ดาวเหนือ/ นิยม

ขอบคุณทุกๆ คนที่ให้ความสนใจพ่อเข้กับน้องบุปผานะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังแรงใจไม่ว่าจะทั้งคอมเม้นต์ ไลค์ แชร์ ดาว เหรียญ หรือกุญแจนะคะ และทั้งหมดนี้ก็คือยาแก้ขี้เกียจดีๆ นี่เองค่ะ แฮ่ๆ ขอบคุณมากๆ นะคะ ร้ากกกกก

บทที่ห้าเสือสมิง (ตอนหน้าขออนุญาตติดเหรียญ/กุญแจนะคะ) Loading 100% (จงเม้นเข้ามา จงเม้นต์เข้ามา อ่ะฮ้าาาา )

ชื่อตอน : บทที่ห้าเสือสมิง (ตอนหน้าขออนุญาตติดเหรียญ/กุญแจนะคะ) Loading 100% (จงเม้นเข้ามา จงเม้นต์เข้ามา อ่ะฮ้าาาา )

คำค้น : ลิขิตกุมภีล์, นิยายอีโรติค, ดาวเหนือ/นิยม

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.3k

ความคิดเห็น : 83

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2559 16:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 900
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ห้าเสือสมิง (ตอนหน้าขออนุญาตติดเหรียญ/กุญแจนะคะ) Loading 100% (จงเม้นเข้ามา จงเม้นต์เข้ามา อ่ะฮ้าาาา )
แบบอักษร

บทที่ห้า

เสือสมิง

อัพแจ้งฮะ

 ปล. ตอนหน้าขออนุญาตติดเหรียญ ติดกุญแจนะคะ ไม่เยอะๆ

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Huahed00015.gif

#

(ขออนุญาตแปะรูปภาพ เครดิตเจ้าของรูปภาพ เสิร์มาจากกูเกิลค่ะ อยากได้พ่อเข้แนวนี้แต่หาภาพยากเหลือเกิน คราวหลังจะพยายามหามาใหม่นะคะ)

 

 

 

          ย่ำค่ำ
          บุปผาสวรรค์สาวเท้าก้าวตามบุรุษตรงหน้า ด้วยความเร็วไม่มากนัก เหตุนั้นจึงทำให้เขาเดินนำเธอไปไกลโข เมื่อพญากุมภีล์ทราบถึงระยะห่างระหว่างทั้งสองจึงหยุดสองเท้าเพื่อรอสตรีชาวมนุษย์ที่กำลังเดินเตาะแตะด้วยใบหน้าไม่ค่อยสดใสสักเท่าใด
          บุปผาสวรรค์เดินไปด้วยความใจลอย พลางกอดไข่งูเอาไว้ในอ้อมแขนไม่ทันระวังจนทำให้สะดุดเข้ากับตอไม้ที่มีขนาดความสูงประมาณหนึ่งคืบ รัศมีร่างกายจึงโน้มไปด้านหน้าด้วยปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายทำให้บุปผาสวรรค์ยกเท้าเหยียบยันไว้ไม่ให้ใบหน้าร่วงลงไปจุมพิตกับพื้นตรงหน้า เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ตรงที่เท้าของเธอเหยียบลงนั้นกลับมีเศษหินแหลมคมก้อนหนึ่งปรากฏอยู่
          ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งลมหายใจเท้าบางก็เหยียบลงที่ก้อนหินสีดำมะเมื่อม เสียงเสียดสัมผัสระหว่างผิวอ่อนกับเศษหินแหลมคม รวมถึงความรู้สึกเจ็บแปลบดึงให้บุปผาสวรรค์ครางร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
         
โอย....
          เจ้าแห่งจระเข้มองมายังสตรีงามตรงหน้าแต่อ่อนแอเหนือคณานับอย่างขัดใจ เขาเดินจ้ำอ้าวเข้ามาหา เมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธออยู่ระหว่างหนึ่งวาแขน เขาก็หยุดนิ่งมองเธอ
          บุปผาสวรรค์เม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเลือดสีสดไหลออกมาโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด และเมื่อหันไปสบเข้ากับดวงตาสีรัตติกาลก็พบว่าเขาทำหน้าขมวดยุ่งจนหัวคิ้วเรียวแทบจรดติดกันแน่น
          หญิงสาวพยายามพยุงกายไว้ ดึงเอาไข่งูที่ตนเองกอดปกป้องไว้แน่นก่อนหน้าจะเหยียบหินออกมาแล้วส่งให้เขา
         
บุปผาฝากไว้ก่อนได้ไหมจ้ะ
          เขามองไปยังไข่งูครึ่งวินาทีก่อนจะยื่นมือออกมารับไข่นั้น แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะส่งถึงมือเขา ประสาทสัมผัสการรับรู้แห่งเจ้าจระเข้เริ่มเปลี่ยนไปทันที เขากวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อรู้สึกว่าตนไม่ได้อยู่กับหญิงชาวมนุษย์เพียงแค่สองคน ทันใดนั้นกลิ่นหอมประสาทก็ตีขึ้นสู่จมูกเขาในทันที
          หอม...เย้ายวน
          กลิ่นนี้มัน
!
          พญากุมภีล์ฉกข้อมือสาวงามตรงหน้าขึ้นมาในทันที ทั้งยังดึงร่างเล็กเข้ามาประทะอก บุปผาสวรรค์ตื่นผวา แต่ยังไม่ทันจะได้ออกปากถามเรื่องอันใด บุรุษร่างสูงใหญ่ก็ออกแรงวิ่งในทันที และพร้อมกันนั้น ดวงตากลมโตมหึมาสีเหลืองเกือบครึ่งร้อยดวงก็ปรากฏออกมาให้ได้เห็น บุปผาสวรรค์เหมือนจะกรีดร้องด้วยความสั่นสะท้านแต่ทว่าๆ เส้นเสียงของเธอนั้นเหมือนจะตีบตันไปเสียแล้ว
         
