Royal.candy

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กลิ่นบัวกลางบึง [ บทที่ ๔ ] 100%

ชื่อตอน : กลิ่นบัวกลางบึง [ บทที่ ๔ ] 100%

คำค้น : ดอกบัว,ไทยโบราณ,yaoi,6p

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.2k

ความคิดเห็น : 50

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2560 15:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กลิ่นบัวกลางบึง [ บทที่ ๔ ] 100%
แบบอักษร

หลังจากข่าวของหม่อมเจ้าเกียรติภูมิแพร่สะพัดไปถึงบางกอก หม่อมเจ้าเครือสวรรค์ก็ถึงขั้นช๊อคแต่ในความช๊อคของเธอมันกลับมีความดีใจอยู่ภายใน เพราะเธอนั้นได้เป็นอิสระแล้ว !

ส่วนท่านชายธนากรเองก็ช๊อคไม่แพ้กัน แต่ก็ไม่ได้ทราบถึงสาเหตุที่หม่อมเจ้าเกียรติภูมิฆ่าตัวตาย เพราะท่านชายเองก็คิดว่าหม่อมเจ้าเกียรติภูมิทรงไม่ทราบว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์อย่างลับ ๆ ด้วยกัน

หม่อมเจ้าเครือสวรรค์เดินทางไปถึงวังของหม่อมราชวงค์ ธนากร ซึ่งท่านชายธนากรก็ให้การต้อนรับหม่อมเจ้าเครือสวรรค์กับลูกชายเป็นอย่างดี

หม่อมเจ้าเครือสวรรค์เองก็ดูจะพอใจบ้านสามีใหม่ที่นี่เป็นอย่างมาก เพราะมันทั้งกว้างใหญ่ มีรถหรูหรามากมาย แต่เหล่าสาวใช้บ่าวไพร่เอง ก็ออกจะไม่ชอบหม่อมเจ้าเครือสวรรค์มากนัก เพราะทุกคนมองแค่หางตาก็ทราบแล้วว่าหล่อนจะมาเป็นอะไรในบ้าน...

" บ้านสวยมากเลยเพคะท่านชาย "

หม่อมเจ้าเครือสวรรค์มองไปรอบ ๆ ห้องโถงอันใหญ่โตโอฬารของวัง

" ต่อไปนี้ไม่ต้องเรียกท่านชายแล้วนะขอรับเรียกคุณพี่ดีกว่าขอรับ "

" เจ้าค่ะ คุณพี่ "

หม่อมเจ้าเครือสวรรค์ส่งยิ้มหวานให้ท่านชายธนากร

" กมล คนนี้คือพ่อของหนูนะ เรียกพ่อสิลูก "

หม่อมเจ้าเครือสวรรค์สั่งลูกชายตัวน้อย ๆ ให้เรียกใครก็ไม่รู้ว่าพ่อ แล้วมีหรือว่าหม่อมน้อยจะยอม

" ไม่ ไม่ .. ไม่พ่อ "

หม่อมน้อยที่กำลังหัดพูดนั้นพยายามปฏิเสธสิ่งที่แม่กำลังสั่งให้เขาทำ

" กมล แม่บอกให้เรียกว่าพ่อไง ! "

หม่อมเจ้าเครือสวรรค์ตวาดขึ้นเสียงดัง

มันทำให้หม่อมน้อยตกใจร้องไห้ออกมา หม่อมเจ้าเครือสวรรค์ก็ได้แต่ฟึดฟัดใส่ลูกที่เอาแต่หัวดื้อไม่ยอมฟังคำสั่ง

" ไม่ต้องก็ได้ขอรับ หม่อมน้อยคงยังไม่ชิน อย่าไปบังคับเลยนะขอรับ "

ท่านชายธนากรพยายามห้ามหม่อมเจ้าเครือสวรรค์ หม่อมน้อยรีบวิ่งไปกอดหม่อมใหญ่พี่ชายคนใหม่ของหม่อมน้อย ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เขา หม่อมใหญ่เข้าไปโอบกอดน้องอย่างเอ็นดูพลางใช้มือเล็ก ๆ เช็ดน้ำตาให้น้อง

