nanaกะหอยทาก

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : STORY TOP & WAWWA 15

คำค้น : devil master รักร้ายนายปีศาจ คุณท็อป น้องวาววา วา ท็อป ขี้เก็ก ปากเสีย คู่ซึน nanaกะหอยทาก nana

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2559 20:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
STORY TOP & WAWWA 15
แบบอักษร

 

 

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/129216/704126139-member.jpg

STORY TOP & WAWWA 15

 

 

 

ฉันนอนเล่นมือถือรอคนอาบน้ำ ไม่นานเขาก็ออกมาแล้วกระโดดขึ้นมาบนเตียงนอนพรางดึงฉันเข้าไปกอดไว้ ภายในห้องมีเพียงเสียงลมหายใจของเราสองคนแสงไฟในห้องถูกปิดจนหมดมีเพียงแสงจากหน้าจอมือถือที่ฉันเล่นอยู่พี่   ท็อปวางวางคนซอกคอฉันมือก็เอื้อมมาเลื่อนหน้าจอมือถือฉันไปด้วย คือตอนนี้ฉันคุยกับน้องๆในสายรหัสอยู่เรื่องเลี้ยงสาย รวมถึงให้กำลังใจฉันเรื่องข่าวด้วยนอกจากน้องๆในสายก็ยังมีพี่ๆในสายและยังมีเพื่อนๆเข้ามาให้กำลังใจฉัน

“พรุ่งนี้ตอนสองทุ่มครึ่งมีงานแถลงข่าวนะ ช่วงนั้นพี่อาจจะยุ่งๆพี่จะให้คุณนพเข้าไปรับนะ”

“ค่ะ”

“แล้วนี่เราหาที่ทำงานยัง” พี่ท็อปถามเสียงเบา แต่แววตาที่เขามองฉันมันบ่งบอกได้ว่าเขาต้องการคำตอบที่ตรงต่อใจเขาเท่านั้น

“ยังเลยค่ะ แต่ถามคุณน้าไว้แล้ว”

“มาทำกับพี่ จบแล้วเข้ามาทำเลยพี่จัดการทุกอย่างเอง”

“ไม่เอาสิ วาจะหางานเอง”

“พี่อยากให้เราอยู่ใกล้ๆพี่ มันผิดเหรอทำคนละฝ่ายก็ได้เดี๋ยวพี่ให้เงินเดือนสองเท่าเลย”

“พี่คะ วาอยากหางานเอง”

“ทำไมเราชอบดื้อล่ะ” พี่ท็อปกดจมูกลงบนแก้มฉันหนักๆ

“วาไม่ได้อยากจะดื้อสักหน่อย แต่พี่ชอบบังคับวาเอาแต่ใจไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรจากวาเลย”

“...”

พี่ท็อปเงียบแล้วเหมือนจะคลายวงแขนออกจากร่างฉันก่อนจะเปลี่ยนเป็นนอนหงาย หึหึ ไม่บอกก็รู้ว่างอนที่ฉันพูดไปแบบนั้น

“วารู้ว่าพี่อยากให้อยู่ใกล้ๆกับพี่แต่พี่ก็ต้องเข้าใจวาด้วยนะ วาอยากหางานเอง วาไม่อยากให้คนมองว่าเกาะพี่นะ” ฉันตะแคงตัวกอดเขาไว้

“ถึงตอนนี้พี่จะทำให้วารู้สึกแบบนั้นก็ตาม”

“พี่ไม่ได้อยากให้วารู้สึกแบบนั้น แต่พี่...”

“วารู้ค่ะ นอนได้แล้วค่ะ ฝันดีนะคะ”

ฉันกอดเขาไว้ก่อนจะหลับตาลงเบาๆ พี่ท็อปสอดแขนเข้าที่ท้ายทอยฉันก่อนจะดึงเข้าไปนอนหนุนแขนเขาไว้ เราหลับกันไปทั้งคู่ ช่วงเช้าฉันออกไปเรียนหลังจากที่พี่ท็อปออกไปทำงานเกือบสองชั่วโมง ตอนนี้เกือบหน้าโมงเย็นแล้วล่ะ ดีหน่อยที่อาจารย์สั่งงานแล้วงดสอนเห็นบอกว่าต้องเข้าร่วมประชุมอะไรสักอย่างนี่แหละ ตอนนี้ฉันกำลังนั่งรอพี่นะมารับอยู่ พี่ท็อปโทรมาก่อนหน้านี้พอรู้ว่าฉันไม่มีเรียนแล้วเขาก็บอกให้พี่นพมารับฉันทันที ฉันขึ้นรถมาก็หลับไปพอถึงบริษัทพี่นพก็ปลุกและพาฉันเดินเข้าไปข้างใน พี่ท็อปเดินลงมารับฉันที่ด้านล่างก่อนจะพาเดินไปทานข้าวที่ร้านอาหารข้างๆบริษัทวันนี้เขาทำหน้าเคร่งเครียดตลอดเลยล่ะ พอบอกให้ยิ้มเขาก็ยิ้มนะแต่ก็หันกลับไปนั่งขมวดคิ้วตามเดิม

