น้ำมิ้ม

ใครชอบแนวดราม่าบีบคั้นอารมณ์..อย่าลืมจิ้มหัวใจ กดแอด Favorite ไว้ด้วยนะจ๊ะ เค้าจะพยายามอัพทุกวัน ...เรื่องนี้พระเอกเป็นแนวดาร์คนะคะ อย่าได้หาความดีมีคุณธรรมจากพี่แก..นางเอกรันทดสุดชีวิต เนื้อหาเข้มข้นทุกตอนจ้า ไรท์เตอร์รับประกัน

ทวิกมล ตอนที่ 10 : มันอยู่ที่จังหวะและความเร็ว!

ชื่อตอน : ทวิกมล ตอนที่ 10 : มันอยู่ที่จังหวะและความเร็ว!

คำค้น : ทวิกมล , ความลับ , พี่น้อง , สู้ชีวิต , ความรัก , พระเอกร้าย , นางเอกน่าสงสาร , พระรองแสนดี , ปกปิด , เปรมอุรา , ปานดวงใจ , 25+ ,30+

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2559 15:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทวิกมล ตอนที่ 10 : มันอยู่ที่จังหวะและความเร็ว!
แบบอักษร

 

หลุยส์มาพบเอกกุลตั้งแต่เช้าหลังจากที่อีกฝ่ายส่งเลขาคู่ใจมารับเขาถึงที่โรงแรม ด้วยกลัวว่าเขาจะลืมว่าวันนี้จะมีงานแถลงข่าวการเซ็นสัญญาธุรกิจในตอนบ่าย

เอกกุลจัดการเชิญนักข่าวจากทั้งไทยและต่างประเทศอย่างทุ่มไม่อั้นด้วยต้องการตีข่าวกลบเรื่องที่กวินวัธน์ลูกค้ารายสำคัญยกเลิกสัญญาการซื้อขายทั้งหมดกับบริษัทของเขา ซึ่งการที่เขาได้หลุยส์เข้ามาแทนที่จะทำให้เอกกุลสามารถเรียกคะแนนความเชื่อมั่นจากทั้งลูกค้าและผู้ถือหุ้นกลับมาได้ในคราวเดียว

เอกกุลเดินเข้ามาหาหลุยส์ที่เนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสูทสีกรมท่าราคาแพง พลางยื่นสคริปต์เอกสารเกี่ยวกับงานแถลงข่าวในครั้งนี้ให้ชายหนุ่มดู ดวงตาสีฟ้าอมเทาของหลุยส์กวาดตามองผ่านๆหากแล้วก็สะดุดตากับบรรทัดสุดท้ายจนต้องถามพันธมิตรคนล่าสุดของเขาอย่างแปลกใจ

“ปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชมโรงงานใหม่ของผมอย่างนั้นหรือคุณเอก...แต่โรงงานผมยังไม่ได้สร้างด้วยซ้ำนะ”

“เรื่องนี้ผมจัดการเช่าที่โกดังสินค้าใกล้ๆกันไว้เรียบร้อยแล้วครับ อันที่จริงผมจะพานักข่าวไปที่โรงงานผมเป็นหลักก่อนแล้วค่อยพาแวะลงดูโกดังสินค้าแค่นั้น คุณหลุยส์ไม่ต้องกังวลไปครับ”

เอกกุลเอ่ยอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง หากหลุยส์ดูเหมือนจะยังไม่เลิกติดใจ...เอกกุลกำลังต้องการยืมมือเขาสร้างภาพมากเกินไปหรือเปล่า?...

หลุยส์เดินกลับไปนั่งที่โซฟาพลางกดโทรศัพท์ติดต่อไปยัง “ไมเคิล” คนของพี่ชายเขาที่เขาเคยใช้บริการตอนตามสืบเรื่องของเปรมอุรามาแล้ว ก่อนจะสั่งไปด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษที่ค่อนข้างรัวเร็ว

“ไปดูที่ให้หน่อย...แล้วรายงานผมด่วน”

...........................................................................................................

รถบรรทุกที่วิ่งกันขวักไขว่บริเวณโกดังสินค้านั้นทำให้ไมเคิลได้แต่จับตามองอย่างไม่คลาดสายตา สถานที่ที่เป็นโกดังเป้าหมายที่หลุยส์สั่งให้เขามาดูนั้นห่างจากสถานที่ที่กลุ่มทุนโอลเชสเตอร์วางแผนจะมาสร้างโรงงานที่นี่ไม่ไกลนัก หากแล้วไมเคิลก็สะดุดตากับคนกลุ่มหนึ่งที่ขับรถบรรทุกไร้สัญชาติเข้ามาพลางขนของลงอย่างเร่งร้อน

ไมเคิลจัดการอัดคลิปวีดีโอเอาไว้พลางกดส่งไปให้เจ้านายตัวเองอย่างเร่งรีบ....งานแถลงข่าวกำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ทำไมเอกกุลถึงเพิ่งให้คนงานเขาของมาลงไว้ที่โกดัง!

..................................................................................................................