" ใหญ่ ต่อไปนี้ เด็กคนนี้คือน้องของลูกนะ รักน้องเข้าไว้นะลูก "

ท่านชายธนากรหันกำชับลูกชายตนเอง ก่อนจะหันไปปลอบประโลมหม่อมเจ้าเครือสวรรค์ที่กำลังทำตัวเป็นนางยักษ์ให้ลูกเห็น

และในวันนั้นหม่อมเจ้าเครือสวรรค์ก็ได้ห้องใหม่ บ่าวคนใหม่ ในบ้านหลังใหม่ที่ใหญ่โต มันช่างราวกับความฝันของเธอเสียจริง ๆ ส่วนหม่อมน้อยนั้น...

หม่อมน้อยถูกหม่อมเจ้าเครือสวรรค์สั่งให้ไปนอนห้องเดียวกันกับหม่อมใหญ่ลูกชายท่านชายธนากร เพื่อตัดรำคาญเสียงร้องไห้  และเสียงขอกินนม

และในคืนนั้น ในห้องหม่อมเจ้าเครือสวรรค์กับท่านชายธนากร

ท่านชายได้เดินเข้ามาในห้องพร้อมของขวัญชิ้นใหม่ให้หม่อมเจ้าเครือสวรรค์

" คุณเครือสวรรค์ขอรับ กระผมมีของจะมอบให้ขอรับ "

ท่านชายได้ยื่นกล่องเล็ก ๆ หุ้มผ้ากำมะหยี่สีแดงให้หม่อมเจ้าเครือสวรรค์

และพอเธอหยิบมันออกมา มันคือ..

มันคือแหวนทองคำประดับเพชรน้ำงามที่เปรียบมูลค่ามิได้ มันทำให้หม่อมเจ้าเครือสวรรค์อ้าปากค้างอยู่นานกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า

" หะ .. ให้ดิฉันหรือเพคะ "

" ขอรับ นี่เป็นแหวนประจำตระกูลของกระผม กะว่าเจ้าใหญ่แต่งงานแล้วจะมอบให้ แต่นี่ถือเป็นของขวัญมอบให้แก่ภรรยาคนใหม่ของกระผม "

หม่อมเครือสวรรค์ได้แต่คิดในใจ " มาอยู่ถูกที่แล้วสิเรา "

" งั้นคืนนี้ดิฉันก็จะตอบแทนคุณพี่ที่อุตส่าให้แหวนดิฉันนะเพคะ "

" ด้วยกระไรรึขอรับ "

" ร่างกาย ! "

หม่อมเจ้าเครือสวรรค์กระซิบข้างหู ก่อนที่จะลงลิ้นไปที่ปากของท่านชายธนากรด้วยเสน่หาอันเร่าร้อน

เธอลงลิ้นไปทั่วร่างของท่านชายก่อนที่ท่านชายเองจะเป็นฝ่ายกระทำบ้าง

แสงเทียนสีทองที่กระทบกับผนังห้องสีขาวและผ้าคลุมเตียงสีแดงมันทำให้บรรยากาศโดยรอบโรแมนติกขึ้นมา

ท่านชายปลดเสื้อของหม่อมเจ้าเครือสวรรค์ออก และ..

