nanaกะหอยทาก

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : STORY TOP & WAWWA 22

คำค้น : devil master รักร้ายนายปีศาจ คุณท็อป น้องวาววา วา ท็อป ขี้เก็ก ปากเสีย คู่ซึน nanaกะหอยทาก nana

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2559 17:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
STORY TOP & WAWWA 22
แบบอักษร

 

 

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/129216/1255380425-member.jpg

 

STORY TOP & WAWWA 22

 

 

 

 “วางานถ่ายแบบไปถ่ายที่เขาใหญ่นะ อีกสามวันเดี๋ยวพี่นัดเวลาอีกที”

“รบกวนด้วยนะคะ”

ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไม่กังวลอะไรหรอกแต่ครั้งนี้คนที่ฉันต้องถ่ายคู่คือพี่ท็อปยังไงล่ะจะไม่ให้กดดันได้ไง ฉันยังจำได้เลยนะเรื่องงานแบบนี้น่ะเพราะปกติเขาจะไม่รับงานแบบนี้ โอ๊ย เครียดค่ะเครียด งานเยอะมากเลยล่ะตอนนี้เกือบจะบ่ายสองแล้วล่ะเพราะหลังจากไปทานข้าวกับสาก็รีบกลับมาทำงานตัวเองต่อ แต่จู่ๆมือถือฉันก็ส่งเสียงดัง พร้อมชื่อพี่แววที่โชว์อยู่หน้าจอ ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันกดรับอย่างรวดเร็ว

“ค่ะพี่แวว”

(น้องวาขา บอสเป็นอะไรไม่รู้ค่ะเห็นบอกว่าเวียนหัวแล้วก็อาเจียนตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ) เสียงพี่แววฟังดูตกใจมากที่เห็นบอสตัวเองเป็นแบบนี้

(อีกอย่างนะคะ บอสหงุดหงิดมากเลยค่ะ คุณนพยังไม่กล้าเข้าใกล้เลยค่ะ//บอสเป็นอะไรครับน้องวา)

เสียงเลขาพี่ท็อปทั้งสองดังมาอย่างหวาดกลัวแต่ทำไมฉันถึงหลุดขำออกไปแบบนี้ล่ะ เพราะตั้งแต่ที่รู้จักพวกเขาๆก็มักจะเล่าให้ฉันฟังเสมอว่าบอสพวกเขาขี้เหวี่ยงขี้วีนขนาดไหน พวกเขายังไม่ชินอีกหรอกเหรอ

“พี่ท็อปทานข้าวเที่ยงหรือยังคะพี่แวว”

(บอสทานอะไรไม่ได้เลยค่ะน้องวา เมื่อกี้พี่เอากาแฟไปเสิร์ฟปกติแต่บอสบอกว่าจะอ้วกให้เอาไปเททิ้ง พี่ทำอะไรผิดคะน้องวา) ฉันนึกภาพเลขาของพี่ท็อปออกเลยล่ะว่าพวกเขาอยู่ในอารมณ์ไหน

“อือ พี่แววลองเอาน้ำส้มไปให้เขานะคะ เดี๋ยววาโทรหาพี่ท็อปเอง”

(ได้ค่ะ)

หลังจากวางสายจากพี่แววฉันก็ต่อสายหาพี่ท็อปทันที ไม่นานเขาปลายสายก็รับแต่ไม่มีเสียงทักทายอย่างที่ควรจะเป็น กลับเป็นฉันซะเองที่ต้องเป็นฝ่ายทักทายเขา

“พี่คะ”

(ครับ)เสียงครางในคอของเขา ทำเอาฉันเริ่มใจไม่ดีกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรหนักกว่านี้

“ทานข้าวหรือยังคะ” ฉันถามมือก็เริ่มเก็บของใส่กระเป๋าสะพาย

(ยังเลยค่ะ พี่ทานไม่ลงอ่ะ)

“อยากทานอะไรไหมเดี๋ยววาบอกพี่แววให้”

(อะไรก็ได้ค่ะ พี่อ้วกจนแสบท้องไปหมดแล้วค่ะน้องวา) ฉันยิ้มให้กับเสียงอ้อนๆและคำเรียกแทนตัวของเขา หึหึ ผู้ชายอะไรจะมุ้งมิ้งขนาดนี้ ได้ข่าวเป็นถึงผู้บริหารไม่ใช่เหรอ

