Peeramin

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CHAPTER 25

คำค้น : CHAPTER 25

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2559 21:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 25
แบบอักษร

 

CHAPTER 25

 

                2 ชั่วโมงต่อมา...

           ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่คาร์ลจะทำอย่างที่พูดจริงๆ ตลอดสองชั่วโมงเค้าไม่ไปไหนเลย เค้าอยู่กับฉันคอยเอานู่นเอานี่มาให้ ทั้งๆที่ฉันปฏิเสธเค้าไปครั้งแล้วครั้งเล่า เค้าก็ยังคงทำหูทวนลมเหมือนเคย ถ้าปล่อยเค้าอยู่กับฉันนานกว่านี้ ฉันต้องใจอ่อนแน่ๆเลย ดูเค้าทำสิ...แค่นี้ฉันก็รู้สึกผิดจะแย่แล้ว

           “หิวมั้ยยู?” คำถามนี้รอบที่สามแล้วมั้ง แต่ฉันก็ตอบเหมือนเดิมทุกรอบนั่นแหละ

           “ไม่ค่ะ” ไม่ตอบรับไม่ตอบสนองใดๆราวกับหุ่นยนต์เลยล่ะ ฉันไม่ได้ใจร้ายไปใช่มั้ย TUT

           “งั้น...อยากดูอะไรมั้ย เดี๋ยวพี่เปิดให้ดู” พี่คาร์ลเปลี่ยนไปโฟกัสที่ทีวีแทน แต่ฉันก็ยังยืนยันคำตอบเดิม

           “ไม่ค่ะ” อ่า....เจ็บแทนพี่คาร์ลเลย

           “โอเค งั้นไม่ต้องทำอะไรก็ได้ พักผ่อนดีกว่า” พี่คาร์ลเดินมาข้างเตียงฉัน ก่อนจะค่อยๆห่มผ้าให้ฉัน

           หมับ!

“พอเถอะค่ะ” ฉันจับมือพี่คาร์ลที่จับผ้าห่มฉันไว้ ฉันไม่อยากให้เค้ามาเสียเวลาทำเรื่องอะไรพวกนี้อีกแล้ว

“ง่วงก็นอนนะ พักเยอะๆ” เค้ายังทำเหมือนเดิม ทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงฉัน แล้วก็ห่มผ้าให้ฉันจนเสร็จ

“พี่คาร์ลคะ!” เป็นฉันเองที่เริ่มจะทนไม่ไหว ฉันกลัว...กลัวตัวเองใจอ่อนเหลือเกิน ฉันไม่อยากทำร้ายเค้าอีกแล้ว ยิ่งหายมาอยู่กับฉันเป็นชั่วโมงแบบนี้ต้องเสียการเสียงานอีกแน่เลย

“พี่ไม่เลิก ยังไงก็ไม่เลิก” ได้ผล...เค้ายอมสนใจฉันแล้ว แต่ถ้าเค้าบอกแบบนี้แล้วฉันควรจะทำยังไงต่อไปดีล่ะ

“อย่าทำตัวเป็นเด็กสิคะ พี่คาร์ลจะมาเอาแต่ใจตัวเองไม่ได้นะ”

“ใช่ พี่มันเด็ก แล้วให้พี่ยอมรับงั้นเหรอว่าเราเลิกกันทั้งๆโดยไม่มีเหตุผลแบบนี้”

“ก็ยูบอกเหตุผลไปแล้วไงคะ”

“เหตุผลมันฟังไม่ขึ้นเลยยู เหอะ! เบื่องั้นเหรอ ทั้งๆที่เมื่อ2 วันก่อนเรายังคุยกันดีๆอยู่เลยเนี่ยนะ”

“ก็...เมื่อวานกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันนี่คะ”

“เหรอ...แล้วอะไรล่ะที่เปลี่ยน!

แกร๊ก!