หลุยส์ขมวดคิ้วเมื่อได้เห็นคลิปที่คนของเขาส่งมา หากในขณะที่กำลังจะเดินไปหาเอกกุลเพื่อถามในสิ่งที่ตัวเองเห็นนั้น ชายหนุ่มก็เห็นเหตุการณ์ที่ผิดปรกติในด้านนอก...ดวงดาววิ่งขาแทบขวิดพลางกระซิบรายงานประธานบริษัทของตัวเองหน้าเคร่งเครียดก่อนจะยื่นแทปเล็ตในมือให้อีกฝ่ายดู

หลุยส์ก้มลงเปิดมือถือพลางเช็คข้อมูลในอินเตอร์เน็ตทันที และแทบไม่ทันต้องเสิร์ชข้อมูลด้วยซ้ำ ข่าวเรื่องเหล็กของเขาก็แพร่ไปเต็มโลกออนไลน์ไปหมด!

“เหล็กย้อมแมว!...กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากแดนผู้ดีขนเหล็กไม่ได้มาตรฐานจับมือกับเอกกุลวัสดุก่อสร้างหลอกขายคนไทย!

หลุยส์เดินไปหาพันธมิตรคนใหม่ของเขาทันทีพลางเอ่ยถามเสียงเคร่งเครียด

“นี่มันอะไรกันคุณเอก...ทำไมผมถึงโดนเล่นข่าวโจมตีตั้งแต่ยังไม่ทันได้แถลงข่าวเซ็นสัญญาเลยด้วยซ้ำ”

“ผมเองก็กำลังเช็คต้นตออยู่เหมือนกันครับว่ามาจากไหน...คุณหลุยส์ใจเย็นก่อนนะครับ”

เอกกุลพยายามรอมชอม หากหลุยส์นั้นไม่ใจเย็นด้วยพลางเอ่ยถามอีกฝ่ายเสียงเข้ม

“คุณมีศัตรูที่ไหนที่จ้องเล่นงานคุณอยู่หรือเปล่า...บอกผมมาตรงๆดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลาตามหาต้นตอ”

เอกกุลยังคงนิ่งเงียบอย่างลำบากใจและไม่กล้าเอ่ยความจริงว่าตัวเองวางแผนดึงหลุยส์เข้ามาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว...

“คุณเอก!...คุณกำลังจะทำให้ทุกอย่างพังถ้าคุณมัวแต่นิ่งเงียบ...หรือคุณต้องการให้คำว่า พันธมิตร ของเรามันพังตั้งแต่ยังไม่ได้จรดปากกาทำสัญญาความร่วมมือกัน

หลุยส์กระชากเสียงถามอย่างหงุดหงิด เอกกุลจึงต้องจำใจเอ่ยบอกเรื่องส่วนตัวของตัวเองออกไปให้ชายหนุ่มฟัง

“ผมไม่เคยมีศัตรูที่ไหน จะมีก็แต่คนที่เคยเป็นพันธมิตรที่ดีของผม... กวินวัธน์ ประธานบริษัทวัฒน์พิภพ”

หลุยส์หันมามองหน้าคนพูดอย่างคาดไม่ถึง...กวินวัธน์อย่างนั้นเหรอ...

“สงสัยงานนี้คงไม่ใช่ศัตรูคุณ...แต่คงเป็นศัตรูของผมเต็มๆ”

หลุยส์แค่นหัวเราะในขณะที่ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นอย่างโกรธจัด...พวกมันรู้จักคนอย่าง หลุยส์ โอลเชสเตอร์น้อยไป!

……………………………………………………………………………………………………………………..

หลุยส์เลี่ยงออกมากดโทรศัพท์หาคนของตน พลางเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษเสียงห้วนจัด

“ไมเคิล...พวกมันขนกันมานานหรือยัง...”

“ประมาณชั่วโมงหนึ่งครับ...”

“จ่ายเงินให้พวกมันสองเท่า ขนกลับไปที่เดิมที่พวกมันขนมา ฉันเดาว่าเป็นไซต์งานโครงการก่อสร้างของพวกมัน...ตามไปดูด้วยว่าพวกมันต้องเอาไปส่งให้ถึงที่! และถ้าเป็นโครงการของบริษัทวัฒน์พิภพ ไม่ว่าแกจะต้องจ่ายค่าจ้างพวกมันด้วยเงินหรือลูกปืน..พวกมันก็ต้องขนเหล็กกลับไป!