" มิอยากลองใช้ปากกับหน้าออกของดิฉันดูรึไงเพคะ อยากลงกินน้ำนมแม่ลูกอ่อนดูมั้ยเพคะ "

หม่อมเจ้าเครือสวรรค์กระซิบข้างหูท่านชายเธอกรและท่ายชายก็ลงปากดูดหน้าอกของหม่อมเจ้าเครือสวรรค์เธอได้แต่ร้อง ซี๊ดเป็นระยะ ๆ ก่อนที่ทั้งสองจะร่วมรักกันอย่างเร่าร้อน

ในขณะนั้น ที่ห้องหม่อมใหญ่

ขณะที่หม่อมใหญ่และหม่อมน้อยกำลังถูกส่งตัวเข้านอนโดยแม่นมของหม่อมใหญ่

" แหมดิฉันหล่ะมิชอบขี้หน้านังที่มากับท่านชายเลยเจ้าค่ะ ดูเจ้าเล่ห์พิกล แถมมีลูกติดมาด้วย ท่าทางนังคนนี้...ไม่น่าจะเบานะเจ้าคะ "

แม่นมของหม่อมใหญ่นั่งนินทาหม่อมเจ้าเครือสวรรค์ให้หม่อมใหญ่ฟังขณะกล่อมหม่อมน้อยให้หลับ

" ป้าม้วน(แม่นม)ขอรับ อย่าพูดเสียงดังสิขอรับ เดี๋ยวคุณพ่อก็ได้ยินเสียหรอก "

หม่อมใหญ่ในวัย 10 ขวบพยายามห้ามแม่นมของตนพูดว่าร้ายภรรยาใหม่ของคุณพ่อ

" แหม ดิฉันพูดความจริงนะเจ้าคะ ดิฉันดูคนมิผิดดอกเจ้าค่ะ คอยดูนะเจ้าคะไม่นานแม่คนนั้นแผลงฤทธิ์แน่ ๆ "

" ไม่เอาน่าป้าม้วน(แม่นม) เธออาจเป็นแม่ที่ดีให้กระผมกับน้องก็ได้นะขอรับ "

" ไม่มีทางเจ้าค่ะ ! ว่าแต่..ลูกแม่นั้นก็ดูน่ารักดีนะเจ้าคะ ดูไม่มีพิษภัยแม่นังแม่มัน สงสัยจะได้พ่อ "

หม่อมใหญ่เองก็ได้แต่ส่ายหัวคิดว่าแม่นมของตนคงคิดมากไปตามภาษาหญิงสูงวัย แต่ใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่แม่นมพูดมันจะกลายเป็นจริง

และในอีกด้านหนึ่ง ณ วัดในบางกอกใกล้ ๆ วังของท่านชายธนากร ชาติที่ตามมาได้ไปขอร้องท่านเจ้าอาวาสเพื่อที่จะมาขออาศัยอยู่วัดใกล้ๆ วัง ชั่วคราวเพื่อคอยสอดส่องหม่อมเจ้าเครือสวรรค์และลูกชายของเขา

" โยมจะมาอยู่ชั่วคราวงั้นรึ "

ท่านเจ้าอาวาสได้ถามกับชาติ

" ขอรับหลวงตา พอดีกระผมได้รับมอบหมายงานของเจ้านาย ให้มาตรวจสอบความเป็นอยู่ของลูกชายของท่านขอรับหลวงตา "

" อืม แล้วเรื่องมันเป็นมายังไงเล่าโยม "

ชาติได้อธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวังฆนนาทให้ท่านเจ้าอาวาสได้รับฟัง ซึ่งท่านเจ้าอาวาสเองก็ดูจะตกใจกับเรื่องบัดสีที่เกิดขึ้นในวังฆนนาทเป็นอย่างมาก และท่านเองก็ดูจะสงสารชาติและหม่อมน้อยจึงได้อนุญาตให้อยู่วัดได้แต่จะต้องช่วยงานในภายวัด โดยท่านจะมอบข้าวปลาอาหารและที่พักให้ ชาติเองก็ยินดีที่จะทำตามที่ท่านเจ้าอาวาสบอกและท่านเจ้าอาวาสเองก็ยินดีที่จะช่วยเช่นกัน

โดยเจ้าอาวาสได้อนุญาตให้ชาติไปพบกับหม่อมน้อยได้ 2 เวลา คือ ช่วงสาย และช่วงเย็น ของทุกวัน