โอบข้าไว้ให้แน่น!”
          คงจะเหลือเพียงเสียงของบุรุษตรงหน้าที่สามารถดึงสติของเธอให้กลับมาได้ บุปผาสวรรค์กระชับอ้อมแขนตนเองแน่น กลัวจนเผลอกดเล็บจิกลงบนเนื้อแน่น ทว่าเจ้าแห่งจระเข้ดูเหมือนจะไม่ได้เจ็บอะไรมากนักเพราะความเร็วที่เขาวิ่งไม่ได้ลดลงเลยแม้เพียงนิดเดียว
         
มะ...มันใกล้เข้ามาแล้ว...สะ เสือมันใกล้เข้ามาแล้ว!”
          ด้วยความที่เขากอดกระชับเธอเข้าหาตัวเขา เพราะฉะนั้นบุปผาสวรรค์จึงเห็นเหตุการณ์ด้านหลังเต็มๆ เหล่าอสูรกายเขี้ยวลากดิน เสือ...เสือทั้งฝูงกำลังใกล้เข้ามาแล้ว
         
เงียบ!”
          บุปผาสวรรค์หุบริมฝีปากเข้าหากันในทันที ในวินาทีนี้เธอคงต้องทำเพียงแค่ไว้ใจในตัวเขา
          ไม่นานนัก พญาจระเข้ก็หยุดนิ่ง ในขณะที่ฝูงเสือทั้งฝูงวิ่งกรูใกล้เข้ามาเต็มที่ บุปผาสวรรค์หวาดกลัวแต่ทว่าไม่กล้าที่จะเอ่ยปากออกเสียงใดๆ และในทันที บุรุษผู้ที่เธอมอบชีวิตไว้ในกำมือเขาใช้ความเร็วของตนเองปีนขึ้นบนต้นไม้ทันที
!
          บุปผาสวรรค์ผวาเฮือกเมื่อไม่กี่ห้วงลมหายใจเธอและเขามาอยู่บนยอดสุดของต้นไม้ที่ดูเหมือนว่าจะสูงที่สุดในป่าแห่งนี้!
          หญิงสาวมองเขาอย่างสับสน ไม่นานบุรุษตรงหน้าก็จับข้อเท้าของเธอยกขึ้นมา พลางก้มหน้าต่ำลงมาหา บุปผาสวรรค์ชักข้อเท้าเข้าหาตัวเมื่อเห็นว่าเป้าหมายของริมฝีปากนั้นอยู่ที่ใด แต่ทว่าแรงของมนุษย์ตัวเล็กหรือจะสู้พญากุมภีล์ เขายึดข้อเท้าเธอแน่นแล้วจรดริมฝีปากเข้าที่แผลบนเท้างาม พลางดูดดึงและใช้เรียวลิ้นตวัดรอบบาดแผลราวกับกำลังทำความสะอาดและกำลังห้ามเลือดอย่างไรอย่างนั้น
          บุปผาสวรรค์กัดริมฝีปากแน่นเมื่อความรู้สึกประหลาดหมุนวนอยู่ที่ท้อง
         
อือ...
          หญิงสาวหลุดเสียงครางประหลาดก่อนจะใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้อุ้มไข่มาปิดไว้ จนกระทั่งเขาหยุดการกระทำลงและมองสบเข้ากับดวงตาเธอ บุรุษตรงหน้าจึงเริ่มบทสนทนา
         
เพราะเจ้าสิ่งนี้...
          เขาชี้ลงมาที่แผลบนเท้าของเธอ บุปผาสวรรค์แอบหดเท้ากลับเข้ามาเบาๆ
         
พวกมันได้กลิ่นเลือดของเจ้า เหมือนที่ข้าได้กลิ่นในวันนั้น...
          “...
          “มันจงใจจะฆ่าเจ้า พวกเสือสมิง...
          “!!!”
          “ข้าจำเป็นต้องพาเจ้ามาที่นี่ก่อน รอสักประเดี๋ยว ข้าจะกลับมา... อย่าให้เลือดนั่นไหลออกมาอีก
          บุปผาสวรรค์พยักหน้าเร็วๆ ก่อนที่เขาจะกระโดลงจากต้นไม้ใหญ่เธอรีบจับข้อมือแกร่งไว้ กุมภีล์หนุ่มผินหน้าหันกลับมามองพลางส่งสายตาถาม
         
กลับมา...เร็วๆ ...บุปผาจะรอ

          ดวงหน้านวลลออผินหลบสายตาร้อนแรงที่ส่งมาหา เขายกยิ้มมุมปากบางๆ ไม่นานก่อนจะพยักหน้าหนึ่งครั้งแล้วกระโดดลงจากต้นไม้ใหญ่ เมื่อมองตามไปก็พบว่าตกอยู่ตรงกลางฝูงเสือสมิงเข้าอย่างเหมาะเจาะ 

 

ต่อจ้าาาาา

ฝ่ายพญากุมภีล์ เมื่อกระโดดลงจากต้นไม้สูงใหญ่ เหล่าเสือสมิงทั้งฝูงก็ย่ำเท้าเข้ามาล้อมวงไว้ในทันที  ดวงหน้าคมสงบนิ่งไม่ปรากฏแววตาหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
          เพียงไม่นาน นางพญาเสือสมิงก็เดินออกมาจากทางด้านหลัง ฝูงเสือมี่ล้อมไว้แหวกทางให้นางในทันที นางเสือสมิงใช้อุ้งเท้าของมันตะปบพื้นสองที ไม่นานร่างกายของสัตว์ก็ถูกแปลงมาให้อยู่ในรูปของหญิงงามเปลือยด้านบน
          พญาจระเข้ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ทั้งนั้นเขายังยืนหยัดอยู่ที่เดิม ในขณะที่นางเสือสมิงเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ร่างสูงใหญ่ เมื่อนางเดินมาถึงตรงหน้าของเจ้ากุมภีล์หนุ่ม นางยกนิ้วเรียวทั้งเล็บแหลมคมของนางออกมาวาดไปบนหน้าอกของเจ้าแห่งกุมภีล์
         
