ShadowRiter

Gravity รักโน้มถ่วง (ทอม ❤ กะเทย)

ชื่อตอน : Yes or No

คำค้น : ทอมฟิชเชอริ่งกะเทย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 70

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2560 13:34 น.

แบบอักษร

(Cr. EthAnxlngyAcheN)



เค้กนมสดเนื้อฟูนุ่มตัดสามเหลี่ยมจัดใส่จานสี่ใบ แม่ครัวใหญ่หันมองบุตรสาวคนเล็กที่กำลังก้มหน้า สายตาจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์ในมือ

“เนยเอาเค้กไปให้นัทกับดาวหน่อยสิ”

“แป๊บหนึ่งแม่ ตอบแชทเพื่อนก่อน”

“เดี๋ยวหนูยกไปให้ก็ได้ค่ะคุณน้า” ร่างเพรียวบางอาสา แม้ไม่อยากจะเจอหน้า ‘ผู้หญิงคนนั้น’ สักเท่าไร อย่างไม่มีเหตุผล

“เรียกน้าอีกแล้ว... ไหนเรียกใหม่สิจ๊ะ” คนสูงวัยกว่าเย้าแหย่คนพูดเมื่อครู่พร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะบอกให้เรียกใหม่ใน ‘คำเรียก’ ที่อยากได้ยิน

“ค่ะ คุณแม่” เอ็มตอบรับยิ้ม ๆ อย่างว่าง่าย ถึงจะยังไม่ชินปากก็ตาม

มือเรียวสวยหยิบจานเค้กมาสองใบ ก่อนขาขาวยาวตรงจะก้าวไปยังหน้าร้าน พลันได้ยินเสียงห้าวต่ำที่คุ้นหูดังขึ้น...

“ทีหลังถ้าจะไปกินเหล้า ก็อย่าไปคนเดียว มันอันตราย”

“ก็ไม่มีใครไปกับดาวหนิ เขาก็อยู่กับแฟนกันหมด” เสียงนั้นมีรอยน้อยใจแฝงอยู่

ร่างสมส่วนไม่รู้ว่าเธอมาขัดจังหวะคนทั้งคู่หรือเปล่า เมื่อมีความเงียบก่อตัวขึ้นทันควัน มือบางวางจานเค้กนมสดลงบนโต๊ะตรงหน้าของคนที่นั่งอยู่ทั้งสองฝั่ง ก่อนจะเหลียวมองร่างสูงใหญ่

“แม่คุณ...ให้เอามาให้ค่ะ” สิ้นเสียงคนพูดก็เตรียมจะหันหลังกลับ ทว่าถูกมือแข็งแรงนุ่มนวลคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน

“อยู่นี่แหละครับ ที่รัก...” น้ำเสียงทิ้งท้ายนั้นฟังดูนุ่มนวล คำว่า ‘ที่รัก’ ทำให้เอ็มรู้ได้ในทันทีว่าคนพูดคงต้องการจะประชดแฟนเก่า ไม่ต่างจากครั้งก่อนเป็นแน่ ในขณะที่หญิงสาวอีกคนจ้องเขม็งมายังคนทั้งสอง ริมฝีปากเม้มแน่น

“เก้าอี้ก็ว่าง ตักยิ่งว่างใหญ่ หรือจะมานั่งในหัวใจนัทก็ได้นะ” สาวหล่อแกล้งแหย่คนข้าง ๆ ด้วยเสียงสนุก เรียวปากอิ่มขยับยิ้มอย่างอารมณ์ดี แถมมีคำเรียกแทนตัวเองด้วย ‘ชื่อ’ อย่างผิดวิสัย

ร่างเพรียวบางมองคนเล่นมุกเสี่ยวก็อดยิ้มขำไม่ได้ ก่อนจะยอมมานั่งข้างเขาแต่โดยดีบนเก้าอี้ตัวกลมไร้พนักพิง

“เอ็มจำดาวได้ใช่ไหม... ดาวแค่ผ่านมาทางนี้น่ะ แล้วเห็นว่ารถนัทจอดอยู่ ก็เลยแวะมา” ร่างสูงใหญ่หันไปบอกกับคนข้างตัว

“แต่เดี๋ยวก็จะกลับละ ใช่ไหมดาว?” ท้ายประโยคนั้น คนพูดหันไปหาคนตรงหน้า แม้น้ำเสียงจะราบเรียบ แต่สายตาออกคำสั่ง

“อื้อ...” ร่างผอมบาง​ส่งเสียงตอบรับอย่างจำยอม ก่อนจะพูดขึ้นบ้าง...