เสียงเปิดประตูทำให้เราสองคนยุติสงครามไว้แค่นั้นเพราะโฟกัสไปที่ประตู แล้วก็เห็นพี่วิเวียนเดินเข้ามาพร้อมกับถุงขนม เดี๋ยวนะ >_< อันที่ซื้อมายังกินไม่หมดเลย ใจคอจะขุนให้น้องอ้วนเลยใช่มั้ยเนี่ย

“อ้าว นายก็อยู่เหรอ?” พี่วิเวียนแปลกใจที่เห็นพี่คาร์ลยืนอยู่ข้างเตียงฉัน จะว่าไปพี่วิเวียนก็มาได้จังหวะพอดีเลยฉันจะได้ไล่พี่คาร์ลกลับซะที ขืนอยู่ต่อได้ทะเลาะกันยาวกว่านี้แน่

“กลับไปได้แล้วค่ะ ยูมีเพื่อนแล้ว” ฉันพูดประโยคนั้นออกไปอย่างไม่สนใจความรู้สึกของผู้ฟังเลยซักนิด พี่วิเวียนเองถึงกับทำหน้างงทันทีที่ได้ยิน

“ยูทำไมพูดอย่างงี้ล่ะ?” พี่วิเวียนเดินมามองเราสองคนสลับกัน คงสัมผัสได้ถึงพลังงานมาคุบางอย่างแหละ ฉันก็พี่คาร์ลไม่มองหน้ากันเลยเนี่ย

“สองคนนี้ทะเลาะกันเหรอ?” พี่วิเวียนมองหน้าเราสองคนสลับกันอีกครั้ง ก่อนจะส่ายหน้าแปลกๆ

“.....” ฉันเงียบ

“.....” พี่คาร์ลเองก็ไม่พูดอะไร

“ใช่แน่ๆเลย เป็นอะไรกัน มีอะไรก็คุยกันดีๆสิ” พี่วิเวียนพยายามเป็นคนกลางที่พยายามกล่อมเราสองคน แต่มันไม่มีประโยชน์หรอก เชื่อฉันสิ!

“น้องสาวเธอน่ะเป็นอะไรก็ไม่รู้ ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ” อันนี้พี่คาร์ลเป็นคนพูด

“ก็ยูบอกเหตุผลพี่คาร์ลไปแล้วไงคะ ทำไมไม่ฟังกันบ้าง” ฉันหันไปทะเลาะกับพี่คาร์ลต่อ บอกแล้วว่าต่อให้เป็นพี่วิเวียนก็ไม่ได้ผลหรอก

“เหตุผลยูมันงี่เง่าเกินไป...”

“พี่คาร์ลว่ายูเหรอคะ!

“นี่พอเลยนะ พอทั้งคู่เลย เอางี้...คาเตอร์กลับไปก่อนเถอะ เมื่อกี้พี่ไทม์ก็โทรตามหานายอยู่” นั่นไง ฉันว่าแล้ว....ผู้จัดการโทรตามแบบนี้แสดงว่าหนีงานอีกแน่ๆ ดูทำตัวสิ!

“พี่ไทม์โทรหาเธอเหรอ?” พี่คาร์ลละความสนใจจากฉันแล้วหันไปหาพี่วิเวียนแทน

“อื้ม แต่ฉันไม่ได้พูดอะไร เพราะตอนนั้นฉันไม่รู้ว่านายอยู่กับยู”

“งั้นฉันฝากเธอดูแลยูด้วยนะ อ่อ...แล้วก็ฝากบอกด้วยว่าถ้ายังไม่มีเหตุผลอยู่แบบนี้ ยังไงฉันก็ไม่เลิก!” พี่คาร์ลพูดประโยคก่อนจะเดินออกจากห้องไป

O_O!” นี่คือหน้าพี่วิเวียนตอนนี้ สงสัยตกใจคำว่า“เลิก”น่ะ

หลังจากที่พี่คาร์ลออกไปได้ไม่นาน พี่วิเวียนก็นั่งประชิดเตียงฉันทันทีแถมยังจ้องหน้าฉันนิ่งอีกต่างหาก ฉันเลยตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้พี่วิเวียนฟัง เพราะอย่างน้อยพี่วิเวียนก็เป็นคนที่ฉันวางใจได้ อีกอย่างฉันจะได้ปรึกษาด้วยว่าฉันควรทำยังไงต่อไปกันแน่....

