น้ำมิ้ม

ใครชอบแนวดราม่าบีบคั้นอารมณ์..อย่าลืมจิ้มหัวใจ กดแอด Favorite ไว้ด้วยนะจ๊ะ เค้าจะพยายามอัพทุกวัน ...เรื่องนี้พระเอกเป็นแนวดาร์คนะคะ อย่าได้หาความดีมีคุณธรรมจากพี่แก..นางเอกรันทดสุดชีวิต เนื้อหาเข้มข้นทุกตอนจ้า ไรท์เตอร์รับประกัน

ทวิกมล ตอนที่ 16 : เจ็บไปรักไป...จนตาย

ชื่อตอน : ทวิกมล ตอนที่ 16 : เจ็บไปรักไป...จนตาย

คำค้น : ทวิกมล , ความลับ , พี่น้อง , สู้ชีวิต , ความรัก , พระเอกร้าย , นางเอกน่าสงสาร , พระรองแสนดี , ปกปิด , เปรมอุรา , ปานดวงใจ , 25+ ,30+

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2559 00:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทวิกมล ตอนที่ 16 : เจ็บไปรักไป...จนตาย
แบบอักษร

“ว่ายังไงล่ะ...คุณจะยอมทำเพื่อเปรมอุราได้หรือเปล่า...อย่าลืมนะว่าคุณทำลายชีวิตของเธอมากจนเธอสูญเสียไปเกือบทุกอย่างแล้ว มีแค่สิ่งเดียวที่คุณจะสามารถคืนให้เธอได้อย่างทันทีก็คือ ลูก...”

กวินวัธน์เอ่ยย้ำขึ้นอีกครั้งเมื่อหลุยส์ยังคงนิ่งเงียบ หากแอนนาก้าวออกมายืนขวางกั้นโทมัสที่กำลังอุ้มเด็กหญิงเอาไว้ พลางเอ่ยอย่างกราดเกรี้ยว

“ไม่ได้!...ฉันไม่ยอม..แองจี้เป็นลูกสาวของฉัน...ฉันไม่มีวันยอมยกลูกของฉันให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น”

“คุณเองก็รู้อยู่แก่ใจนะแอนนาว่าแองจี้เป็นลูกของเปรมอุรา...แล้วคุณจะยังกล้าพูดออกมาได้เต็มปากเต็มคำอีกหรือว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของคุณ”

กวินวัธน์เอ่ยขึ้นพลางหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวจากแดนผู้ดีที่กำลังพยายามยึดเหนี่ยวในสิ่งที่ไม่ใช่ของตน หากหญิงสาวสาดประกายอาฆาตจากดวงตาสีเทาอมเขียวของเธออย่างเต็มที่พลางยืนกระต่ายขาเดียว

“แองจี้เป็นลูกของฉัน...ชีวิตฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้วนอกจากเค้า...”

“แอนนา...คืนลูกให้พวกเขาไป”

หลุยส์ตัดสินใจเอ่ยขึ้นในขณะที่ดวงตาแดงก่ำ หากแอนนาตวัดสายตาพลางกรีดร้องใส่หลุยส์อย่างโกรธแค้น

“คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันหลุยส์!...เป็นเพราะคุณ คุณทำให้ชีวิตของฉันพังทุกอย่าง คุณแต่งงานกับฉันเพราะหวงสมบัติ แล้วดูที่คุณทำมาทั้งหมดสิ...คุณเห็นฉันเป็นตัวอะไรกันแน่หลุยส์...แม้แต่คนรับใช้ในบ้านคุณยังให้ความรักกับพวกหล่อนมากกว่าฉันเสียอีก! แต่พอฉันมีแองจี้...ฉันถึงค่อยมีตัวตนขึ้นมาในสายตาของคุณ...ถ้าฉันไม่มีแองจี้แล้วฉันจะอยู่ยังไง!

แอนนาเอ่ยไปพลางหอบหายใจจนตัวโยน และก่อนที่ใครจะคาดคิด หญิงสาวหันไปกระชากตัวเด็กหญิงมาอุ้มไว้แนบอกก่อนจะวิ่งออกจากห้องไปทันที

“แอนนา! ...ปั๊ดโธ่โว้ย!...เวรละ”

กวินวัธน์ร้องขึ้นอย่างตกใจแกมหัวเสีย ก่อนที่คนในห้องทั้งหมดจะยกโขยงวิ่งตามแอนนาออกไป ...หลุยส์กัดฟันพยายามยันตัวลุกขึ้นหากแผลที่เพิ่งเย็บรักษามานั้นสร้างความเจ็บปวดอย่างมากมาย ชายหนุ่มเอามือกอดประคองตัวเองพลางหันไปคว้าเสาน้ำเกลือเพื่อช่วยพยุงตัวก่อนจะลากสังขารตามแอนนาออกไปเป็นคนสุดท้าย...

