น้ำมิ้ม

ใครชอบแนวดราม่าบีบคั้นอารมณ์..อย่าลืมจิ้มหัวใจ กดแอด Favorite ไว้ด้วยนะจ๊ะ เค้าจะพยายามอัพทุกวัน ...เรื่องนี้พระเอกเป็นแนวดาร์คนะคะ อย่าได้หาความดีมีคุณธรรมจากพี่แก..นางเอกรันทดสุดชีวิต เนื้อหาเข้มข้นทุกตอนจ้า ไรท์เตอร์รับประกัน

ทวิกมล ตอนที่ 13 : แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ

ชื่อตอน : ทวิกมล ตอนที่ 13 : แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ

คำค้น : ทวิกมล , ความลับ , พี่น้อง , สู้ชีวิต , ความรัก , พระเอกร้าย , นางเอกน่าสงสาร , พระรองแสนดี , ปกปิด , เปรมอุรา , ปานดวงใจ , 25+ ,30+

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ย. 2559 19:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทวิกมล ตอนที่ 13 : แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ
แบบอักษร

 

หลุยส์แทบชะงักขาที่ก้าวเข้ามายังโรงแรมที่พักทันทีที่เห็นร่างสูงของโทมัสอุ้มลูกสาวของเขาเอาไว้ ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้างพลางสาวเท้าตรงเข้าไปหาเด็กหญิงตัวป้อมที่อ้าแขนออกก่อนจะรีบโถมตัวเข้ามาหาผู้เป็นพ่อทันที

“แองจี้...นางฟ้าของพ่อ...” หลุยส์จูบแก้มลูกสาวอย่างแสนรักในขณะที่เด็กหญิงนั้นหัวเราะร่าอย่างชอบใจ แขนป้อมๆของแม่หนูน้อยตีฟาดกับเข้าใบหน้าของบิดาพลางดีดตัวดิ้นอย่างร่าเริง

โทมัสจำเป็นต้องเอ่ยขัดช่วงเวลาอันแสนสุขของพ่อลูกก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจะเย็นชา

“ผมกับแอนนาต้องบินมาเมืองไทยด่วน...เพราะมีเอกสารลับส่งไปถึงมือแอนนาโดยตรง คุณรอคุยกับแอนนาเองก็แล้วกัน ผมไม่อยากเข้าไปก้าวก่าย”

รอยยิ้มของหลุยส์ค่อยๆจางลงเมื่อโทมัสเอ่ยถึงแอนนาและเอกสารลับ....ไอ้หมอนั่นมันชักมีดออกมาเชือดเขาก่อนจนได้!

“แล้วตอนนี้แอนนาอยู่ที่ไหน...”

“เขาไปจัดการเรื่องคนส่งเอกสารนั่นก่อน...อีกสักพักถึงจะกลับ แต่ผมขอเตือนเอาไว้ก่อน ทางบอร์ดบริหารคงจะไม่ชอบใจเท่าไหร่นักถ้ารู้ว่าคุณมีเรื่องคาวๆจากทางเมืองไทยเยอะขนาดนี้ โดยเฉพาะคุณพ่อของผม..”

โทมัสเอ่ยพลางจ้องประสานสายตากับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่เขยของตน หากหลุยส์กลับยิ้มให้อีกฝ่ายพลางเอ่ยอย่างไม่หวาดหวั่น

“ถือโอกาสนี้คุยกับแอนนาไปด้วยเลยก็ดี...เพราะผมเองก็เบื่อสภาพคาราคาซังแบบนี้อยู่เหมือนกัน!

..............................................................................................................

หลุยส์อุ้มลูกสาวตัวน้อยวางลงบนที่นอนอย่างแผ่วเบา ในยามหลับสนิทเช่นนี้ทำให้เด็กหญิงดูคล้ายกับเปรมอุรามากกว่าเขาเสียอีก สีผม...ใบหน้า..แม้กระทั่งเรียวปากจิ้มลิ้มนั้นถอดผู้เป็นแม่มาอย่างไม่ผิดเพี้ยน สิ่งเดียวที่แสดงความเป็นพ่อของเขาอย่างชัดเจนก็คือดวงตาสีฟ้าใสแจ๋วนั้นที่เป็นสีเดียวกันกับเขา

ชายหนุ่มก้มลงจูบหน้าผากลูกน้อยอย่างทะนุถนอม นี่อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เขาได้อยู่กับลูกตามลำพังโดยที่ไม่มีสายตาของแอนนาหรือพี่เลี้ยงมาคอยกีดกัน

“นางฟ้าตัวน้อยๆของพ่อ...หนูอยากเจอแม่ไหมคะ...”

