nanaกะหอยทาก

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : STORY TOP & WAWWA 19

คำค้น : devil master รักร้ายนายปีศาจ คุณท็อป น้องวาววา วา ท็อป ขี้เก็ก ปากเสีย คู่ซึน nanaกะหอยทาก nana

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2559 02:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
STORY TOP & WAWWA 19
แบบอักษร

 

#

 

STORY TOP & WAWWA 19

 

 

 

“ขอโทษๆ สัญญาพี่จะระวังตัวมากกว่านี้พี่จะไม่ให้ผู้หญิงคนไหนเข้าห้องอีกแล้ว ขอโทษนะ” เขาบอกเสียงอ้อนๆ

“ไม่!

“พี่ต้องทำยังไงเราถึงจะยกโทษให้พี่”

“ถ้าบอกแล้วจะทำจริงๆหรือเปล่า”

“ทำ! ถ้าพี่ทำแล้วเราจะหายโกรธพี่”

“หึ ห้ามเจอกันห้ามทักห้ามคุยห้ามติดต่อ ทำได้ไหม” พอบอกเขาฉันก็พยายามขืนตัวออกห่างจากเขาแต่เขากลับกอดฉันแน่นขึ้น

“ขอเจอหน้าได้ไหมแบบเรากลับมาอยู่กับพี่ พี่สัญญาเลยพี่จะไม่ทำให้เรารำคาญใจเลย นะวานะ” เขาลุกนั่งฉันเลยถือโอกาสดิ้นออกจากวงแขนเขาทันที เขาทำหน้าขัดใจแต่ก็ไม่ตื้อกลับมากอด

“ได้ แต่พี่ต้องนอนข้างนอกห้าจับมือห้ามจูบห้ามกอด”

“โอเคๆ พี่ยอม สวนเราเข้าไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวพี่ทำอะไรให้กิน” เขาลุกขึ้นยืนมือก็ถอดเสื้อออกจนท่อนบนเปล่าเปลือย

“อยากกินอะไรไหม” เขาถามอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม ชิ ฉันไม่ได้อยากจะมองหุ่นแซบๆของเขานักหรอกไม่อยากดูเล้ย

“อยากกินกะเพราะทะเล แกงจืดเต้าหูหมูสับ ไข่เจียวหมูสับ อ่า กินผัดเห็ด...”

 

“หิวแล้วๆๆๆ” ฉันตะโกนบอกคนที่อยู่ในครัว หิวมากจริงๆนะไม่ได้อยากจะแกล้งเขาเลย พอเดินเข้ามาในครัวพี่   ท็อปก็วางจานข้าวลงบนโต๊ะ ฉันเดินไปเปิดตูเย็นหยิบน้ำดื่มออกมาเทให้ตัวเองและเขา

“กินเลยได้ไหม” ฉันเงยหน้าถามคนทำอาหารอย่างงเกรงใจ ก็เขาเป็นคนทำนี่นาก็ต้องมีเกรงใจกันบ้างสิ พี่พยักหน้าก่อนจะเดินอ้อมมาฝั่งฉัน นิ้วร้อนของเขาแตะลงบนซอกคอฉันเบาๆก่อนจะเกี่ยวเส้นผมไปรวมกันแล้วเขาก็จัดการรัดผมให้อย่างเบามือ

“อร่อยไหม”

เขานั่งลงฝั่งตรงข้ามถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น รอยยิ้มที่เขามอบให้ฉันพยักหน้าก่อนจะตักอาหารเข้าปากไปเรื่อยๆ พี่ท็อปคอยตักอาหารมาใส่จานให้ อ๊า อิ่มมากจริงๆทำไมเขาทำอาหารอร่อยแบบนี้นะ มีหวังน้ำหนักขึ้นแน่เลย ระหว่างที่พี่ท็อปเก็บจานแล้วจะล้างฉันอาสาช่วยเขาก็บอกว่าไม่เป็นไร ฉันเลยนั่งทานขนมเฝ้าเขาล้างจานแบบนี้ไงล่ะ

“ทำไมกินเยอะจัง ไม่กลัวอ้วนหรือไง”

“ทำไม? จะเลิกแล้วไปหาคนกินน้อยๆก็ได้นะ”

“ชวนทะเลาะอีกแล้ว เพิ่งรู้ว่าเราก็ขี้หึงเหมือนกันนะเนี่ย”