(น้องวามาหาพี่ไม่ได้เหรอคะ) ว่าแล้วเชียว แค่มีโอกาสก็อ้อนตลอดเลยผู้ชายคนนี้

“วาต้องทำงานค่ะ อือ ถ้างานเสร็จเร็ววาจะรีบไปหานะคะ”

(บอสคะดื่มน้ำส้มหน่อยนะคะ) ฉันได้ยินเสียงพี่แววดังแทรกเข้ามาก่อนจะได้ยินเสียงพี่ท็อปเอ่ยขอบคุณเธอไปพี่ท็อปกลับมาคุยกับฉันต่อ กระทั่งฉันบอกว่าต้องรีบทำงานเขาเลยจำยอมวางสายไป ฉันเข้าไปลางานกับหัวหน้าแผนกนั่นก็คือยัยสา นึกว่าจะโวยวายที่ฉันลางานบ่อยที่ไหนได้ยัยยี่แทบจะเซ็นใบลาพักร้อนให้ฉัน ฉันออกจากที่ทำงานและแวะซื้ออาหารไปให้คนไม่สบายรวมถึงซื้ออาหารที่ตัวเองอยากจะกินด้วยแหละ ฉันถึงบริษัทพี่ท็อปบ่ายสามเห็นจะได้นะพอขึ้นมาถึงชั้นที่เขาทำงานอยู่เลขาทั้งสองก็มองอย่างดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ ฉันคุยกับพี่แววพี่นพอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานของพี่ท็อป ร่างสูงเอนหลังไปกับพนักพิงเก้าอี้พรางหลับตาไปด้วยฉันวางของบนโต๊ะหน้าโซฟาก่อนจะเดินเข้าไปหาร่างสูง พอเข้าไปถึงระยะใกล้ๆฉันถึงได้วางหลังมือทาบหน้าผากเขา คนที่หลับตาอยู่สะดุ้งลืมตาขึ้นมามองเราสบตากันอยู่นานก่อนที่พี่ท็อปจะหลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย

“ไปทานข้าวกันค่ะ วาซื้อมาให้แล้วนะ”

“...”

พี่ท็อปไม่ได้ตอบอะไรแต่ยอมเดินตามฉันมาที่โซฟากล่องบรรจุอาหารสีใสเผยให้เห็นอาหารหน้าตาน่าทานอยู่สามสี่กล่องแต่คนไม่สบายมองด้วยสายตาว่างเปล่าแล้วเข้ามากอดอ้อนฉันแทน ฉันว่าต้องพาเขาไปหาหมอแล้วล่ะทำไมเขาดูเป็นหนักขนาดนี้ล่ะ

“หลังเลิกงานไปหาหมอนะคะ”

“อือๆ”เขาพยักหน้าทั้งที่ยังกอดฉันอยู่ อาหารน่าทานถูกแบ่งให้คุณเลขาทั้งสองคนละสองกล่องเพราะบอสพวกเขาไม่ยอมทานเขาบอกแค่เห็นอาหารก็จะอาเจียนแล้ว ฉันกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับมะม่วงและผลไม้ดองพี่ท็อปดูตื่นเต้นมากที่ได้ทานของที่ฉันเอามารอบใหม่ หึหึ เหมือนสิ่งที่ฉันคิดมันจะเป็นจริงนะแต่ยังไงรอให้หมอตรวจก่อนดีกว่า ระหว่างทางที่ไปหาหมอพี่ท็อปดูกังวลมากจนน่าหัวเราะ อ้อ เขาดื้อดึงจะขับรถเองฉันเลยต้องมานั่งให้กำลังใจเขาแทนแบบนี้ไงล่ะ เรามาที่โรงพยาบาลเดิมที่เคยมาตรวจครั้งก่อนและหมอที่ดูอาการพี่ท็อปก็คือหมอพีคนเดิม ไม่รู้พวกเขาจะตรวจหาโรคหรือจะตีกันก็ไม่รู้

“มึงไม่มีโรคอะไรนะ แต่มันเป็นอาการของคนแพ้ท้อง” หมอพีบอกพี่ท็อปยิ้มๆ แต่คนที่ไม่เข้าใจเห็นจะเป็นพี่ท็อปนี่แหละ

“กูจะท้องได้ไงวะ กูไม่มีมดลูก”