และหลังจากนั้นทุก ๆ ช่วงสายและเย็นของวัน ชาติก็จะคอยไปแอบซุ่มมองคนในวัง วันไหนที่ได้พบกับหม่อมน้อยชาติเองก็จะกลับมาที่วัดแบบยิ้มแย้มแจ่มใสและดูร่าเริงเป็นอย่างมาก

ชาติทำแบบนี้ทุกวันเป็นเวลาเกือบสองเดือน

" โยมนี่ท่าทางรักเจ้านายมากเลยนะโยมชาติ "

ท่านเจ้าอาวาสได้ถามขึ้นขณะที่ชาติกำลังช่วยถูพื้นกุฎิท่านเจ้าอาวาสอยู่ ชาติได้หยุดถูพื้นแล้วอมยิ้ม

" หลวงตาอย่าหาว่ากระผมประหลาดเลยนะขอรับ คือ.. กระผมชอบหม่อมน้อยหน่ะขอรับ ! "

" ห่ะ ! "

เจ้าอาวาสถึงกับหงายหลังลงไปกองกับพื้น

" นี่โยมชอบเด็กงั้นรึ แถมยังเป็นเด็กผู้ชายอีกมิใช่รึ "

" มันอาจจะดูแปลกนะขอรับ แต่หม่อมน้อยหน่ะหน้าเหมือนหม่อมแม่ของเขามาก "

ชาติพยายามอธิบายซึ่งเจ้าอาวาสเองก็ดูจะตั้งใจฟังกับสิ่งที่ชาติกำลังพูด

" ถึงหม่อมแม่ของหม่อมน้อยจะเคยกระทำชำเรากับกระผมไว้แต่กระผมก็ไม่เคยโกรธหรือเกลียดเธอ แต่กระผมก็ไม่เคยรักเธอแม้แต่น้อย แต่พอกระผมได้มีโอกาศเลี้ยงหม่อมน้อย นานวันเข้ากระผมก็ได้รับรู้ความใสซื่อบริสุทธ์ของหม่อมน้อย มันทำให้กระผมรู้สึกผูกพันธ์จนมันกลายเป็นรักหน่ะขอรับ "

" แล้วโยมจะทำเยี่ยงไรเล่า เจ้านายน้อยเโยมก็ยังเด็ก โยมก็อายุห่างจากเจ้านายน้อยโยมมิรู้ว่ากี่ปีกี่เดือน "

" กระผมมิได้หวังจะครองคู่กับหม่อมน้อยดอกขอรับหลวงตา กระผมขอแค่ได้ดูแลหม่อมน้อยอยู่ห่าง ๆ เยี่ยงนี้กระผมก็สุขใจแล้วขอรับ "

พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดท่านเจ้าอาวาสเองก็ดูจะเอ็ดดูชาติขึ้นมากับรักอันบริสุทธ์ของเขา แล้ววันหนึ่งขณะที่ชาติกำลังจะไปหาหม่อมน้อย

" เจ้าชาติเอ้ย "

ท่านเจ้าอาวาสได้เรียกชาติมาหา

" มีกระไรรึขอรับหลวงตา กระผมกำลังจะออกไปหาหม่อมน้อย "

แล้วท่านเข้าอาวาสก็ทักชาติขึ้น

" บุพเพสันนิวาสมันกำลังจะเริ่มขึ้น โยมจะได้อยู่กับเจ้านายน้อยของโยมสมใจในใกล้เล่า แต่หาสะเพร่าพึ่งระวัง คนเกลียดชังรอบตัวล้วนมากมี สิ่งมิดีกรรมจะพาพาลไพล เจ้านายโยมจะไปยังที่ไกลกาล "

ชาตินั้นได้แต่อึ้งกับคำที่ท่านเจ้าอาวาสพูดออกมาแต่ก็ได้แต่เก็บไว้ในใจ

" คนเกลียดชังรอบตัวล้วนมากมี สิ่งมิดีกรรมจะพาพาลไพล เจ้านายโยมจะไปยังที่ไกลกาล มันคือกระไรนะ "