“พี่คะ วาอยากกินขนม” ฉันบอกคนข้างๆระหว่างที่กำลังเดินกลับเข้าไปยังบริษัท เขาไม่จับมือไม่หันมายิ้มให้จนฉันเริ่มรู้สึกว่าเขาเริ่มที่จะรำคาญฉันแล้ว

“อือ งั้นซื้อ...”

“ไม่แล้ว ไม่อยากกินแล้ว”

ฉันบอกแทรกระหว่างที่เขาพูด ฉันเห็นจากหางตาว่าเขามองอย่างสสัยแต่ฉันยังมองไปข้างๆหน้าไม่มองเขาเลย ฉันชะลอเท้าให้เดินช้าลงเขาอาจจะยังไม่สังเกตเลยเดินนำไปหลายก้าว ฉันหยุดเดินก่อนจะมองแผ่นหลังเขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขาหันกลับมามองฉันด้วยแววตาไม่เข้าใจ

“วา...”

“เข้าไปก่อนเถอะ เดี๋ยวตามเข้าไป”

“แต่...”

“เดี๋ยวตามไปค่ะ”

ฉันยิ้มให้เขาก่อนจะก้าวถอยหลังช้าๆแล้วหันหลังให้เขาฉันเดินกลับไปตามทางเดิม มันไกลมากพอที่จุดที่เขายืนอยู่จะมองเห็นฉันเดินเข้าร้านขนมพร้อมกับเลือกขนมด้วยน้ำตา ใช่แล้วล่ะฉันร้องไห้ยอมรับจากใจจริงเลยว่าฉันน้อยใจที่เขาเมินและเย็นชาใส่ฉันแบบนั้น ฉันหยิบคุกกี้ และเครปเค้กใส่ตะกร้าแล้วจ่ายเงินอย่างไม่เร่งรีบ ระหว่างที่เดินเข้าบริษัทฉันก้มหน้าไม่สบตาใครเลยพอถึงชั้นห้องทำงานพี่ท็อปฉันก็เดินออกมา พี่แววยิ้มให้ฉันก่อนจะนำตามเข้ามาในห้องทำงานพี่ท็อปพอเข้ามาก็เห็นเขายืนคุยโทรศัพท์อยู่ เพราะเกรงใจบวกกับน้อยใจเขาทำให้ฉันจะเดินกลับออกจากห้องแต่ไม่คิดว่าเขาจะหันมาเจอซะก่อน

“วา! เข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องแล้วออกมาให้คุณแววแต่งหน้าให้”

ระหว่างฟังคำสั่งจากเขาฉันไม่ได้มองหน้าเขาเลยพอเขาพูดจบฉันก็เดินเข้าไปในห้องนอนเล็กๆที่อยู่ในห้องเขาทันที ฉันใส่ชุดที่เขาจัดไว้ให้ ชุดสีชมพูพาสเทลสายเดี่ยวช่วงอกประดับระบายผ้าด้านหน้า ความยาวด้านหน้าสั้นด้านหลังยาว ฉันดูตัวเองผ่านกระจกนี่เหมือนผู้หญิงอย่างว่าเหมือนกับผู้หญิงคนนั้นพูดนั่นแหละ ฉันเก็บชุดนิสิตลงในถุงกระดาษก่อนจะถือออกมานอกห้อง ฉันเดินไปหาพี่แววที่กำลังเตรียมเครื่องสำอางฉันนั่งลงตรงข้างๆพี่แววมือก็เอื้อมไปหยิบขนมมากิน ไม่สนใจสายตาของคนที่เดินมานั่งตรงข้ามนี้เลย

“กินเก่งแบบนี้ไม่กลัวอ้วนเหรอคะน้องวา”

“วามันจำพวกเมทาบอลิซึมสูงค่ะ กินยังไงก็ไม่อ้วนหรอก” ฉันตอบพี่แววก่อนจะยื่นขนมไปให้เธอด้วย ฉันทาน เครปเค้กไปสองชิ้น คุกกี้อีกครึ่งกล่องฉันคุยเล่นกับพี่แววแต่ไม่ได้คุยกับใครอีกคนที่นั่งจ้องฉันอยู่  มีหลายครั้งที่ฉันเผลอสบตากับเขาแววตาเขามันชวนดูอึดอัดปนเปกับความสับสน