แอนนากอดรัดเด็กหญิงเอาไว้แน่นจนแม่หนูร้องไห้จ้าด้วยความเจ็บหากแอนนายังคงไม่ยอมหยุด หญิงสาววิ่งออกไปทางบันไดหนีไฟก่อนจะวิ่งลงไปยังชั้นล่างสุด กวินวัธน์วิ่งแข่งกับโทมัสเพื่อที่จะแย่งกันเข้าให้ถึงตัวแอนนาก่อน แน่นอนว่าโทมัสนั้นไม่คิดจะทำร้ายพี่สาว ชายหนุ่มเพียงแค่ต้องการจะหยุดผู้เป็นพี่เอาไว้ หากกวินวัธน์นั้นคิดต่าง ถ้าเขาถึงก่อน..แม่ผมทองนี่ได้แอดมิดเป็นเพื่อนเปรมอุราแน่!

ปานดวงใจที่วิ่งได้ช้ากว่าหันไปมองหลุยส์ที่ฝืนตัวเองลากสังขารตามมา พลางตัดสินใจหันไปช่วยพยุงร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มพลางเอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยหอบ

“พวกเราไปทางลิฟต์ดีกว่า...สภาพคุณกับฉันคงวิ่งลงบันไดลำบาก”

“ขอบคุณที่ยังยอมยื่นมือมาช่วยเหลือผม...ผมเสียใจจริงๆ ...สัญญาว่าผมจะชดเชยให้เปรมอุราทุกอย่าง”

“ไม่ต้องชดเชยอะไรทั้งนั้น...แค่อย่ามายุ่งกับพวกเราอีกก็พอ”

ปานดวงใจเอ่ยเสียงเรียบหากแววตานั้นบ่งบอกว่าเธอหมายความตามทุกคำที่พูดจริงๆ หลุยส์ได้แต่ขบกรามแน่นพลางกัดฟันเดินเข้าลิฟต์ไปพร้อมๆกับหญิงสาว ...อาการบาดเจ็บของเขาตอนนี้ยังไม่สามารถเทียบเท่ากับความเจ็บปวดในใจของเขาได้เลย...

“ความรู้สึกที่ต้องสูญเสียทุกอย่างในเวลาเดียวกันมันคงเป็นอย่างนี้เองสินะเปรมอุรา...ผมขอโทษจริงๆ...”

..........................................................................................

“แอนนา...พี่หยุดเถอะ...อย่าทำแบบนี้เลย มันจะยิ่งทำให้เรื่องทุกอย่างแย่ลงนะ...แอนนา!

โทมัสพยายามตะโกนร้องห้ามพี่สาวในขณะที่วิ่งกวดเข้ามาใกล้ทุกขณะ...หากแอนนานั้นแม้จะเหนื่อยจนหอบหายใจแทบไม่ทันและก้าวที่วิ่งนั้นก็สั้นลงเรื่อยๆ แต่หญิงสาวยังคงไม่ปล่อยแม่หนูน้อยในอ้อมแขน พลางแข็งใจวิ่งลงบันไดช่วงสุดท้ายก่อนถึงทางออกที่ใกล้แค่เอื้อม

กวินวัธน์เหลือบวัดระยะห่างระหว่างเขากับแอนนาและป้ายทางออกชั้นหนึ่งที่หญิงสาวตรงดิ่งไปแล้วก็ตัดสินใจกระโดดทิ้งตัวจากบันไดขั้นบนลงไปตามราวจับ ก่อนที่จะทิ้งตัวลงดักหน้าหญิงสาวเอาไว้แบบเฉียดฉิว

“คืนแองจี้มาให้ผม...” กวินวัธน์เอ่ยขึ้นพลางหอบหายใจ หากแอนนาก้าวถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่างแค่ไม่กี่ก้าวนั้นเอาไว้ พลางกรีดเสียงใส่ชายหนุ่มตรงหน้าราวกับคนเสียสติ

“ไม่...แองจี้เป็นลูกของฉัน...แกเป็นลูกของฉันคนเดียว!”