“ฉันอยู่นี่แล้ว คุณไม่ต้องลำบากพาแกไปหา แม่ ที่ไหนอีก”

แอนนาเอ่ยขึ้นพลางก้าวเข้ามาในห้องของผู้เป็นสามี หลุยส์ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจที่หญิงสาวเสียงดังในขณะที่ลูกสาวตัวน้อยกำลังหลับสนิท หากแอนนากลับเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงใจสายตาตำหนินั้น พลางส่งซองเอกสารที่เธอนำมันติดมาด้วยให้ชายหนุ่มได้ดู

“คุณรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟ...ปล่อยผู้หญิงคนนั้นไปซะก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป”

หลุยส์รับเอกสารจากมือของแอนนามาเปิดดูผ่านๆ เป็นสัญญาที่เขาเคยให้เปรมอุราเซ็นหากชายหนุ่มมั่นใจว่าเขานำกลับไปที่อังกฤษด้วยแล้วไม่มีทางที่แอนนาจะมีเอกสารชุดนี้ได้

“คุณได้เอกสารพวกนี้มาได้ยังไง...”

“กวินวัธน์ส่งไปให้ที่อังกฤษ...เขาขู่ว่าจะแจ้งความเอาคุณเข้าคุก ...หลุยส์ ผู้ชายคนนั้นเอาจริง ...กลับไปอังกฤษกับฉันเถอะ อย่าให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้เลย ส่วนเรื่องบริษัทที่นี่ฉันจะให้โทมัสอยู่จัดการแทน”

แอนนาเอ่ยขอร้อง หากหลุยส์กลับยักไหล่อย่างไม่แคร์

“ผมมีวิธีจัดการกับเขาได้ คุณไม่ต้องเป็นห่วง คุณนั่นแหละที่ต้องกลับอังกฤษไป”

“หลุยส์!...ฉันไม่เข้าใจ ทำไมคุณถึงยังปักใจอยู่กับผู้หญิงคนนั้น หรือเพราะเธอยอมนอนกับคุณ ถ้าอย่างนั้นกลับไปที่อังกฤษฉันจะยอมนอนกับคุณก็ได้”

แอนนาเอ่ยขึ้นอย่างหมดความอดทน หากหลุยส์แค่นหัวเราะพลางมองร่างกายที่บอบบางของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาตามกฎหมายของเขา ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่คิดจะถนอมน้ำใจอีกฝ่าย

“ผมไม่ใช่คนมักง่ายที่จะนอนกับใครก็ได้ ผมรักเปรมอุรา...คุณเข้าใจหรือยัง!

.............................................................................................................. 

 

อากาศดีๆยามเช้าทำให้กวินวัธน์มักจะตื่นขึ้นมาวิ่งออกกำลังกายในสวนสาธารณะใกล้ๆกับคอนโดมิเนียมในวันหยุดของเขา หากแต่ในเช้าตรู่ของวันนี้ กวินวัธน์เดินลงมาที่หน้าล็อบบี้โรงแรมอย่างแปลกใจเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าเพียงคนเดียว หากตรงจุดหน้าลิฟต์และทางเข้าอีกด้านนั้นว่างเปล่า

“ลุงสมโภชน์ แล้วคนที่ยืนเวรกับลุงอีกสองคนล่ะไปไหน”

กวินวัธน์เอ่ยถามอย่างแปลกใจพลางเหลียวมองไปรอบๆ หากชายสูงวัยรีบตอบคำถามเจ้านายอย่างไม่ทันได้คิดอะไร