ฉันเล่าเหตุการณ์เมื่อวานที่ฉันได้ยินพี่คาร์ลกับผู้จัดการคุยกัน แล้วก็เล่าเรื่องข่าวรวมทั้งเรื่องที่ฉันพยายามบอกเลิกพี่คาร์ลทุกวิถีทาง แต่เรื่องริต้าผลักฉันตกน้ำเมื่อวานฉันไม่ได้เล่า ถึงเล่าไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก มีแต่จะทำให้พี่วิเวียนเดือดร้อนไปด้วย อีกอย่างฉันก็ทำลายหลักฐานพวกนั้นไปหมดแล้ว ฉันเลยเลือกที่จะเงียบไว้ดีกว่า

“ไม่น่าล่ะ พี่ก็ว่าอยู่ว่าทำไมยูถึงพูดจาแปลกๆ” หลังจากที่ได้ฟังทุกอย่างพี่วิเวียนก็เริ่มเข้าใจฉันขึ้น

“พี่วิเวียนคิดว่ายูทำถูกมั้ยคะ?” ฉันต้องการที่ปรึกษาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนมากๆ

“เรื่องแบบนี้ มันตัดสินถูกผิดไม่ได้หรอก มันอยู่ที่ความรู้สึก”

“ยูเสียใจทุกครั้งเลยค่ะ ที่พูดจาแบบนั้นกับพี่คาร์ล แต่ยูไม่มีทางเลือก”

“ยู...ตอนนี้ยูต้องทบทวนให้ดีซะก่อนนะ ว่ายูตั้งใจจะทำแบบนี้จริงๆเหรอ”

“......” จริงๆฉันก็ไม่ได้อยากทำหรอก แต่มันมีทางเดียวนี่นา

“ยูรู้มั้ยว่าใครเป็นคนช่วยยูขึ้นมาจากน้ำ?

“ไม่รู้ค่ะ...”

“คาเตอร์น่ะเค้าห่วงยูมากเลยนะ ทันทีที่เค้ารู้ว่ายูตกน้ำเค้าก็รีบวิ่งไปช่วยยูเลย”

“......”

“พี่ฟาร์อัลสั่งห้ามไม่ให้เค้ายุ่งกับยูอีก”

“ฟาร์อัลรู้เรื่องนี้ด้วยเหรอคะ?

“พี่ฟาร์อัลรู้ทุกเรื่องนั่นแหละ แค่แกล้งทำเป็นไม่รู้เฉยๆ”

“......”

“คาเตอร์เค้าคุกเข่าขอร้องพี่ฟาร์อัลเพราะไม่อยากเลิกกับยูเลยนะ”

“พี่คาร์ลทำขนาดนั้นเลยเหรอคะ?

“ใช่จร้า ที่พี่พูดมาทั้งหมดไม่ใช่เพราะพี่จะขัดในสิ่งที่ยูทำหรอกนะ แต่พี่อยากให้ยูรู้ว่าคาเตอร์เค้ารักยูขนาดไหน”

“......”

“พี่จะห้ามอะไรยูทั้งนั้น แค่พี่อยากยูคิดดีๆ จะทำให้อะไรก็ให้คิดถึงความรู้สึกเค้าบ้าง...เค้าทำเพื่อเราขนาดนี้แล้ว”

“แต่ถ้ายูกลับไปคบกับพี่คาร์ลอีก พี่คาร์ลก็ต้องเดือดร้อนอีกแน่ๆ”

“มันเป็นธรรมดาแหละยู มันเป็นอาชีพของเค้า ไม่มีใครหนีความจริงพ้นหรอก ตอนพี่เป็นดาราใหม่ๆพี่ก็โดนข่าวโจมตีมาเยอะเหมือนกัน”

“แล้วพี่วิเวียนทำยังไงคะ?

