nanaกะหอยทาก

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : STORY TOP & WAWWA 18

คำค้น : devil master รักร้ายนายปีศาจ คุณท็อป น้องวาววา วา ท็อป ขี้เก็ก ปากเสีย คู่ซึน nanaกะหอยทาก nana

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2559 12:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
STORY TOP & WAWWA 18
แบบอักษร

 

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/129216/1025319085-member.jpg

 

STORY TOP & WAWWA 18

 

“เชิญคุณสนุกต่อเถอะนะคะ ขอโทษที่มาขัดจังหวะ...”

“วาพี่ขอโทษ ได้โปรดอย่าทำแบบนี้กับพี่” ฉันยิ้มให้เขา พอคนตรงหน้าเห็นฉันยิ้มเขาก็ยิ้มตอบกลับมาอย่างดีใจ ก่อนจะหุบยิ้มลงพร้อมกับพุ่งเข้ามากอดฉันไว้แน่นเมื่อฉันเอ่ยประโยคนั้นออกมา

“โชคดีค่ะ”

“ไม่วา ไม่พี่ขอโทษพี่ขอโอกาสได้ไหมวา วาววา!

เขาตะโกนลั่นเมื่อฉันดิ้นจนหลุดออกจากอ้อมกอดของเขา ฉันถอดแหวนที่นิ้วก่อนจะปล่อยให้มันล่วงลงตรงหน้าเขาแล้วเดินออกมาทันที จบแล้วสินะนิทานเจ้าหญิง ฉันเดินออกจากที่นั่นเร็วๆแล้วเรียกแท็กซี่ไปที่สตูดิโอของแม่ยัยสาทันที พอขึ้นแท็กซี่มาได้น้ำตาฉันก็ไหลลงมาเงียบๆฉันไม่มีแรงแม้กระทั่งจะยกมือเช็ดน้ำตามันทั้งเหนื่อยและท้อไปพร้อมๆกัน อาจจะมีแค่ฉันที่คิดว่าเขาจริงจังจนเผลอจริงจังกับเขาไปแบบไม่รู้ตัว แต่แล้วก็เพิ่งจะเข้าไปว่าเขาแค่สนุกกับของเล่นชิ้นใหม่

“วา! ทำไมร้องไห้แบบนั้น”

แม่สมรเดินเข้ามากอดฉันไว้เมื่อฉันยกมือเช็ดน้ำตาระหว่างเดินเข้าไปในสตูดิโอ แม่สมรคือแม่ยัยสาน่ะ ท่านกอดฉันแน่พรางปลอบฉันพอฉันอาการดีขึ้นแม่ถึงได้พาฉันเข้าไปในสตูดิโอ

“มีเองเครียดอะไรบอกแม่ได้นะลูก”

“ขอบคุณค่ะแม่”

“เอาแบบนี้นะ หลังจากทำงานเสร็จเราค่อยมาคุยกัน”

“ค่ะ”

ฉันถูกจับแต่งตัวแต่งหน้าลบรอยจูบที่เขาทำเมื่อคืน หึหึ น่าสมเพชจังเมื่อคืนยอมเขาแต่วันนี้เห็นเขากำลังจะมีอะไรกับคนอื่น พอๆวาววาอย่าไปคิดถึงคนแบบนั้นผู้ชายที่เห็นความรู้สึกคนอื่นเป็นเพียงของเล่น ชุดเดรสเซ็กซี่ถูกสวมลงบนร่างฉัน การทำงานผ่านไปอย่างเรียบง่ายและไม่มีปัญหา ถึงแม้จะเคยถ่ายหรือโพสท่าเซ็กซี่ครั้งแรกฉันก็ยังได้รับคำชมจากพี่ๆช่างภาพพี่ๆทีมงาน ตอนนี้เกือบหนึ่งทุ่มแล้วล่ะทำงานตั้งแต่บ่ายสองจนถึงตอนนี้ร่างกายฉันก็เพลียมากเลยล่ะ

“แม่คะ ที่บริษัทแม่พอจะมีงานให้วาทำไหมคะ”