ท่านบุรุษผู้น่าเกรงขาม...ไฉนเลยจึงเอาแต่ได้ยิ่งนัก ข้าเพียงหญิงธรรมดาแทบไม่มีอันจะกิน...
          นางขยับถอยห่างเขาเล็กน้อย ก่อนจะเปลื้องชายผ้าผืนบางที่พันรอบเอวนางออกช้าๆ
         
จนร่างกายผ่ายผอมดังที่ท่านเห็นอยู่ตอนนี้...
          พญากุมภีล์หนุ่มยกคิ้วขึ้นสูงเล็กน้อย
         
ข้า...อยากจะขอความเห็นใจจากท่านนางขยับกายเปลือยเปล่าเข้ามาหา พลางแนบเนินเนื้อหยุ่นบดเบียดเข้ากับแผงอกกำยำ
         
แบ่งนางให้พวกข้าบ้าง...ร่างกายของนางแนบชิดเข้ากับเขา แต่ในขณะนั้นมือบางได้ลูบจากต้นแขนล่ำสันเรื่อยลงมาจนถึงมือหนา พลางจับมือเขาขึ้นมาวางไว้ที่หน้าอกของตน
         
ส่งนางมาให้ข้า...
          นางเสือสมิง จ้องตาเข้ากับกุมภีล์หนุ่ม ดวงตาของนางเปลี่ยนเป็นสีมืดรัตติกาลทั้งดวง ประกายแสงแรงกล้าปรากฏผ่านดวงตาสีดำเช่นที่เคยสะกดมนุษย์และอมนุษย์ทุกตัวตน ปากบางสีแดงเหยียดยิ้มกว้างเมื่อเห็นเขานิ่งไป
         
ส่งนางมาให้ข้า...สตรีที่มีเลือดเต็มไปด้วยกลิ่นไอแห่งพลังจิตวิญญาณ ส่งนางมา
          ในขณะที่จ้องมองสบตาสะกดเขา มือของนางก็จับมือของเขาเข้ามาขยำเนินเนื้อนุ่มหยุ่น
          เวลาผ่านไป... นางเสือสมิงเริ่มเหงื่อตก เมื่อร่างสูงใหญ่ยังคงนิ่งงัน นางขยับถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว พลางรวบรวมพละกำลังแล้วส่งมันเข้าบุรุษตรงหน้า แต่ทว่าเมื่อหันกลับมาสบตาของเขาอีกครั้งนางก็ต้องถอยหลังผงะในทันที เมื่อดวงตาสีดำที่นางเคยเห็นแปรเปลี่ยนไปเป็นสีเหลืองทอง สีดำที่เคยมีนั้นเหลือเพียงขีดบางๆ กลางเนตร นางเสือสมิงก้าวถอยหลังในทันที ก่อนที่นางจะล้มลง ลูกสมุนของนางก็เข้ามารับไว้อย่างพอดิบพอดี
          เป็นไปได้อย่างไร? ไม่จริง...นางนึกแค่เพียงว่าเขาอาจจะเป็นอมนุษย์ประเภทใดสักอย่าง เหตุใดเนตรของเขาจึงกลายเป็นแบบนี้? เนตรสีเหลืองทองขีดดำ
! บนใบหน้ามีลวดลายของเกล็ดแข็งแรงสีถ่าน ร่างกายเรืองรองราวกับเอาเลือดมาทาไว้ และที่สำคัญเขาเต็มไปด้วยกลิ่นไอของนักสังหาร!!
          ลักษณะแบบนี้...มีอยู่ผู้เดียว!
          เจ้าแห่งกุมภีล์ยกยิ้มร้ายกาจ เขาเดินเข้ามาหานางเสือสมิงช้าๆ ทว่าหนักแน่น ไม่ได้หวาดกลัวต่อเสียงขู่คำรามของเหล่าเสือสมิงที่ล้อมหน้าล้อมหลังไว้ แต่กลับปรากฏรอยยิ้มหยันขึ้นบนดวงตาแกร่ง
         
เจ้าขอสิ่งใดจากข้าไปหรือ...นางสมิง?
          นางเสือสมิงตัวสั่นเล็กน้อย พลางถอยหลังหลบแต่ก็ช้ากว่าร่างแข็งแรงตรงหน้า เมื่อเขาหยุดการก้าวเดินแล้วจับใบหน้าของนางไว้นางก็หันหน้าหลบตาในทันที
         
ไม่สะกดจิตข้าแล้วรึ...
          “ทะ...ท่าน?
          “ว่าอย่างไรนางสมิงน้อย?
          นางเสือสมิงทำใจกล้าหันกลับมาหาเขา ทั้งยังเอ่ยปากถามสิ่งค้างอยู่ในใจ ท่านถูกจองจำไปแล้วไม่ใช่รึ?”
          หนนี้พญากุมภีล์หนุ่มกลับมีดวงตาเข้มขึ้นด้วยแรงโทสะ
         