“เรื่องที่เป็นความจริงพี่ก็ออกมาพูด แต่เรื่องที่มันไม่จริงพี่ก็ต้องเงียบและรอเวลาให้มันหายไป...แต่พี่โชคดีนะ ที่พี่มีพี่ฟาร์อัลอยู่ข้างๆ ปัญหาพวกนั้นเลยไม่ค่อยมีผลกับพี่เท่าไหร่”

“งั้นเหรอคะ....”

ฉันพูดได้แค่นั้น เพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปอีก แค่นี้ฉันก็เข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร ฉันมันงี่เง่าอย่างที่พี่คาร์ลบอกจริงๆด้วย ถึงฉันจะไม่อยากทำให้พี่คาร์ลเดือดร้อนแต่ฉันก็ควรคิดถึงความรู้สึกพี่คาร์ลบ้างใช่มั้ย ยิ่งช่วงที่แย่ที่สุดแบบนี้ พี่คาร์ลคงต้องการกำลังใจมาก ฉันก็มีซ้ำเติมและสร้างปัญหาให้เค้าเพิ่ม ทำไมฉันถึงคิดแบบนี้ไม่ได้ตั้งแต่แรกนะ ป่านนี้พี่คาร์ลจะเป็นยังไงบ้าง ฉันเอามือปาดน้ำตาตัวเองที่ไหลอยู่ออก แล้วมาไหลอะไรตอนนี้เนี่ย ไม่เห็นรู้สึกว่าอยากร้องไห้เลย ทำไมมันไหลออกมาเองแบบนี้ล่ะ

[Carter Talk]

“เพราะอย่างนี้เองสินะ...ยูถึงทำแบบนี้กับพี่” ผมพึมพำอยู่ประตูหน้าห้องพักฟื้นของยู เพราะผมอยากรู้ว่าอะไรทำให้ยูเปลี่ยนไปได้ขนาด แล้วตอนนี้ผมก็ได้ยินทุกอย่าง ถ้าวันนั้นยูไม่บังเอิญไปได้ยิน วันนี้เราคงได้อยู่ด้วยกันโดยที่ไม่ทะเลาะกันแบบนี้

เรื่องผมกับยูมันหลายครั้งแล้วล่ะที่ผมโดนเตือน แต่ใครจะสนล่ะ...ความจริง ผมก็ไม่ได้รักอาชีพนี้เท่าไหร่หรอก แต่ผมหลวมตัวเข้ามาแล้วมันก็ยากที่จะออกใช่มั้ยล่ะ ผมเลยต้องเป็นนักแสดงไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้คาดหวังอะไรเท่าไหร่ ผมไม่เคยชอบอาชีพนักแสดงเลย ผมคิดว่าพอกลับมาเมืองไทยผมจะลาออกจากวงการแล้ว แต่ก็เหมือนโชคชะตาเล่นกับผมเพราะมันทำให้ผมกลับมาพบกับวิเวียน รักแรกของผม...

แล้วพอได้อยู่ไปมันก็ไม่ใช่แค่นั้น เพราะผมได้หลงรักผู้หญิงอีกคนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สำหรับวิเวียนมันคือความผูกพันธ์ เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันจบ แต่ที่ผมรู้สึกกับยูมันไม่ใช่ ตอนที่ยูตอบตกลงคบกับผม ผมแทบไม่อยากอยู่ห่างยูเลยแม้แต่วินาทีเดียว แล้วพอดีกลับอาชีพของผมมันสามารถทำให้ผมได้เจอได้พบยูได้บ่อยๆโดยไม่ต้องหาข้ออ้าง ผมเลยเลือกที่จะเดินในเส้นทางนี้ต่อ...