“โอ๊ย! มึงจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งได้ไงวะ กูหมายถึงตอนนี้มึงมีอาการแพ้ท้องแทนเมียมึงไงครับ” พี่หมอพี่ที่เริ่มจะหมดความอดทนกับเพื่อนตัวเองบอกเสียงดังฟังชัด เป็นผลให้พี่ท็อปหันมามองหน้าฉันอย่างตกใจใบหน้าหล่อของเขาเหมือนมีคำถามลอยออกมาเลยล่ะ

“น้องวาครับ อาการแพ้ท้องเป็นยังไงบ้างครับ” หมอพีถามเสียงนุ่ม ฉันเลยหันไปมองและตอบคำถามหมอ

“เอ่อ เมื่อวานยังมีหงุดหงิดอยู่บ้างค่ะแต่เมื่อเช้าไม่มีอาการอะไรเลยค่ะ”

“ครับ เพราะอาการที่เราควรจะมีไอ้ท็อปรับไปเต็มๆเลยล่ะครับ”

 

(น้องวาคะ พรุ่งนี้แปดโมงที่หน้าบริษัทนะคะ)

“ได้ค่ะพี่ ขอบคุณนะคะ”

“ใครโทรมา”

“พี่ที่ทำงานค่ะ บอกเวลาขึ้นรถพรุ่งนี้” ฉันบอกพี่ท็อปก่อนจะเดินเข้าห้องครัวซึ่งคนเอาแต่ใจก็เดินตามเข้ามากอดเข้ามาวอแวกับฉัน

“บอกแล้วไงให้พี่กับพี่”

“ก็วาเป็นพนักงาน...”

“ไม่รู้ล่ะพรุ่งนี้จะเข้าบริษัทก่อนก็ได้แต่ต้องนั่งรถไปกับพี่”

“ทำไมพี่ไม่ฟังวาบ้างล่ะว่าวาอยากทำอะไร พี่ชอบบังคับให้วาทำตามที่พี่บอกแต่พี่ไม่นึกถึงวาด้วยซ้ำว่ารู้สึกยังไง” ฉันยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน พี่ท็อปกอดฉันแน่นขึ้นไม่ยอมปล่อยเช่นเดียวกัน

“พี่เป็นห่วงเรา พี่กลัวเรานั่งไม่สบายพี่กลัวเราป่วยกลัวไปสารพัด พี่ขอโทษที่เอาแต่ใจนะ”

“อือ ปล่อยก่อนค่ะวาจะทำอาหาร”

“ขอโทษจริงนะวา”

ฉันหันกลับไปจูบเขาเบาๆก่อนจะหันกลับมาทำอาหารต่อ หลังจากทานข้าวกันเสร็จเราก็เข้านอนเพราะฉันเริ่มง่วงแล้วล่ะ พี่ท็อปเก็บของใส่กระเป๋าเรียบร้อยเขาเก็บของฉันและของเขาใส่กระเป๋าเดินทางใบเดียวกัน จากนั้นก็เข้ามานอนกอดฉันไว้อย่างที่เคย เราหลับไปจนถึงเช้า ฉันเข้าบริษัทพร้อมกับพี่ท็อปคุณเลขาทั้งสองก็อยู่ที่บริษัทก่อนจะย้ายมาที่รถของพี่ท็อปพี่นพเป็นคนขับพี่แววนั่งเบาะข้างหน้าส่วนพี่ท็อปกับฉันย้ายมานั่งเบาะหลัง เราตกลงกันว่าจะขับไล่เลี่ยกันไปรถตู้ของบริษัทสองคันขับนำไปพอสมควร พี่นพนั่งคุยกับพี่แววเรื่องอะไรสักอย่างส่วนพี่ท็อปก็หลับแล้วเอียงคอมาซบไหล่ฉันไว้

“หิวไหมคะ” เสียงงึมงำพี่ท็อปเอ่ยถามฉัน

“ไม่ค่ะ ยังไม่หิวพี่หิวหรือเปล่า” ฉันยกมือลูบผมพี่ท็อปเบาๆ เขาส่ายหน้าก่อนจะลุกนั่งแล้วโน้มลงมาจูบฉันเบาๆทีหนึ่ง

“เราแวะทานข้าวก่อนไหม” พี่ท็อปถามเลขาแขนก็ดึงฉันเข้าไปโอบไว้

“เดี๋ยวติดต่อทีมงานให้ค่ะ”

