Peeramin

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CHAPTER 26

คำค้น : CHAPTER 26

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2559 19:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 26
แบบอักษร

               

 

 CHAPTER 26

 

                บ้า! บ้าที่สุดเลย ตอนนี้ฉันยืนอยู่บนดาดฟ้าของโรงแรม ไม่รู้ลมอะไรหอบฉันขึ้นมาแต่มันก็ดีนะ เงียบและสงบดี บรรยากาศข้างล่างวุ่นวายไปด้วยแสง สี เสียง และผู้คนเต็มไปหมด อย่างน้อยขึ้นมานี่ก็ยังมีอากาศบริสุทธิ์มากกว่า พี่วิเวียนโทรหาฉันใหญ่ ฉันก็บอกไปว่าขออยู่บนนี้ซักพัก แล้วจะลงไป พี่วิเวียนก็ดูเหมือนจะเข้าใจ เออออตามฉันไปหมด ลงไปตอนนี้ไม่ได้หรอก ความรู้สึกฉันมันปรับไม่ทัน

                ตุ้บ!!!

                ฉันปล่อยรองเท้าส้นสูงในมือทั้งสองข้างไว้พื้นบนดาดฟ้าอย่างไม่ใยดี พอกันที...ฉันอุตส่าห์อดทนใส่ชุดนี้ทั้งอายทั้งไม่มั่นใจ รองเท้านี่ก็เหมือนกัน สะดุดตั้งหลายรอบ ทำไปทั้งหมดก็เพื่อจะมาเจอเค้าในวันนี้ แล้วดูเค้าทำสิ! ไม่คิดจะไว้หน้ากันเลยใช่มั้ย พูดอย่างนึงทำอย่างนึง

                “คนบ้า โกหก! แย่ที่สุดเลย!” ฉันพูดออกไปด้วยความโมโห ยังไงอยู่บนนี้ก็ไม่มีใครอยู่แล้วนี่

                “ผมทำอะไรผิดรึเปล่าครับ?” เอ๊ะ! เสียงผู้ชาย ทำไมมีเสียงผู้ชายด้วยล่ะ ฉันค่อยๆหันไปข้างหลังตามต้นเสียง แล้วก็เจอจริงๆด้วย ผู้ชายคนนึงอยู่ในชุดสูทสีดำ แต่งตัวแบบนี้ฉันว่าเค้าคงมาร่วมงานเหมือนกับฉัน แต่ตอนฉันขึ้นมาไม่เห็นมีใครนี่นา เค้ามาอยู่ที่นี่ตอนไหนนะ?

                “เอ่อ...ขอโทษค่ะ ฉันไม่รู้ว่ามีคนอยู่บนนี้ด้วย” ฉันรีบก้มหน้าขอโทษเค้าทันที

                “ขอโทษทำไมล่ะครับ คุณไม่ได้หมายถึงผมสักหน่อย....ใช่มั้ยครับ?” เค้าหยิบรองเท้าส้นสูงที่ฉันทิ้งไว้ก่อนจะเดินเข้ามาฉัน อ๋อย...ทำอะไรไปบ้างเนี่ย ขายหน้าชะมัด!

                “ค่ะ...” ฉันตอบเค้าไปแค่นั้น เพราะไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อไปดี

                “ทิ้งไว้แบบนี้ไม่ดีนะครับ” เค้าบอกก่อนจะยื่นส้นสูงให้ฉัน โอ๊ย! ยิ่งทำแบบนี้ยิ่งอายไปใหญ่เลย

                “ขอบคุณค่ะ...” ฉันรีบมาเพราะปฏิเสธอะไรไม่ได้ ฉันว่าตอนนี้ฉันต้องหาทางออกจากที่นี่แล้วล่ะ

                “คุณดูอารมณ์ไม่ดีเลยนะครับ มีเรื่องอะไรรึเปล่า?

                “.....” ไอ้มีมันก็มีอยู่หรอก แต่จะให้พูดกับคนแปลกหน้าแบบนี้ได้ยังไงล่ะ

                “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เราสองคนไม่รู้จักกันอยู่แล้ว ผมไม่เอาเรื่องของคุณไปพูดหรอก แค่เห็นคุณดูเครียดๆน่ะ” ฉันคงแสดงออกหนักมาเลยใช่มั้ย เอาไงดี...ฉันควรพูดกับเค้าต่อหรือควรลงไปข้างล่างดี

                “ก็นิดหน่อยน่ะค่ะ” เอาเถอะ ยังไงเราก็ไม่รู้จักกันอยู่แล้ว ฉันจะพูดหรือไม่พูดอะไรมันก็ไม่มีผลอะไรกบเค้าอยู่แล้วนี่ อย่างน้อยก็คิดซะว่าได้เพื่อนใหม่มาสักคนแล้วกัน...