ข้าเคยลั่นวาจาไว้แล้วว่าจะไม่มีสิ่งใดมาขวางข้าได้ หากข้ายังมีชีวิตอยู่!”
          สตรีตรงหน้าสั่นจนแขนขาหมดแรงไถลลงไปนั่งอยู่บนพื้นเพราะหวาดกลัวแรงตวาดของเขา ทั้งยังกลิ่นของการฆ่าที่คุกรุ่นอยู่รอบกายของเขายิ่งทำให้นางเสียสติ
          ...พญาจระเข้ผู้สังหารทุกชีวิตที่ตนไม่ปรารถนาจะให้อยู่กลับมาแล้ว...ชื่อเสียงความโหดร้ายของเขาระบือไกลถึงเพียงนั้น ไม่มีอมนุษย์ตนใดไม่รู้จักและไม่หวาดกลัวต่อเขา แม้กระทั่งราชันแห่งนางยังหวาดกลัว แล้วนางที่เป็นเพียงผู้นำฝูงเสือสมิงฝูงหนึ่งจะไม่รู้สึกได้อย่างไร ขนาดว่านางไม่เคยพบเขามาก่อนยังผวาแล้ว เมื่อวันนี้ได้พบกับตัวตนจริงๆ ของเขานางรับรู้ในทันทีว่าลมหายใจของนางมันช่างอ่อนแรงนัก
!
          “ขะ...ข้า
          “บอกข้ามาว่าเจ้าขอสิ่งใดกับข้า!”
          หนนี้พญากุมภีล์ไม่ยอมปล่อยให้นางได้สั่นผวาอยู่เพียงอย่างเดียว เขาจับแขนแล้วยกร่างนางขึ้นด้วยมือเดียว ให้ดวงตาของนางอยู่ในระดับสายตาของเขา
          ฝั่งลูกน้องเสือสมิงตนหนึ่ง เมื่อเห็นผู้นำของตนตกอยู่ในอันตรายประกอบกับไม่รับรู้ความโหดร้ายของกุมภีล์บุรุษมาก่อน มันกระโจนเข้ามาหาเขาทันที ทั้งยังใช้เขี้ยวแหลมคมของมันกัดลงไปที่แขนด้านซ้ายของเขาเต็มแรงโดยที่ผู้นำของมันไม่ทันได้เอ่ยห้ามเลยด้วยซ้ำ
         
มะ...ไม่นางเปล่งวาจาออกมาอย่างระโหยโรยแรง เมื่อ กุมภีล์บุรุษเบนสายตาสีเหลืองทองของเขามายังแขนด้านซ้าย
         
ยะ...อย่า อย่าทำเขาเลย ได้โปรดนางเสือสมิงแทบร่ำไห้เมื่อราชันแห่งจระเข้ตรงหน้าไม่ได้มีใจรับฟังเสียงของตน เขาทำแค่เพียงขยับริมฝีปากเล็กแล้วยกแขนที่เสือสมิงตัวนั้นยังคงกัดไว้ไม่ปล่อยขึ้น ดังนั้นร่างของมันจึงลอยขึ้นมาตามไปด้วย ไม่ถึงเสี้ยววินาที กุมภีล์หนุ่มก็ฟาดแขนของตนออกไปสุดแรงทำให้เสือสมิงตัวนั้นกระเด็นหลุดออกไป ลอยไปชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ราวสี่ห้าต้นและทุกต้นที่ถูกเสือสมิงตนนั้นกระแทกก็หักลงแทบไม่เหลือชิ้นดี แน่นอนว่ามันไม่เหลือลมหายใจที่จะใช้แม้เพียงเสี้ยววินาที
          พญาจระเข้หันกลับมาหานางสมิงอีกครั้ง คราวนี้เขาเน้นย้ำเค้นถามนาง
         
เจ้าว่าเจ้าจะขอสิ่งใดจากข้า!”
          นางเสือสมิงส่ายศีรษะ พลางพูด ข้าไม่ขอแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะไม่ขอใดๆ จากท่าน ได้โปรดปล่อยพวกเราไป
          ดูราวกับว่าเขายังไม่พอใจ เจ้าว่าอย่างไรนะ
          “ข้าไม่ต้องการอะไรจากท่าน ข้าไม่ต้องการนาง
          “เพราะเหตุใด!”
          “นางเป็นของท่าน...นางเป็นของท่าน ข้าจะไม่ยุ่งกับสิ่งใดๆ ที่เป็นของท่าน ไม่สิ พวกเรา! พวกเราจะไม่ยุ่งกับสิ่งใดก็ตามที่เป็นของท่าน!”
          หนนี้พญากุมภีล์ยกยิ้มมุมปาก
         
ดี!”
          “ปละ...ปล่อยพวกเราไปเถิดท่าน...ข้าขออภัยที่ล่วงเกินท่าน ได้โปรดให้อภัยพวกเราด้วย...ข้ากลัวแล้ว ข้ากลัวเหลือเกิน
          เขาปล่อยร่างนางสมิงลงบนพื้น นางรีบถอยร่นเข้าไปหาฝูงที่ยืนหางตกในทันที
         
รีบไปเขาเอ่ยเสียงห้วนสั้น และทันทันที นางเสือสมิงและฝูงก็หายไปราวกับอากาศ

 

          บุปผาสวรรค์รู้สึกเจ็บแปลบเข้าที่แขนซ้ายหน่วงๆ เธอรู้สึกราวกับอะไรมากัดเนื้อหนังของเธอ แต่บนร่างกายไม่ปรากฏริ้วรอยใดๆ ทั้งนั้น ดังนั้นเธอจึงทำได้แค่เพียงลูบแขนซ้ายของตนเองเบาๆ ราวปลอบประโลม
          ไม่นาน...ร่างหนาที่คุ้นเคยก็กลับขึ้นมาหาเธอ คราวนี้สภาพร่างกายเขาเปลี่ยนไป แขนด้านซ้ายของเขาเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด
!
          บุปผาสวรรค์คลานตามกิ่งไม้ไปหาเขาในทันที และในขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากออกมานั้น เขาก็สั่นศีรษะเป็นสัญญาณว่าอย่างเพิ่งพูดอะไร ก่อนจะเข้ามารวบตัวเธอด้วยแขนขวาแขนเดียวและกระโดดลงจากต้นไม้ในทันที
          เมื่อเท้าสัมผัสพื้นบุปผาสวรรค์ก็ผลักเขานั่งลงพิงกับต้นไม้ในทันที
         