แต่ในเมื่ออาชีพกับความรักมันสวนทางกันแบบนี้ บางทีผมก็รู้สึกว่าผมคงต้องเลือกซักอย่างแล้วล่ะ ก่อนที่ผมจะเสียทั้งสองอย่างนี้ไปพร้อมกัน

ณ โรงแรม GD xxx

วันนี้ผมต้องมาซ้อมเดินแบบให้กับสปอนเซอร์รายใหญ่ที่เป็นเจ้าของเครื่องเพชร ดูเหมือนว่าจะเป็นงานใหญ่พอสมควรเห็นว่าจะมีการจัดประมูลเครื่องเพชรด้วย ผมไม่ค่อยชอบงานพวกนี้หรอกเบื่อสังคมแบบนี้แต่ผมปฏิเสธไม่ได้เพราะมันอยู่ในข้อตกลง และผมเดาว่าตอนนี้พี่ไทม์คงกำลังวุ่นในการตามหาตัวผมอยู่ เวลาที่ผมอยู่กับยูผมจะปิดมือถือปิดการติดต่อทุกทางเพราะผมไม่อยากโดนเรียกตัวในเวลาสำคัญแบบนั้น

“กว่าจะมาได้นะ” นั่นไง ทันทีที่ผมโผล่เข้าไปในห้องแต่งตัว พี่ไทม์ก็เดินมาบ่นเหมือนที่เคยทำ ถึงเค้าจะจู้จี้จุกจิกเรื่องงานไปหน่อย แต่นิสัยอย่างอื่นเค้าก็โอเคนะ แถมเค้ายังเป็นพี่ที่ผมนับถือมานานแล้วด้วย

“ก็มาแล้วนี่ไง...” ผมเดินไปประจำที่ให้ช่างแต่งหน้าจัดการแต่งเติมหน้าสักหน่อย

“นายเดินคู่ริต้านะ” ฮะ คู่ริต้างั้นเหรอ? ความจริงผมก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าต้องเดินฟินาเล่แต่ไม่รู้จริงๆว่าต้องเดินคู่กับใคร ผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับริต้าหรอก ถ้าไม่นับเรื่องที่ทำร้ายยู ล่าสุดที่ยูตกน้ำผมยังคิดว่าริต้ามีส่วนเกี่ยวข้องเลย

 “อ้าว นึกว่าจะไม่ได้เห็นหน้าคาร์ลซะแล้ว” ทันทีที่ผมปรากฏตัวอยู่บนเวที ริต้าที่ยืนอยู่แล้วก็รีบเดินมาหาผมทันที

“ผมสายไปแค่ชั่วโมงเดียว ไม่ทำงานล่มหรอกน่า” ผมพูดแค่นั้นก่อนจะไปประจำที่จุดมาร์ก

“ที่สายเนี่ย...เพราะมัวแต่ไปเฝ้าแฟนอยู่รึเปล่านะ?” พูดแบบนี้ผมยิ่งสงสัยไปใหญ่

“รู้ดีนี่ คราวหลังก็ไม่ต้องถามนะ” พอพูดจบผมก็เดินไปหน้าเวทีตามที่สตาฟให้สัญญาณ เพราะผมต้องเดินออกไปก่อน ริต้าเดินตามที่มาที่หลัง ก่อนที่เราจะเดินด้วยกันเป็นรอบสุดท้าย ผมมักจะเป็นแบบนี้เสมอกับคนที่ไม่สนใจ ผมเลยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่เย็นชาคนนึงเลยล่ะ     

“งั้นก็ขอให้รักกันนานๆ อยู่ด้วยกันนานๆเลยนะ...”  ริต้าพูดตอนที่เราสองคนต้องเดินออกพร้อมกัน ดูเหมือนจะเป็นคำอวยพรที่ดีเลยเนอะแต่ผมกลับรู้สึกแปลกๆ ความพูดของเธอมันแฝงนัยหลายอย่างเลยล่ะ แต่ผมก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ก็อยากรู้เหมือนกันแหละว่าจะทำอะไรต่อไปอีก

[Carter End]

 

3 วันต่อมา...

ฉันได้รับอนุญาตออกจากโรงพยาบาลแล้ว ตอนแรกฉันขอออกตั้งแต่วันที่ฟื้นนั่นแหละ แต่ทั้งคุณแม่ทั้งฟาร์อัลไม่ยอมทั้งคู่เลย ฉันเลยได้อยู่โรงพยาบาลนอนหน่อย แต่ไม่เป็นไร...เพราะวันนี้ฉันมีนัดกับพี่วิเวียน พอออกปุ๊บก็หนีเที่ยวปั๊บ ^^ ฉันขอไปงานเลี้ยงกับพี่วิเวียนน่ะ เพราะตลอด 3 วันพี่คาร์ลไม่มาเยี่ยมฉันอีกเลย สงสัยโกรธฉันแน่เลย ฉันเลยกะว่าจะไปขอโทษเค้าที่งานนี้ พี่วิเวียนบอกว่าพี่คาร์ลเดินแบบที่งานนี้ด้วยเข้าทางฉันเลย (นี่ไม่ได้ไปเพื่อผู้ชายใช่มั้ย ตอบ!)  