                “แต่เท่าที่ดูนี่...ไม่นิดเลยนะครับ” ขนาดนั้นเลยเหรอ TUT

                “ฉันคงทำอะไรน่าเกลียดๆไปเยอะเลยใช่มั้ยคะ” อยากจะมุดดาดฟ้าหนี

                ฟิ้วววว~

      “ไม่หรอกครับ...น่ารักดี” เอ๊ะ! ฉันฟังเสียงเค้าไม่ถนัดเลยเพราะเมื่อกี้ลมผ่านพอดี ได้ยินแต่ประโยคแรก ประโยคที่สองเค้าพูดว่าอะไรนะ

      “เมื่อกี้คุณว่ายังไงนะคะ?” ฉันถามเค้าอีกครั้ง

      “เปล่าครับ อยู่บนนี้ลมแรงนะครับใส่เสื้อผมคลุมไว้ดีกว่า” เค้าถอดเสื้อสูทของตัวเองมาคลุมให้ฉัน

      “เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องลำบากหรอก” พึ่งรู้จักกัน ฉันก็ได้รับความช่วยเหลือแล้วเนี่ย

      “ไม่ลำบากหรอกครับ แต่ถ้าคุณไม่รับ...มันจะทำให้ผมรู้สึกไม่แมนเลยนะ” อ๋อย...เล่นอย่างงี้เลยเหรอ

      “งั้นก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” ฉันรับเสื้อสูทเค้าแล้วก้มขอบคุณอีกครั้ง

      “ผมพอร์ชครับ” อ่า...ใช่! คุยตั้งนานยังไม่รู้จักชื่อกันเลย

      “อ๋อ...ฉันชื่อยูแอลค่ะ” ฉันเองก็รีบแนะนำชื่อ เดี๋ยวจะดูว่าไม่มีมารยาทจนเกินไป

      จากนั้นบทสนทนาของเราก็เริ่มต้นขึ้น ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเราสามารถคุยกันได้จริงๆทั้งๆที่พึ่งรู้จักกันไม่กี่นาที เราคุยกับเรื่องทั่วๆไป และผู้ชายคนนั้นก็ให้ฉันเรียกเค้าว่าพี่แทนคำว่า”คุณ”ความจริงฉันกับเค้าก็ห่างกันแค่ 5 ปีเองแหละ นับเป็นเรื่องบังเอิญไปอีก เมื่อพี่พอร์ชก็เรียนที่อเมริกาเหมือนกันแต่เค้าเรียนมหาลัยแล้ว ดีเหมือนกันนะเนี่ย อย่างน้อยฉันก็ได้เพื่อนใหม่ที่ไทยเพิ่มอีกคนแล้ว

                ครึ่งชั่วโมงต่อมา….

                “ขอบคุณนะคะพี่พอร์ช...” ฉันขอบคุณเค้า เพราะเค้าช่วยเปลี่ยนรองเท้าให้ฉัน ครอบครัวพี่พอร์ชเป็นเจ้าของโรงแรมนี้เองแหละ ท่าทางจะรวยไม่เบาเลยนะ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเค้าสามารถให้คนหารองเท้ามาให้ฉันได้ สงสัยเค้าจะรู้ว่ารองเท้าคู่นี้มันยากสำหรับฉัน เค้าเลยให้คนเอารองเท้ามาเปลี่ยนให้ ฉันนี่ทั้งดีใจทั้งขอบคุณเค้าใหญ่เลย ตอนแรกก็กะจะคุยแค่แปปเดียว คุยไปคุยมายาวเป็นครึ่งชั่วโมงเลย ฉันเห็นว่าออกมานานแล้วเลยจะกลับเข้าไปในงาน กลัวพี่วิเวียนเป็นห่วงด้วย

                “ไม่เป็นไรหรอก เล็กน้อย” พี่พอร์ชเองก็กำลังกลับเข้าไปในงานพร้อมกับฉัน

                “ยูแอล!!!” โอ๊ะ! ได้ยินเสียงคนเรียกแฮะ ทันทีที่ก้าวพ้นลิฟธ์ ฉันหันไปตามเสียงก่อนจะเจอพี่คาร์ล พี่คาร์ลยังอยู่ในชุดที่ใส่เดินบนเวทีอยู่เลย แถมตอนนี้ยังเดินมาทางฉันด้วย โชคดีนะที่เราอยู่บริเวณนอกงานอยู่ ยังไม่เข้าไปในงาน ไม่งั้นนักข่าวเล่นงานแน่