ท่าน!”
          “ไม่เป็นอะไรมากเขาพูดพลางทำหน้าตาไร้สีหน้า ทั้งยังส่งใบหน้าดุๆ นั่นมาหาเธอราวกับไม่ให้ใส่ใจมากเกินจำเป็น
         
ไม่มากได้อย่างไร เลือดโชกเสียขนาดนี้
          บุปผาสวรรค์ ดึงชายเสื้อของตัวเองออกมาแล้วเอามันเข้าไปซับกดเลือดบนแขนให้กับเขา เมื่อเลือดสีเข้มเริ่มจางลง รอยเขี้ยวคมลึกบนแขนก็ปรากฏให้เธอเห็น บุปผาสวรรค์น้ำตาคลอในทันที
         
เจ็บหรือไม่...
          เขาพยักหน้าเบาๆ
         
เหมือนมดกัดบุปผาสวรรค์หันขวับ ยกแขนทุบไปที่ไหล่บึกบึนทันที
         
มดที่ไหนกันจะกัดได้แผลใหญ่และลึกขนาดนี้ว่าพลางน้ำตาก็ไหลอาบแก้มนวล ในขณะที่มือก็จับผ้าเข้ามาผูกที่แผลให้เขาป้องกันอาการติดเชื้อ
          ฝั่งพญากุมภีล์นั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย อาการของเขาไม่น่าเป็นห่วงเท่าใดนัก แค่เสือกัดแค่นี้ยังดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการรบที่มีมากกว่าพันครั้งในอดีต แต่ทว่าเมื่อเห็นมนุษย์สาวตรงหน้าดูเป็นเดือดเป็นร้อน มือน้อยก็คอยเช็ดเลือดพันแผล ส่วนใบหน้างามก็เต็มไปด้วยน้ำตา ในขณะนั้นความอุ่นร้อนก็จุดประกายตรงกลางอก...ความรู้สึกนี้อีกแล้ว เหมือนกับคราวนั้นที่เขาฆ่านางพญางูแล้วเธอก็โอบกอดเขาไว้... ทว่าความร้อนนั้นมันไม่ได้เพียงอย่างเดียว หนนี้มันบังเกิดความเจ็บแปลบเสียดแทรกเข้ามาในความอบอุ่นนั้น
          หรือว่าเขากำลังเป็นโรคประหลาด? เพราะนาง...หรือ?
          หรือว่าเป็นเพราะน้ำตานาง?
          ชายหนุ่มจ้องใบหน้านวลที่ตอนนี้แสงสว่างจากดวงจันทร์ส่องลงมากระทบราวกับกำลังอยู่ในห้วงฝัน และเมื่อเธอหันกลับมาเขาจึงเสเนตรไปทางอื่น
         
เจ้ามันอ่อนแอ...
          บุปผาสวรรค์เกิดอาการสับสน อยู่ดีๆ เหตุใดจึงมาว่ากันเล่า
         
เรื่องแค่นี้ทำไมต้องร้องไห้
          คราวนี้หญิงสาวเข้าใจในความหมายของเขา ดวงตาที่หยาดน้ำเริ่มแห้ง มันกลับชื้นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อคิดถึงสิ่งที่เขาทำลงไป แม้นว่าเหตุผลจริงๆ แล้วเขาอาจจะทำเพื่อตัวของเขาเองเพราะพันธะสัญญา แต่เธอก็อดที่จะซาบซึ้งไม่ได้
         
บุปผาเจ็บ...
          เจ้าแห่งจระเข้หันกลับมาหาหญิงสาวในทันที เขาใช้ดวงตาสำรวจร่างกายเธอเพื่อหาบาดแผลแต่ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ
         
บุปผาเจ็บ...ตรงนี้หญิงสาวชี้เข้ามาที่อกทางด้านซ้ายของตน ฝั่งชายหนุ่มเขาทำเพียงย่นคิ้วเข้ามาหากัน
         
เจ้าเจ็บหน้าอกหรือ?
          บุปผาสวรรค์หลุดหัวเราะออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะส่ายศีรษะตอบเขา บุปผาเจ็บที่ใจ...เธอเงยหน้าสบดวงตาของเขาอย่างสื่อความหมาย
         
เจ็บใจ...ที่เห็นท่านเจ็บเพราะบุปผา
          หนนี้พญาจระเข้เป็นฝ่ายผินหน้าหนีดวงตาสุกสกาวของคนตรงหน้าเสียเอง เมื่อตนเกิดความรู้สึกร้อนทั่วใบหน้า
         
ข้าเปล่าเจ็บเสียหน่อย...เจ้า ขยับออกไปได้หรือไม่ ข้ารู้สึกร้อน
          บุปผาสวรรค์ย่นคิ้วเล็กน้อย เมื่ออากาศในขณะนี้ก็กำลังเย็นสบาย เหตุใดจ้าวจระเข้ตรงหน้าถึงได้บอกว่าร้อน แต่เธอก็ขยับร่างกายให้
         