“ใครหึงพูดให้มันดีๆนะ”

เขาเดินหนีเข้าไปในห้องนอนยิ้มๆ ฉันเลิกสนใจเขาก่อนจะนั่งกินเค้กที่อยู่ตรงหน้าจนหมด จะว่าไปช่วงนี้ฉันก็รู้สึกแปลกๆนะเหมือนจะกินเก่งมาขึ้นด้วยแต่ช่างเถอะ ฉันก็กินเก่งแบบนี้อยู่แล้วนี่นา พอๆไปนอนดีกว่า

“พี่ขอนอนด้วยไม่ได้เหรอเตียงมันกว้างนะ นอนคนเดียวไม่เหงาเหรอ”

“ได้นอนสิ เดี๋ยวฉันกลับไปนอนบ้านก็ได้ไม่มีปัญหา”

“โอเคๆพี่ยอมแล้ววา มานอนได้แล้ว” เขาลุกออกจากโซฟาแต่ยังไม่ยอมเดินออกจากห้องนอน ฉันมองเขาเป็นเชิงถาม เขาทำอะไรอยู่ทำไมไม่เดินออกไป

“ไปแล้วๆ ห้ามแอบออกจากห้องนะ”

“ไปได้แล้วจะนอน”

ฉันก้าวขึ้นเตียงตวัดผ้าห่มคลุมร่างไว้ กลิ่นกายอ่อนๆของเจ้าของห้องยังติดเตียงอยู่ ฉันหลับไปอย่างง่าย อาจจะเพราะช่วงนี้รู้สึกเพลียๆเลยเหนื่อยง่ายล่ะมั้ง อีกอย่างช่วงนี้ฉันกินเก่งขึ้นมากเลยล่ะขนาดยัยสายังตกใจจากที่ฉันกินเก่งอยู่แล้วทุกวันนี้ยังเก่งกว่าเดิมอีก อีกอย่างนะฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างในเกิดขึ้นกับฉันแต่ก็ยังไม่แน่ใจ

“พี่ขอนอนตรงนี้ไหมวา”

“หือ?”

ฉันตะแคงตัวไปมองคนที่นั่งพับเพียบบนพื้นมองฉันสายตาออดอ้อน ให้ตายสิอ้อนแบบนี้ใจฉันก็ยิ่งเต้นแรงกว่าเดิมแล้วแบบนี้ฉันจะทนใจแข็งได้นานแค่ไหนกันเชียว

“พี่นอนไม่หลับ ให้พี่นอนตรงนี้ได้ไหมพี่จะนอนเงียบๆไม่รบกวนวาเลยนะ”

พอเห็นหน้าตาอ้อนๆของเขาทำเอาฉันใจอ่อนยวบทันที ฉันพยักหน้าให้ก่อนจะตะแคงหันหลังให้เขา เขาขอปูผ้าห่มนอนที่พื้นข้างๆเตียงนี่แหละ ฉันหลับไปอย่างง่ายดายรู้สึกตัวอีกทีก็เช้าแล้ว ฉันลงจากเตียงนอนแล้วเข้าไปอาบน้ำพอออกมาก็เจอเจ้าของห้องกำลังจัดโต๊ะอาหารให้อยู่

“กินข้าวก่อนวา เดี๋ยวพี่ไปอาบน้ำก่อน”

เขาเดินมาใกล้ก่อนจะดึงมือฉันให้เดินไปนั่งเขาจูบลงที่ริมฝีปากฉันอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งเข้าไปในห้อง ฉันได้แต่นั่งด่าเขาอยู่แบบนั้น พอกำลังจะตักอาหารก็ต้องชะงักเพราะอาหารมีกลิ่นแปลกๆแถมยังรู้สึกขมคออีกครั้ง ฉันเลยเลี่ยงไปเปิดตู้เย็นหาน้ำผลไม้มาดื่ม

“ทำไมไม่กินข้าววา”

“กลิ่นมันแปลกๆน่ะเลยไม่กิน” ฉันบอกเขาตามตรงเพราะรู้สึกเหนื่อยที่จะต้องมาเถียงหรือทะเลาะอะไรกับเขา

“หือ? กลิ่นเหรอมันก็ปกตินะ เราไม่สบายหรือเปล่า” เขาก้มลงไปดมกลิ่นอาหารก่อนจะบอกว่าอาหารไม่ได้เสียแต่อย่างใด