และวันนี้ก็เหมือนกับทุกวันในยามเย็น ท่านชายธนากรได้พาลูกชายทั้งสองออกมาเล่นนอกบ้าน ส่วนชาติก็ได้แต่แอบดูอยู่ไกล

และไม่ทันสังเกตุชาติเองไม่รู้ตัวว่าหม่อมน้อยเห็นตัวเข้าให้เแล้ว

" ชาติ ! "

หม่อมน้อยกมลชี้ไปยังพุ่มไม้ตรงรั้ววัง และตะโกนว่า ชาติ หลายสิบครั้งก่อนจะวิ่งไปหาท่านชายธนากร ท่านชายธนากรเองก็คงเห็นสิ่งผิดปกติ เกรงว่าจะเป็นโจรย่องเบาก็เป็นได้

" ใครหน่ะ ถ้าไม่ออกมาเราจะยิงนะ เรามีปืน "

ชาติเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ค่อย ๆ โผล่ตัวออกมาจากพ่มไม้ ซึ่งหม่อมเจ้าเครือสวรรค์เองก็ดูตกใจเป็นอย่างมากที่เห็นชาติ เพราะเธอไม่รู้ว่าชาติจะตามมา

" เอ็งเป็นใคร เข้ามาทำอะไร ! "

ท่านชายธนากรตะโกนเสียงดัง ส่วนหม่อมน้อยนั้นได้วิ่งไปกอดลูกกรงของวังท่าทางดีใจพร้อมตะโกนเรียกชื่อหลายสิบรอบ

" เอ่อ กระผมเป็นคนของวังฆนนาทขอรับ กระผมแค่อยากมาดูหม่อมน้อยว่าหม่อมน้อยเป็นอย่างไรบ้างแค่นั้นเองขอรับ "

ชาติพูดตัวสั่น

" อ้าวงั้นก็ไม่ใช่คนร้ายหน่ะสิ งั้นเอ็งเข้ามา แล้วเอ็งเป็นใครรึ "

" กระผมชื่อชาติขอรับ เคยเป็นบ่าววังฆนนาท แต่ตอนนี้กระผมมาหางานทำในบางกอกขอรับ กระผมได้ข่าวว่าหม่อมน้อยมาอยู่วังนี้ กระผมคิดถึง ก็เลยมาหาขอรับ แต่กระผมมิกล้าเข้ามาก็เลยได้แต่เพียงมองห่าง ๆ ขอรับ "

ชาติอธิบายให้ท่านชายธนากรฟัง แล้วในขณะที่ชาติอธิบายหม่อมน้อยก็พยายามกระโดดให้ชาติอุ้ม ซึ่งห่างออกไปหม่อมเจ้าเครือสวรรค์เองก็ดูมิค่อยพอใจนักที่เห็นชาติเพราะชาติอาจจะเป็นคนเปิดโปงเธอ เธอจึงได้คิดหาวิธีกำจัดหม่อมน้อยออกไปเพื่อให้ชาติที่รักหม่อมน้อยตามหม่อมน้อยไปที่อื่น

และในขณะนั้นชาติเองก็ได้ทั้งกอดและหอมหม่อมน้อย และหม่อมน้อยก็ดูมีความสุขกว่าทุกวัน

และตอนชาติจะกลับหม่อมน้อยเองก็ร้องไห้งอแงพยายามจะวิ่งตามแต่ถูกห้ามไว้ ในวันนั้นเป็นวันที่ชาติมีความสุขที่สุดที่ได้มีโอกาสได้อุ้มหม่อนน้อยอีกครั้ง

แต่ในคืนนั้น

" คุณพี่เพคะ น้องเป็นกังวลใจยิ่งนัก "

" เป็นกระไรรึคุณเครือสวรรค์ "

" ดิฉันไม่ค่อยสบายใจเรื่องที่มีคนจากวังฆนนาทมาที่วัง "