วันนี้หาที่พักเสียก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อ
          บุปผาสวรรค์พยักหน้าตอบรับ ก่อนจะทำท่านึกได้ ท่าน...บุปผาว่าท่านควรไปล้างบาดแผลก่อน
          “ไม่ล่ะ
          “ท่านอย่าดื้อรั้นได้หรือไม่ เดี๋ยวแขนก็เน่าเอาเสียหรอก
          “แขนข้าไม่มีวันเน่า สักประเดี๋ยวมันก็หายเอง
          “ไปเถิด...บุปผาอยาก...อาบน้ำด้วย
          กุมภีล์บุรุษกวาดตามองคนตรงหน้า ก่อนจะพยักหน้าลงอย่างเห็นด้วย เมื่อเนื้อตัวของเจ้าหล่อนนั้นมอมแมมเหลือเกิน และตัวของเขาเองคงจะดูไม่ดีเท่าไหร่เช่นเดียวกัน
          ทั้งสองเดินลัดเลาะออกมาหาแหล่งน้ำ เมื่อพบว่าตรงหน้ามีลำธาร บุปผาสวรรค์ก็กระโจนเข้าหาน้ำในทันที
          ในขณะที่ทั้งสองกำลังทำความสะอาดเนื้อตัว บุปผาสวรรค์บังเอิญเหลือบไปเห็นแสงตะเกียงตรงฝั่งตรงข้ามลลำธารในเวลาเดียวกัน หญิงสาวเผลอยิ้มออกมา พลางวิ่งเข้าไปหาชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนโขดหิน มือข้างหนึ่งกำลังพันผ้าเข้ากับแผลของตนเองอยู่ในที
         
ท่านจระเข้ ข้างหน้ามีหมู่บ้าน!”
          หญิงสาวออกอาการตื่นเต้นในขณะที่เขาทำเพียงเหลือบมองแล้วไม่ใส่ใจ
         
ท่านได้ยินข้าหรือไม่
          “ได้ยิน
          “เราไปหาเขากันเถอะ
          “ทำไมต้องไป
          “ขอพักที่บ้านเขาอย่างไรเล่า
          “ข้าไม่พักกับมนุษย์
          “แต่บุปผาก็เป็นมนุษย์นะ
          “ยกเว้น
          “ไปที่นั่นดีกว่านานแล้วที่เธอไม่พบใครที่เป็นมนุษย์ คราวนี้โชคเข้าข้างทำให้เธอและเขาเดินมาเจอหมู่บ้านของมนุษย์
         
นะจ้ะ ไปขอความช่วยเหลือเขา เผื่อพวกเขามียารักษาแผลท่าน
          “เดี๋ยวมันก็หายเอง
          เมื่อเขาทำท่าไม่สนใจ ทั้งยังปฏิเสธทุกช่องทาง บุปผาสวรรค์จึงได้แต่เม้มปากและยื่นคำขาด
         
ได้ ท่านไม่ต้องไป บุปผาไปเอง และบุปผาจะไม่เดินทางไปไหนกับท่านทั้งนั้น บุปผาจะอยู่ที่นี่!”
          หนนี้กุมภีล์บุรุษส่งสายตาวาวโรจน์มาหาเธอในทันที แต่ใช่ว่าเธอจะกลัวเขาตลอดไปเสียเมื่อไหร่ หญิงสาวเชิดศีรษะทุยขึ้นแล้วหันหลังเดินดุ่มไปทางหมู่บ้าน บุรุษหนุ่มจึงได้แต่เดินตามมาอย่างเสียไม่ได้

          บุปผาสวรรค์หยุดยืนหน้าบันไดเรือนหลังหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้เธอมากที่สุด หญิงสาวตัดสินใจตะโกนเรียกเจ้าของบ้านในทันที
         
มีใครอยู่ไหมจ้ะ
          ไม่นานร่างท้วมของหญิงชราผมสีดอกเลาก็เดินออกมาหยุดหน้าบันได เอ้า นั่นคนรึ รึเป็นผีหญิงชราส่งเสียงลงมาถาม โดยที่ยังไม่เดินลงจากบันไดเรือน
         
คนจ้ะยาย...เอ่อ พวกฉันเดินทางมาไกลจ้ะ นี่ก็ดึกแล้ว เห็นว่าที่นี่มีบ้านคนอยู่เลยเดินมาหาจ้ะ
          “เอ็งชื่ออะไร
          “บุปผาจ้ะ ฉันชื่อบุปผา...
          “เป็นคนแน่รึ
          “จ้ะยาย...ฉันมาจากหมู่บ้านผนึกกุมภีล์ เดินทางมานี่ก็เพิ่งพบหมู่บ้านคนนี่ล่ะจ้ะ
          หญิงชราบนบ้านเมื่อได้ยินแน่ชัดแล้วว่าคนข้างล่างไม่ใช่ผี แถมยังมาจากหมู่บ้านผนึกกุมภีล์ที่นางเคยได้ยินชื่อมาก่อน จึงยอมเดินลงมาจากเรือน
          บุปผาสวรรค์เมื่อเห็นนางเดินมาก็ยกมือไหว้ในทันที
         
ขอบน้ำใจยายมากเลยนะจ้ะ ที่ไว้ใจฉัน
          “ไม่เป็นไร คนบ้านป่าเหมือนกัน ช่วยกัน...
          “แล้วเอ็งบอกว่าเอ็งมาจากไหนนะ
          “พวกฉันเดินทางมาจาก...เอ่อ ทางเหนือนู่นจ้ะยาย...หมู่บ้านผนึกกุมภีล์ พอดีอยากจะมารบกวนขอที่พักยายสักหนึ่งคืน
          “เดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยกัน...ขึ้นมาๆ มากินข้าวกินปลากันเสียก่อน เอ้า! ไอ้หนุ่มหน้าดุที่อยู่ข้างหลังนั่นผัวเอ็งใช่ไหม?
          บุปผาสวรรค์หน้าร้อนขึ้นมาในทันที แต่ก็อดหันไปมองตามคำยายไม่ได้...พ่อจระเข้ของเธอหน้าดุจริงๆ เสียด้วย
         
เอ่อ...เปล่าจ้ะ
          “เอ็งไม่ต้องอายหรอก มาๆ มากินข้าวกันก่อน แล้วนี่เนื้อตัวมอมแมมกันด้วย ไปตกน้ำมารึ
          หญิงชราว่าพลางเอามือมาลูบหยดน้ำออกจากแขน แกจากใบหน้างาม ทำให้บุปผาสวรรค์อดคิดถึงยายของตนเองไม่ได้ น้ำตาก็พานจะไหลออกมาอีกรอบ
         