“คุณเอ็มนี่สวยมาก ๆ เลยนะคะ”

ร่างเพรียวบางยิ้มตอบรับ ‘คนชม’ ไปตามมารยาท เพราะเป็นคำชมแค่เพียงปาก แต่ดวงตาคู่นั้นมีแววถากถาง

“นัทเป็นคนที่ชอบผู้หญิงสวยค่ะ ก่อนคบฉัน ก็คบกับดาวโรงเรียนมาก่อน” หญิงสาวคนเดิมพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ

“จะบอกว่าตัวเองสวยเหรอดาว” สาวมาดเท่แกล้งเย้าคนรักเก่าด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ

“ก็ใช่ไหมล่ะ” ดาวย้อนถามกลับในทันที ริมฝีปากยกยิ้มอย่างมั่นใจ ส่วนร่างสูงใหญ่ก็พยักหน้ารับอย่างปฏิเสธไม่ได้

“แต่คนก่อน ๆ ที่นัทคบมาก็ไม่นาน คงจะมีแต่ฉันนี่แหละค่ะ เกือบเจ็ดปี” คนเล่าเน้นน้ำเสียงในตอนท้ายประโยค อย่างต้องการจะย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ยาวนานของเธอและเขา

“ฉันว่า...เวลาจะนานเท่าไร ก็คงไม่สำคัญหรอกค่ะ ถ้ามันผ่านไปแล้ว มันก็เป็นแค่...อดีต” ร่างสมส่วนจงใจเน้นคำสุดท้าย พลางเหยียดยิ้มนิด ๆ ก่อนจะหันไปถามคนข้างกายด้วยเสียงหวาน “จริงไหมคะ?”

“ครับ ปัจจุบันสำคัญที่สุด” ร่างสูงใหญ่ตอบรับด้วยเสียงหนักแน่น เรียวปากอิ่มสีสดเผยรอยยิ้ม ก่อนเสียงห้าวนุ่มนวลจะดังขึ้นต่อ...

“แม่นัทเคยสอนว่า อดีตคือบทเรียน อนาคตคือความฝัน ปัจจุบันคือความจริง... หยุดเศร้าเรื่องเมื่อวาน อย่ากังวลถึงวันพรุ่งนี้ แค่อยู่กับวันนี้ และทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ...”

“นัทก็เลยมักจะนึกถึงแค่วันนี้ เพราะงั้น...” คนพูดเว้นวรรคนิดหนึ่ง “ถึงเอ็มจะอยู่ตรงหน้านัทอย่างนี้ นัทก็ยัง...คิดถึงแต่เอ็ม” แม้คำพูดจะฟังดูเหมือน ‘หยอด’ อย่างเคย แต่นัยน์ตาคมนั้นสื่อความจริงใจ

“นัทเขาก็ชอบพูดอะไรแบบนี้อยู่เรื่อยแหละค่ะ คุณเอ็มคงไม่รำคาญใช่ไหมคะ” หญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามกับร่างสูงใหญ่โพล่งขึ้นทันควัน

“อ๋อ...ไม่หรอกค่ะ นัทจะพูดอะไร ฉันก็ชอบทั้งนั้น ขอแค่เป็นนัท” ในประโยคท้าย ร่างเพรียวบางก็หันไปยิ้มให้คนข้าง ๆ ส่วนสาวหล่อยิ้มตอบด้วยความรู้สึกดีอย่างที่สุด ที่ได้ยินเธอบอกออกมาแบบนั้น แม้จะรู้ว่าเป็นแค่คำประชดประชันแฟนเก่าของเขาก็ตาม ในขณะที่หญิงสาวคนนั่งฝั่งตรงกันข้ามมองทั้งสองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

“กินเค้กหรือยังครับ?” สาวมาดเท่ถามคนนั่งข้างกัน ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อยังไม่คลายไปจากรอยยิ้ม

“ยังเลยค่ะ”

ร่างสูงใหญ่ตักเค้กสีขาวเนื้อนุ่ม ก่อนจะยื่นไปจ่ออยู่ตรงริมฝีปากบางของคนข้างตัว ทว่าเธอกลับยกมือขึ้นป้องปฏิเสธ

“ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ เดี๋ยวฉันไปกินในครัวก็ได้...”