“งั้นหนูไปช่วยงานแม่ที่บริษัทก็ได้นะ เริ่มวันไหนดีลูก”

“มะรืนได้ไหมคะ หนูต้องเข้ามหาลัยก่อนค่ะ”

“ได้ลูก ถ้ามีอะไรบอกแม่ได้เลยนะ หนูก็เหมือนลูกแม่อีกคน”

“ขอบคุณค่ะแม่”

“จ้า แม่ไปก่อนนะ”

“สวัสดีค่ะแม่”

“จ้า”

 

ฉันกลับถึงบ้านเกือบๆสี่ทุ่มเพราะรถติดและฝนตก ฉันกลับมาบ้านในรอบหลายเดือนทุกอย่างในบ้านยังเหมือนเดิมปกติ กว่าจะวิ่งผ่านเข้ามาถึงบ้านร่างฉันก็เปียกปอนไปหมด ฉันเปิดประตูบ้านแล้วรีบเข้าไปอาบน้ำเพราะกลัวจะเป็นหวัด ฉันปิดมือถือจนไม่รู้ว่ามีใครติดต่อมาบ้างแต่คงไม่มีใครติดต่อมาหรอก ถ้าเป็นสาคงโทรเข้ามาเบอร์บ้านแล้วล่ะ

ทั้งคืนฉันเอาแต่นอนร้องไห้เงียบๆไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้น มันหน่วงไปหมดทั้งใจฉันไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหนรู้สึกตัวอีกทีก็เกือบเที่ยงฉันอาบน้ำแต่งตัวเข้ามหาลัยพอแจ้งว่ามีที่ทำงานแล้วฉันก็กลับบ้านทันทีระหว่างทางกลับฉันแวะซื้อของเข้าบ้านด้วยเพราะไม่ได้อยู่นานเลยต้องทำความสะอาดกันยกใหญ่ แต่ไม่รู้ว่าระแวงอะไรเกินไปหรือเปล่าเพราะฉันรู้สึกเหมือนมีคนตามตลอดเวลา

ฉันเปิดถือแล้วก่อนจะเช็คว่ามีเพื่อนส่งข้อความมาหรือเปล่า แล้วก็มีจริงๆมีทั้งเพื่อนทั้งคุณน้าทั้งพี่แววพี่นพรวมถึงเขาด้วย ฉันเลือกที่จะอ่านข้อความเพื่อนแล้วตอบกลับไปจากนั้นก็อ่านข้อความคุณน้าส่วนของคนอื่นๆฉันเลือกที่จะไม่เปิดอ่านเพื่อความสบายใจ แต่ไม่คิดว่าจะมีคนโทรเข้ามาตอนนี้ แต่ฉันก็ต้องสบถด่าตัวเองเพราะมือเผลอกดรับสาย

“ค ค่ะ” น้ำเสียงฉันฟังดูแหบแห้งจริงๆ แต่ปลายสายยังเงียบไม่พูดอะไรออกมา

“ได้ยินไหมคะ ฮัลโหลๆ”

“...”

“ถ้าไม่พูดจะวางนะคะ”

“...”

พอฉันกำลังจะวางสาย ก็ต้องชาไปทั้งร่างกับคำพูดที่ปลายสายเอ่ยออกมา

(พี่คิดถึงเรา ฮึกพี่คิดถึงเรากลับมาหาพี่ได้ไหม)

“...”

(วาววา ไหนบอกจะอยู่ข้างพี่ไง)

“มันจบแล้วล่ะ ในเมื่อคุณก็ไม่ได้จริงจังอะไรกับฉันก็...”

(รู้ได้ไงว่าพี่ไม่จริงจัง ถ้าไม่จริงจังพี่จะซื้อแหวนให้ใส่ไหมพี่จะพาไปเจอพ่อแม่ไหม ฮึกพี่จะพาเราเข้าห้องไหม พี่ขอโอกาสได้ไหมวา) ปลายสายเสียงสั่นแหบแห้งไปหมด

“เลือกที่จะทำไปแล้ว จะขอโอกาสทำไมล่ะให้ไปแล้วไง”

(วา...)

