แมวน้อยตัวนั้น

ถ้าใครชอบช่วยสนับสนุนและเป็นกำลังให้ผู้เขียนด้วยนะคะขอบคุณทุกคนที่ติดตามล่วงหน้าค่ะ😁

ตอนที่1คืนเข้าหอ

ชื่อตอน : ตอนที่1คืนเข้าหอ

คำค้น : เริ่มเรื่อง

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.7k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2559 08:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่1คืนเข้าหอ
แบบอักษร

ภายในค่ำคืนที่ทั่วท้องฟ้ากว้างมีแสงจากพลุไฟที่จุดประกายอย่างสวยงามเพื่อเป็นการฉลองพิธีอภิเสกสมรสขององค์จักรพรรดิเจ้าแห่งแผ่นดินแคว้นจี้หลง และบุตรสาวแม่ทัพใหญ่ผู้ที่มีความงดงามจนใครๆ ต่างเลื่องลือรวมถึงเป็นที่อิจฉาของเหล่าสตรีที่ไม่ใช่คนธรรมดาหากแต่มีตำแหน่งเป็นถึงพระชายาและเหล่าสนมของฮ่องเต้ผู้เป็นใหญ่ เสียงผู้คนที่ต่างพากันตะโกนอวยพรดังไปทั่วแผ่นดินไม่เว้นแม้แต่ภายในวังศ์หลวงที่กว้างขวางและสวยงามและเต็มไปด้วยความรุ่งเรืองทั้งอำนาจและการค้าเหล้าสุราชั้นดีต่างถูกนำมาแจกจ่ายให้กับราชวงศ์ทุกพระองค์เหล่าขันทีได้ดื่มฉลองตามทางเดินต่างๆ โดยมีไฟจุดประกายตลอดทางเดินและเสียงร้องเพลงอย่างรื่นรมย์ หากแต่ว่าสตรีผู้มีใบหน้างดงามซึ่งยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ของวังหลวงโดยไม่อาจเข้าไปได้นั้น มีน้ำตาที่ไหลรินออกมาอาบแก้มสีขาวชมพู ริมฝีปากสีหวานพยายามขบเม้มเพื่อกั้นเสียงร้องไห้และใช้สายตาตัดพ้อมองไปยังท้องฟ้าที่มีพลุจุดประกายสวยงามสดใส สองมือเล็กๆ กุมสร้อยคอที่ห้อยด้วยจี้หยกแกะสลักรูปใบไม้พร้อมด้วยหัวใจที่บอบช้ำและหมดแรงอย่างสิ้นหวังในค่ำคืนที่เธอต้องพบกับความเป็นจริงอันแสนเจ็บปวดที่เธอต้อยอมรับ!