                “คนนี้เหรอที่เราเล่าให้พี่ฟัง?” พี่พอร์ชถามฉัน อ๋อย...ฉันหลุดเล่าไปนิดเดียวเองนะ ทำไมพี่พอร์ชรู้ล่ะ แต่เท่าที่คุยกันฉันว่าพี่เค้าก็มีความน่าเชื่อถือสูงอยู่เหมือนกันนะ ไม่น่าจะต้องกังวลว่าเค้าจะเอาเรื่องไปเปิดเผย เอาเป็นว่าฉันจะลองเชื่อใจเพื่อนใหม่คนนี้ดูก็แล้วกัน

                “ค่ะ...” ฉันตอบไปแค่นั้น

                พึ่บ!!!

                หลังจากที่เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าฉันกับพี่พอร์ชได้ไม่นาน พี่คาร์ลก็ดึงแขนฉันให้เซไปอยู่ข้างๆเค้าอย่างขัดไม่ได้ อะไรของเค้าเนี่ย คิดจะทำอะไรอีก...ถ้าเกิดมีคนมาเห็นเข้าเดี๋ยวก็เป็นข่าวอีกหรอก

                “พี่คาร์ลจะทำอะไรคะ?” ฉันมองหน้าเค้าอย่างเอาเรื่อง มีความผิดอยู่ รู้ตัวบ้างรึเปล่าเนี่ย!

                “นี่ใคร?” พี่คาร์ลมองหน้าฉันก่อนจะใช้สายตามองไปที่พี่พอร์ช ทำอย่างนี้ได้ไงเนี่ย ไม่มีมารยาทเลย

                “พี่พอร์ชค่ะ เค้าเป็นเจ้าของโรงแรม”

                “สนิทกันเหรอ?” พี่คาร์ลถามก่อนจะมองมาที่เสื้อสูทพี่พอร์ชที่คลุมไหล่ฉันอยู่ แต่ละคำถามนี่นะ...พี่พอร์ชจะมองยังไงล่ะเนี่ย ทำไมทำอะไรรักษามารยาทเลยนะพี่คาร์ล

                “เปล่าครับ เราพึ่งเจอกันเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว” อันนี้พี่พอร์ชเป็นคนตอบ

                “พึ่งเจอกัน? เหอะ!” พี่คาร์ลพูดแบบนั้นออกไปได้ไงเนี่ย ทำไมเป็นคนไม่รักษาน้ำใจใครเลยแบบนี้นะ

                “ทำไมพี่คาร์ลถึงพ...” ฉันยังพูดไม่ทันจบพี่คาร์ลก็ถอดเสื้อคลุมพี่พอร์ชออกจากตัวฉัน ก่อนจะถอดเสื้อตัวเองมาคลุมให้ฉันแทน

                “ขอบใจนะที่ดูแลยูแอลแทน แต่ไม่จำเป็นแล้วล่ะ” พี่คาร์ลบอกพี่พอร์ชไปแบบนั้น พร้อมกับยื่นเสื้อคลุมคืนให้

                “พี่คาร์ลคะ” ฉันทำน้ำเสียงเอ็ดเค้า แต่ดูเหมือนจะไม่มีผลใดๆเลย

                “ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจดูแล”

                “ไปได้แล้วยู” อ้าว! อะไรกันเนี่ย พี่คาร์ลลากฉันให้ตามเค้าไปทั้งๆที่ฉันยังไม่ได้บอกลาพี่พอร์ชเลย พี่พอร์ชเองก็ดูเหมือนจะเข้าใจฉัน เค้าแค่พยักหน้าให้ฉันก่อนจะยืนอยู่ที่เดิม

                พี่คาร์ลลากฉันมาที่มุมๆนึงของโรงแรม เป็นที่ๆไม่มีใครอยู่เลยสะดวกต่อเราสองคน แถมตรงนี้ยังเป็นกระจกใสบานใหญ่ที่ทำให้มองเห็นข้างล่างได้อีกด้วย เดี๋ยว! ใช่เวลามาชมวิวมั้ย!? ฉันควรโฟกัสคนที่ลากฉันออกมาอย่างไม่มีเหตุผลนี่มากกว่าใช่มั้ย ทำไมถึงทำตัวเป็นเด็กอยู่เรื่อยเลยนะ...