“ไม่ต้องอายหรอกครับ อยู่กันสองคนยิ่งกว่านี้…” นัทแสร้งว่าอย่างยิ้ม ๆ “อ้ะ... อั้มหน่อย ๆ อั้มหน่อยน้า...” เสียงนั้นออดอ้อนไม่ต่างจากแววตาคนพูด จนคนโดนอ้อนต้องยอมให้เขาป้อนแต่โดยดี

ร่างผอมบาง​มองภาพตรงหน้า ก็ได้แต่กำมือแน่นด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง พลางถอนหายใจแรงอย่างพยายามระงับอารมณ์ เพียงครู่ก็กลับมามองคนตรงหน้าอีกครั้ง... คนที่ไม่เหลือสายตาไว้มองเธอเลย...

“ให้เอ็มกินก่อน แล้วจะอร่อยกว่าเดิม” ร่างสูงใหญ่บอกกับคนข้างตัวอย่างยิ้ม ๆ พลางตักเค้กเข้าปากตัวเองอีกคำ ก่อนจะเอ่ยชวนคนตรงหน้า “ดาวกินดิ อร่อยนะ” แต่เพียงแค่นั้นก็กลับมามองคนข้าง ๆ ต่อ

มือแข็งแรงนุ่มนวลตักเค้กยื่นให้เอ็มอีกครั้ง ทว่าเธอส่ายหน้าปฏิเสธ ริมฝีปากบางอมยิ้มเล็กน้อย จนเขาต้องกินเอง

“นัท...”

ในขณะที่เจ้าของชื่อหันไปมองทางต้นเสียง นิ้วหัวแม่มือของคนตรงหน้าก็ยื่นมาสัมผัสที่เรียวปากของเขาในทันที “กินเลอะอีกแล้วนะ” คนพูดยิ้ม ก่อนจะปรายตามองร่างเพรียวบางที่นิ่งงัน

“อุ๊ย! ขอโทษค่ะคุณเอ็ม พอดีมันเคยชินน่ะค่ะ เวลานัทกินอะไรเลอะ ดาวก็ต้องคอยเช็ดให้ตลอด”

“ต่อไปก็คงไม่ต้องลำบากคุณดาวแล้วนะคะ แฟนฉัน ฉันดูแลเองได้” ประโยคทิ้งท้ายนั้นน้ำเสียงหนักแน่นปนแข็งกระด้างเล็กน้อย

คราวนี้เป็นหญิงสาวแท้บ้างที่ต้องนิ่งไป หลังจากถูกตอกกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่คำพูดบาดลึกเมื่อครู่

“ตอนก่อนนอน... นัทเขาชอบให้ลูบหัว ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ยังจะเป็นอยู่หรือเปล่านะคะ” คำพูดเปรยขึ้นอย่างลอย ๆ นั้น ราวกับคนพูดตั้งใจจะแสดงให้เห็นว่าเธอและนัทมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันมากเพียงใด

“ก็ไม่นี่คะ ทำอย่างอื่นกันมากกว่า”

ร่างสูงใหญ่มองคนข้าง ๆ ก็อดยิ้มไม่ได้ แม้น้ำเสียงที่ได้ฟังจะราบเรียบ แต่สีหน้าและแววตาเอาเรื่องไม่น้อย

“อ่อ... ขอบคุณนะคะที่บอก ว่านัทชอบอะไร หรือไม่ชอบอะไร แต่คิดว่าคงไม่ต้องแล้วล่ะค่ะ” คนพูดพยายามสรรหาคำให้ดูเบาบางที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความหมายง่าย ๆ นั้นไม่ต้องตีความให้เหนื่อยเปล่า

“ฉันอยากรู้จักนัทด้วยตัวของฉันเอง…”

ร่างผอมบาง​แสร้งยิ้มรับ แม้ภายในจะเดือดจนแทบปะทุเต็มที ก่อนจะทำเป็นว่าดูนาฬิกาข้อมือ

“งั้นเดี๋ยว...ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ พอดีว่ามีธุระน่ะค่ะ”

“ค่ะ” เอ็มตอบรับไปตามมารยาทเพียงสั้น ๆ น้ำเสียงนั้นฟังดูแข็งกระด้างนิดหนึ่ง

“กลับก่อนนะนัท ไว้เดี๋ยวดาวจะโทรหา”

สาวหล่อล่ำตอบรับในลำคอพลางพยักหน้าเล็กน้อย

คล้อยหลังหญิงสาวที่เดินพ้นประตูกระจกไปเพียงครู่ ร่างเพรียวบางก็พูดขึ้นด้วยหน้านิ่วคิ้วขมวด...