ภายในตำหนักหลังใหญ่ที่แสงไฟจุดประกายสวยงาม เหล่านางกำนัลต่างก้มหัวและโน้มตัวลงเคารพชายหญิงตรงหน้าและรีบพากันออกจากห้องไป โดยในห้องที่แสนกว้างใหญ่สำหรับใช้รับแขกในตอนนี้มีหนุ่มสาวซึ่งอยู่ในชุดสีแดงมีปักด้วยลวดลายมังกรหงส์และดอกโบตั๋นซึ่งใช้ทเส้นทองคำสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างปราณีต สองมือบางเล็กๆ จับมืออีกข้างของตนแน่นพร้อมกับขบเม้มริมฝีปากสีแดงสดของตนด้วยความตื่นเต้นภายใต้ผ้าคลุมสีแดง เสียงหัวใจเต้นดังทั่วร่างของเจ้าสาวในค่ำคืนนี้ซึ่งเธอตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกและลืมคำสอนของมารดารวมถึงคำแนะนำของเหล่านางกำนัลที่แนะนำถึงการปฏิบัติตัวอย่างไรให้บุรุษพึงพอใจ ดวงตาเรียวคมก้มมองมือตนเองที่สั่นกลัวพร้อมถามตัวเองในใจ นี่เธอควรจะทำอย่างไรดีนะเพราะตอนนี้แค่ลุกขึ้นและพูดกับคนที่นั่งข้างๆ เธอก็ไม่ยังกล้าเลยสักนิดไม่สิ! เธอจะมัวกลัวอยู่ได้อย่างไรกันหากเขาผู้เป็นสามีและมีอำนาจที่สุดในแผ่นดินเปิดผ้าคลุมมาเจอเจ้าสาวกำลังเหงื่อแตกด้วยความตื่นเต้นเช่นนี้เขาคงจะตกใจและอาจไม่พอใจเธอเป็นแน่! คิ้วเรียวโก่งสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงคนข้างๆ ลุกขึ้นแต่ไม่ได้เปิดผ้าคลมุมหน้าเธออกแต่อย่างใด สายตาของหญิงสาวมองลอดผ้าคลุมเห็นเพียงเท้าของชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าอย่างนั้นหรือจะว่าไปเรื่องแบบนี้คงทำใจยากในเมื่อต้องมาแต่งงานกับคนที่ไม่ได้มีความสนิทสนมหรือเคยพูดคุยกันเลยสักครั้งนเพราะงั้นเธอตั้งหากที่ควรจะพูดกับเขาก่อน! เมื่อคิดได้อย่างนั้นร่างบางก็ค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าเพื่อเรียกความมั่นใจให้ตนเองพลันจะเปล่งเสียงพูดหากแต่หากเสียงทุ้มต่ำและเฉียบคมดังตัดหน้าเธอขึ้นมาเสียก่อน

“..ข้าจะไปเดินเล่น...”น้ำเสียงที่แฝงความเย็นชาดังผ่านผ้าคลุมหน้าเข้ามาพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินออกไปและปิดประตูลง หญิงสาวนั่งเงียบไปด้วยความงุนงงกับท่าทีของผู้ที่ได้ชื่อว่าผู้เป็นสามีของเธอ จนเวลาผ่านไปสักพักหญิงสาวที่ที่ยังสวมชุดเจ้าสาวค่อยๆ ตัดสินใจใช้มือของตัวเองเปิดผ้าคลุมหน้าขึ้นมา ใบหน้าสวยได้รูปไข่ สีผิวขาวเนียนดั่งงาช้างช่วยขับสีแดงสดที่ริมฝีปากอิ่มได้รูปและสีคิ้วดำออกน้ำตาลสวยด้านบนทั้งพวงแก้มสีแดงอมชมพูซึ่งสะท้อนอยู่หน้าบนใบหน้าหญิงสาวที่ตอนนี้นั่งอยู่ในห้องเพียงคนเดียว!

🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

ที่หน้าประตูวังค์หลวง

“หยุด!” ทหารผู้คุมประตูหน้าพระราชวังเปล่งเสียงขึ้นพร้อมใช้ไม้กั้นขวางเอาไว้จนเมื่อยกไฟขึ้นส่องใบหน้าของชายหนุ้มบนหลังม้าพวกเขาและทหารทั้งหมดก็หน้าซีดเผือดโดยรีบคุกเข่าลงอย่างรวดเร็วและสั่นกลัว

“ขอประทานอภัยพะยะค่ะฮ่องเต้ที่บังอาจขวางทาง! กระหม่อมสมควรตายยิ่งนัก!” 

“รับจะออกไปข้างนอกและห้ามมีใครนำเรื่องนี้ไปกราบทูลฮองไทเฮาเด็ดขาด! ไม่เช่นนั้นข้าจะสั่งตัดหัวเสียให้หมด!”

“รับบัญชาพะยะค่ะ!”  เหล่าทหารรับคำพลันรีบถอยให้องค์จักรพรรดิขี่ม้าออกไปโดยไม่กล้าเอ่ยถามอะไรมากมายนักเพราะชายหนุ่มตรงหน้ามีบารมีและอำนาจใหญ่ที่สุดในแผ่นดินแม้แต่เพียงคำพูดก็สามารถสั่งเป็นสั่งตายได้เลยทีเดียว!