                “พี่คาร์ลทำแบบนี้ได้ยังไงคะ มันเสียมารยาท” ทันทีที่พี่คาร์ลยอมปล่อยมือฉัน ฉันก็ประท้วงเค้าขึ้นทันที

                “แล้วจำเป็นต้องมีมารยาทมากมายกับคนที่พึ่งเจอกันด้วยเหรอ” หืมมม! ดูคำพูดคำจาสิ

                “พี่พอร์ชเค้าเป็นเพื่อนยูนะคะ” ถึงจะเจอกันแค่ครึ่งชั่วโมง แต่ฉันก็สัมผัสได้แหละว่าเค้าต้องเป็นมิตรที่ดีแน่ๆ

                “เพื่อนเหรอ สนิทกันมากเลยใช่มั้ยถึงต้องปกป้องกันขนาดนี้” โอ๊ย! ฉันล่ะไม่อยากเถียงกับเด็กคนนี้จริงๆเลย ทำไมถึงไม่ฟังกันบ้างเลยนะ

                  “ก็คงไม่เท่าพี่คาร์ลหรอกค่ะ สนิทกันมากจนถึงกับจูบกันบนเวทีเลยนี่คะ” นี่ไง! ถ้าทำตัวเป็นเด็กมาฉันก็พร้อมสวนนะ ดูก็รู้ใช่มั้ยว่าเรื่องไหนมันนักกว่ากัน

                “ยู...มันไม่ใช่อย่างที่ยูคิดนะ” นั่นไง...สุดท้ายก็เป็นเค้าเองที่ต้องอธิบาย

                “ค่ะ...เพราะยูก็ไม่เคยคิดเลยเหมือนกันว่าพี่คาร์ลจะทำแบบนี้”

                “ยู..มันเป็นอุบัติเหตุ แล้วพี่กับริต้าก็ไม่ได้จูบกันด้วย”

                “อุบัติเหตุเหรอคะ ทั้งๆที่ยูเห็นเต็มสองตาเลยเนี่ยนะ”

                “พี่ไม่ได้จูบจริงๆยู”

                “จูบ ยูเห็นว่าจูบ!

                “ไม่ได้จูบ!

                “จูบ!

                “ถ้าจูบน่ะ มันต้องแบบนี้!

                ในขณะที่ฉันกำลังเถียงกับพี่คาร์ลเรื่องจูบ พี่คาร์ลก็จับหน้าฉันไว้ทั้งสองมือก่อนจะดึงเข้าไปใกล้ๆ แต่มันไม่ใช่แค่นั้น เพราะพี่คาร์ลได้ประทับริมฝีปากลงมาที่ปากฉัน ฉันนี่อึ้งจนพูดไม่ออกเลยแล้วก็กำลังกลั้นหายใจอยู่ด้วย ตกใจจนตาจะทะลักออกมาอยู่แล้ว เกิดมาฉันยังไม่เกิดโดนอะไรแบบนี้เลยนะ ฉันยืนนิ่งราวกับว่าโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ตกใจจนลืมไปว่าฉันควรจะผลักเค้าออก มัวแต่อึ้งจนพี่คาร์ลค่อยๆผละออกจากฉันช้าๆ

                “-O-“ ฉันไม่กล้าพูดหรือเถียงอะไรเลยล่ะ มีแต่เสียงหอบออกมาเบาๆเพราะฉันกลั้นหายใจไว้

                “ยู ยู...ได้ยินพี่มั้ยเนี่ย” พี่คาร์ลพยายามเรียกสติฉัน แต่เชื่อเถอะว่ามันไปไกลแล้ว

                “พี่คาร์ล...ทำไม ทำแบบนี้คะ” พอสิตฉันเริ่มกลับมา ฉันก็รีบขยับหนีพี่คาร์ลไปทันที ห่างๆไว้อ่ะดี ถ้าเกิดทำแบบนี้เมื่อกี้อีก ฉันต้องเป็นลมแน่ๆ

                “เอ่อ...ยู พี่ขอโทษ” ดูเหมือนพี่คาร์ลเองก็จะพึ่งรู้สึกผิด แหม...กว่าจะรู้สึกนะ

                “อย่าขยับเข้ามานะคะ” ในขณะเดียวที่พี่คาร์ลพยายามดินเข้ามาฉัน ก็ก็ถอยหลังตามจำนวนก้าวที่เค้าพยายามเดินเข้ามาเลย บอกเลย...ไม่ไว้ใจ!