“ให้โอกาสคุณไปหาคนที่ใช่กับคุณมากกว่าฉัน”

 

“น้องวาเห็นปกหรือยังคะสวยมากเลยนะ”

พี่ที่แผนกยื่นหนังสือนิตยสารมาให้ฉัน ฉันรับมาเปิดดูก็แอบยิ้มกับรูปตัวเองไม่รู้คนอื่นมองมันยังไงแต่ฉันดีใจนะที่รูปที่ถ่ายออกมาสวยมากขนาดนี้ ฉันทำงานที่นี่เกือบสองเดือนแล้วล่ะพี่ๆที่นี่น่ารักมากเลยล่ะคอยดูแลฉันอย่างดี ส่วนคนที่โทรมาคืนนั้นก็เงียบหายไปแต่เขายังโทรมาทุกวันแต่เป็นฉันเองที่ไม่รับสายเขา พี่นพกับพี่แววส่งข้อความมาเล่าว่าในแต่ละวันบอสของพวกเขาทำอะไรบ้างแต่สิ่งที่พวกเขาบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยคือบอสพวกเขาหงุดหงิดจนไม่เป็นอันทำอะไร วันๆนั่งจ้องแต่มือถือบางทีก็ยิ้มกับมือถือแล้วร้องไห้ออกมา

“วาเป็นอะไรหรือเปล่าเห็นนั่งเหม่อๆ”

“อ่า เปล่าๆ แค่เหนื่อยอ่ะไปกันเลยไหม” ฉันตอบสาก่อนจะเก็บของใส่กระเป๋าตอนนี้เลิกงานแล้วล่ะและพวกเราก็ตกลงกันว่าจะไปทานข้าวและดูหนังด้วยกัน เราคุยกันสลับกับเล่นมือถือพอถึงห้างเราก็แวะทานข้าวกันก่อน

“สา ทำไมฉันรู้สึกเหมือนมีคนตามตลอดเลยวะ” ฉันกระซิบคุยกับสาระหว่างที่ทานข้าวไปด้วย นี่มันสองเดือนกว่าๆแล้วนะที่เป็นแบบนี้น่ะ อีกอย่างเวลาอยู่บ้านเหมือนไม่ได้มีแค่ฉันที่อยู่ในบ้านตอนนี้ชักจะกลัวๆแล้วเหมือนกันนะ

“แกคิดมากเกินไปหรือเปล่า”

“อือ ก็อาจจะใช่นะไปดูหนังกันเถอะ”

“วาแกเข้าไปก่อนเลยนะเดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อน”

“รีบมานะ”

สาวิ่งไปเข้าห้องน้ำฉันเลยเดินเข้าไปในโรงหนังพอหาที่นั่งเจอก็นั่งลงทันที ทำไมยัยสาไปเข้าห้องน้ำนานจังเลยฉันส่งไลน์ไปถามว่ายัยสาอยู่ไหนแต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ กระทั่งหนังฉายยัยเพื่อนตัวดีก็หายไปเลย มือฉันก็กดมือถือยิกๆหาเพื่อนเหมือนจะมีคนมานั่งลงข้างๆฉันเลยล่ะกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆที่คุ้นเคยทำเอาฉันใจเต้นแรงอีกครั้ง ก่อนที่มันจะเต้นจังหวะเดิมเพราะยังไงก็ไม่มีทางที่เขาจะมาอยู่ที่นี่ ยอมรับก็ได้ฉันคิดถึงเขาคิดถึงมากแต่ฉันไม่อยากเป็นยัยโง่ตัวตลกให้เขาดู

“อะไรกันเนี่ย”                                                                                                                                                                

ฉันพึมพำกับตัวเองเสียงเบาว่ามาดูหนังไม่ได้แล้วเพราะท้องเสียแถมยังยังกำชับอีกว่าต้องดูให้จบแล้วไปเล่าให้มันฟัง ฉันเลยต้องนั่งดูอยู่แบบนี้ไงล่ะ