“ฉันไม่ใช่ไม้กันแฟนเก่าให้ใครนะคะ”

“หือ...มีด้วยเหรอ ไม้กันแฟนเก่า เพิ่งเคยได้ยินนะเนี่ย” คนตัวสูงเย้าแหย่ขึ้นอย่างยิ้ม ๆ ทว่าอีกฝ่ายทำหน้ามุ่ย

“แต่จะว่าไป...คุณก็เล่นได้เนียนมาก ๆ เลยนะครับเนี่ย เหมือนกับว่าหึงจริง ๆ อย่างนั้นแหละ” สาวมาดเท่แซ็วคนข้าง ๆ ต่อ พลางหัวเราะชอบใจ ส่วนคนถูกแซ็วมองค้อนขวับ

“ที่ว่าอยากรู้จักผมด้วยตัวคุณเอง จากใจ... หรือแกล้งประชดดาวครับ”

“แกล้งค่ะ” หนุ่มสวยเกินหญิงตอบ ก่อนจะเริ่มเผยรอยยิ้มเล็ก ๆ

“ว้า...ไอ้เราก็หลงดีใจ” นัทแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ พลางใช้นิ้วเรียวยาวปาดครีมเนื้อนุ่มละมุนของเค้กตรงหน้า

“อ๊ะ! มันเปื้อนนะคะ เล่นอะไรเป็นเด็ก ๆ ไปได้…” เสียงหวานเอ็ดขึ้นอย่างไม่จริงจังนัก หลังจากถูกคนข้าง ๆ ป้ายครีมที่ปลายจมูกโดยไม่ทันได้ตั้งตัว นิ้วเรียวขาวเกลี่ยครีมที่เลอะออก ก่อนจะหันไปหาคนตัวสูงหมายจะเอาคืน ทว่าอีกฝ่ายกลับรู้ทัน เบี่ยงตัวหลบเสียก่อน

สาวหล่อนึกสนุกปาดครีมตรงหน้าเค้กมาอีก ในจังหวะที่หันไปปลายนิ้วของอีกฝ่ายก็ป้ายครีมขาวลงที่แก้มของเขาทันที คนได้เอาคืนหัวเราะคิกคักอย่างสะใจ แต่เมื่อเขาจะแกล้งกลับบ้าง ก็เบี่ยงตัวหลบอย่างเร็ว…

“อ๊าย...!” เสียงร้องอย่างตกใจดังขึ้น

วินาทีนั้นเองที่อ้อมแขนแข็งแรงเทียบเท่าชายหนุ่มเหนี่ยวรั้งร่างบางที่เกือบจะหงายหลังเอาไว้ได้ทัน นัยน์ตาสองคู่สบมองกันในระยะประชิด พร้อมหัวใจสองดวงที่สั่นไหวอย่างหนักหน่วง ก่อนใบหน้าหล่อเหลาไม่ต่างจากชายแท้จะค่อย ๆ เลื่อนเข้าหาใบหน้าสวยไร้ที่ติ จนกระทั่งร่างสมส่วนหลับตาลง เมื่อสัมผัสถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่เคลื่อนเข้ามาใกล้...

“จูบเลย จูบเลย...”

เสียงร้องเชียร์ดังขึ้น ทำให้คนทั้งสองต้องผละหน้าออกจากกันอย่างกะทันหัน ทว่าแขนแกร่งของสาวหล่อก็ยังโอบประคองแผ่นหลังร่างเล็กเอาไว้อยู่ ใบหน้าของคนทั้งคู่ขึ้นสีแดงระเรื่อไม่ต่างจากกัน...

“พี่นัท...เดี๋ยวเขาเข้าไปใหม่ ต่อเลย ๆ”




โรงอาหารใต้ตึกคณะนิเทศศาสตร์ในเวลาสิบนาฬิกายังคงเงียบสงบ โต๊ะสี่เหลี่ยมสีขาวเรียงรายทอดยาวว่างเปล่าเสียส่วนมาก มีเพียงไม่กี่โต๊ะเท่านั้นที่มีผู้คนจับจอง หนึ่งในส่วนน้อยคือกลุ่มของชายหัวใจสาวที่เพิ่งเลิกเรียนวิชาแรกในช่วงเช้า ต่างก็วางสัมภาระ แล้วแยกย้ายไปตามร้านอาหารที่ตนต้องการ เมญ่ากับพอลลี่ตรงดิ่งไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ ส่วนคิตตี้ไปร้านข้าวมันไก่ ในขณะที่เอ็มเลือกร้านข้าวราดแกง หลังจากที่ร่างเพรียวบางสั่งอาหารเรียบร้อยก็ก้าวขาไปยังร้านขายน้ำที่อยู่ใกล้เคียง เธอสั่งนมสดปั่น ยืนรออยู่เพียงครู่ก็รู้สึกว่ามีใครคนหนึ่งมาอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าหวานเหลียวมองเล็กน้อยเพราะคิดว่าเป็นเพื่อน ทว่าเมื่อหันไปก็พบชายหนุ่มรูปร่างสูงผิวสีแทนที่ส่งยิ้มมาให้ เธอก็ยิ้มรับพลางทักทาย