“กินนมแทนนะ เดี๋ยวสิบเอ็ดโมงจะเข้าไปรับไปทานข้าวด้วยกัน” เขาบอกพรางเดินเข้ามายืนใกล้ๆฉันทีอยู่หน้าตู้เย็น เขาเทนมใส่แก้วก่อนจะยื่นมาให้ฉัน ฉันรับมาอย่างไม่เกี่ยงงอนแต่พอยกขึ้นจรดริมฝีปากฉันก็วางแก้วนมลงบนโต๊ะก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ

“วา! วาเป็นอะไรหรือเปล่าเปิดประตูให้พี่หน่อย วาววา!” เสียงทุบประตูห้องพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกที่ดังมาจากข้างนอกยิ่งทำให้ฉันหงุดหงิด ไม่รู้ทำไมพอได้ยินเสียงเขาฉันถึงได้หงุดหงิดมากขนาดนี้

“เป็นอะไรหรือเปล่า ไปหาหมอไหม” พอเปิดประตูออกมาเขาก็ร้อนรนถาม แต่ฉันผลักเขาออกก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าตัวเองขึ้นมาแทน

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไปเองได้”

ฉันพูดแค่นั้นก่อนจะเดินออกจากห้องทันที ฉันนั่งแท็กซี่เข้าสตูดิโองาน พอมาถึงยัยสาก็ดึงมือฉันไปนั่งคุยกันที่ห้องทำงานมันทันที พอนั่งได้สักพักมันก็เอาแต่นั่งจ้องหน้าฉันไม่ยอมพูดอะไร มันจะมาหาสิวฉันหรือไงทำไมต้องจ้องขนาดนั้น

“สา แกจะจ้องฉันทำไมเนี่ย” เมื่อทนไม่ได้ก็ต้องถามเพื่อนออกไปแต่มันยังนิ่งจ้องฉันอยู่แบบนั้น

“แกท้องหรือเปล่า”

คำถามที่ได้ยินทำเอาฉันช็อกแล้วนิ่งไปเลยล่ะ ยอมรับว่าตกใจจริงๆที่สาถามแบบนั้นเพราะฉันก็กังวลอยู่เหมือนกันแต่เพราะมันเหมือนมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปแต่เพราะความที่ยังไม่มั่นใจฉันเลยเงียบและรอประจำเดือนมาซึ่งมันก็เคลื่อนมาเกือบสองสัปดาห์แล้วด้วย

“ฉันกับแม่สังเกตแกตั้งแต่แกเข้ามาทำงานแล้วนะเว้ย มันเหมือนคนท้องมากจริงๆนะ”

ฉันเป็นแบบนี้เกือบสองเดือนกว่าๆแล้วสินะ ไม่หรอกฉันจะท้องได้ไงไม่มีทาง

“ฉันก็ไม่รู้สา ฉันไม่รู้ว่าท้องหรือเปล่า”

“งั้นเย็นนี้เราไปตรวจกัน”

“อือ ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันไปทำงานก่อนนะ”

ฉันเดินเหม่อๆกลับที่ทำหน้า ฉันนั่งดูเอกสารได้ไม่นานก็เวียนหัวจนเริ่มนั่งไม่ไหวเลยตัดสินใจเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วหลับตา นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันเนี่ยทำไมถึงได้มีอาการเหมือนคนไม่สบายเลยล่ะ

“วาเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมหน้าซีดๆ” เสียงพี่ที่แผนกถามขึ้นมา ฉันอยากจะลืมตาตอบเธอนะแต่ตอนนี้ไม่ไหวจริงๆ ฉันหลับตาแน่นก่อนจะเค้นเสียงตอบใครอีกคนอย่างยากลำบากเพราะรู้สึกขมขอจนอยากจะอาเจียนออกมา

“ลางานไหม เดี๋ยวพี่บอกคุณสาให้”

“บอกอะไรสาคะ” เสียงยัยสาดังขึ้นใกล้ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงมันอุทานตกอกตกใจ

“วาไปหาหมอกันเร็ว ทำไมแกเป็นแบบนี้ได้ล่ะ” ยัยสาโวยวายลั่นแต่ฉันพยายามลืมตาแล้วมองเพื่อนมือก็ดึงแขนมันให้มันหยุดโวยวาย

“ใจเย็นๆสิ ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”

“เอามือถือมาฉันจะโทรให้พี่ท็อปมารับแกกลับ”

