆปกปิดต้นแขนขาวภายใต้ชุดสีทองเหลืองนวลที่ขับผิวขาวให้น่ามองเส้นผมยาวถูกปล่อยออกมายาวสลวยและกลิ่นหอมจางๆโดยนางกำนัลกำลังจับช้อผมครึ่งนึ่งประดับด้วยกิ๊บลวดลายดอกไม้และปักปิ่นทองคำเก็บผมเอาไว้อย่างเบามือก่อนจะหยิบแป้งหอมมาประทับลงบนใบหน้าขาวที่ตอนนี้ไม่มีอะไรมาบดบังคิ้วเรียวโค้งรับใบหน้าไม่ได้ถูกจัดแต่งและดวงตาที่ไม่โตจนเกินไปหากแต่คมสองชั้นได้รูปรับกับจมูกสวยน้อยๆ  ริมฝีปากได้รับสีชมพูระเรื่ออย่างธรรมชาติปรากฏรอยยิ้มบางๆพร้อมใช้สองพระหัตถ์แตะที่มือของนางกำนัลที่กำลังทาแป้งให้ตน

"พอเถอะลำพังแค่เทียนหอมภายในห้องบรรทมกับกลิ่นของน้ำผสมดอกไม้ที่เจ้าให้ข้าอาบก็หอมฟุ้งเกินพอแล้ว"

"วันนี้ต้องทำให้ดีสิเพคะฮองเฮา หม่อมฉันจะให้มันขาดตกบกพร่องได้เยี่ยงไร"มู่หลินคุกเข่าพลันฮัวเจียเดินถือผ้าสีขาวเนื้อดีมาวางตรงหน้าหย่งฟางเพื่อเตรียมสำหรับใช้คืนนี้

"เชื่อฮองเฮาเถอะมู่หลิน ฮองเฮาทรงมีความงดงามตามธรรมชาติหากแม้ไม่แต่งอะไรก็ทรงมีความหอมอยู่แล้วจริงไหมเพคะ"

"เจ้าชมข้าเกินไปแล้วฮัวเจีย ความจริง...ที่นี่ไม่ใช่ตำหนักจี้หนานข้ารู้สึกเกร็งๆอย่างบอกไม่ถูก"หย่งฟางขมวดคิ้วพร้อมมองไปรอบๆ

"อีกสักหน่อยจะทรงปรับตัวได้เพคะ"แม่นมหยงเดินเข้ามาพร้อมกับย่อเข่าลงและตรงมาจัดเสื้อชั้นในของฮองเฮาให้ต่ำลงมาจนเห็นผิวขอบความแตกต่างของบริเวณหน้าอกระหว่างบุรุษและสตรี พร้อมทั้งถอดเสื้อคลุมของหย่งฟางออก

หย่งฟางนั่งนิ่งเพราะเขินอายหากจะต้องแต่งตัวอย่างนี้ต่อหน้าพระพักตร์ของฮ่องเต้ผู้ซึ่งเป็นบุรุษแล้วสตรีที่ไม่เคยถูกแตะต้องจากชายใดมาก่อนอาการหวั่นใจก็ย่อมมีมากขึ้น

"ฮองไทเฮาทรงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าฮองเฮาจะมอบของขวัญล้ำค่าให้กับแผ่นดิน องค์รัชทายาทคนโตผู้ซึ่งกำเนิดจากฝ่าบาทและฮองเฮาเพคะ"เมื่อพูดจบแม่นมหยงก็หยิบผ้าขาวมาให้หย่งฟาง เพราะนี่คือสิ่งที่เธอจะต้องใช้ในคืนนี้และจากสายตาคงเป็นการบอกเป็นนัยๆว่าพรุ่งนี้ฮองไทเฮาคงต้องการหลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างฮ่องเต้กับเธอ

"ฮ่องเต้เสด็จ!!!!"เสียงดังขึ้นซึ่งนางกำนัลทุกคนรีบออกไปรับหน้าซึ่งหย่งฟางเลือกยังไม่ออกไปและดึงเสื้อขึ้นพร้อมหยิบผ้าคลุมมาคลุมทับเพราะเธอกระดากอายที่จะแต่งตัวอย่างนั้นต่อหน้าเขานัก!

เมื่อแต่งตัวเสร็จเธอก็มองที่ผ้าขาวในมืออย่างหนักใจว่าจะถืออย่างนี้ออกไปเลยหรือ ครุ่นคิดได้สักพักหย่งฟางก็ตรงมาที่เตียงกว้างที่มีผ้าม่านสีแดงบางๆถูกรวบขึ้นติดกับเตียงที่ทำมาจากทองคำและวางผ้าขาวลงบนผ้าห่มสีทองลวดลายมังกรอย่างปราณีต ยังไงฮ่องเต้คงรู้เรื่องนี้อยู่แล้วเธอคงไม่จำเป็นต้องถือออกไปหรอก