“อาจารย์ก็มากินข้าวที่นี่เหมือนกันเหรอคะ”

“ครับ เป็นบางครั้งน่ะ” เนมตอบกลับอย่างยิ้ม ๆ “ว่าแต่...เมื่อไหร่เอ็ม จะเรียกพี่ว่าพี่เหมือนคนอื่นล่ะครับ”

“อือ...ไม่ค่อยชินปากอะค่ะ แต่ถ้าเรียกก็กลัวจะติดไปเผลอเรียกในห้องเรียน”

“ไม่ต้องกลัวหรอกครับ เดี๋ยวอีกไม่กี่อาทิตย์พี่ก็ไม่ได้มาสอนแล้วนะ” น้ำเสียงของคนพูดยังคงราบเรียบอย่างเป็นปกติ

“อ้าวเหรอคะ?” นักศึกษาสาวตกใจเล็ก ๆ ตามคำที่เอ่ยออกมา ก่อนจะเปลี่ยนบรรยากาศให้คลายลง “เมญ่าคงจะคิดถึงอาจารย์ เอ่อ...พี่ มากแน่ ๆ เลยค่ะ” คนพูดทีเล่นทีจริงขยับยิ้มนิดหนึ่ง

“แล้วเอ็ม…” ประโยคนั้นเหมือนจะสะดุดหายไป เมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้นแทรก…

“นมปั่นได้แล้วค่ะ”

“เดี๋ยวหนูไปก่อนนะคะ” ร่างบางบอกลา แม้จะรู้ดีว่าอาจารย์หนุ่มก็ต้องไปนั่งร่วมโต๊ะด้วยอยู่ดี อย่างในทุกครั้งเวลาที่บังเอิญมากินข้าวที่เดียวกัน

ทุกเหตุการณ์อยู่ในสายตาของคนกลุ่มหนึ่ง แม้จะไม่ได้ยินเสียงบทสนทนาก็ตามที แต่ท่าทางที่ดูจะสนิทสนมกันระหว่างนักศึกษาสาวกับอาจารย์หนุ่มนั้น ก็ตกเป็นประเด็นได้อย่างไม่ยากเย็น

“อาจารย์คนนี้ต้องจีบพี่เอ็มแน่เลยว่ะ เห็นชอบไปอยู่กับกลุ่มพี่เอ็มบ่อย ๆ” หนึ่งในสี่สาวเอ่ยขึ้นอย่างจับพิรุธ

“เขาอาจจะเป็นพี่สาวน้องสาวกันก็ได้นะเว้ย... ใครจะไปรู้... สมัยนี้รู้หน้า ไม่รู้เพศอะไร” คนที่นั่งข้างกันแย้งติดตลกพลางหัวเราะคิกคัก

“ไม่ใช่หรอก” เสียงปฏิเสธนั้นหนักแน่น ดวงตาสดใสฉายแววจริงจัง “เขาก็เป็นผู้ชายนี่แหละ”

“ดูท่าแกจะมั่นใจนะไอ้เนย”

“ก็เขาเป็นพี่ของพี่ดาว...แฟนเก่าพี่นัทหนิ แล้วพี่นัทก็สนิทกับพี่คนนี้มากด้วย นี่ขนาดว่าเลิกกับพี่ดาวไปแล้ว ก็ยังติดต่อกันอยู่เลย” ร่างบางเล็กบอกกับเพื่อนทั้งสามด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอย่างผิดวิสัย

“อ้าว...แล้วนี่พี่นัทเขารู้ไหมเนี่ยว่าอาจารย์คนนี้รู้จักกับพี่เอ็มอะ” ปิ๊กคนที่นั่งข้างเนยถามขึ้นอย่างสงสัยเล็ก ๆ

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ รู้เท่าที่เล่าให้พวกแกฟังแหละ พี่นัทเขาก็ไม่ค่อยบอกอะไรด้วย ต้องสังเกตเอา”

“โห่ย...อย่าทำให้ต่อมเผือกกระดิก แล้วจากไปแบบนี้สิวะ” เต้ยบ่นอุบอิบด้วยความอยากรู้