แอนนากรีดร้องอาละวาดพลางหอบหายใจจนตัวโยน ร่างบอบบางของเธอกระตุกเกร็งขึ้นทำให้กวินวัธน์ตัดสินใจพุ่งเข้าชาร์ตหญิงสาวพร้อมๆกับโทมัสที่เข้าไปรับตัวพี่สาวเอาไว้ได้ทันก่อนที่จะล้มหัวฟาดพื้น

“แอนนา!...แอนนา! ทำใจดีๆไว้แอนนา ...หลีกไป!”

โทมัสตวาดใส่ร่างสูงใหญ่ของกวินวัธน์ที่แย่งเอาตัวหลานสาวมาไว้ในอ้อมอกได้แล้ว พลางก้าวหลบให้โทมัสช้อนอุ้มร่างที่งองุ้มตัวลงพลางกุมหน้าอกเอาไว้แน่นอย่างทรมานจากอาการโรคหัวใจกำเริบ ก่อนจะวิ่งพาแอนนาออกไปให้หมอรักษา...

กวินวัธน์แอบถอนหายใจเฮือกเมื่อก้มลงสำรวจแม่หนูน้อยในอ้อมแขนว่าไม่บุบสลายใดๆ ก่อนจะค่อยเดินตามร่างสูงของโทมัสออกไป...

..........................................................................................................

ปานดวงใจที่พยุงหลุยส์ออกมาเห็นโทมัสอุ้มร่างบอบบางของแอนนาวิ่งเข้าห้องฉุกเฉินไปก็ได้แต่ตกใจพลางเหลียวหากวินวัธน์และหลานสาวตัวน้อย ครั้นเห็นว่าชายหนุ่มกำลังอุ้มเด็กหญิงตัวป้อมที่กำลังร้องไห้จ้าอย่างเสียขวัญตรงมาหาเธอจึงรีบอ้าแขนรับเอาตัวหลานมาอุ้มปลอบไว้ทันที

“โอ๋ๆ ไม่เป็นไรแล้วนะคะ...ไม่เป็นไรแล้วจ้ะแองจี้...”

แม่หนูยังคงร้องไห้ลั่นพลางฟาดแขนอาละวาดใส่ผู้เป็นป้า หลุยส์เห็นดังนั้นจึงเอ่ยขึ้นเบาๆด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งแฝงแววร้าวรานใจอย่างปิดบังไม่มิด

“ส่งลูกมาให้ผมเถอะ ผมจะปลอบแกเอง...”

หลุยส์เอ่ยพลางพยายามยืดยันตัวยืนขึ้นให้มั่นคงพลางค่อยๆอุ้มลูกมากอดไว้แนบอก...ชายหนุ่มแสบร้อนที่กระบอกตาไปหมดเมื่อแม่หนูน้อยตวัดแขนป้อมๆโอบรอบคอเขาไว้ ...เสียงร้องไห้ที่ดังจ้าเมื่อครู่ค่อยๆเบาลงจนกระทั่งเหลือเพียงเสียงสะอื้นเบาๆในลำคอ หลุยส์จูบรับขวัญลูกเบาๆที่ศีรษะทุยสวยได้รูป พลางเอ่ยกระซิบเสียงแหบเครืออย่างสะเทือนใจ

“แองจี้...พ่อขอโทษ...ไม่เป็นไรแล้วนะลูก...ไม่เป็นไร....พ่อรักลูกนะนางฟ้าตัวน้อยของพ่อ”

ปานดวงใจเบือนหน้าหนีภาพที่แสนจะบีบรัดหัวใจของเธอ พลางหันไปหากวินวัธน์ที่กำลังยืนมองสารรูปของหลุยส์ที่เต็มไปด้วยบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจอยู่เช่นกัน

“คุณวิน...คุณไปช่วยประคองหลุยส์กลับไปที่ห้องคนเจ็บเถอะค่ะ...เดี๋ยวปานจะรอฟังอาการคุณแอนนาอยู่ที่นี่เอง”

“สภาพแบบนี้เดินยังลำบาก ...ผมไปตามบุรุษพยาบาลให้เอารถเข็นมาดีกว่า...คุณบอกมันให้รอตรงนี้แล้วกัน”

กวินวัธน์เอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิดแต่ก็ยังเดินไปตามเจ้าหน้าที่มาให้อยู่ดีตามคำขอร้องของปานดวงใจ หลุยส์กอดซบกับศีรษะเล็กๆของลูกสาวตัวน้อยเอาไว้ราวกับว่าต้องการใช้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้อยู่กับลูกให้นานที่สุด...