หลุยส์กดตัดสายหลังจากที่สั่งลูกน้องตัวเองเสร็จ ก่อนจะเดินเข้าไปจัดการเอกกุลที่ยังคงวุ่นวายเพราะเริ่มมีนักข่าวหลายคนที่รู้เรื่องและทยอยมาที่งานแถลงข่าวก่อนเวลาแล้ว

“คุณเอก...ผมขอดูสัญญาเก่าๆที่คุณเคยซื้อขายกับกวินวัธน์หน่อยได้ไหม”

“ผมเกรงว่าจะไม่ได้...อย่างน้อยคุณวินก็เคยเป็นลูกค้าวีไอพีของเรา บางเรื่องเราก็ต้องเก็บเป็นความลับ”

หลุยส์แทบจะเบิ่งตาจ้องเอกกุลราวกับไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน พลางเอ่ยกับอีกฝ่ายราวกับกำลังคุยกับบาทหลวงก็ไม่ปาน

“ถ้าอย่างนั้นผมรบกวนคุณเอกบอกสักนิดว่า คำสั่งซื้อล่าสุดของคุณลูกค้าวีไอพีที่แสนดีของคุณสั่งเหล็กเข้าไปในโครงการไหน  คงจะไม่ใช่ความลับเกินไปหรอกมั้งครับ”

“โครงการคอนโดซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ที่แยกอโศกครับ”

“ก็แค่นี้แหละ...ขอบคุณ!

หลุยส์กระแทกเสียงใส่พลางหยิบมือถือขึ้นโทรศัพท์แล้วเดินห่างออกไป ทิ้งให้เอกกุลรับหน้ากับนักข่าวต่อเพียงลำพัง

...........................................................................................

  กวินวัธน์ขมวดคิ้วมองสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์ลับเฉพาะอย่างแปลกใจ เขาเคยห้ามลูกน้องให้โทรเข้าถ้าหากไม่มีเรื่องจำเป็นจริงๆ หรือว่าอีกฝ่ายจะตัดสินใจสู้....ชายหนุ่มตัดสินใจกดรับสายและเงียบรอปล่อยให้อีกฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน

“แกเล่นผิดคนแล้วล่ะคุณพี่เขย...ดูไลฟ์สดงานแถลงข่าวหน่อยเป็นไง”

กวินวัธน์ลุกขึ้นพรวดในขณะที่มือยังถือโทรศัพท์ติดหูไว้พลางเดินไปเปิดทีวีช่องเศรษฐกิจที่กำลังถ่ายทอดงานแถลงข่าวเซ็นสัญญาความร่วมมือกับข้ามทวีปของผู้ประกอบการไทยและอังกฤษ

“อันที่จริงเราร่วมงานกับกลุ่มทุนโอลเชสเตอร์มาสักระยะแล้วครับ และด้วยความเป็นมืออาชีพและคุณภาพสินค้าของเราทำให้โอลเชสเตอร์กรุ๊ปไว้ใจและอยากเป็นพันธมิตรกับเราในระยะยาว นั่นจึงทำให้เราตัดสินใจทำสัญญาเป็นพันธมิตรกันอย่างแน่นแฟ้นในวันนี้ครับ”

เสียงของเอกกุลเอ่ยด้วยสีหน้าที่พยายามปั้นยิ้มให้ปรกติอย่างที่สุด ในขณะที่นักข่าวยังคงถามอย่างต่อเนื่อง

“แต่ตอนนี้มีข่าวว่าเหล็กที่คุณเอกกุลนำเข้ามาขายจากอังกฤษเป็นเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน เรื่องนี้จริงเท็จอย่างไรคะ”

“เป็นไปไม่ได้ครับ...เหล็กล็อตนั้นเราสั่งเข้ามาเป็นเหล็กเกรดพิเศษสำหรับใช้ในงานก่อสร้างคอนโดมิเนียมซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ของบริษัท วัฒน์พิภพ ถ้าหากว่านักข่าวอยากจะพิสูจน์ผมจะขอเชิญทุกท่านในที่นี้พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญไปตรวจสอบคุณภาพเหล็กที่โครงการก่อสร้างด้วยกันเลย เริ่มจากโกดังของผมก่อนก็ได้ครับผมเตรียมรถเอาไว้อำนวยความสะดวกทุกคนแล้ว”

เอกกุลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพตามสไตล์ของตัวเองทำให้นักข่าวหลายคนเริ่มอยากจะไปตามคำเชิญชวนของเอกกุล ทว่างานแถลงข่าวในครั้งนี้ยังต้องรอการเซ็นสัญญาออกสื่อตามธรรมเนียมก่อน ดังนั้นรายการท้าพิสูจน์จึงต้องถูกจัดเอาไว้เป็นลำดับสุดท้าย..

“จะไม่ถามฉันหน่อยหรือว่าตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน...”

เสียงหลุยส์ยังคงดังมาตามสาย หากกวินวัธน์ขบกรามแน่น...ก็มันเอาโทรศัพท์ลูกน้องเขาโทรมา มันคงอยู่ที่อังกฤษมั้ง?

“แกจะเอายังไง...”

กวินวัธน์กัดฟันถาม...ในขณะที่เดินกลับไปยังโต๊ะทำงาน พลางส่งอีเมล์ไปหาวิศวกรผู้ควบคุมโครงการก่อสร้างซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่...งานนี้ไม่ว่าจะต้องใช้คนเท่าไหร่ เหล็กพิเศษล็อตนั้นต้องหายไปจากไซต์งานก่อสร้างให้เร็วที่สุด!

“อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน...ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันใจร้ายกับพี่เมียก็แล้วกัน!”

 

………………………………………………………………………………………………………………………………

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น