“แล้วถ้าอาจารย์คนนั้นเกิดชอบพี่เอ็มขึ้นมาวะแก...” พรีมทิ้งคำถามปลายเปิดไว้เพียงเท่านั้น

คนฟังอย่างเนยนิ่งไปชั่วขณะ เธอได้เห็นและรับรู้มาพอ ๆ กับเพื่อนของเธอ แต่ก็ยังไม่แน่ใจตามข้อสันนิษฐานนั้นนัก นัยน์ตารีเล็กทอดมองไปยังโต๊ะที่ห่างออกไปไกลหลายแถว ก็ยังคงเห็นชายหนุ่มคนที่ถูกพูดถึงยิ้มแย้มกับกลุ่มรุ่นพี่อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะตอบเสียงแผ่วเบาอย่างไม่ค่อยมั่นใจ...

“มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้...”

ร่างเพรียวบางนั่งฟังเพื่อนสาวของเธอ ‘เมาท์มอย’ อย่างเงียบ ๆ มีออกความคิดเห็นบ้างบางครั้ง ส่วนอาจารย์หนุ่มที่นั่งเยื้องไปเล็กน้อย ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันกับเธอ แม้จะดูไม่ใช่เป็นคนที่พูดเก่งอะไร แต่​ก็มักจะหาเรื่องชวนพวกเธอคุยได้เสมอ ๆ ไม่ว่าจะเรื่องเรียน หรือเรื่องเที่ยว

“พี่ว่าจะหาโอกาสเลี้ยงข้าวพวกเราสักมื้อ ไม่รู้ว่าจะว่างกันไหมเนี่ย...”

“พวกหนูอะ ว่างเสมอค่ะ แต่เอ็มมี่นี่สิ...” จบประโยคท้ายเมญ่าก็ปรายตามองคนข้าง ๆ พลางยิ้มคล้ายจะแหย่ “ต้องไปกินข้าวกับหนุ่ม”

“พาแฟนมาด้วยก็ได้นะครับเอ็ม”

“เอ่อ... ยังไม่ใช่แฟนค่ะ” คนปฏิเสธยกแก้วนมสดปั่นขึ้นมาดูดพลางก้มหน้าเล็ก ๆ ริมฝีปากบางเผยรอยยิ้มอย่างไม่อาจหวงห้าม แก้มขาวเนียนก็ขึ้นสีระเรื่อ ราวกับเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติเมื่อพูดถึงใครบางคน

“ถ้าอย่างนั้นก็ยังมีสิทธิ์สินะครับ... หมายถึงหนุ่ม ๆ คนอื่นน่ะ”

ประโยคแรกทำให้คิ้วเรียวสวยขมวดนิด ๆ ทว่าเมื่อได้ยินอีกฝ่ายขยายความในเชิงทีเล่นทีจริง เจ้าตัวจึงไม่ได้คิดอะไรต่อ

“โอ๊ย...พี่เนม ช่วงนี้นางเสน่ห์แรงค่ะ คนจีบนางมีตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสี่” คิตตี้โพล่งขึ้นทันควัน พลางหัวเราะออกมาเล็กน้อย

“มึงก็เว่อร์...” ร่างเพรียวบางเอ่ยแย้งเคล้าเสียงหัวเราะ เพราะแค่มีคนให้ขนม ของขวัญ หรือดอกไม้ สำหรับเธอคงไม่นับว่าจีบ

คนในโต๊ะนั้นยังคงคุยกันไปพลางกินข้าวไปพลางอีกสักพัก ก่อนอาจารย์หนุ่มจะขอตัวลาไปสอน จึงเหลือเพียงสี่สาวที่มีเวลาว่างอีกหนึ่งชั่วโมง

“นี่พี่เนมก็จะเข้าชิงตำแหน่งผออออีกคนเหรอวะ... แล้วเมื่อวานอะพวกมึงเห็นมะ อรัญธิตรา อรัญธิตรา อรัญธิตรา เรียกอีเอ็มอยู่นั่นแหละ” พอลลี่เปิดประเด็นในทันทีหลังจากที่คล้อยหลังอาจารย์หนุ่มได้ไม่นาน คำว่า ‘ผอ.’ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผู้อำนวยการแต่อย่างใด หากแต่ต่างก็รู้กันดีว่าหมายถึง... ‘ผัวอีเอ็ม’

“เขาเห็นหน้าอีเอ็มฉลาดมั้งมึง...” เมญ่าแย้งเสียงกลั้วหัวเราะ แต่ในใจก็แอบเห็นด้วยอยู่นิดหน่อย