“วา” พี่ท็อปเอ่ยเรียกฉันเสียงเข้ม

“คะ” ฉันขานรับมองหน้าเขาด้วยแววตาเรียบเฉย ไม่มีความตื่นเต้นหรือดีใจอะไรทั้งนั้น

“เป็นอะไร ทำไมไม่คุยกับพี่”

“ไม่นี่คะ ไม่ได้เป็นค่ะ”

“วาววา โกรธอะไรพี่ก็บอกสิอย่าเย็นชาใส่พี่แบบนี้” พี่ท็อปเริ่มทนไม่ไหว ถามฉันเสียงเครียดแค่นั้นยังไม่พอร่างสูงเดินมานั่งข้างๆฉันก่อนจะแย่งขนมฉันไปวางไกลๆจนหมด ฉันมองหน้าเขาโกรธๆแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรออกไปจนกระทั่งได้ยินเสียงถอนหายใจจากคนข้างๆ เขาเอื้อมมือมาจับมือฉันแน่นไม่ยอมพูดอะไรระหว่างที่พี่แววแต่งหน้าทำผมให้ฉันก็แอบหยิบขนมมากินแต่คนที่นั่งจับมือฉันไม่ยอมปล่อยยกอีกข้างที่ว่างมาตีหลังมือฉันจนตอนนี้มันเริ่มแดงแล้วล่ะ

“ขอบคุณค่ะพี่แวว”

“ไม่เป็นไรค่ะ เราออกไปเลยไหมคะ ไปเตรียมตัวก่อน”

“ค่ะ”

ฉันยิ้มให้พี่แวว ก่อนจะลุกขึ้นยืนพี่ท็อปลุกยืนก่อนจะดึงฉันเดินไปที่โต๊ะทำงานของเขา เขาอุ้มฉันขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงานก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้า เขาใหญ่ของเขาค่อยๆถอดรองเท้าออกให้อย่างเบามือรวมถึงสวมรองเท้าคู่ใหม่ให้

“พี่จะบอกนักข่าวว่าเราเป็นคู่หมั้นกันแล้วจะแต่งงานกันหลังเราเรียนจบ”

“ฮะ?”

“ตามนี้แหละ ขอมือหน่อยคนสวย”

ฉันนั่งนิ่งไม่ยอมส่งมือให้เขาเลนกลับกลายเป็นเขาซะเองที่เอื้อมมือมาจับมือฉันไว้ก่อนที่จะมีแหวนเงินประดับเพชรเม็ดเล็กๆตรงกลางวงถูกสวมลงที่นิ้วนางข้างซ้ายของฉัน พี่ท็อปจูบลงที่หน้าผากฉันหนักๆก่อนจะเห็นเขายิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ แต่เฮ้ แล้วไอ้ผู้ชายเย็นชาคนนั้นหายไปไหนแล้วล่ะทำไมเหลือแต่ผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนี้

“โล่งแฮะ นึกว่าเราจะโวยวายซะอีก ไปกันเถอะ”

พี่ท็อปอุ้มฉันลงจากโต๊ะแล้วเดินไปเก็บของใส่กระเป๋าให้ ด้วยความที่ยังงงๆกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลยไม่รู้ว่าเขาเดินกลับมาจับมือตอนไหนรู้ตัวอีกทีก็เดินออกจากห้องมาแล้วพี่ๆเลขาทั้งสองยืนรออยู่หน้าห้องพอเห็นเราพี่ก็ยิ้มอย่างดีใจเดินนำไปที่ลิฟต์ พี่ท็อปใช้มือข้างหนึ่งจับเข้าที่มือฉันแน่นส่วนอีกข้างเขาก็ถือกระเป๋าให้ฉันรวมถึงถุงกระดาษที่ใส่ชุดนิสิตและถุงขนมที่ยังกินไม่หมด