“ไม่นะสา! เขายุ่งอยู่ไม่ต้องโทรเดี๋ยวฉันกลับเอง”

บ้าจริง! ทำไมฉันถึงได้รู้สึกน้อยใจเขาแบบนี้นะ ก็รู้ว่าเขาทำงานแต่ก็ไม่รู้อีกนั่นแหละว่าเขาจะไปเจอผู้หญิงคนอื่นอีกหรือเปล่า ฉันลุกนั่งก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้ตามเดิมเพราะอาการเวียนหัวเริ่มหนักขึ้น เสียงสาถอนหายใจก่อนที่จะไม่ได้ยินเสียงยัยสาอีกเลย ฉันนั่งพิงเบาะหลับตาอยู่แบบนั้นอาการก็ยังไม่มีวี่แววจะดีขึ้นเลย เสียงคนคุยกันดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆก่อนที่จะรู้สึกเหมือนมีมือใครสักคนอังที่หน้าผากฉัน

“ไม่สบายทำไมไม่บอก”

เสียงดุๆที่คุ้นเคยดังขึ้นฉันฝืนลืมตาเพื่อมองดูก็เห็นว่าเป็นเขาจริงๆด้วย เขามองฉันด้วยสายตาตำหนิใกล้ๆกันนั้นยังมีสารวมถึงแม่สมรด้วย ฉันพยุงตัวนั่งตรงๆแต่ด้วยยังมีอาการวิงเวียนเลยทำท่าจะล้มพี่ท็อปเข้ามาดึงฉันเข้าไปซบเขาไว้มือก็คว้ากระเป๋าฉันไปถืออย่างไม่มีคำว่าอายกับสายตาของคนที่มองมา

“ผลเป็นยังไงโทรบอกฉันด้วยนะ” สากระซิบพร้อมรอยยิ้มตื่นเต้น

“ผมพากลับเลยนะครับ”

“ได้ค่ะ”

เสียงแม่สมรดังขึ้นพี่ท็อปก็พยุงฉันให้ยืนชิดกับเขาก่อนจะค่อยๆพยุงออกจากที่ทำงานโดยมีสายตาอยากรู้ของคนรอบๆข้าง

“ไปหาหมอก่อนนะแล้วค่อยเข้าบริษัทกับพี่ พี่ต้องเข้าไปเซ็นเอกสารนิดหน่อย” หลังจากออกรถมาได้สักพักพี่ท็อปก็พูดขาดการพูดอยู่คนเดียว ฉันถูกพาตัวมาที่โรงพยาบาลเอกชนเอกหนึ่งเขาพาฉันเดินเข้าไปข้างในก่อนจะจะมีหล่อคนหนึ่งเดินยิ้มๆมาทางเราก่อนจะเดินนำไปที่ห้องตรวจ คือ? ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ

“เดี๋ยวฉันให้พยาบาลพาเมียนายไปตรวจแล้วกัน”

ฉันยังไม่ทันได้แย้งว่าไม่ใช่เมียพี่ท็อป พยาบาลหน้าโหดก็เดินเข้ามาในห้อง พยาบาลวัยสี่สิบเห็นจะได้นะแต่เธอหน้านิ่งมากจนฉันเผลเบียดตัวเข้าหาพี่ท็อปที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยความกลัว แต่เขาแค่หัวเราะเบาๆก่อนจะยกมือขึ้นลูบผมฉันเบาๆ

“เชิญค่ะ”

แง!! ทำไม่เธอต้องดุฉันด้วย นอกจากจะทำอะไรไม่ได้แล้วฉันยังต้องเดินตามเธอออกไปข้างนอกเพื่อตรวจร่างกายแต่แอบแปลกใจนิดหน่อยตอนที่เธอเจาะเลือดฉันไปตรวจ ฉันเดินกลับเข้าไปหาพี่ท็อปด้วยอาการงงๆ แต่เขายังนั่งคุยกับคุณหมออยู่ฉันเลยไม่กล้าเดินเข้าไปแต่เหมือนคุณหมอจะมองเห็นฉันเลยหันไปบอกพี่ท็อปว่าฉันกลับมาแล้ว เขายิ้มกว้างก่อนจะลุกขึ้นมาจูงมือฉันให้เดินไปนั่ง

“วานี่ ไอ้หมอผีเพื่อนพี่”