“กูว่าถ้าจะเรียกขนาดนี้ คงจะเห็นมันเป็นอับดุลแล้วล่ะ อับดุลเอ้ย... ถามอะไร ตอบได้” คิตตี้กระเซ้าเย้าแหย่ทันควัน ไม่วายหลุดเสียงหัวเราะคิกคัก

“พวกมึงนี่ก็เนาะ” คนที่ถูกพูดถึงอดหัวเราะตามไม่ได้ ครู่ใหญ่ก็ได้ยินเสียงสั่นจากกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ใกล้ตัว มือบางหยิบโทรศัพท์ออกมาดูก็พบกับเบอร์ที่ถูกลบไปแล้ว แม้จะยังจำได้อยู่ แต่ความรู้สึกที่มีให้กับเจ้าของเบอร์นี้ไม่มีหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

หลังจากวันที่เธอถูกบอกเลิก แฟนเก่าของเธอก็ยังพยายามมา ‘ง้อ’ ขอคืนดี ถึงเธอจะบอกชัดเจนว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมจบง่าย ๆ

“มึง... พี่คิมโทรมา” ร่างเพรียวบางบ่นงึมงำด้วยใบหน้าที่ฉายชัดว่ารำคาญ ก่อนจะหันไปหาคนข้าง ๆ “อีแมนรับดิ”

“เมญ่า!” เจ้าของเสียงเคร่งขรึมกลอกตา ‘มองแรง’ ไปทางคนเรียกเมื่อครู่ในทันที

“เออ ๆ น้า ๆ เมญ่าคนสวย…” คนขอความช่วยเหลือส่งตาเล็กตาน้อยอย่างออดอ้อนไม่ผิดไปจากน้ำเสียง

“เดี๋ยวนี้หัดปากหวานนะยะ ติดพี่นัทมาเหรอ...” เมญ่าได้ทีก็แซ็วเพื่อนสนิททันควัน

“อุ๊บส์… ติดต่อกันทางปากแน่ ๆ” พอลลี่เย้าแหย่พลางยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองคล้ายปิดเป็นความลับ

“มึงอ่า...อย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่องกันดิ” คนหน้าแดงยื่นโทรศัพท์ให้เพื่อนข้าง ๆ อย่างคะยั้นคะยอ

ร่างสูงขาวยอมรับมือถือเครื่องบางมาพลางกระแอมไอนิดหนึ่ง ก่อนจะรับสายด้วยเสียงที่เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ขอโทษค่ะ ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก กรุณาอย่าติดต่อมาอีกเลยนะคะ ซอรี่... แธร์ อีส โน...” คนพูดกดวางสายไปในทันที ก่อนจะมองหน้าเพื่อน ๆ ของตนที่กำลังกลั้นขำ “อุ๊ย ระบบขัดข้อง ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ” น้ำเสียงดัดจริตนั้นเรียกเสียงฮาครืนจากอีกสามสาวได้อย่างไม่ยากเย็น

ในจังหวะที่เมญ่าจะส่งโทรศัพท์คืนเจ้าของก็มีข้อความในแอปพลิเคชันไลน์เด้งขึ้นมา

“อ้ะ... พี่นัทไลน์มา”

เอ็มยื่นมือไปรับก่อนจะกดอ่านข้อความในทันที คนส่งรายงานตัวว่ากำลังทำอะไร... อยู่ที่ไหน... แม้ปกติเธอก็พอจะรู้ว่าเขามาสอนออกกำลังกายแทบจะทุกวัน ส่วนสถานที่ก็เปลี่ยนไปตามที่ลูกค้าคนนั้น ๆ จะสะดวก หรือถ้าวันไหนเขาว่างก็จะมาอยู่ที่ร้านกาแฟแทน

“ผัวเก่าก็มา ผัวใหม่ก็มี ชีวิตเวิ้นเว้อวุ่นวายจริ๊ง…”

ร่างเพรียวบางเงยหน้ามองคิตตี้ที่กระแซะ แต่ก็ไม่พูดอะไรนอกจากอมยิ้ม แล้วพิมพ์ข้อความตอบคู่สนทนาผ่านจอสี่เหลี่ยม

“มึงว่าใครวิน?” เสียงพอลลี่ดังขึ้นถาม

“ผัวใหม่ ทอมลิมิเต็ดอิดิชั่นสิมึง ใช่ไหมอีเอ็ม” เมญ่าตอบออกไปอย่างทันท่วงทีด้วยท่าทางมั่นใจ ก่อนจะถามเจ้าตัว