ที่สวนดอกไม้ซึ่งไกลออกมา

เสียงม้าที่กำลังวิ่งมายังจุดหมายใต้ต้นไม้ใหญ่ดังแว่วใหล้เข้ามาจนหยุดลงเมื่อถึงที่หมายพร้อมกับร่างของชายหนุ่มซึ่งอยู่ในชุดแต่งงานสีแดงซึ่งถูกตัดเย็บอย่างหรูหรา สายตาคมมองไปรอบๆ หาใครคนนึงจนเหลือบเห็นเงาของคนที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้โดยมีเสียงร้องไห้และสะอื้นที่ดังออกมาด้วยความเจ็บปวดในหัวใจจากความรักที่แสนรัดทด สองเท้าของบุรุษรูปงามผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินหากคิดหวังสิ่งใดก็จะต้องได้ตามประสงค์แต่หากในเรื่องความรักเขากลับไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจอะไรเลยสักนิด

“..ลู่เสียน..” น้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นอย่างโศกเศร้าและเจือความอาวรณ์ห่วงหาทำให้หญิงสาวที่กำลังก้มหน้าค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองคนตรงหน้าโดยเพียงเสี้ยววินาทีเดียวเธอก็รีบก้มหัวลงและคำนับชายหนุ่มจนเขาต้องคุกเข่าและลงจับแขนเธอเอาไว้

“ เหตุใดเจ้าต้องทำเช่นนี้!”  ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยสายตาเจ็บช้ำซึ่งหญิงสาวมองเขาด้วยดวงตาที่นองหน้าเต็มไปด้วยหยดน้ำตาและส่ายหัวไปมาพร้อมตอบเขาด้วยน้ำเสียงตัดเพ้อ

“..หม่อมฉันไม่กล้ากระทำการไม่เคารพฮ่องเต้หรอกเพคะ ได้โปรดทรงปล่อยมือออกจากเนื้อตัวหญิงต่ำต้อยอย่างหม่อมฉันเถิด”

“หยุดนะ!..เหตุใดเจ้าจึงพูดเช่นนี้กับข้า!..นี่เจ้าร้องไห้งั้นหรือ”

“หม่อมฉันไม่กล้าร้องไห้ในวันที่ฝ่าบาททรงเข้าพิธีอภิเษกหรอกเพคะ”

“พอแล้วลู่เสียน!..” ชายหนุ่มตวาดพร้อมกับคว้าร่างบางเข้ามากอดอย่างแน่นหนาและพูดด้วยน้ำเสียงโมโห

“อย่าพูดถึงงานอะไรนั่นอีกเลย..เจ้าก็รู้ว่าข้ามีเหตุผลจึงจะต้องห้ามใจและหักหาญมันไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่นทั้งๆ ที่ในใจข้ามีเพียงแต่เจ้าคนเดียว” ชายหนุ่มพูดออกมาพร้อมน้ำตาของตนที่ค่อยๆซึมออกมาโดยเขาค่อยๆ ผละออกมามองหน้าหญิงสาวและใช้นิ้วเช็ดน้ำตาให้เธออย่างแผ่วเบาพร้อมคำที่มีน้ำเสียงอ่อนโยน

“เจ้าอย่าร้องไห้เลยนะ..พรุ่งนี้ข้าจะไปคุยกับฮองไทเฮาเพื่อพาเจ้าไปอยู่กับข้า..ข้ารักเจ้าคนเดียวนะลู่เสียน”

 

“อย่าทรงทำเช่นนั้นเลยเพคะ..หม่อมฉันไม่มีมีค่าอะไรให้ฮ่องเต้ต้องมาทำเช่นนั้น” 

“เลิกพูดหม่อมฉันนั่นเสียที! ตอนนี้มีแต่ข้ากับเจ้าและมีแต่เรารู้ไหม!” พูดจบชายหนุ่มก็ดึงหญิงสาวเข้ามาจูบโดยเธอพยายามผลักเขาออกพร้อมน้ำตาแต่เขายังจูบเธออย่างรุนแรงต่อไปจนสองมือบางที่ผลักดันร่างใหญ่ค่อยๆผ่อนแรงลงและจูบตอบเขาแลกหาความหอมหวานและโหยหาของกันและกันและเมื่อสัมผัสได้ว่าเธอเริ่มใจอ่อนชายหนุ่มก็ค่อยผละออกมาโดยสองมือใหญ่เลื่อนมาประทับพวงแก้มของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน
 