      ครืด~ ครืด~

      ชั่งเป็นโชคดีของฉันจริงๆ เมื่อพี่มีสายโทรเข้ามา ทำให้บทสนทนาระหว่างฉันกับพี่คาร์ลยุติลงชั่วคราว วิเวียนโทรมา ถือว่าช่วยชีวิตฉันมากๆเลยนะ เพราะฉันก็ไม่รู้ว่าฉันควรทำตัวยังไงต่อไปหลังจากที่...ผ่านเหตุการณ์เมื่อกี้มา

      (ยูอยู่ไหนเนี่ย พี่หาตัวไม่เจอเลย)

      “เอ่อ...ยูอยู่ทางเข้างานนี่แหละค่ะ”

      (พอดีเลย พี่ว่ากำลังจะออกไปพอดีรอพี่อยู่แถวลิฟธ์นะ)

      “ไม่ค่ะ!

      (มีอะไรรึเปล่ายู)

      “เอ่อ...ยูหมายถึงว่าเดี๋ยวยูเข้าหาดีกว่าค่ะ”

      (อ้าว แล้วไม่กลับบ้านเหรอ)

      “รอยูอยู่ที่เดิมนะคะ”

      ฉันบอกแค่นั้นก่อนจะกดวางโดนที่ไม่ฟังอะไรอีกแล้ว ฉันรู้แค่ว่าตอนนี้ฉันต้องไปจากพี่คาร์ลให้เร็วที่สุดเลย ฉันกลัว..กลัวใจตัวเอง แล้วฉันก็อายกับเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นด้วย ฉันอยู่ไม่ได้แล้วล่ะ ถ้าอยู่นานกว่านี้ฉันต้องบ้าตายแน่ๆ >_<

      “พี่วิเวียนโทรตามแล้ว ยูขอตัวก่อนนะคะ” ฉันบอกแค่นั้นก่อนจะก้าวออกมาให้เร็วที่สุด ตอนนี้ยิ่งมีคนเริ่มทยอยกันออกมาข้างนอกบ้างแล้ว ขืนอยู่ต่อต้องเป็นเรื่องๆแน่ๆ พี่คาร์ลทำท่าเหมือนจะเรียกฉันไว้ แต่เค้าคงเข้าใจสถานการณ์ฉันล่ะมั้ง เค้าถึงไม่เรียกและปล่อยให้ฉันเดินออกมาเฉยๆ

               

      ณ บ้านนฤวัตปกรณ์

      ตลอดเวลาตั้งที่อยู่งานจนมาถึงบ้านฉันยังคิดถึงแต่เรื่องที่พี่คาร์ลจูบฉัน >_< เค้าทำแบบนี้ได้ยังเนี่ย ฉันยังเยาวชนอยู่เลย TUT แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอกใช่มั้ย!? โอ๊ย...แล้วฉันจะมาเถียงกับตัวเองเพื่ออะไรเนี่ย ฉันมองไปโทรศัพท์เห็นพี่คาร์ลโทรมา 3 สายแล้ว...แต่ฉันก็ยังไม่รับ ก็ยังไม่พร้อมนี่นา เห็นอะไรที่เกี่ยวกับเค้าก็ทำให้คิดถึงตอนที่...นั่นแหละ

      อุตส่าห์ว่าจะไปเคลียร์กลับได้เรื่องเพิ่มขึ้นมาซะงั้น ฉันพลาด...พลาดมากที่ไปงานนี้ ไม่มีอะไรได้ดั่งใจเลย ทั้งยังต้องไปเห็นพี่คาร์ลจูบกับผู้หญิงคนอื่นอีก...แย่! แย่ๆมาก เอ๊ะ! แต่ก็มีเรื่องดีอยู่นะ ฉันได้เพื่อนใหม่มาคนนึงนี่นา ฉันหยิบนามบัตรที่พี่พอร์ชให้ไว้มาดูพัชฏะ วรโชติวาทิน นักเรียนดีกรีปริญญาตรีจากแอลเอ ว้าว!...พี่เค้าดูเจ๋งชะมัดเลย ที่รู้ลึกนี่ไม่ใช่อะไรหรอกนะ พี่พอร์ชเราให้ฟังตอนที่เราอยู่บนดาดฟ้าน่ะ พี่พอร์ชยังบอกอีกว่ากำลังจะต่อปริญญาโทอีกใบ ยอมแล้วจ้า อัจฉริยะเบอร์นี้  อืม...นี่ถือเป็นเรื่องดีเรื่องเดียวของวันนี้เลยนะเนี่ย

      ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!!