“พวกมันขอไปเข้าห้องน้ำครับ แต่จะว่าไปมันก็หายไปนานแล้วนะครับ แต่ผมเองก็ขี้เกียจไปตามเพราะนี่ก็จะออกเวรอยู่แล้ว เจ้านายจะให้ผมไปตามพวกมันให้ไหมครับ”

 “ไม่เป็นไรหรอก ลุงก็รออีกเวรมาเปลี่ยนก่อนก็แล้วกัน ผมฝากกำชับเรื่องนี้กับเจ้าสองคนนั้นด้วย เดี๋ยวลูกบ้านเขาจะไม่สบายใจเรื่องความปลอดภัย”

“ครับผม!...ผมจะกำชับไอ้สองคนนั้นเองครับ”

กวินวัธน์ยิ้มให้กับท่าทีที่แข็งขันของอีกฝ่ายก่อนจะเดินออกไปที่สวนสาธารณะเพื่อวิ่งออกกำลังกายตามปรกติ โดยที่ไม่รู้เลยว่าลุงสมโภชน์ไม่สามารถจะบอกอะไรกับไอ้สองคนนั้นได้อีกแล้ว เพราะไอ้สองคนที่ว่านั้นกำลังยืนรายงานผลกับร่างสูงใหญ่ของหลุยส์อยู่ที่โรงแรม พลางยื่นแฟลชไดรฟ์และรูปภาพที่ปรินท์ออกมาเรียบร้อยแล้วส่งให้ชายหนุ่ม

“นี่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดตรงทางเดินครับ...แต่ภาพจากกล้องที่หน้าลิฟต์ชัดที่สุดครับนาย”

หลุยส์หยิบภาพกวินวัธน์ที่ขโมยจูบแก้มของปานดวงใจที่หน้าห้องอย่างหมายมาด พลางหยิบซองเงินที่เตรียมไว้ส่งให้ทั้งคู่

“นี่ค่าตอบแทนของพวกนาย...แล้วถ้าเป็นไปได้ช่วงนี้อย่าอยู่กรุงเทพฯสักพัก ถ้าข่าวออกไปแล้วไอ้กวินวัธน์มันไม่ปล่อยพวกแกเอาไว้แน่”

“ขอบคุณครับนาย...”

หลุยส์พยักหน้าให้ไมเคิลตามสองคนที่คาบรูปมาขายเขาไป...งานนี้เขาอาจจะต้องยอมเสี่ยงที่จะแตกหักกับพี่สาวของเปรมอุราสักหน่อย ...แต่ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อปานดวงใจเลือกที่จะเข้าข้างไอ้กวินวัธน์มากกว่าเขาเอง!...เขาอุตส่าห์เตือนอีกฝ่ายแล้วว่าอย่ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเขา พอมาตอนนี้ก็อย่าหาว่าหลุยส์ใจร้ายก็แล้วกัน...

.................................................................................................................................

 

เจ้าของบริษัทอสังหาฯชื่อดังใส่ไฟซื้อเหล็กไม่ได้มาตรฐาน เหตุปมแย่งผู้หญิง”

“อสังหาฯรายใหญ่มีนอกมีใน ชี้ส่งผู้หญิงไปบำเรอแลกกับเหล็กราคาพิเศษ

 

กวินวัธน์ขยำหนังสือพิมพ์ปาทิ้งกับพื้นอย่างโกรธจัด นอกจากพาดหัวที่โจมตีเขาอย่างจังๆแล้ว รูปในหนังสือพิมพ์ยังเผยให้เห็นหน้าของเขาอย่างชัดเจน ต่อให้คาดตาเอาไว้ด้วยแถบสีดำๆ แต่ถ้าคนที่รู้จักกับเขาล้วนดูออกกันทั้งนั้นว่า “เจ้าของบริษัทอสังหาฯ”ที่เป็นปริศนาในข่าวนั้นเป็นใคร!..

ชายหนุ่มหันไปมองปานดวงใจที่นั่งเงียบอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองอย่างเป็นห่วง...ก่อนจะเดินมาโอบอีกฝ่ายไว้อย่างปลอบประโลม

“ปาน...คุณเป็นอะไรหรือเปล่า...”