“ขอบคุณครับ”

เราถึงที่พักเกือบๆบ่ายโมงเพราะแวะทานข้าวกันนานนิดหน่อยเลยถึงช้า งานจะเริ่มพรุ่งนี้วันนี้ทุกคนเลยมีเวลาพักผ่อนและเที่ยว พี่ท็อปเก็บของเสร็จก็พาฉันออกมาเดินเล่นรอบๆที่พัก

“ร้อนไหม” พี่ท็อปหันมาถามพรางยกมือเช็ดเหงื่อให้ฉัน

“นิดหน่อยค่ะ พี่ท็อปเราถ่ายรูปกันไหม”

“เอาสิ ไปตรงนู่นดีกว่ามีที่นั่งด้วย”

เราเดินจับมือกันไปยังศาลาที่ยื่นลงไปในน้ำ ลมพัดเย็นๆลอยรอบตัวเรา นี่ที่สงบมากจริงๆ เรานั่งเล่นนั่งถ่ายรูปอยู่นานกระทั่งมีพนักงานของรีสอร์ทนำอาหารว่างบวกกับเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ พี่ท็อปนั่งป้อนขนมฉันอยู่นานสลับกับฉันที่ป้อนเขา

“จุ๊บหน่อยสิ”

“หือ?” ฉันหันกลับไปหาพี่ท็อปเพราะเขาพูดอะไรสักอย่างแต่ฉันได้ยินไม่ชัด แต่พอหันไปเขาก็โน้มหน้าลงมาจุ๊บที่ริมฝีปากฉันเร็วๆทันที จริงๆเลยผู้ชายคนนี้ ฉันตีเข้าที่แขนของเขาก่อนจะยื่นมือถือให้เขาดู

“เอาไว้กลับจากที่นี่จะพาไปนะ”

“จริงเหรอ”

“จริง”

คือเรื่องของเรื่องฉันกำลังดูรีวิวร้านขนมน่ะแล้วมีที่หนึ่งฉันอยากจะไปเลยยื่นให้พี่ท็อปดูแล้วก็ตามคาดเขาดูแล้วก็บอกว่าจะพาไป ฉันจูบลงบนแก้มเขาเบาอย่างขอบคุณ เขาหัวเราะเบาๆก่อนจะดึงฉันเข้าไปกอดไว้

“พี่ท็อป ถ่ายรูปให้ถ่ายหน่อยได้ไหมคะ” ฉันยื่นมือถือตัวเองให้พี่ท็อปเขารับไปแต่ก็เก็บไว้แล้วหยิบมือถือของเขาขึ้นมาถ่ายรูปให้ฉันแทน มีบางรูปที่เราถ่ายด้วยกัน จูบบ้างหอมแก้มบ้างกอดคอบ้าง ตอนนี้มันมีทั้งรอยยิ้มเสียงหัวเราะและความสุข เรานั่งเล่นที่ศาลาลอยน้ำอยู่นานกระทั่งพี่นพกับพี่แววเดินเข้ามาพร้อมกับผลไม้จานใหญ่

“ทานสักหน่อยนะคะน้องวาผลไม้ที่นี่สดมากเลยค่ะ”

“ขอบคุณค่ะพี่แวว”

“พี่ท็อปอย่าซน”

ฉันหันไปดุคนข้างๆเมื่อเขาเอาโอบเอวฉันแล้วใช้มือลูบสะโพกฉันเบาๆ พอดุไปแบบนั้นเขาก็หัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะทานผลไม้อย่างอารมณ์ดีมือก็ยังลูบสะโพกฉันอยู่เหมือนเดิม ให้ตายสิผู้ชายคนนี้นี่มันยังไงกัน

“พี่ท็อปวาอยากถ่ายรูปกับแปลงดอกกุหลาบ”

“เอาไว้ทานเสร็จแล้วแดดอ่อนกว่านี้แล้วกันนะ”

ฉันพยักหน้ารับก่อนจะเงียบเมื่อพี่ท็อปคุยเรื่องงานกับเลขาทั้งสอง มาไกลขนาดนี้เขายังจะเอางานมาด้วยนะฉันล่ะกลัวจริงๆกลัวว่าเขาจะป่วยเข้าสักวัน จากที่จะถ่ายรูปกันก็ต้องยกเลิกเพราะจู่ๆฝนก็เทกระหน่ำลงมาเราย้ายมาที่ห้องอาหารของทางรีสอร์ทซึ่งพี่ๆและทีมงานจากข้างนอกก็อยู่ที่นี่กันเราทานมื้อเย็นแสนอร่อย พี่ท็อปคอยดูแลฉันคอยตักอาหารคอยถามนู่นถามนี่จนฉันเกรงใจเขาหนักกว่าเดิม