“นี่คุณคะ ปล่อยด้วยค่ะ” ฉันหันไปบอกคนข้างๆเสียงดุเมื่อเขายื่นมือมาจับมือฉันไว้แต่พอหันไปมองฉันก็ขอบตาร้อนผ่าวเพราะคนที่นั่งข้างๆฉันตอนนี้คือเขาพี่ท็อปเขาไม่พูดอะไรแต่รั้งต้นคอฉันเข้าไปใกล้ก่อนจะกดจูบลงมาอย่างรุนแรงและรวดเร็วฉันไม่กล้าส่งเสียงดังกลัวคนอื่นที่ดูหนังจะว่าเอาแต่ฉันยกมือทั้งทุบทั้งหยิกเขาแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อเขายังบดจูบอยู่แบบนั้น ฉันร้องไห้ออกมาเมื่อหงุดหงิดตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยเมื่ออยู่กับเขา พอฉันนั่งเขาก็เปลี่ยนเป็นจูบที่นุ่มนวลมากยิ่งขึ้น เขาผละออกเล็กน้อยแต่ฉันไม่มองหน้าเขาเลยฉันหันหน้าหนีจากเขาพร้อมน้ำตา แต่เขากลับใช้มือดึงหน้าฉันให้หันกลับไปหาเขาก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมาจูบซับน้ำตาให้ เขาจูบฉันเนิ่นนานจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่

เขาผละออกแล้วจับมือฉันไว้แน่นพอจะดึงออกเขาก็จับไว้แน่นกว่าเดิมจนฉันเริ่มจะปวดตรงข้อมือ แต่ก็ยังนิ่งเพราะไม่อยากพูดกับเขา

“กลับกันเถอะ” คนข้างๆโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหูเบาๆ เขาไม่รอฟังคำตอบจากฉันแต่เขาดึงมือฉันให้เดินออกจากโรงหนังทันที สายตาหลายคู่มองเราสองคนระหว่างที่เขากำลังจูงมือฉันไปที่จอดรถ ฉันน้ำตาไหลกับการกระทำบ้าๆของเขาพอขึ้นรถมาเขาก็ออกรถทันทีและที่ๆเขาพามาคือคอนโดเขานั่นเอง

“หิวหรือเปล่า ให้พี่ทำอะไรให้ไหม”

“มีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะ” ฉันบอกเขาหลังจากที่เขาดันไหล่ให้ฉันนั่งบนโซฟาแล้วเดินเข้าไปยังห้องครัว ร่างสูงไม่ตอบอะไรแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำอะไรบางอย่าง

“เราไม่ไปทำงานกับพี่เหรอ พี่ให้คุณแววดูตำแหน่งให้แล้วนะ” เดินกลับมาพร้อมกับจานผลไม้ แต่ฉันนั่งนิ่งไม่มองหน้าเขา ร่างสูงเดินเข้ามานั่งเบียดฉันบนโซฟา พร้อมกับใช้แขนโอบรอบเอวฉันไว้ก่อนจะเอียงคอมาซบไหล่ฉัน

“ไม่จำเป็น ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ”

“เรื่องนั้นพี่ขอโทษพี่ผิดไปแล้ววา พี่ขอโอกาสจากเราได้ไหม”

“ฉันก็ให้โอกาสคุณแล้วไง คุณมีโอกาสที่จะเจอคนที่ถูกใจมากกว่าฉันดังนั้นก็เลิกยุ่งกับฉันสักที”

“ไม่! พี่จะไม่มีวันเลิกยุ่งกับเรา”

“เห็นแก่ตัวที่สุดเลย!

“พี่ยอมเป็นคนเห็นแก่ตัวถ้าเราจะอยู่ข้างๆพี่”

เขาดึงฉันเข้าไปกอดไว้แน่น ความรู้สึกชุ่มๆตรงไหล่ทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเขาร้องไห้หรือเปล่าหรือว่าเป็นเหงื่อของเขาที่หยดโดนฉัน

“ก็ในเมื่อพี่เป็นคนทำแบบนั้นเองจะมาขอโอกาสทำไม!