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหนีไปหรอกนะ เพราะฉันขออนุญาตฟาร์อัลกับคุณแม่แล้ว ทั้งสองคนอนุญาตด้วยน่าแปลกใช่มั้ย ไม่แปลกหรอกเพราะคนขอคือพี่วิเวียนคุณแม่ไม่เคยขัดพี่วิเวียนอยู่แล้ว ส่วนฟาร์อัลเทิดทูนอย่างหนัก การไปครั้งนี้เลยไม่มีอุปสรรคใดๆ แต่อุปสรรคที่แท้จริงอยู่ที่ขุดและการแต่งตัวของฉันนี่แหละ

เนื่องจากพี่วิเวียนบอกว่างานที่เราจะไปเป็นงานใหญ่ แล้วก็มีพวกดารา นักข่าว และผู้ใหญ่ไปเยอะ ฉันเลยโนจับแปลงโฉมจากเด็กผู้หญิงธรรมดากลายเป็นซินเดอเรลล่าไปเลย (เวอร์ไปละ >_<)นั้นแหละ ตอนนี้ฉันอยู่ในชุดผ้าลูกไม้สีม่วงอ่อนกับรองเท้าส้นสูง ที่สูงมากจริงๆ ครั้งแรกนะเนี่ยที่ได้แต่งตัวแบบนี้ แถมหน้าผมยังจัดเต็มอีกต่างหาก ฉันเห็นตัวเองในกระจกฉันยังตะลึงเลย

“พี่วิเวียนคะ พี่วิเวียนว่ายูโอเคมั้ยคะ?” ฉันถามคำถามนี้เป็นรอบที่สามแล้วมั้งตั้งแต่เดินเข้ามาในงาน ก็ฉันเห็นคนมองฉันเป็นทางเลย ฉันกลัวจะทำอะไรผิดพลาดน่ะ

 “โอเคแล้วจ้า วันนี้ยูสวยมาก ^^ พี่ว่าเรารีบเข้าไปกันดีกว่า...เดี๋ยวงานก็เริ่มแล้ว” พี่วิเวียนจับมือฉันเดินไปนั่งเก้าอี้ที่จัดไว้ข้างๆเวที ว้าว! นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ฉันได้มาสัมผัสงานแบบนี้ ฉันฝันว่าอยากเป็นดีไซเนอร์แล้วก็มีงานเดินแบบพวกนี้เป็นของตัวเอง อยากไปยืนอยู่บนเวทีสักครั้ง หูยย...แค่คิดก็สนุกแล้ว ฉันจะตั้งใจดูงานนี้ให้ละเอียดเลย

ครึ่งชั่วโมงต่อมา....

“และแล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคน ขอเสียงตบมือให้กับชุดฟินาเล่ของเราด้วยครับ!!!” ถึงซะที อุตส่าห์นั่งดูมาตั้งนาน ชุดก็สวยเครื่องเพชรก็สวยๆทั้งนั้นเลย หลังจากที่พิธีกรพูดจบฉันตั้งใจจดจ่อและมองไปที่เวที พี่คาร์ลเดินออกมาพร้อมกับชุดสูทสีน้ำตาลเข้มที่เป็นเอกลักษณ์ที่มีเสื้อเชิ้ตสีขาวข้างใน เค้าไม่ได้ใส่สร้อยคอ แต่ในมือของเค้ามีแหวนและนาฬิกาที่เครือบไปด้วยเพชร ผมที่ถูกเซตไว้เป็นทรงอย่างดีกับใบหน้าขาวๆที่ถูกเติมแต่งไปด้วยเครื่องสำอาง เค้าดูดีมาก ดูดีที่สุดจริงๆ