“พี่คะ ไม่ต้องดูแลวาดีขนาดนี้ก็ได้วาเกรงใจ”

“เมียกับลูกพี่นะจะไม่ให้พี่ดูแลได้ไงกัน จริงไหมคะ” เขายิ้มอย่างอบอุ่นมอบมาให้ฉันยิ้มตอบเขาก่อนจะปรับเป็นราบเรียบเมื่อได้ยินเสียงๆหนึ่งเอ่ยเรียกพี่ท็อป ผู้หญิงคนนั้นยิ้มให้พี่ท็อปท่าทางดีใจปนตื่นเต้น

“ท็อปมาเที่ยวเหรอ” พอผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาใกล้แล้วถามเขา พี่ท็อปก็ขยับห่างจากฉันนิดหน่อยก่อนจะเชิญให้เธอนั่งลงข้างๆเขาพวกเขาคุยกันอย่างสนุก เมฆสีชมพูลอยละล่องอยู่รอบตัวพวกเขาสองคน ฉันขยับออกห่างจากพี่ท็อปเนียนๆดีหน่อยที่สาเดินมาเรียกให้ไปคุยรายละเอียดงานพรุ่งนี้ โต๊ะที่ฉันนั่งตอนนี้ห่างจากโต๊ะเดิมสี่โต๊ะเห็นจะได้เรียกได้ว่าคนละมุมเลยล่ะ เงาสะท้อนจากกระจกทำให้รู้ว่าพวกเขาสองคนยังไม่เลิกคุยกัน ฉันไม่ได้หึงหรอกนะไม่เจ็บจี๊ดที่ใจแต่มันหน่วงและชาวาบไปทั้งร่าง

“พรุ่งนี้ส่วนมากชุดเป็นแบบใส่เที่ยวแฟชั่นธรรมดา” สาเล่ารายละเอียดของงานซึ่งฉันก็ตั้งใจฟังอย่างดี เพราะกลัวจะทำงานพลาด

“ชุดมันโป๊หรือเปล่าสา”

“ไม่แก ตัวอย่างชุดออกแนวน่ารักๆน่ะสบายใจได้ พรุ่งนี้เริ่มถ่ายตอนสิบโมงเช้านะ”

“ได้ๆ สาเราไปเที่ยวกันไหม” ท้ายประโยคฉันหันไปกระซิบถามเพื่อน

“เอาสิ ไม่ได้เที่ยวด้วยกันนานแล้วเหมือนกัน”

“ไปกันเลยไหม”

“เอาสิ”

หลังจากตกลงกับสาเสร็จเราก็ออกจากห้องอาหารเนียนๆ ฉันกลับไปเอากระเป๋าสะพายของตัวเองที่ห้องนอนแล้วออกมารอสาที่หน้าโรงแรม เราตกลงกันว่าจะไปถนนคนเดินตอนนี้ฝนหยุดตกแล้วล่ะอากาศกำลังเย็นสบายตอนที่ออกมายังไม่น่ากลัวเท่าไหร่แต่อาจเป็นเพราะระยะทางมันไกลเราเลยจะค้างในเมืองเพราะถ้าขับกลับไปกันเองมันอันตรายเราเลยเดินช็อปของกินของฝากอย่างสนุก มือถือฉันสั่นถี่มาจนฉันกลัวว่าเครื่องมันจะระเบิดแต่ก็ยังไม่อยากรับสายคนที่โทรเข้ามา เราแวะมาทานอาหารที่ร้านๆหนึ่งในตลาดอาหารยอดฮิตที่ต้องสั่งตอนกลางคืนคงไม่พ้นส้มตำรสแซบกับยำสุดจี๊ด

 “รับสายหน่อยวา สงสารพี่เขา” ยัยสามองฉันด้วยสายตาตำหนิ ที่จริงยัยสาก็เห็นว่าเขามีผู้หญิงเข้ามาหาพี่ท็อปมันบอกเรื่องรายละเอียดงานมันเป็นแค่ข้ออ้างที่จะดึงฉันออกจากสถานการณ์ที่แสนจะเจ็บปวดพวกนั้น