"ฮู่ว!"หน้าอกของหญิงสาวขยับตามแรงถอนหายใจใบหน้าที่แม้ไม่ได้แต่งแต้มสีเริ่มแดงขึ้นอย่างธรรมชาติเมื่อเสียงทูลลาของนางกำนัลดังขึ้นพร้อมเสียงปิดประตู

ร่างบางก้าวพาตัวเองโดยมือจับผ้าคลุมที่แน่นจนออกมาจากห้องบรรทมและพบว่าฮ่องเต้นั่งอยู่คนเดียวบนเก้าอี้ยาวแกะสลักภายในห้องรับแขก

"ถวายพระพรเพคะ ขออภัยที่หม่อมฉันออกมาช้า"หย่งฟางโน้มตัวลงพร้อมสังเกตุว่าแสงไฟเริ่มดับไปบางดวงเพื่อสร้างบรรยากาศหากแต่ดูจะกดดันเธอมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

พระพักต์เรียบเฉยร่างกายกำยำภายใต้ชุดทางการที่ยังไม่ได้ถอดออก สายตาคมค่อยๆเหลือบมองร่างบางที่คงจะเย้ายวนบุรุษทั้งหลายด้านข้างตรงก่อนจะพบว่าหญิงสาวสะดุ้งเมื่อเขามอง

สายตาคมไล่ไปจากใบหน้านวลที่แก้มมีเลือดฝาดลงมายังร่างกายที่มีผ้าคลุมแต่ก็บางจนเผยให้เห็นผิวขาวที่กระทบกับแสงเทียนเส้นผมยามเมื่อปล่อยลงมาครึ่งนึงเปรียบให้ดูธรรมชาติยิ่งนัก เวลานานนักโดยที่ไม่มีคำพูดคุยและทั้งสองต่างนิ่งอยู่กับที่ก่อนที่ชายหนุ่มจะละสายตาไปสนใจอย่างอื่นซึ่งเป็นการบ่งบอกอย่างร้ายกาว่าเธอไม่ได้ดึงดูดจนเขาอยากเข้าหาและเป็นการบอกเป็นนัยๆว่าเขาไม่ได้สนใจเธอมากขึ้นไปกว่าเดิมเลยสักนิด

หย่งฟางนิ่งอยู่อย่างนั้นหากแต่นึกว่านี่คืออีกหน้าที่ของภรรยากับการร่วมรักกับผู้เป็นสามีและเป็นธรรมชาติของสตรีและบุรุษที่เหนือสิ่งอื่นใดหากเธอทำสำเร็จตามพระประสงค์ของฮองไทเฮาในเรื่องการมีทายาททุกอย่างคงจบ ดังนั้นเธอจะยื้อให้มันได้อะไรขึ้นมา!

หย่งฟางเงยหน้าขึ้นพร้อมเดินเข้ามาหาฮ่องเต้เองด้วยหัวใจเต้นรัวและหยุดตรงหน้าพร้อมกับคุกเข่าลงกับพื้น

"ให้หม่อมฉัน.....ช่วยนะเพคะ"น้ำเสียงสั่นๆทั้งความอายและกลัวที่ต้องพูดแบบนี้ถึงมือบางจะเอื้อมไปจับที่เท้าของฮ่องเต้เพื่อฉลองพระบาทออกอย่างแผ่วเบาและสั่นกลัว แต่คำพูดเมื่อกี้กับสื่อไปได้ทั้งหมด

"เจ้าต้องการอย่างนี้จริงหรือ"น้ำเสียงนิ่งแต่แข็งกระด้างและแฝงความเย็นชาส่งผ่านมาอย่างชัดเจนจนหย่งฟางหยุดชะงักแต่ก็ตั้งใจถอดฉลองพระบาทให้ฮ่องเต้ต่อ

"...หม่อมฉัน...มีทางเลือกอื่นด้วยหรือเพคะ"หย่งฟางพูดออกมาโดยยังตั้งใจทำหน้าที่ของตนต่อไป ฮ่องเต้จึงพูดต่อ

"ในเมื่อเจ้าสามารถเลือกที่จะปฏิเสธได้..เจ้าจะทำหรือไม่"

"หม่อมฉันมาไกลจนปฏิเสธไม่ได้แล้วเพคะ"

"งั้นแปลว่าเจ้ายอมรับ...กับสิ่งที่รู้ดีว่าผลตอบแทนคืออะไร"

"เมื่อคิดจะเข้ามา...หม่อมฉันย่อมรู้ผลตอบแทนและรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะออกไปได้อีกครั้ง...หม่อมฉันมีหน้าที่ที่ต้องทำให้สิ้นสุดโดยไม่มีสิทธิ์คิดที่จะปฏิเสธหรอกเพคะ"

"ข้ามีคำประโยคนึงจะบอกเจ้า..ตายแม้อยู่ กับอยู่แม้ตาย หากคิดจะหาข้อแตกต่างละก็เจ้าตอบข้ามาสิ ว่าตายแม้อยู่เปรียบได้อย่างไรอีก"เมื่อฮ่องเต้พูดจบหย่งฟางก็หยุดนิ่งดวงตาคมมีน้ำตาเอ่อล้นออกมาก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือ

"....ตายทั้งเป็นเพคะ"

"สำหรับมนุษย์ในมุมความรักของข้า..ข้าแบ่งได้แค่สองกลุ่มหลักเท่านั้น...เมื่อวันก่อนเจ้าได้พบผู้หญิงคนนึงนอกวังแล้ว..ข้าจะบอกให้เจ้ารู้ความจริงว่าผู้หญิงคนนั้นคือคนที่ข้ารักและเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าได้ก้าวเข้ามา เราสองคนไม่จำเป็นต้องผิดใจหรือกระทำอาการเช่นนี้ใส่กัน หากเจ้ายอมรับและยอมจากไปตั้งแต่ที่รู้..แต่นี่เจ้ากับเลือกอยู่ต่อ แม้รู้อยู่กับใจของตัวเองดีและตอนนี้เจ้ายังบอกว่ามันคือหน้าที่อีกแปลว่าเจ้ายอมรับผลตอบแทนของเรื่องนี้แล้วข้าจะบอกให้รู้ในอยู่ที่ของเจ้า ต่อให้เจ้าจะได้ความรักและเมตตาจากเสด็จแม่มากเพียงใดแต่เจ้าจะไม่ได้อะไรจากข้าเพราะในเมื่อเจ้าบอกว่ามันคือหน้าที่ก็จงรู้ว่าทุกอย่างที่ข้าจะทำและปฏิบัติกับเจ้าก็มีเพียงหน้าที่เท่านั้น และในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้ต่อไปอย่าคิดมาเรียกร้องอะไรนอกเหนือจากข้าทั้งสิ้น!"คำพูดเด็ดขาดของชายหนุ่มทำเอาหยดน้ำตาร่วงลงกับพื้น หย่งฟางเม้มปากแน่นเพื่อกั้นเสียงร้องไห้ไม่ให้เล็ดลอดออกมาและพยายามควบคุมมือของตัวเองให้ทำหน้าที่ต่อไปอย่างเจ็บปวด

"....ถ้าฝ่าบาทต้องการเช่นนั้น..หม่อมฉันจะยอมรับและไม่เรียกร้องอะไรให้ได้ยิน...ถ้าฝ่าบาทจะรักผู้หญิงคนนั้นมากจนหยิบเอามาพูดในคืนสำคัญของเราแบบนี้.."

"นี่เจ้า!!"ฮ่องเต้ลุกพรวดขึ้นโดยที่หย่งฟางยังนั่งก้มหน้าทั้งน้ำตาต่อไป

"ข้าจะบอกให้เจ้ารู้สถานะของเจ้าสำหรับข้าแล้ว เจ้าคือความตายแม้ยังอยู่ของข้า ส่วนผู้หญิงคนนั้นคืออยู่แม้ตาย ของข้า!!"ฮ่องเต้พูดตอกย้ำจนหย่งฟางหมดทางหนี หญิงสาวพยายามกลั้นน้ำตาที่ไหลออกมามากมายแล้วซึ่งฮ่องเต้ไม่ทันสังเกตเห็น

"....หม่อมฉัน.....รับทราบเพคะ"หย่งฟางยังคงก้มหน้าต่อไปพลันมีเสียงเอะอะโวยวายด้านนอกเธอจึงรีบปาดน้ำตาและลุกขึ้นซึ่งฮ่องเต้รีบเดินมาเปิดประตู

"ขอประทานอภัยที่มารบกวนฝ่าบาทเช่นนี้"

"ไต้เท้าหมิงท่านมีอะไร"

"ทูลฝ่าบาทที่หน้าตำหนักลี่เซียงฮองไทเฮากำลังกริ้วที่ไทฮองไทเฮาทรง......."

"ไทฮองไทเฮาทำอะไร!"

"ไทฮองไทเฮา..พาตัวแม่นางลู่เสียนเข้าวังพะยะค่ะ!"

"อะไรนะ!...ลู่เสียน"ฮ่องเต้พึมพำอย่างเคร่งเครียดพลันรีบก้าวออกไปทันที

"ขอประทานอภัยฮองเฮา"

"ชั่งเถอะ ไต้เท้าหมิงรีบตามฝ่าบาทไปที่นั่นคงมีเรื่องใหญ่น่าดู"

"กระหม่อมรับบัญชาพะยะค่ะ!"พูดจบไต้เท้าหมิงก็รีบออกไปพร้อมกับที่ฮัวเจียและมู่หลินรีบเข้ามา

"ฮองเฮาเพคะ!"

"อย่าพึ่งพูดอะไรเลยรีบหาเสื้อผ้าให้ข้าหน่อย!" หย่งฟางรีบเข้ามาในห้องแต่งตัวด้วยท่าทีร้อนรนใจกับเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นพร้อมภาวนาอย่าให้มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับใครเลย

ความคิดเห็น