" ทำไมรึ พี่ว่ามันก็ดีออกนะ ดูกมลก็รักคนที่ชื่อชาติดีหนิ "

" นั่นแหละเจ้าค่ะ ที่ดิฉันกังวลว่าท่านชายเกียรติภูมิจะวางแผนแก้แค้นดิฉันโดยไปลงกับลูกหน่ะสิเจ้าคะ "

หม่อมเจ้าเครือสวรรค์ออกอุบายใส่ร้ายชาติกับหม่อมน้อย

" ยังไงรึ "

" ก็ .. กมลหน่ะติดชาติมากเจ้าค่ะ แล้วชาติอาจจะวางแผนตอนเราเผลอ ลักพาตัวกมลไปได้นะเจ้าคะ เพราะยังไงเสียกมลก็คงจะตามไปแบบมิคิดอะไรเพราะหกมลไว้ใจชาติมาก แล้วก็ไม่รู้ว่าถ้าชาติได้ตัวกมลไปจะเอาไปทำอะไรบ้าง เผลอ ๆ อาจจะเอาไปขายให้พวกฝรั่งเอาไปใช้แรงงานก็เป็นได้นะเจ้าคะ ดิฉันกลัวจะเป็นอย่างนั้น ดิฉันไม่อยากที่จะเสียลูกไปเจ้าค่ะ "

กลอุบายของหม่อมเจ้าเครือสวรรค์ดูจะได้ผล ทั้งสองปรึกษากันเกี่ยวกับเรื่องของกมล และได้ใจความว่าท่านชายจะนำกมลไปฝากไว้กับเพื่อนเก่าคือ คุณหลวง ชยพล ธนบดี คุณหลวงผู้ร่ำรวยแห่งย่านธนบุรี เพื่อความปลอดภัยของกมลลูกน้อยของหม่อมเจ้าเครือสวรรค์

โดยวันรุ่งขึ้นทั้งสองตกลงที่จะไปทันทีโดยนำกมลไปด้วยและออกจากบ้านอย่างเงียบ ๆ เมื่อชาติมาถึงก็ไม่พบกับหม่อมน้อย จึงได้ไปถามบ่าวแถวนั้น พอได้ความก็แอบตามไปฝั่งธนบุรีอย่างเงียบ ๆ

ณ บ้านธนบดี

สองสามีภรรยาได้เข้าไปทักทายคุณหลวงชยพลหรือหลวงอ้วนและคุณหญิงโฉมฉายที่เป็นภรรยาเป็นการส่วนตัว ทั้งสองสามีภรรยาได้อธิบายเหตุการณ์ทั้งหมดที่หม่อมเจ้าเครือสวรรค์โกหกให้หลวงอ้วนได้ฟัง 

" ถ้าเรื่องที่ว่ามาเป็นความจริงก็น่าสงสารเจ้าหนูน้อยคนนี้นะ "

หลวงอ้วนนั่งครุ่นคิดอยู่นาน

" รับมาเลี้ยงไว้เถอะเจ้าค่ะคุณพี่ อย่างน้อยก็ถือซะว่าเราได้ทำบุญกับชีวิตหนึ่งชีวิต อีกอย่างคุณพี่ก็บอกเองว่าคุณพี่อยากมีลูก ก็ถือซะว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของเราไงเจ้าคะ "

คุณหญิงโฉมฉายหันไปมองหม่อมน้อยกมลที่หลับอยู่ตักผู้เป็นแม่ด้วยความเอ็นดู

" อืม ถ้าอย่างนั้นก็เป็นอันตกลง กระผมจะรับเด็กคนนี้มาเลี้ยงดูเอง "

หลวงอ้วนยิ้มแป้น และแสดงท่าทางยินดีที่จะรับเด็กมาเลี้ยงดูเพราะท่านเองก็ยังไม่มีบุตร ทั้งสองฝ่ายตกลงเรื่องการเลี้ยงดูไว้อย่างดี โดยก่อนจากไป หม่อมเจ้าเครือสวรรค์นั้น ..