“ฉันยังไม่อยากคุยกับเขาสา จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าระหว่างฉันกับมันเป็นยังไงกันแน่” เขารักฉัน ฉันรักเขา เรารักกันหรือทุกอย่างเป็นแค่เรื่องหลอกลวงที่เขาสร้างขึ้นมาหลอกคนอย่างฉัน

“จะยังไงก็ช่างรับสายแล้วบอกเขาว่าจะค้างในเมือง”

“ได้ค่ะๆ แกนับวันยิ่งเหมือนแม่ฉันนะ”

“อ้าว ยัยวาพูดแบบนี้แกจ่ายเองเลยนะ”

ฉันหยิบมือถือออกมาก็พบว่าสายตัดไปแล้ว 76 สายที่ไม่ได้รับ หึ ฉันไม่ได้เอากระเป๋าสตางค์เขามาสักหน่อยทำไมต้องโทรตามโทรจิกแบบนี้ล่ะ พอเขาโทรเข้ามาอีกฉันเลยตัดสินใจรับ

(อยู่ไหน!!!)

“ออกมาเที่ยว” ฉันตอบเขาเสียงเรียบ ไม่ได้กลัว ไม่ได้ตกใจ แต่มันชาที่หัวใจแค่นั้นเอง

(แล้วตอนนี้อยู่ไหน พี่จะไปรับมันดึกแล้ว!)

“คืนนี้ไม่กลับ จะค้างกับสาข้างนอก”

(วา! บอกมาว่าอยู่ที่ไหนพี่จะไปรับ)

“...”

(โกรธอะไรพี่) เขาถามเสียงอ่อน ถึงจะไม่พอใจที่เขามีผู้หญิงคนอื่นเข้าหาแล้วยังทำท่าทางสนิทสนมกันแบบนั้นฉันก็ไม่มีสิทธิ์โกรธไม่ใช่เหรอ

“เปล่านี่ แค่นี้ก่อนนะคะแบตจะหมดแล้ว”

(วา!วาววาบอกพี่ว่าเราอยู่ไหน)

“พี่ไม่ต้องรู้หรอกว่าวาอยู่ไหน วาแค่เหนื่อยค่อยคุยกันค่ะ”

ฉันวางสายแล้วปิดเครื่องทันที บาทีเขาอาจจะกำลังดีใจและออกไปเที่ยวกับผู้หญิงคนนั้นอยู่ก็ได้ใครจะไปรู้ล่ะฉันนั่งทานอาหารสลับกับคุยกับยัยสา เราเดินซื้อของกันอีกรอบแล้วเข้าเช็คอินที่โรงแรมตลอดทั้งคืนเรานอนคุยกันแล้วเผลอหลับไปทั้งคู่ มือถือฉันก็แบตหมดเรียบร้อย ก่อนกลับเข้ารีสอร์ทเพื่อทำงานเราแวะซื้อโจ๊กเจ้าดังกลับเข้ามาด้วยแถมยังมีหมูปิ้งด้วย กรี๊ด ฟินค่ะบอกเลยฉันอยากจะกินอะไรแบบนี้มานานแล้วล่ะ

“งั้นเดี๋ยวขอไปอาบน้ำก่อนนะ เหนียวตัวมากเลย” ฉันหันไปบอกสาที่เดินคู่กันกลับเข้าไปด้านในของรีสอร์ท

“ได้ เดี๋ยวให้ทีมงานเตรียมโจ๊กให้นะรีบมาล่ะ”

“ขอบใจนะ เจอกัน”

ฉันเดินเลี่ยงไปที่ห้องพักตัวเองระหว่างที่เดินใกล้ห้องพักเรื่อยๆใจฉันก็เต้นรัวเร็วแต่พอเปิดประตูเข้าไปจังหวะหัวใจที่เต้นเร็วก่อนหน้านี้ก็กลับมาเต้นราบเรียบตามเดิม ภายในห้องเหมือนเดิมกับครั้งล่าสุดที่ฉันเข้ามาที่นอนที่เรียบตึงทำให้รู้ว่าใครอีกคนไม่ได้กลับเข้ามานอนในห้อง หึ โง่งี่เง่าสิ้นดี!

“วาววา!

