น้ำมิ้ม

ใครชอบแนวดราม่าบีบคั้นอารมณ์..อย่าลืมจิ้มหัวใจ กดแอด Favorite ไว้ด้วยนะจ๊ะ เค้าจะพยายามอัพทุกวัน ...เรื่องนี้พระเอกเป็นแนวดาร์คนะคะ อย่าได้หาความดีมีคุณธรรมจากพี่แก..นางเอกรันทดสุดชีวิต เนื้อหาเข้มข้นทุกตอนจ้า ไรท์เตอร์รับประกัน

ทวิกมล ตอนที่ 5 : For my angel

ชื่อตอน : ทวิกมล ตอนที่ 5 : For my angel

คำค้น : ทวิกมล , ความลับ , พี่น้อง , สู้ชีวิต , ความรัก , พระเอกร้าย , นางเอกน่าสงสาร , พระรองแสนดี , ปกปิด , เปรมอุรา , ปานดวงใจ , 25+ ,30+

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2559 23:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ทวิกมล ตอนที่ 5 : For my angel
แบบอักษร

 

ปานดวงใจมองสถานที่ทำงานใหม่ของเธอด้วยแววตาที่เฉยเมยจนกวินวัธน์ที่รอเซอร์ไพรส์หญิงสาวอยู่นั้นต้องรอเก้อ เขาอุตส่าห์สั่งศรุตาให้เตรียมจัดโต๊ะทำงานไว้รอเธอ แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีอาการตื่นเต้นหรือดีใจให้เขาเห็นเลยสักนิด

“เป็นยังไงบ้าง คุณชอบหรือเปล่า”

กวินวัธน์เอ่ยถามขึ้นพลางเดินตรงมาหา หากปานดวงใจรีบเดินหนีมานั่งที่โต๊ะของตนพลางเอ่ยถามขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะต้องตอบคำถามของชายหนุ่ม

“ดิฉันต้องทำงานอะไรบ้างคะ...”

“ผู้ช่วยของผม...”

“ผู้ช่วย?...ขอบเขตงานมันอยู่ในระดับไหนคะ”

ปานดวงใจเอ่ยถามขึ้นอย่างงงงัน หากกวินวัธน์ยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์พลางอธิบายเพียงสั้นๆ

“ก็ประมาณว่า ผมทำงานไหน คุณก็ทำงานแบบเดียวกัน ผมอ่านคุณอ่าน ผมรู้ คุณรู้...โอเคไหม”

“ไม่โอเคค่ะ....นี่มันเกินความสามารถของฉันนะคะ งานระดับผู้บริหารอย่างคุณ ฉันจะทำได้ยังไงไหว”

ปานดวงใจเอ่ยขึ้นอย่างกังวล หากกวินวัธน์กลับอมยิ้มอย่างขำขัน...ก่อนจะเอ่ยให้หญิงสาวได้หายข้องใจ

“ผมจะสอนงานคุณเอง...เอาน่าคุณน่าจะเห็นใจผมบ้างนะ ผมทำงานคนเดียวเหนื่อยจะตาย ถ้ามีคุณมาแบ่งเบาภาระบ้างก็น่าจะดีกว่า...หรือคุณอยากแบ่งเบาภาระแบบอื่น..”

กวินวัธน์ถามพลางส่งยิ้มสายตากรุ้มกริ่มก่อนจะก้มหน้าลงมาจนชิดใบหน้าหวานของอีกฝ่าย ปานดวงใจได้แต่หันหน้าหนีปลายจมูกโด่งๆที่เข้ามาคลอเคลียข้างแก้มอย่างไม่รู้ว่าจะหลบหลีกสถานการณ์หมิ่นเหม่นี้อย่างไร ก็มีระฆังหมดยกมาช่วยชีวิตเธอเอาไว้ได้อย่างฉิวเฉียด...

“อุ๊ย...ขอโทษทีค่ะ ไม่คิดว่ากำลังจะมีโรแมนติกซีนกันอยู่”

เสียงใสกังวานจากร่างโปร่งระหงของชาลิตาเดินตรงเข้ามาแบบไม่คิดจะต้องรักษามารยาทใดๆกับใครทั้งสิ้น โดยเฉพาะกับกวินวัธน์ ที่มีผู้หวังดีคาบข่าวไปบอกเธอตั้งแต่เช้าว่า...วันนี้กวินวัธน์พา “เด็กใหม่” เข้ามาเปิดตัวที่บริษัท

ปานดวงใจผุดลุกขึ้นยืนทันทีก่อนจะรีบถอยออกห่างจากร่างสูงใหญ่ที่ยังคงค้างอยู่ท่าเดิม ชาลิตาส่งสายตาเชือดเฉือนมาที่ปานดวงใจ ก่อนที่จะชิงเปิดฉากก่อน