แม้ว่าเขาเองอยากจะเฝ้าประคองลูกน้อยให้เติบใหญ่ขึ้นอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก หากความผิดพลาดที่เกินให้อภัยจากคนรอบๆตัวทำให้เขาได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม...คนที่ทำตัวเองแบบเขาไม่สามารถเรียกร้องหาความยุติธรรมจากใครได้ทั้งนั้น!

..................................................................................................................

เปรมอุราย้ายออกจากห้องไอซียูพร้อมๆกับที่แอนนาถูกส่งเข้าไปรักษาตัวแทน ...อาการหัวใจวายอย่างเฉียบพลันของแอนนานั้นเข้าขั้นโคม่าจนโทมัสได้แต่นั่งสวดภาวนาอยู่หน้าห้องผ่าตัด ปานดวงใจเดินเข้ามาหาชายหนุ่มพลางเอ่ยขึ้นอย่างเห็นใจ

“ฉันขอโทษคุณจริงๆค่ะ ฉันไม่คิดว่าเรื่องมันจะลุกลามบานปลายจนคุณแอนนาต้องเข้าไอซียูแบบนี้”

“แอนนาเขาแค่ต้องการความรัก...ตั้งแต่เขาพาแองจี้ไปอยู่ด้วย ผมเห็นพี่เขายิ้มมีความสุขทุกวันแบบที่ไม่เคยมีมาตลอดหลายปีในช่วงที่เขาแต่งงานกับหลุยส์...แอนนารักแองจี้เหมือนลูกของเธอจริงๆนะครับ ผมยืนยันได้”

ชายหนุ่มเอ่ยยืนยันอย่างหนักแน่นพลางสบประสานดวงตาสีเทาอมเขียวกับสายตาของอีกฝ่ายจนปานดวงใจต้องเป็นฝ่ายหลบตาเสียเอง...หญิงสาวถอนใจออกมาอย่างกลัดกลุ้มพลางเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างลำบากใจ

“ดิฉันเห็นใจทางคุณนะคะ แต่แองจี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเรา ถ้าคุณเห็นใจแอนนา คุณก็ควรเข้าใจหัวอกของคนเป็นแม่อย่างเปรมอุราด้วย...”

“ผมขอให้คุณเมตตาเธอด้วย...ชีวิตเธอเหลือแค่ผมกับแองจี้แล้วจริงๆ ผมขอร้องคุณล่ะ...ได้โปรดสงสารเธอเถอะ..หรือคุณอยากเห็นเธอตายไปต่อหน้าต่อตา”

โทมัสเอ่ยวิงวอนปนตัดพ้อทั้งน้ำตา หากปานดวงใจเอ่ยตอบคำกล่าวหาของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่กระด้างขึ้นอย่างไม่พอใจ

  “ถึงฉันจะเกลียดคุณแอนนา แต่ฉันก็ไม่เคยคิดอยากให้เธอตาย...เอาเถอะ...เอาเป็นว่าเราไว้พูดเรื่องนี้กันทีหลัง ฉันจะรอให้เปรมอุราเป็นคนตัดสินใจเองว่าเธอจะจัดการเรื่องทั้งหมดนี้อย่างไร...

ปานดวงใจเอ่ยพลางลุกขึ้นเพื่อตัดบทพลางมองไปยังห้องผ่าตัดที่ยังคงยื้อชีวิตแอนนาเอาไว้อย่างรู้สึกผิดในใจ

“อย่างน้อยฉันก็ยังหวังว่า ทั้งคุณแอนนาและน้องสาวของฉันจะปลอดภัยจนสามารถออกจากโรงพยาบาลมานั่งคุยกันได้...พวกเราสูญเสียกันมากพอแล้ว และถ้าหากเป็นไปได้ฉันก็ไม่อยากจะต้องทำให้ใครต้องมาพบเจอกับความสูญเสียที่จะกลายเป็นบาดแผลไปจนวันตายอีกแล้วเหมือนกัน...”

..............................................................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น