“บ้า... กูยังไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลย…” หนุ่มสวยเกินหญิงเงยหน้าขึ้นตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่ริมฝีปากบางกลับเผยรอยยิ้มเล็ก ๆ

“ไม่คิด ๆ แล้วที่ให้เขามารับมาส่งทุกวันคืออะไร” ร่างสูงขาวย้อนถาม พลางหรี่ตามองเพื่อนคนนั่งข้างกัน

“กูก็ไม่รู้ว่ะ กูไม่มั่นใจ... ทอมกับกะเทยมันจะไปด้วยกันได้เหรอวะ แล้วถ้าคบกันสังคมจะมองยังไง” คนตอบมีสีหน้าที่จริงจังขึ้น นัยน์ตาหวานฉายแววเป็นกังวลไม่ต่างจากคำพูดที่เอ่ยออกมา ลึก ๆ แล้วเธอก็ยังกลัวความสัมพันธ์ที่ไม่มีรูปแบบตายตัวนี้ ถึงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาทำให้เธอรู้สึกดีเวลาที่ได้อยู่ใกล้กันก็ตาม

“มึงจะเย่กับใคร มึงต้องถามความเห็นชาวบ้านไหมล่ะ อีดอก...” เมญ่าตอกกลับด้วยน้ำเสียงคล้ายจะหงุดหงิด

“ใช่... เยส ออ โน อยากเย่ เอ๊ย! อยากรัก ก็รักเลย...” คิตตี้ส่งเสียงสนับสนุนอีกแรง แม้คำพูดจะติดตลกไปบ้าง ส่วนพอลลี่ก็เออออตามอย่างเห็นพร้องต้องกัน

ร่างเพรียวบางมีสีหน้าที่คลายลงจากในทีแรก เธอไม่ตอบโต้อะไรออกมา นอกจากส่ายหน้ายิ้มขำกับคำพูดของเหล่าเพื่อนสนิท เพียงครู่หัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนไปเป็นเรื่องอื่น ในขณะที่เธอฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เพราะกลับมาจดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ในมืออีกครั้ง

‘เฮ้อออ เหนื่อยจังงง’

‘ถ้าได้นอนหนุนตักใครบางคนคงจะหายเหนื่อย’

คนได้อ่านข้อความนั้นอมยิ้ม ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป ‘ขี้บ่นจังค่ะ’ ตามด้วยสติกเกอร์ตัวการ์ตูนแลบลิ้นปลิ้นตา นอกจากเขาจะขี้บ่นอย่างเธอแกล้งว่าแล้ว ยังขี้หยอดเป็นที่หนึ่งอีกด้วย

‘ว่างหรือแอบเล่นครับเนี่ย’

‘ว่างสิคะ แหม เห็นฉันเป็นคนแอบอู้ไปได้’

‘โทรไปได้รึเปล่าครับ?’

‘อยู่กับเพื่อนค่ะ’ ความหมายของเธอก็คือยังไม่สะดวกคุย เพราะถ้าคุยโทรศัพท์ตอนนี้คงโดนเพื่อน ๆ แซ็วแน่ แต่หลังจากนั้นเพียงครู่ก็มีสายเรียกเข้าเป็น ‘วิดีโอคอล’ มา ทั้ง ๆ ที่คนอีกฝั่งได้อ่านข้อความแล้ว ไม่รู้ว่าไม่ทราบความหมาย หรือตีมึนกันแน่

“พวกมึง...เดี๋ยวกูมานะ” ร่างเพรียวบางบอกเพียงเท่านั้นก็พลันหยัดกายลุกขึ้น ในมือก็ยังถือโทรศัพท์ไม่ห่าง

สามสาวที่เหลือหันมองคนส่งเสียงเมื่อครู่เป็นตาเดียว เมื่อเห็นแก้มขาวเนียนมีสีแดงระเรื่อ รอยยิ้มที่ปกปิดไม่มิดก็เข้าใจได้ในทันที

“บ้า... กูยังไม่ได้คิดอะไรกับเขาเล้ย…” เมญ่าล้อเลียนคำพูดของเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงแอ๊บใสซื่อ เสียงในตอนท้ายนั้นสูงลิบลิ่ว

คนถูกแซ็วที่เถียงไม่ออกก็ได้แต่ย่นจมูกอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะก้าวขาออกจากโต๊ะ แต่ยังไม่วายได้ยินเสียงจีบปากจีบคอของ ‘อีแมน’ ดังขึ้นอย่างจิกกัดตามมา...

“สตรอว์ยกสวน”


(8/4/60 : 14.54 : 100% : Rewrite 1)



ชื่อ
ความคิดเห็น