“..ข้ารักเจ้านะลู่เสียน..เจ้ายังเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในใจข้า..ข้ารักเจ้ามากขนาดนี้เจ้าล่ะ! ไม่รักข้าหรือไงถึงได้พูดจาห่างเหินกับข้าเช่นนั้น”
 
“..เพราะหม่อมฉันรักฝ่าบาทไงเพคะ รักมาก..ถึงได้เจ็บปวดขนาดนี้”
 
“ขอแค่เจ้ารักข้าก็ไมีต้องกลัวอะไรอีกแล้ว รู้ไว้นะว่าข้าเองเจ็บปวดไม่แพ้เจ้าเลยสักนิดที่ทำให้เจ้าต้องร้องไห้ สัญญากับสิ! สัญญาว่าเจ้าจะอดทน”สองมือใหญ่กุมมือบางอย่างหนักแน่นและแววตาแสดงความจริงจังต่อหญิงสาวตรงหน้า จนเธอน้ำตาร่วงลงมาอย่างยอมจำนนให้เขา
 
“เพคะ...หม่อมฉันจะอดทน” ลู่เสียนยิ้มพลันทั้งสองโผกอดกันอย่างโหยหาก่อนที่ลู่เสียนจะเอ่ยขึ้นมาภายในอ้อมกอดของชายหนุ่มที่เป็นถึงฮ่องเต้ของแผ่นดินจี้หลง!
“ฝ่าบาททรงกลับไปเถอะเพคะเดี๋ยวทุกคนจะเป็นห่วง...”ลู่เสียนตค่อยๆ ผละออกพร้อมกับหลบสายตาทำให้ฮ่องเต้รู้ได้ทันทีว่าเธอหมายถึงใคร
 
“คืนนี้ข้าจะอยู่กับเจ้า” พูดจบฮ่องเต้ก็คว้าลู่เสียนเข้ามาจูบอีกครั้งด้วยจูบที่มีความดูดดื่มโดยใช้ลิ้นสอดแทรกเข้ามารับความหอมหวานในปากของหญิงสาวที่ตนรักโดยเธอค่อยๆหลับตาลงและใช้มือโอบกอดเขาและจูบกลับด้วยความรักที่เธอมีอยู่เต็มหัวใจก่อนที่ร่างทั้งสองจะค่อยๆเอนลงกับพื้นหญ้าซึ่งฮ่องเต้ค่อยๆ ประคองเธอนอนลงพร้อมกับมองเธอด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก
 
“ลู่เสียน”
“เพคะ”
“.ขอให้มั่นใจว่าข้าจะไม่มีทอดทิ้งเจ้า แม้ข้าต้องจำใจแต่งงานกับคนอื่นแต่หัวใจของข้าก็มีให้เจ้าคนเดียว..เชื่อข้าไหม”
 
“เพคะ..หม่อมฉันเชื่อฝ่าบาท” ลู่เสียนพูดพลันทั้งคู่ค่อยจูบกันด้วยความรักที่มีให้กันจนมากล้นจนมีอุปสรรคเข้ามาทำลายแต่พวกเขาก็ยืนยันจะรักกันและจับมือกันต่อไปฟันฝ่าอุปสรรคนั้นไป เพราะกว่าจะได้มารักกันนั้นเกือบจะต้องแลกมาด้วยชีวิต
 
1 ปีก่อนหน้านี้
 
“พี่ลู่เสียน!”เสียงที่เรียกด้วยน้ำเสียงสดใสเจื้อยแจ้วดังขึ้นทางด้านหลังก่อนที่เด็กหญิงผมเปียวัยสิบสองจะวิ่งมาจับแขนหญิงสาวที่ตนนับถือ
 