ปานดวงใจส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้สั่น

“ไม่..ไม่เป็นไรค่ะ ปานก็แค่ตกใจที่เห็นรูปตัวเองในหน้าหนังสือพิมพ์...แต่ปานรู้สถานะตัวเองดีค่ะ  จะต่างอะไรถ้าคนอื่นเขาจะรู้กันเพิ่มว่าปานเป็นนางบำเรอของคุณ...”

หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างพยายามจะเป็นผู้หญิงคิดบวก.. หากกวินวัธน์ขบกรามแน่น..หลุยส์ชักจะล้ำเส้นเขามากเกินไปแล้ว

“ผมขอโทษปาน...ผมไม่คิดว่ามันจะลากเอาคุณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย...ผมสัญญาว่าผมจะจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”

ปานดวงใจซบหน้ากับอกกว้างของชายหนุ่ม...ในยามนี้เธอเหนื่อยกับการต้องปิดบังความลับทุกอย่างแล้ว หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตากับกวินวัธน์ทั้งน้ำตา ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขอร้อง

“ปานอยากกลับไปอยู่กับพ่อกับแม่ค่ะ...คุณวินให้ปานกลับไปได้ไหมคะ”

“ไม่!...ผมรักคุณนะปาน... คุณอาจจะหาว่าผมเห็นแก่ตัวแต่ผมยอมปล่อยมือจากคุณไปไม่ได้จริงๆ...”

กวินวัธน์จ้องลึกเขาไปในดวงตาอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยย้ำอีกครั้งอย่างหนักแน่น

“ผมรักคุณปาน...ขอให้เชื่อใจผม...เรื่องทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย”

ปานดวงใจได้แต่พยักหน้าตอบรับพลางนึกอย่างปลงอยู่ในใจ ...ถึงอย่างไรเธอก็คงไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้ ชีวิตของเธอไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกแล้วนับตั้งแต่วันที่เจอกับกวินวัธน์...

“ปานจะเชื่อคุณค่ะ...ปานจะรอจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย”

“ปานดวงใจ...”

กวินวัธน์ประคองดวงหน้าหวานเศร้าของอีกฝ่ายเอาไว้ พลางก้มลงจุมพิตอย่างอ่อนหวาน...ชายหนุ่มไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงตัดใจไปจากเธอไม่ได้...ก็แค่คนที่บังเอิญมาเจอกันในช่วงเวลาที่ผิดพลาด และเป็นเขาเองที่เป็นฝ่ายยื่นมือเข้าไปช่วยแกมบีบบังคับ แต่ทว่าตัวเขานั้นกลับไม่สามารถปล่อยมือให้เธอไปให้พ้นจากการดูแลของเขาได้

“ปาน...ปานดวงใจของผม...”

จุมพิตของชายหนุ่มดูเหมือนจะลึกล้ำขึ้นเรื่อยๆจนเกือบจะกลายเป็นเร่าร้อน ปานดวงใจจึงต้องรีบผลักอกอีกฝ่ายออก พลางเอ่ยเรียกสติเบาๆ

“คุณวิน...ไหนว่าจะรีบจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยไงคะ”

ปานดวงใจเอ่ยพลางบุ้ยบ้ายไปยังกองหนังสือพิมพ์ที่ถูกขยำเขวี้ยงทิ้งไว้บนพื้น กวินวัธน์เหลียวไปมองตามที่หญิงสาวบอก พลางนิ่งไปอย่างครุ่นคิด...

“ผมรู้แล้วว่าผมจะจัดการยังไง...แต่ว่าคงต้องลำบากคุณหน่อยแล้วล่ะปาน”

“คะ?...จะให้ปานช่วยอะไรเหรอคะ”

กวินวัธน์คลี่ยิ้มอ่อนหวานที่พราวระยับทั้งปากและนัยน์ตา พลางเอ่ยกับหญิงสาวที่ยังคงจ้องมองมาที่เขาอย่างงงงัน

“ก็...ช่วยไปอำเภอ...ไปแต่งงานกับผมหน่อยยังไงล่ะ..”

 

.........................................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น