ไป ขึ้นเรือนเถิด ตาน้อยก็กำลังกินข้าวอยู่พอดี
          หญิงชราเดินนำคนทั้งคู่ขึ้นไปบนเรือน บุปผาสวรรค์เดินตามขึ้นไป เมื่อใกล้จะถึงชานบ้านก็สังเกตว่าจ้าวแห่งจระเข้ยังคงทำหน้าดุไม่ยอมก้าวตามขึ้นมาหญิงสาวจึงลงมาดึงมือเขาขึ้นเรือนไปพร้อมกัน
          และเมื่อบุปผาสวรรค์กินสำรับเย็นกับยายอุ่นและตาน้อยเรียบร้อย ยายอุ่นก็นำเสื้อผ้าของตนเองกับสามีออกมาให้บุปผาสวรรค์และกุมภีล์หนุ่มผลัดแทนชุดเดิม
         
นี่ผ้าเอาไว้ผลัดกัน ส่วนห้องหับ บ้านข้าพอจะมีอีกห้องที่เป็นของลูกสาวแต่มันออกเรือนไปแล้ว พวกเอ็งคงอยู่กันได้
          “ขอบใจจ้ะยาย
          “ไม่เป็นไร ยายอุ่นตั้งท่าจะเดินออกไป แต่นางฏ้คิดขึ้นได้เสียก่อน เอ้อ นังหนูบุปผา...ผัวเอ็งมันชื่ออะไรรึ?
          บุปผาสวรรค์หน้าม้านไป ทำท่าจะตอบยาย แต่ทว่าตนเองก็ลืมไปเช่นเดียวกันว่าไม่รู้จักชื่อเขา ครั้นจะหันไปถามก็กระไรอยู่ วินาทีนั้นบุปผาสวรรค์จึงตัดสินใจตั้งชื่อให้เขาเองเสียเลย
         
ชื่อ เอ่อ...ชื่อขะ...พี่คร้ามจ้ะ เรียกเขาว่าคร้าม...
          พญากุมภีล์ที่ยืนอยู่ด้านหลังหางคิ้วกระตุกเบาๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอย่างไร จนกระทั่งยายอุ่นลับตาไป เขาจึงเดินเข้าห้องนอน บุปผาสวรรค์ก็เดินตามเข้าไปด้วยเช่นเดียวกัน
         
“เอ่อ...บุปผายังไม่รู้เลยนะว่าท่านชื่อว่าอย่างไร
          เขาหันมามองเธอเล็กน้อย แล้วเจ้าบอกนางมนุษย์ผู้นั้นว่าอย่างไร
          “คร้าม...
          “ก็เรียกตามนั้นเขาหันหลังให้เธอก่อนจะถอดเสื้อผ้าชุดเดิมออกอย่างไม่อายฟ้าดิน จนบุปผาสวรรค์ต้องเป็นฝ่ายหลบเสียเอง
         
ท่านรังเกียจหรือไม่
          “ไม่รู้สิ
          “แล้วท่านไม่มีชื่อหรือ
          “ถ้าหมายถึงที่คนอื่นเรียกกันล่ะก็...จอมราชัน
          บุปผาสวรรค์ได้แต่ถอนใจแห้งๆ เธอเองก็หันกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเช่นเดียวกันเมื่อเขายอมยืนหันหลังให้ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วบุปผาสวรรค์ก็จัดการปูที่นอนทั้งยังเรียกเขาที่ยังยืนมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่ลงมานั่งเพื่อที่จะดูแผล
         
ท่านจอมราชัน...เขาหันหน้ากลับมามองเธอ
          “มานั่งตรงนี้เถิด บุปผาจะดูแผลให้
          เขาทำตามอย่างว่าง่าย บุปผาสวรรค์เลิกผ้าผันแผลที่ชื้นไปด้วยเลือดออก ก่อนจะใช้ผ้าผืนใหม่เช็ดรอบแผลเบาๆ แล้วพันผ้าบางๆ ไว้เพื่อกันเชื้อโรค เมื่อพันผ้าเสร็จมือนุ่มนิ่มก็ลากเบาๆ ไปรอบๆ แผล
         
เมื่อไหร่จะหาย
          “เจ้าอยากให้มันหายรึ?
          “เจ้าค่ะ
          เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วตอบ ทั้งสองประสานสายตากันนานก่อนที่บุปผาสวรรค์จะเป็นคนหลบสายตาโดยการก้มต่ำ
         
อย่างไรท่านก็เจ็บตัวเพราะบุปผา...
          “เจ้าอยากทำให้มันหายเร็วหรือไม่คราวนี้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาสบเข้ากับดวงตาเขาด้วยประกายความหวัง
         
มีวิธีด้วยเหรอเจ้าคะ
          เขาพยักหน้าลงช้าๆ ก่อนจะเลือนใบหน้าเข้ามาใกล้ จนหญิงสาวต้องเอนไปด้านหลังแล้วยันมือค้ำไว้ไม่ให้ล้ม ดวงหน้านวลซับสีเลือดเมื่ออยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่
         
มีสิ หายเป็นปลิดทิ้งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทำให้ใจดวงน้อยสั่นหวิวแปลกๆ เธอยกมือข้างหนึ่งยันไหล่ของเขาไว้เมื่อเขาโน้มเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่วายถามเขาอีกครั้งเพราะอยากรู้วิธีการรักษาบาดแผลให้เขาหายโดยไว
         