เสียงเข้มคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง แต่ฉันเองที่เดินเข้าห้องน้ำแล้วจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ตอนที่อาบน้ำน้ำตาฉันไหลอาบแก้มทั้งสองข้างเขามันบ้าที่สุดเลยไหนบอกไม่ได้ยุ่งอะไรกับใครไงไหนบอกรอฉันมาตลอดไงทำไมรอบข้างเขายังมีผู้หญิงอยู่เต็มไปหมด

“วาเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมอาบน้ำนานจัง”

หลังจากแต่งตัวเสร็จฉันเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าก่อนจะยืนจ้องตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ ฉันยิ้มให้ตัวเองก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำออกมา ร่างสูงที่อยู่ในชุดเมื่อวานยืนมองฉันอยู่ เขายิ้มให้ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้แต่ฉันเดินเลี่ยงไปอีกทาง

“พี่ชาร์ตแบตมือถือให้เราแล้วนะ ถ้ายังไงเอาของพี่ไปใช้ก่อน” เขายังเดินตามหลังฉันมาฉันหยิบยาที่หมอจัดให้ขึ้นมาก่อนจะแกะออกจากแผงแล้วทานเขายื่นแก้วน้ำมาให้ ฉันปรายตามองน้ำที่ถูกยื่นมาก่อนจะหยิบขวดน้ำที่อยู่ใกล้ๆมาดื่มแทน ฉันเดินออกจากห้องพักแล้วตรงไปยังที่ๆสานัดทันที

“พี่ท็อปล่ะ” ทันทีที่เดินมาถึงยัยสาก็ถามทันที ฉันยักไหล่ก่อนจะนั่งทานโจ๊กที่สาจัดไว้ให้ ระหว่างทานข้าวคนอื่นๆก็นั่งทานกระจายกันไปในห้องอาหารรวมถึงคุณเลขาทั้งสองด้วย พี่แววกับพี่นพนั่งอยู่ตรงข้ามฉันนี่แหละไม่นานพี่ท็อปก็เดินมานั่งลงข้างๆฉัน ฉันแอบขยับออกห่างจากเขาก่อนจะทานข้าวต่อเงียบๆ

“ท็อปคะ ขอนั่งด้วยคนได้ไหมพอดีเพื่อนยังไม่ตื่นเลยค่ะ” เสียงหวานๆดังขึ้น ฉันไม่กล้าแม้จะหันไปมองฉันทานข้าวตรงหน้าเงียบๆไม่สนใจว่าพวกเขาจะคุยอะไรกันหรือชวนกันนั่งตรงไหน แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าในใจฉันมันเจ็บปวดมากขนาดไหนกับสิ่งที่เจอตอนนี้อีกอย่างช่วงนี้เหมือนฉันจะขี้หึงขี้หวงแถมยังงี่เง่ามากด้วย ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้นะ แต่มันห้ามไม่ได้จริงๆ

“ขอโทษนะครับพอดีโต๊ะเต็มแล้ว”

“เต็มอะไรคะท็อปตรงนั้นยังว่างนี่คะ”

“ตรงนั้นเอาไว้วางของให้เมียผมน่ะ ถ้าจำไม่ผิดผมบอกคุณไปแล้วนะว่าผมมากับเมียเรื่องที่คุณบอกว่าจะกลับมาผมก็บอกไปแล้วว่ามันไม่มีทางเพราะผมรักและแคร์เมียผมคนเดียว คุณกลับไปเถอะอย่าให้คำว่าเพื่อนของเรามันแย่ไปกว่านี้เลย”

“ก็เพื่อนขอนั่งกับเพื่อนไงคะท็อป”

“ขอโทษนะครับ พอดีครั้งนี้อยากนั่งกับเมียไม่ใช่เพื่อน รบกวนหาที่นั่งที่อื่นเถอะครับ”

“ท็อป...”

 

“ต่อให้คุณทำดีกับผมยังไงผมก็ยืนยันว่าผมรักเมียผมคนเดียว คุณกลับไปซะเถอะ”

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/18.gifพาคุณท็อปมาแล้วนะคะ เรื่องนี้ มีใน e-book ตามลิงค์ข้างล่างนี้เลยนะคะ ถ้าหามีข้อผิดพลาดประการใดขออภัยล่วงหน้านะคะ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=49899

 

ฝากเม้นด้วยนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น