" นี่เป็นแหวนประจำตระกูลของท่านชายธนากรเจ้าค่ะ ดิฉันอยากให้คุณหญิงเก็บไว้ให้กมล เพื่อเขาโตขึ้นมาจะได้รู้ว่ารากเหง้าที่แท้จริงของเขาคือใคร "

คุณหญิงโฉมฉายเองก็รับปากและรับแหวนนั้นมา และท่านชายเองก็ยินดีที่จะมอบแหวนนี้ให้กมลเช่นเดียวกัน หม่อมน้อยที่หลับก็ไม่ได้รู้เรื่องกับเรื่องนี้แม้แต่น้อยว่าตนกำลังจะถูกทิ้ง

แต่หลังจากสองสามีภรรยาได้ออกไปจากบ้านธนบดี ชาติที่แอบตามมาอย่างเงียบ ๆ ก็ได้แอบเข้ามาในบ้านแล้วจึงได้ร้องขอเข้าพบกับหลวงอ้วน แล้วได้อธิบายเรื่องทั้งหมดให้คุณหญิงและคุณหลวงได้ฟัง ทั้งเรื่องตนเป็นคนเลี้ยงหม่อมน้อยแต่แบเบาะ เรื่องที่ตนถูกข่มขืน เรื่องที่หม่อมเจ้าเกียรติภูมิมอบหมายงานให้ตน เรื่องที่หม่อมเจ้าเครือสวรรค์เล่นชู้

" นี่เอ็งกำลังจะบอกว่าสหายข้ากับภรรยาใหม่ของเขาโกหกข้างั้นรึ สามหาวนัก "

คุณหลวงดูจะโกรธชาติมากเพราะคิดว่าชาตินั้นเป็นคนเลวแล้วยังมาหลอกตน แต่คุณหญิงโฉมฉายนั้นก็ได้ปล่อยให้ชาติได้อธิบายเพิ่มเติม จนคุณหลวงยอมเชื่อในคำของชาติ

" ที่เอ็งพูดมาทั้งหมดเป็นความจริงงั้นรึ "

คุณหญิงโฉมฉายถามกับชาติ ซึ่งตอนนี้ทั้งคุณหลวงและคุณหญิงมีทีท่าที่จะดูไม่ยินดีเสียแล้ว

" จริง ๆ ขอรับ กระผมสาบานให้ตายโหงตายห่าเลยขอรับ "

" ไหนมีหลักฐานรึไม่ ถ้าไม่มีก็จับมันไปโบยแล้วประจานให้ทั่วธนบุรี ! "

หลวงอ้วนตะโกนขึ้น ทำให้หม่อมน้อยที่กำลังหลับอยู่บนตักคุณหญฺงโฉมฉายตื่นขึ้น เมื่อได้เห็นหน้าชาติ หม่อมน้อยก็วิ่งเข้าไปกอดชาติในเร็วพลัน

" ชาติ ! ชาติ ! "

หม่อมน้อยพยายามจะปีนขึ้นไปกอดชาติ ขาติจะอุ้มหม่อมน้อยเข้ามากอดแล้วหม่อมน้อยก็ดูมีความสุขอย่างน่าประหลาด และสิ่งนี้เองก็เป็นเสมือนหลักฐานให้ชาติรอดพ้นการถูกจับส่งตำรวจ

" ดูท่าสิ่งที่เจ้าคนนี้พูดมาจะจริงนะเจ้าคะ "

คุณหญิงหันไปกระซิบคุณหลวง

" แล้วเอ็งอยากจะได้กระไร ถึงได้มาบอกข้า "

คุณหลวงได้หันไปถามชาติ

" กระผมแค่อยากดูแลหม่อมน้อยขอรับ กระผมแค่ทำตามหน้าที่ที่เจ้านายมอบให้ให้ถึงที่สุด "