“สวัสดีค่ะ ดิฉันชาลิตา เป็น คู่หมั้น ของวิน...คุณคงเป็น เด็กใหม่ คนล่าสุดของวิน”

“ชาลิตา...หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว...คุณมาที่นี่มีธุระอะไรไม่ทราบ”

กวินวัธน์เอ่ยตัดบทเสียงเข้ม หากอีกฝ่ายยังคงยิ้มเย็นพลางจ้องไปที่ร่างเพรียวของปานดวงใจอย่างไม่วางตา

“ฉันแค่อยากจะมาเตือนคุณให้รู้สถานะระหว่างเรา...และถ้าผู้หญิงคนนี้ ยอมรับตำแหน่ง เมียเก็บของคุณได้ ฉันก็ไม่คิดจะขัดขวาง เพียงแต่...”

ชาลิตาเว้นจังหวะ พลางเดินเข้ามาจนเผชิญหน้ากับปานดวงใจในระยะประชิด ก่อนจะเอ่ยกับหญิงสาวที่ยืนข้างๆกวินวัธน์แบบไม่คิดจะเสียเวลาอ้อมค้อมใดๆทั้งสิ้น

“เพียงแต่ ...คุณช่วยบอกผู้หญิงคนนี้เอาไว้ด้วยว่า...อย่าเสนอหน้าเผยอขึ้นมาเทียบกับฉัน...เพราะถ้าหล่อนออกตัวแรงเกินไป ฉันคงไม่ยืนคุยกับเธอดีๆแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง”

 “ชาลิตา!...คุณไม่มีสิทธิ์พูดกับคนของผมแบบนี้ ผมขอเตือนคุณเอาไว้นะ...กับ คนของคุณ ผมยังไม่เคยไประรานหรือรังควานอะไร แต่ถ้าคุณไม่คิดจะเกรงใจผู้หญิงของผม ก็อย่าหาว่าผมใจร้ายก็แล้วกัน”

กวินวัธน์ขู่กลับอย่างโมโห...ในขณะที่ชาลิตาหน้าเสียไปเล็กน้อยเพราะรู้กิตติศัพท์ของคู่หมั้นตัวเองดีว่าพูดจริงทำจริง หากหญิงสาวยังคงเหยียดยิ้มอย่างเย็นชาให้กับอีกฝ่ายได้ไม่แพ้กันในขณะที่เอ่ยคำตอบโต้ที่เผ็ดร้อนออกมา

“ฉันจัดการคนของฉันได้ คุณเองก็ช่วยดูแลคนของคุณด้วย ...อย่าให้ป่องออกมาประจานความไร้ศีลธรรมจรรยาของตัวเองก็แล้วกัน”

“ถ้าผมคิดจะมีลูกกับปานดวงใจ คนคงไม่ประณามผมมากไปกว่าคุณหรอก...เพราะผมก็จะถือโอกาสตั้งโต๊ะแถลงข่าวมันเสียเลยว่าทำไมผมถึงต้องหาเมียใหม่ ...เพราะเมียแต่งของผมมันชอบนิ้วเย็นๆมากกว่าเอ็นอุ่นๆยังไงล่ะ”

เพี๊ยะ!...กวินวัธน์หน้าสะบัดไปตามแรงตบจากฝ่ามือเรียวของคู่หมั้น ในขณะที่ชาลิตานั้นโมโหจนสั่นไปทั้งตัว

“เพราะคุณมันหยาบคายอย่างนี้ไงล่ะ ฉันถึงเลือกจะมีผัวเป็นเพศเดียวกันมากกว่าผู้ชายอย่างคุณ!...เธอเองก็ระวังตัวเอาไว้เถอะ กับผู้ชายกักขละอย่างวิน...หนีได้ก็รีบหนีไปซะ ฉันเตือนด้วยความหวังดี!”

ชาลิตาระเบิดอารมณ์ใส่ทั้งกวินวัธน์และปานดวงใจอย่างไม่คิดจะรักษามาดอะไรกันอีกแล้ว หญิงสาวหันมาแค่นยิ้มใส่ปานดวงใจที่ยืนหน้าซีดไร้สีเลือดอยู่ข้างๆร่างสูงใหญ่ของกวินวัธน์ ก่อนจะเดินกระแทกส้นกลับออกไปอย่างเดือดจัด...

ถ้าจะมีใครสักคนที่ทนกวินวัธน์ได้ คนนั้นต้องหูหนวก ตาบอด แล้วก็ปัญญาอ่อนแบบสุดๆ...และคนคนนั้นย่อมไม่ใช่ชาลิตาอย่างแน่นอน!

………………………………………………………………………………………………………………………..