“สัส! อย่าไปฟังมันวา พี่ชื่อพี

“เอ่อ สวัสดีค่ะหมอพี” ฉันยกมือไหว้คุณหมออย่างตกใจ พวกเขาเป็นเพื่อนกันหรอกเหรอเนี่ย มิน่าล่ะถึงเข้าห้องตรวจได้ง่ายแบบนี้

“เรียกพี่ว่าพี่พีก็ได้นะ คนกันเอง”

“ค่ะ”

“ไอ้หมอผี มึงอย่ามาเต๊าะเมียกู”

พี่ท็อปโวยลั่นดึงฉันเข้าไปกอดไว้แน่น แต่พอได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆของเขาฉันก็ยกมือผลักเขาออกทันที เขาทำหน้าเสียมองฉันอย่างไม่เข้าใจ อย่าว่าแต่เขาไม่เข้าใจเลยฉันเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

“ก็มันเหม็นนี่”

ฉันบอกเขาเสียงอุบอิบพี่ท็อปยังทำหน้าไม่เข้าใจมีเพียงคุณหมอพีที่นั่งหัวเราะอยู่

“ไม่เหม็นนะ”

“นี่!                                                  

“ผลตรวจได้แล้วค่ะ” เสียงพยาบาลคนเดิมดังมาจากหน้าประตู ใจฉันเต้นแรงและเร็วมาก ช่องท้องบิดมวนไปหมด ฉันกลัวสิ่งที่ฉันคิดกลัวว่ามันจะเป็นจริง

“พี่ท็อป”

“ครับ ว่าไง” เขาหันมามองหน้าฉัน

“หิวน้ำ ไปซื้อให้หน่อยสิ”

“ไอ้หมอเอาน้ำมาให้เมียกูกินหน่อย” พี่ท็อปหันไปบอกพี่หมอพี

“ไปซื้อให้แค่นี้ไม่ได้เหรอ” ฉันเริ่มใช้น้ำตามาขู่เขา และมันก็ได้ผลเมื่อเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปกำชับกับคุณหมอว่าอย่างเพิ่งอ่านผลตรวจต้องรอเขากลับมาก่อนถึงจะอ่านได้ หลังจากเขาออกจากห้องไปและประตูถูกปิดลงฉันถึงได้หันกลับมามองคุณหมออย่างขอความเห็นใจ ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆฉันยังไม่พร้อมที่จะให้เรารู้

“ผลตรวจเป็นยังไงบ้างคะ”

“เอ่อ พี่ว่ารอไอ้ท็อปมันก่อนเถอะ” พี่หมอพีทำหน้าลำบากใจ

“วาขอร้องค่ะพี่พี ได้โปรด”

“เอ่อ เฮ้อ ก็ได้ครับ...” พี่พีเปิดผลตรวจพรางกวาดสายตามองไปทั่วเอกสารก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองฉันด้วยแววตาราบเรียบความผิดหวังปรากฏบนใบหน้าคุณหมอชัดเจน จนฉันแอบรู้สึกใจแป้ว

“เราไม่ได้...”

 

“...”

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/18.gifมาแล้วๆๆๆ มาช้าไปนิดนึง(?) เอ่อ ไม่นิดแล้วล่ะค่ะเนอะ อิอิ แต่มาแล้วนะ เรื่องนี้ไม่เน้ดราม่าบอกเลยค่ะ เค้าแต่งดราม่าไม่ได้จริงๆแต่งเองร้องไห้เองค่ะ ซิกๆ พอค่ะพอ เอาเป็นว่ามาแล้วนะคะ ยังไงก็ฝากเม้นด้วยนะคะ ถ้าเม้นเยอะตอนต่อไปจะมาเร็วนะคะ

ปล.มีคำผิดเยอะต้องขออภัยด้วยนะคะ

ปล.หนังสือ LOVE SICK & SWEET LOVE ยังสามารถสั่งหนังสือกับเค้าได้นะคะ ตอนนี้มียอดคงเหลือ 13 เล่ม ยังไงก็สอบถามได้นะคะ

ปล. นิยายเรื่อง LOVE SICK & SWEET LOVE มีแบบ ebook แล้วนะคะ สามารถสอบถามหรือขอลิงค์รายละเอียดนิยายได้ที่แฟนเพจ nanaกะหอยทาก ค่ะ ebook  มีทั้งของ meb และ ebook นะคะ สงสัยหรือข้องใจสอบถามได้ค่า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น