คำพูดและสายตาที่แรงกล้าขอชาติมันทำให้คุณหลวงและคุณหญฺงหันมาปรึกษากันอยู่นานและทั้งสองก็ตัดสินใจได้ว่า

" เอาหล่ะ ถ้าเอ็งอยากจะดูแลหม่อมน้อยของเอ็งขนาดนั้น ข้าจะให้เอ็งเข้ามาอยู่ในบ้านข้า ในฐานะบ่าวในบ้านข้า และจะอนุญาตให้เอ็งเลี้ยงหม่อมน้อยของเอ็ง "

คุณหลวงหันไปบอกชาติ และชาติเองก็มีทีท่าดีใจเป็นอย่างมาก

" แต่ ! เอ็งมีข้อแม้อยู่ 2 อย่าง หนึ่ง เอ็งต้องไม่เปิดเผยชื่อ ยศฐาบรรดาศักดิ์ให้หม่อมน้อยเอ็งได้รู้ เพราะข้าเองทนไม่ได้ที่จะให้เด็กมันรู้ว่าแม่มันเป็นคนแบบนี้ 

สอง เอ็งต้องดูแลหม่อมน้อยเอ็งให้ดีที่สุด แล้วเมื่อโตขึ้นข้าจะสอนวิชาความรู้ มารยาท ฯลฯ ให้กับมันเอง เอ็งทำได้รึไม่ "

คุณหลวงถามชาติอีกครั้งและคำตอบชาติก็คือตกลงและในวันนั้นชาติเองก็ได้ไปกราบลาท่านเจ้าอาวาส ท่านเจ้าอาวาสก็ได้ให้ศีลพรให้ชาติประสบความสำเร็จไร้อุปสรรคกับการย้ายที่อยู่ใหมของชาติ

และขณะที่ชาติเดินผ่านวังของท่านชายธนากร ชาติได้เห็นภาพท่านชายธนากร หม่อมใหญ่ และหม่อมเจ้าเครือสวรรค์ได้นั่งจิบชายามบ่ายตามสไตล์ตะวันตกกัน มันทำให้ชาติรู้สึกสงสารหม่อมน้อยจับใจ

" หวังว่าหม่อมฯ คงจะมีความสุขกับครอบครัวใหม่นะขอรับ "

ในตอนนี้ชาติเองได้สาบานกับตัวเองแล้วว่าจะดูแลหม่อมน้อยให้ดีที่สุดตามคำสัตย์ที่เคยลั่นไว้กับหม่อมเจ้าเกียรติภูมิ

และวันเวลาก็ผ่านถึงไป 13 ปี ในการอยู่ในบ้านธนบดี

ชาติได้เปลี่ยนชื่อหม่อมน้อยกมลเป็นบัวและบอกว่าบัวเป็นลูกเจ้านายเก่าที่เสียชีวิตไปและตนรับมาดูแล

ชาติได้เลี้ยงดูแลบัวอย่างถนุถนอมและคุณหญิงกับคุณหลวงเองก็ได้ช่วยเลี้ยงดูราวกับลูกในไส้เช่นกัน

บัวโตมาเป็นเด็กหน้าตาดูดีจนเป็นที่ล่ำลือของผู้คนแถวย่านธนบุรี คนเหล่านั้นต่างหมายปองบัวไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายแต่อย่างไรนั้นก่อนจะได้เข้าใกล้บัวต้องผ่านชาติกันทุกคนและบัวเองก็ไม่ได้ดูสนใจกับเรื่องแบบนี้มากนัก

ในเช้าวันหนึ่งขณะที่ชาติกำลังรดน้ำทำสวนในตอนเช้าอยู่นั้น

" พี่ชาติขอรับมาผูกโจงฯ ให้หน่อยสิขอรับ ! "

เสียงเรียกของเด็กหนุ่มดังขึ้นมาจากข้างหลังชาติไกล ๆ

_______________________________________________________________________________________________________


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น