เปรมอุราเห็นพนักงานในออฟฟิศจับกลุ่มซุบซิบกันอย่างอึกทึกก็เลยลุกขึ้นออกไปสังเกตการณ์บ้าง เธอเห็นแค่เพียงร่างโปร่งระหงของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวฉับๆเดินผ่านหน้าออกไปอย่างรวดเร็ว หากด้วยใบหน้าที่ถมึงทึงของผู้หญิงคนนั้น เปรมอุราเดาเอาว่าคงไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีแน่ เพราะเสียงซุบซิบที่ดังลอยมาเข้าหูเธอนั้นมีชื่อของปานดวงใจ พี่สาวของเธอเป็นหนึ่งในประโยคบอกเล่านั้นด้วย

“ท่าทางคุณปานดวงใจคนนี้เจ้านายคงเอาจริง...ลองถ้าคุณชาลิตายังต้องถอยให้...กิ้งก่าอย่างเราคงต้องเตรียมเปลี่ยนสีกันได้แล้วละเธอจ๋า..”

ศรุตาเอ่ยพึมพำกับเพื่อนสาวในออฟฟิศ ก่อนจะแกล้งทำเป็นเพิ่งเห็นเปรมอุราที่มายืนอยู่ข้างหลังนานแล้ว

“อุ๊ย..คุณเปรมอุรา...เขียนเอกสารเสร็จแล้วเหรอคะ...มาค่ะพี่ตาจะตรวจทานดูให้อีกครั้ง ถ้าเรียบร้อยแล้วพี่ตาจะได้พาไปที่มหาวิทยาลัยเอกชนเลย เรื่องนี้เจ้านายสายตรงมาเลยว่าคุณเปรมต้องได้เรียนต่อเร็วที่สุด ดังนั้นวันนี้พี่มีหน้าที่อย่างเดียว คือ ทำยังไงก็ได้ให้วันพรุ่งนี้คุณเปรมอุราได้เป็นนักศึกษาสมใจเจ้านายค่ะ..”

ศรุตาลากตัวเปรมอุราเข้าไปในห้องรับรองอีกครั้ง พลางให้สัญญาณแยกย้ายสลายตัวเดอะแก๊งค์อย่างด่วนจี๋...งานนี้ถ้าใครเปลี่ยนขบวนย้ายฝั่งไม่ทันมีแต่จะโดนถีบตกรางและอาจจะตกงานได้ง่ายๆอย่างไม่รู้ตัว..

...................................................................................................................

 

ปานดวงใจยืนมองน้องสาวที่แต่งตัวไปเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยอย่างปลื้มใจ ...อย่างน้อยๆสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งเดียวที่ปานดวงใจนึกขอบคุณกวินวัธน์จากใจจริง ...ชายหนุ่มทำตามที่รับปากกับเธอไว้ทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องของครอบครัวของเธอ..

 กวินวัธน์จัดการเรื่องเข้าเรียนมหาวิทยาลัยกลางเทอมของเปรมอุราได้อย่างหมดจด...ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเปรมอุราสามารถก้าวเดินไปในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างสง่าผ่าเผยด้วยอำนาจน้ำเงินของชายหนุ่ม ...แม้ว่าแผลในใจของน้องสาวของเธอจะยังไม่จางหาย แต่อย่างน้อยเปรมอุราก็จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที

“เสร็จหรือยังจ๊ะ...พี่จะได้ไปส่งเปรมก่อนแล้วค่อยเลยไปทำงาน”

“ค่ะพี่ปาน...เดี๋ยวเปรมขอไปเอาหนังสือในห้องก่อนค่ะ”

หญิงสาวเอ่ยพลางก้าวยาวๆหายเข้าไปในห้องที่กั้นไว้เป็นสัดส่วนสำหรับวางหนังสือเรียนและของส่วนตัวของเปรมอุรา หญิงสาวหยิบหนังสือที่ต้องการมาถือกอดไว้แนบอกพลางหันไปเอ่ยกับพี่สาวในขณะที่เดินออกมา

“แต่เย็นนี้เปรมอาจจะกลับค่ำนิดนึงค่ะ พอดีเพื่อนๆนัดทำรายงานกลุ่มกัน”

“โอเคจ้ะ...แต่เปรมอย่าปิดมือถือก็แล้วกัน...พี่เป็นห่วงนะ”

ปานดวงใจเอ่ยเป็นเชิงอนุญาตแต่ก็ยังไม่วายสำทับด้วยความเป็นห่วง เปรมอุรายิ้มให้กับคำกำชับของพี่สาวพลางเดินตามหลังปานดวงใจออกจากห้องไป โดยที่ในมือยังคงกำจดหมายที่เธอแอบซ่อนให้พ้นจากสายตาของพี่สาวเอาไว้...จดหมายที่ไม่มีที่มาและรอยประทับจากไปรษณีย์ หากมีแต่ลายมือตวัดภาษาอังกฤษตัวเขียนอย่างงดงาม...

 

For My Angel

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น