      เสียงเคาะประตูทำให้ฉันตื่นจากภวังค์ทุกอย่าง คุณแม่เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับแก้วนมในมือ ว่าแล้วไง...ฉันไม่อยากป่วยเพราะแบบนี้แหละ คุณแม่คอยดูแลประชิดตลอดเลย ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหรืออะไรหรอกนะ แต่ฉันเป็นห่วงคุณแม่ไม่อยากให้เหนื่อยกับฉันมากกว่า

      “จะนอนแล้วเหรอลูก?

      “ยังค่ะ รอคุณแม่อยู่ ^^

      “แหม..อ้อนตั้งแต่เด็กจนโตเลยนะเราเนี่ย” คุณแม่บอกก่อนจะมานั่งบนเตียงกับฉัน

      “คุณแม่ทำไมยังไม่นอนล่ะคะ ดึกแล้วนะ” นี่ก็ 5 ทุ่มกว่าแล้วด้วย รุ่งนี้คุณแม่ก็ต้องไปร้านแต่เช้าอีก

      “แม่ก็รอเอานมให้มาลูกสาวของแม่นี่ไง ^^” คุณแม่บอกแบบนั้นก่อนจะก่อนจะลูบผมฉันเบาๆ

      “งี้ก็นอนดึกเพราะยูใช่มั้ยคะ T^T

      “ไม่เอาน่า ว่าแต่เราเถอะเตรียมของรึยัง?

      “เตรียมของอะไรเหรอคะ?

      “อ้าว...นี่เราลืมไปแล้วเหรอว่าต้องกลับอเมริกา” เออ จริงด้วย! ฉันมาอยู่ที่นี่นานมาก นานจนลืมอเมริกาไปแลวเนี่ย โอ๊ย...ทำไมถึงซื่อบื้อแบบนี้นะ

      “เอ่อ...แล้วยูต้องเดินทางเมื่อไหร่คะ?

      “อีก 2 อาทิตย์จร้า แม่เตรียมตั๋วเครื่องบินไว้ให้แล้วนะ”

      “อีก 2 อาทิตย์...นี้เหรอคะ?

      “ใช่ ไปจะเตรียมตัว โรงเรียนที่นั่นก็เปิดพอดีไง”

      “ค่ะ คุณแม่...”

      หลังจากที่คุณแม่เดินออกไป ในหัวฉันมันก็ปั่นป่วนไปหมด ฉันเหลือเวลาอยู่ที่เมืองไทยอีกแค่สองอาทิตย์เองเหรอ ทำไมเวลามันถึงน้อยนักล่ะ ฉันยังไม่เคลียร์กับพี่คาร์ลเลยด้วยซ้ำ นี่ฉันควรจะทำยังไงดีเนี่ย...ไม่กลับอเมริกาก็ใช่เรื่อง แต่จะให้ไปในตอนนี้มันก็ยังไงๆอยู่นะ เอาเถอะ...ฉันจะใช้เวลาสองอาทิตย์นี้ให้มีค่าที่สุดเลย

 

      พรุ่งนี้ฉันจะต้องไปเคลียร์กับพี่คาร์ลให้รู้เรื่องแล้วล่ะ จะอะไรก็ช่างนาทีนี้ฉันจะละมันทั้งหมด จะไม่ทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองอีกแล้วอย่างน้อย ก็ขอให้เราได้บอกลากันดีๆซักครั้ง ก่อนที่ฉันจะไป....

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/2.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/2.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/2.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/2.gif

มาแล้วจ้า มาแล้ววววว >_<

รอกันนานเลยใช่มั้ย ขอบคุณทุกคนที่รอคอยนิยายของไรท์ขนาดนี้เลยนะ

ไรท์มีข่าวร้ายจะบอก.....

พรุ่ไรท์เปิดเทอมแล้วอ่ะ TUT

อาจจะไม่ค่อยมีเวลามาลงเท่าไหร่ แต่สัญญาว่าหนึ่งอาทิตย์จะลงมากกว่า 2 ตอนนะ

รีดอย่าพึ่งหายไปไหนกันนะ รอนิยายไรท์ก่อน

#ขอบคุณทุกเม้นทุกการติดตามนะคะ

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/5.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/5.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/5.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/5.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/5.gif

 

 

 

 

 #ยังไงก็ฝากไรท์ฝากติดตามเพจไรท์ด้วยนะคะ

 

            

ความคิดเห็น