“ขอขนมหน่อยสิ วาหิว” ระหว่างที่เดินออกจากลิฟต์ฉันก็แบมือไปขอถุงขนมกับเขา เขาเลยยื่นถุงขนมมาให้พร้อมกับเดินอยู่ข้างๆฉันจนถึงรถ พอขึ้นรถเสร็จพี่ท็อปก็พูดถึงรายละเอียดของการแถลงข่าวคร่าวๆ เขาบอกว่าฉันต้องไปนั่งข้างๆเขาด้วย พอเรามาถึงโรงแรมที่จัดงานแถลงข่าวก็เจอนักข่าวยืนรอกันอยู่หน้าโรงแรม เหมือนพวกดาราเลยนะว่าไหมแต่ติดตรงที่ว่าฉันไม่ใช่ดารานี่สิ พอเราเดินลงจากรถนักข่าวก็กรู่เข้ามาถ่ายรูปเราจนพี่นพกับพี่แววต้องกันนักข่าวไว้ให้รวมถึงมีการ์ดเข้ามากันช่วย พี่ท็อปจับมือฉันเดินเข้าไปที่ห้องที่จัดงานมันเป็นห้องโล่งๆตรงมุมห้องนั้นมีชุดโต๊ะเก้าอี้ไว้ให้นั่งพี่ท็อปพาฉันเดินไปยังโต๊ะที่ว่า ฉันนั่งกินขนมไม่สนใจใครทั้งนั้น ตรงมุมหน้าห้องถูกจัดไว้สำหรับแถลงข่าว ฉันเงยหน้ามองคนข้างๆอย่างสงสัยเขาดังมากขนาดนั้นเลยเหรอถึงต้องจัดโต๊ะแถลงข่าวแบบนี้ พี่ท็อปยืนอยู่ตรงหน้าฉันมือก็ถือขวดน้ำไว้ให้ ตอนนี้นักข่าวเริ่มทยอยกันเข้ามาในห้องแสงแฟลชจากกล้องสว่างวาบจนฉันเริ่มจะปวดตา

“แสบตาเหรอ”

พี่ท็อปก้มหน้าลงมาถามมือก็วางบนศีรษะฉันแล้วลูบเบาๆ แววตาเป็นห่วงเขามองฉันไม่ละไปไหน ทำเอาใจฉันเต้นระรัวทุกครั้งที่เขามองแบบนั้น พอพยักหน้าให้เขาก็ทำหน้ากังวลก่อนจะสอดส่ายสายตาไปทั่วแต่มือใหญ่ยังลูบผมฉันอยู่เบาๆแบบนั้น มันอบอุ่นมากจนไม่รู้จะหาสิ่งไหนมาเปรียบเทียบกับความรู้สึกตอนนี้

“เอาแว่นไหม?” พี่ท็อปถามอย่างเป็นห่วง ฉันยิ้มก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ

“บอสครับได้เวลาแล้วครับ” พี่นพเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วบอกพี่ท็อปเบาๆ พี่ท็อปพยักหน้าก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือฉันไว้แน่น เขาพาฉันเดินไปนั่งที่เก้าอี้หลังโต๊ะที่มีไมค์วางอยู่นับสิบ ทันทีที่เรานั่งลงกล้องนับสิบตัวก็ส่องแสงวิบวับๆจนฉันแสบตาแล้วน้ำตาไหล พี่ท็อปยกมือป้องดวงตาฉันจากแสงแฟลชพวกนี้ก่อนที่เสียงเข้มจะเอ่ยขึ้น

“รบกวนงดใช้แฟลชนะครับ”

“คุณท็อปครับรบกวนให้รายละเอียดกับข่าวที่ออกมาหน่อยครับ” เสียงนักข่าวคนหนึ่งดังขึ้น ฉันเอียงหน้าหลบไปทางด้านหลังพี่ท็อปก่อนจะรับทิชชูจากพี่แววมาซับน้ำตาที่เกิดจากการแสบตาจากแสงแฟลช

“เรื่องไหนก่อนดีครับ”

“ข่าวที่ว่าคุณท็อปหิ้วสาวขึ้นคอนโด แล้วสาวสวยคนนั้นยังเป็นสาวขายบริการจริงหรือเปล่าครับ”

“ผมพาผู้หญิงขึ้นคอนโดจริงๆครับ แต่เธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นอันนี้ผมรับรองได้” พี่ท็อปน้ำเสียงมีความสุข ฉันกลับมานั่งได้ตามปกติพี่ท็อปหันมามองก่อนจะถามเสียงเบาว่าเป็นยังไงบ้างพอบอกว่าไม่เป็นไรเขาก็หันกลับไปตอบคำถามจากนักข่าวที่ยังยิงคำถามมาอยู่

“ผู้หญิงในข่าวใช่คนที่นั่งอยู่ข้างๆคุณท็อปหรือเปล่าคะ”

“ครับใช่เธอ”

“แล้วเธอเกี่ยวข้องอะไรกับคุณท็อปเหรอคะ แล้วพาขึ้นคอนโดแบบนี้ไม่กลัวเป็นข่าวเหรอคะ”