“มีอะไรหรือตงเอ๋อ!” ลู่เสียนเอ่ยถามพร้อมกับที่เด็กหญิงหรือตงเอ๋อยื่นกระดาษสีขาวแผ่นเล็กๆ มาให้
 
“พี่ลิ่วหนานฝากให้พี่ช่วยซื้อของตามที่จดไว้ในนี้แล้วก็เดี๋ยวจะฝากเงินให้ข้าเอามาให้พี่”
“โธ่! กลับไปบอกพี่ลิ่วหนานด้วยนะว่าพี่คิดว่าจะซื้อให้อยู่แล้ว” ลู่เสียนพูดจบก็รีบเดินมุ่งหน้าไปที่ตลาดในตัวเมืองเพื่อที่จะตามหาของในรายการที่จดไว้ จนเดินผ่านมาถึงที่ร้านขายเครื่องดนตรี
“นี่เป็นพิณที่ดีที่สุด! รับรองว่าท่านซื้อไปไม่ผิดหวังเป็นแน่” พ่อค้าขายเครื่องดนตรีพูดชักชวนอย่างเป็นมือชีพเพื่อให้ชายหนุ่มซื้อพิณของตน พลันมีเด็กวิ่งซนมาจิ๊กแอปเปิ้ลลูกข้างๆ แผงขายผลไม้ไป พ่อค้าพิณจึงรีบวิ่งตามโดยลู่เสียนเหลือบมองชายหนุ่มที่ยืนจับจ้องพิณอย่างสนใจ
“เขาว่ากันว่าพิณที่ดีที่สุดสายต้องทำมาจากหางม้า” ลู่เสียนพูดพลางมองพิณในมือของชายหนุ่มและเดินออกมาจนมีเสียงทักขึ้น
“เดี๋ยวก่อนแม่นาง! ”เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นกพลันตรงมาดักหน้าหญิงสาวพร้อมกับหยุดนิ่งเมื่อเห็นเธอชัดๆ ใบหน้างามพร้อมรอยยิ้มที่แสนอ่อนหวาน
“..มีอะไรเหรอกับข้าเหรอ...เอิ่ม..” หญิงสาวยกมือโบกไปมาเมื่อเขานิ่งไปจนชายหนุ่มได้สติจึงรีบมองทางอื่นแก้อาการประหม่าของตน ให้ตายสิ! ตั้งแต่เกิดมาเจอหญิงงามมามากมายแต่ทำไมกับผู้หญิงคนนี้กับเป็นผู้หญิงที่เขาต้องตาต้องใจมากที่สุดกันนะ! 
“คือที่เรียกก็เพราะว่า..ข้าอยากรู้ว่าเมื่อกี้เจ้าพูดกับข้าหรือเปล่า ที่ร้านขายพิณ”
“ร้านขายพิณ...อ๋อ! ข้านี่แย่จังเวลาเห็นพิณทีไรก็มักเหม่อลอยพูดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ..ขอโทษด้วยถ้าข้าทำให้คุณชายไม่พอใจ”
“คุณชายงั้นหรือ...”
“ข้าดูจากการแต่งตัวก็รู้ได้ว่าท่านคงเป็นคนมีฐานะไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาแน่ๆ ” ลู่เสียนยิ้มหวานก่อนจะเริ่มสังเกตที่ดวงตาคมกริบจมูกโด่งเป็นสันและปากรูปกระจับสีแดงจางๆ เขาช่างรูปงามนัก
“ไม่รู้ว่าแม่นางดูคนออกด้วย..ข้าชื่อเทียนหลงแล้ว...”
“ข้าชื่อลู่เสียน”
“ลู่เสียน..หยกบริสุทธิ์งั้นหรือ”
“ท่านก็คงเป็นมังกรที่อยู่บนท้องฟ้า” ลู่เสียนพูดจบทั้งคู่จะหัวเราะออกมาโดยสบตากันด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นหีอนี่คือสิ่งที่มนุษย์เรียกมันว่า การตกหลุมรักครั้งแรก!
 
 
ความคิดเห็น