อย่างไรเจ้าคะ
          “ข้ากำลังจะบอกเจ้า...แต่เจ้าต้องบอกข้ามาก่อนว่าเจ้าเต็มใจจะรักษาให้ข้า...
          บุปผาสวรรค์ไม่ลังเลที่จะตอบออกไป ไม่ว่าวิธีไหนที่ทำให้แขนเขาไม่เป็นรูสองรูอยู่แบบนี้เธอก็จะทำ บุปผายิ่งกว่าเต็มใจ
          เขายกยิ้มร้ายขึ้นมาก่อนจะพูดเบาๆ ดี
          เมื่อจบคำชายหนุ่มก็บดริมฝีปากเข้ามาที่ปากบางของผู้อยู่ไต้ร่าง บุปผาสวรรค์ผวาเฮือกสองแขนโอบรอบคอเขาไว้อัตโนมัติ เขาดันร่างของเธอให้แนบลงกับฟูกพร้อมกับดูดดึงริมฝีปากอย่างเคล้าคลอเคลีย เรียวลิ้นยกหยอกเย้าโดยละเลียดชิมริมฝีปากกระจับช้าๆ ทว่าแนบแน่น บุปผาสวรรค์ถอนหายใจแรงออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะทุบแขนของเขาเมื่อเริ่มหายใจไม่ออก
          พญากุมภีล์ถอนริมฝีปากออกมาเล็กน้อยเพื่อให้เธอได้หายใจ และเมื่อเขากำลังจะลงมาครอบครองมันอีกครั้งบุปผาสวรรค์ก็เอามือมาปิดปากของเขาไว้ หลบหน้าอย่างเอียงอาย
         
รักษาอันใดของท่านเป็นแบบนี้...
          เธอได้ยินเพียงเสียงเขาหัวเราะหึ แล้วก็ต้องรู้สึกเย็นวาบเข้าที่ปลายนิ้วทันที เมื่อหันมาก็พบว่าเขากำลังดูดดึงนิ้วของเธออยู่!
          เรียวลิ้นร้อนไล่ไปรอบๆ นิ้วมน เขาดูดและกัดเบาๆ อย่างหยอกเอิน เมื่อได้ยินเสียงหวานที่หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากบางของคนใต้ร่าง
         
ฮื้อ!”
          ชายหนุ่มจับแขนเสลาไปกดไว้เหนือหัวของมนุษย์น้อยทว่าแสนอ่อนหวาน เขาก้มหน้าลงมาจนตาสบตา จมูกชิดชนกัน
         
ร่วมรักกับเจ้าคือการรักษา...
          บุปผาสวรรค์จ้องเขาตาโต ตกใจกับสิ่งที่ตนลืมคิด...นี่เธอเสียรู้ให้เขาหรอกหรือนี่!? 

 

 

ปล. ถ้าว่างที่รักอย่าลืมอ่านทอล์กน้าาาา 

 

 

_______________________________________________________________________________________________________

 

 

อัพ 100%

มีความอะไร หลายๆ อย่างในบทนี้ ฮ่าๆ

นางเสือสมิงงงงง พ่อเข้ชั้นไม่ได้บ้ากามไปทั่ว กินมั่วไม่เลือกนะจ้ะจิบอกก

ยาย...บุปผาอ่ะเป็นคน แต่อิหน้าดุที่ยืนอยู่ข้างหลังอ่ะไม่ใช่ >

บุปผา...ดีใจด้วยนะลูก หนูจะได้กินจระเข้จริงจังแล้วนะ

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Yellow-Head00002.gif

มา คอมเม้นจัดมาเลยเลยฮะสาวๆ จัดให้จัดเต็มทั้งตอน

เอาให้อ่านกันจนตาเปียกไปโลย

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Green-Ant00002.gif

เพราะฉะนั้นแล้ว เขาขอเม้นน้าที่รัก เข้ามากระตุ้นต่อมขยันของเค้าให้ทำงานปรู้ดปรื้ดหน่อย อิอิ

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Handsom00006.gif

ถ้าท่านใดใจดี ให้เหรียญ ให้ดาว หรือให้กุญแจเค้าได้น้า เค้าจะทราบซึ้งมาก T__T

ขอบคุณมากจริงๆ นะคะ

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Huahed00015.gif

เค้าจิรออ่านเม้น รอดูดาวนะฮะ

ปล. ฝากเรื่องคำผิดด้วยเน้อ เค้าไม่ทันได้ตรวจ ถ้าผิดพลาดก็ขออภัยนะคะ

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon000220.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon000221.gif

 

 

 

อัพ 25%

ยิ่งกว่าอะเวนเจอร์ก็พ่อเข้ ทูนหัวของอิชั้นนี่ล่ะค่ะ http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon000217.gif

ได้ออกบู้หลายฉากแน่นอน

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Moo00002.gif

 

แต่....นางหนูบุผาของอิชั้นนี่สิคะเธอคิดอะไรอยู่ ตอบบบบ!!

อะไรจะมาส่งเสียงครงเสียงครางงงงง

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/9bbc76d5.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/9bbc76d5.gif

 

จะพยายามมาต่อให้ได้ในวันพรุ่งนี้นะคะ

ขอบคุณทุกๆ ยาแก้ขี้เกียจที่ส่งมาให้กำลังใจกัน

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Pirate00002.gif

 

ปล. ฟิ้วววววววว ฉึบ (ท่ากระโดดลงจากต้นไม้)

พ่อเข้: จงส่งความในใจของเจ้ามาให้ข้าบัดเดี๋ยวนี้

(จิ้มเลยๆ ช่องเม้น ช่องให้ดาว ช่องสนับสนุนฮ้าพพพ)

 

ยาย ผัวเลยเหรอยาย แต่จะว่าไปแล้วยายก็พูดไม่ผิดเท่าไหร่นะ http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon000221.gif

อิพ่อเข้มันหน้าดุเป็นเรื่องปกติจ้ะยาย

โดยเฉพาะเจอมนุษย์นะยายนะ

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon000221.gif

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}