“ไม่กลัวนะครับออกจะดีด้วยซ้ำคนอื่นจะได้รู้ว่าผมมีคู่หมั้นแล้ว”

พี่ท็อปตอบนักข่าวด้วยรอยยิ้มเขาเอื้อมมือมาจับมือฉันไว้ก่อนจะบีบเบาๆ ฉันมองเสี้ยวหน้าของคนข้างๆอย่างเขินๆ ไม่คิดว่าเขาจะพูดอะไรตรงแบบนี้

“กล้ายอมรับแบบนี้ไม่กลัวแฟนคลับหายเหรอครับ”

“ไม่ครับ ผมรู้ว่าพวกเขาเข้าใจผมในเมื่อพวกเขารักผมได้พวกเขาก็จะรักแฟนผมได้เหมือนกัน” พี่ท็อปหันมายิ้มพริ้งพราวให้ฉัน เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นรัวๆก่อนจะมีคำถามหนึ่งถามมา

 “ไม่ทราบว่าแฟนคุณท็อปชื่ออะไรครับ”

“ชื่ออะไรครับ?” พี่ท็อปทวนคำถามก่อนจะมองฉันด้วยแววตาสนุก เขาไม่เห็นบอกเลยว่าจะให้ฉันตอบคำถามด้วยน่ะ ฉันมองค้อนเขาก่อนจะหันไปยิ้มให้นักข่าว

“วาววาค่ะ”

“คุณวา ใช่คุณไหมคะที่ถ่ายปกนิตยสารให้กับคุณสมร”

“ใช่ค่ะ” พี่ท็อปนั่งขำฉันอยู่ข้างๆนี่แหละ จริงๆเลยผู้ชายคนนี้รู้ว่าฉันกลัวที่จะตอบคำถามยังไม่คิดจะช่วยฉันตอบเลย

“แล้วแบบนี้ถ้ามีนิตยสารติดต่อให้คุณวากับคุณท็อปถ่ายปกคู่กับจะตอบตกลงไหมคะเนี่ย” นักข่าวคนหนึ่งแซวถาม เรื่องของเรื่องคือพี่ท็อปปฏิเสธงานถ่ายแบบหรือการสัมภาษณ์ในนิตยสารมาก อยากรู้เหมือนกันว่าถ้ามีคนติดต่อมาเขาจะตกลงไหม ฉันหันไปมองคนข้างๆก่อนจะสายตาพร่าเบลอเมื่อเห็นรอยยิ้มเขินๆจากริมฝีปากสวยของเขา

“อันนี้ต้องรอดูนะครับ ไม่แน่อาจจะตกลงก็ได้”

“ที่มีข่าวว่าคุณท็อปดำเนินคดีกับคนปล่อยรูปและข่าวแล้วใช่ไหมครับ”

“ครับ ใครที่ทำให้แฟนผมเสียชื่อเสียงผมจะไม่มีวันให้อภัยเด็ดขาด”

“ใจเย็นๆสิ”

ฉันกระซิบบอกพี่ท็อปเบาๆเมื่อเขาเอ่ยเสียงเข้มแววตานิ่งมากขึ้นมือเขากำแน่นจนฉันต้องยื่นมือไปจับมือเขาและแทรกสอดประสานมือกับมือเขา

“เรื่องที่คุณถอนหุ้นจากบริษัทลูกค้าคนสำคัญพอจะบอกได้ไหมครับว่าเกิดจากอะไร”

“เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในบริษัทนะครับ ต้องขอโทษด้วยที่บอกไม่ได้ เอาเป็นว่าผมมีคู่หมั้นแล้วและคู่หมั้นผมไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่า หวังว่าคนที่ปล่อยข่าวจะเข้าใจนะครับ” ทกครั้งที่เขาเอ่ยถึงเรื่องข่าวที่มีคนว่าฉันเป็นผู้หญิงอย่างว่าเขามักจะแสดงความโกรธออกทางสีหน้าและพร้อมจะระเบิดอารมณ์ได้ตลอดเวลา

 

“อ้อ! อีกเรื่องคือผมกับวากำลังจะมีข่าวดีเร็วๆนี้”

 

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/2.gifคุณท็อปนางน่ารักมาก อบอุ่นสุดๆเลยใจเต้นแรงมาก 

ปล.ฝากเม้นหน่อยนะคะ อยากให้ตอนนี้ถึง 20 จะถึงมั้ยน๊าาาาา  เม้นกันหน่อยนะคะ

ปล. LOVE SICK & SWEET LOVE ยังสามารถสั่งได้อยู่นะคะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น