“ก็พี่นึกว่าเป็นเรา ยัยนั่นใช้น้ำหอมเหมือนเรา!

“ก็น่าจะลืมตาดูไหมล่ะว่าใคร ไม่ใช่ว่าอยากอยู่แล้วหรอกเหรอ!!” ฉันกับเขาเริ่มทะเลาะกันเสียงดัง น้ำตาฉันเริ่มไหลอีกครั้งเมื่อเขาพุ่งเข้ามากอดฉันแล้วลากเข้าไปในส่วนของห้องนอน เขาคลายวงแขนออกก่อนจะปิดประตูห้องนอนเสียงดัง

“พี่ลืมตาอีกทีก็เห็นเราแล้ว! ตอนยัยนั่นเข้ามาพี่หลับอยู่ พี่ได้กลิ่นน้ำหอมเหมือนของเราพี่เลยคิดว่าเป็นเรา” เขาเล่าน้ำเสียงขมขื่น

“พี่ไม่รู้จริงๆวา พี่ไม่รู้”

“ตอนยัยนั่นปลดกระดุมจะไม่รู้สึกตัวเลยหรือไงฮะ!!” ฉันเริ่มขึ้นเสียงใส่เขา อีกฝ่ายยิ่งนิ่งสำนึกแต่ฉันทั้งโมโหทั้งโกรธคำขอโทษคำอธิบายอะไรฉันไม่สนใจแล้วตอนนี้ ฉันยกมือทุบตีเขาอย่างบ้าคลั่งเขาไม่ป้องกันอะไรแถมยังยืนนิ่งให้ฉันทุบตีอยู่แบบนั้น

“ฮื่อ!! ไอ้พี่บ้าไปไกลๆเลยนะวาไม่อยากเห็นหน้าพี่แล้ว”

ฉันทรุดตัวนั่งบนพื้นปล่อยโฮออกมาในที่สุด คนตรงหน้านั่งลงก่อนจะดึงฉันเข้าไปกอดไว้แน่นไม่มีถ้อยคำปลอบใจหรือคำแก้ตัวฉันนั่งร้องไห้อยู่แบบนั้นนานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีพี่ท็อปก็กอดฉันไว้ก่อนที่ตัวเขาจะเอนตัวนอนบนพื้นโดยรั้งฉันให้นอนทาบทับร่างเขาไว้

“ขอโทษๆ สัญญาพี่จะระวังตัวมากกว่านี้พี่จะไม่ให้ผู้หญิงคนไหนเข้าห้องอีกแล้ว ขอโทษนะ” เขาบอกเสียงอ้อนๆ

“ไม่!

“พี่ต้องทำยังไงเราถึงจะยกโทษให้พี่”

“ถ้าบอกแล้วจะทำจริงๆหรือเปล่า”

“ทำ! ถ้าพี่ทำแล้วเราจะหายโกรธพี่”

“หึ ห้ามเจอกันห้ามทักห้ามคุยห้ามติดต่อ ทำได้ไหม” 

 

 

 

 

 

=========================================

=====================

 

มาเปิดตอนรอค่ะ ไหนใครรอน้องวาบ้างขอเสียงหน่อยค่าาาาาา เม้นรอเลยค่ะ ตอนเย็นจะมาอัปให้นะคะ

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/1.gifมาแล้วนะคะๆ ฝากเม้นหน่อยนะคะ น้อวาสุดยอดหนูนิ่งมากน้องวา แบบนี้แหละถึงจะเอาเฮียอยู่ หึหึ เค้าทีมน้องวาบอกเลย

ปล.คำผิดยังเยอะเหมือนเดิม ขออภัยด้วยนะคะ

ปล.เป็นยังไงบ้างคะ เรื่องนี้อ่านแล้วงงเหมือนเรื่องก่อนๆหรือเปล่า แนะนำติชมกันได้นะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น