แล้วก็ตามาติดๆ มีผู้หญิงเดินตามได้ไม่นาน ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในชุดเกาะอกเรียบสีขาวกระโปรงยาวลากพื้น สร้อยคอที่อยู่บนคอส่องประกายบอกคุณค่าอย่างชัดเจน ข้อมือมีแหวนและนาฬิกากรอบเพชรอีกเช่นกัน และเมื่อมองหน้าผู้หญิงคนนั้นดีๆ ฉันก็ต้อตกใจอีกครั้ง ริต้า...ผู้หญิงคนนั้นคือริต้า เดินแบบคู่พี่คาร์ลด้วย? เหอะ! สมใจเลยล่ะสิฉันมองนางแบบนายแบบคู่ฟินาเล่อย่างไม่วางตา พี่คาร์ลไม่เห็นบอกเลยว่าเดินแบบคู่ริต้า....เอ๊ะ! ลืมไปว่าไล่เค้าไปเองนี่นา

 และแล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อริต้าดูเหมือนว่าจะสะดุดกระโปรงที่ยาวลากพื้นนั่น ทำให้เกือบล้มลงไปกองกับพื้น แต่ดีที่พี่ฟาร์อัลรวบตัวไว้ทัน แหม...ถึงเนื้อถึงตัวกันเชียวล่ะ นักข่าวต่างรุมถ่ายรูปใหญ่ ฉันที่ถือช่อดอกไม้อยู่ในมือกะว่าจะเอามาขอโทษถึงกำบีบไว้แน่น

แต่เหตุการณ์มันมีมากกว่านั้น ยิ่งพอนักข่าวให้ความสนใจ ริต้ายิ่งดึงหน้าพี่คาร์ลลงมาให้ใกล้หน้าตัวเอง แล้วถ้ามองในมุมของฉันก็เหมือนว่าสองคนนั้นจูบกันอยู่บนเวที นี่มันอะไรกันแน่เนี่ย! ไม่ต้องขอโทษอะไรแล้ว ฉันไม่อยู่ที่นี่แล้ว! ฉันทิ้งช่อดอกไม้ที่เตรียมมาไว้กับพื้น ก่อนจะเดินหนีออกไปจากงานโดยไม่ฟังเสียงพี่วิวเวียนที่ตะโกนตามหลังด้วยซ้ำ

ทำอย่างนี้ได้ยังไง! ไหนบอกว่ารักฉันนักหนาไง ทำไมถึงมาจูบกับผู้หญิงคนอื่นกลางที่สาธารณะแบบนี้ ฉันเดินออกมาด้วยอารมณ์ที่ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ ฉันอุตส่าห์รีบออกจากโรงพยาบาลมาหา กะว่าจะมาปรับความเข้าใจ แล้วดูทำสิ ดูทำ!!! ทำไมฉันต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ด้วยนะ ใครมาเป็นฉันจะไม่เฟลบ้างล่ะ

“โอ๊ย!!!” ดูเหมือนว่าจะรีบไปหน่อย เลยทำให้ส้นสูงหักไปด้วย อะไรกันเนี่ยเวลาซวยมันก็ซวยพร้อมกันไปหมดทุกอย่างเลยเนอะ ฉันปาดน้ำตาที่กำลังไหลออกอย่างไม่เกรงใจเครื่องสำอางที่อยู่บนหน้าเลย ฉันคิดอยู่อย่างเดียวตอนนี้คือต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ฉันจะไม่ทนอยู่เห็นภาพเหตุการณ์บ้าๆพวกนี้อีกแล้วพอกันที ให้มันจบกันตรงนี้แหละ!!!!

 

#

 

พี่คาร์ลรู้ความจริงแล้วน้าาาาา

ยูอุตส่าห์กำลังจะไปง้อดันไปเจอเหตุการณ์แบบนี้

อยากอ่านต่อต้องเม้นเยอะนะๆ 55555

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/15.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/15.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/15.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/15.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/15.gif

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น