น้ำมิ้ม

ใครชอบแนวดราม่าบีบคั้นอารมณ์..อย่าลืมจิ้มหัวใจ กดแอด Favorite ไว้ด้วยนะจ๊ะ เค้าจะพยายามอัพทุกวัน ...เรื่องนี้พระเอกเป็นแนวดาร์คนะคะ อย่าได้หาความดีมีคุณธรรมจากพี่แก..นางเอกรันทดสุดชีวิต เนื้อหาเข้มข้นทุกตอนจ้า ไรท์เตอร์รับประกัน

เปรมอุรา ตอนที่ 18 : จบภาค "ความลับของเปรมอุรา"

ชื่อตอน : เปรมอุรา ตอนที่ 18 : จบภาค "ความลับของเปรมอุรา"

คำค้น : ทวิกมล , ความลับ , พี่น้อง , สู้ชีวิต , ความรัก , พระเอกร้าย , นางเอกน่าสงสาร , พระรองแสนดี , ปกปิด , เปรมอุรา , ปานดวงใจ , 25+ ,30+

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2559 21:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เปรมอุรา ตอนที่ 18 : จบภาค "ความลับของเปรมอุรา"
แบบอักษร

ตอนที่ 18 (อัพ 100%)

 

หลุยส์โอบประคองร่างอุ้ยอ้ายที่สลบไสลเอาไว้ในอ้อมกอดเขาอย่างขวัญเสีย ในขณะที่ปากก็เอ่ยเร่งผู้เป็นพี่ชายให้รีบขับรถให้ไวมากขึ้นกว่านี้

ทั้งเปรมอุราและนางเพียรทรุดลงหมดสติไปพร้อมๆกัน จนหลุยส์ร้องตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ ปีเตอร์จัดการรีบเอารถมาจอดเทียบให้น้องชายอุ้มร่างของเปรมอุรามาขึ้นรถ ในขณะที่นางจินตนานั้นแยกไปกับป้าเตียงและแอนนาอีกหนึ่งคันเพื่อพาร่างของยายเพียรไปส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

“คุณต้องไม่เป็นอะไรนะเปรม...อดทนเอาไว้นะได้โปรด...โอ..พระเจ้า ปีเตอร์...เปรมมีเลือดไหลออกมา”

หลุยส์แทบจะร้องไห้ออกมาเมื่อมีน้ำคร่ำไหลออกมาปะปนกับเลือด ชายหนุ่มกอดกระชับร่างนั้นไว้แน่นพลางกล่าวอ้อนวอนต่อสวรรค์ราวกับจะขาดใจ

“ได้โปรด...ได้โปรดอย่าเป็นอะไรเลยนะเปรม...ผมทนไม่ได้...ผมรักคุณนะเปรม”

หลุยส์ครางราวกับคนไร้สติเมื่อใบหน้าเรียวนั้นยิ่งซีดขาวและไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆจากร่างที่เขากอดเอาไว้แนบอกเลย ...

ปีเตอร์เลี้ยวรถเข้ามาจอดเทียบหน้าโรงพยาบาล ก่อนจะรีบวิ่งไปหาเจ้าหน้าที่เพื่อขอเตียงเข็นมารับคนไข้...หลุยส์นั้นแทบจะทำอะไรไม่ถูกเลยได้แต่ส่งร่างของเปรมอุราให้กับบุรุษพยาบาลที่เข้ามาทำหน้าที่อย่างรวดเร็ว ...ไล่ๆกันนั้นรถของนางจินตนาก็มาจอดพร้อมๆกับที่ป้าเตียงร้องตะโกนโวยวายให้คนมาช่วยยายเพียร

หลุยส์วิ่งตามเตียงที่เข็นร่างของเปรมอุราไปอย่างหวาดกลัว...เลือดปนน้ำคร่ำที่ไหลจนเลอะเตียงนั้นทำเอาหัวใจชายหนุ่มบีบรัดแน่นอย่างเจ็บปวด...ถ้าหากวันนี้ลูกเมียเขาเป็นอะไรไป...เขาจะไม่ให้อภัยทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้อย่างเด็ดขาด!

..............................................................................................................................................

“หมอเสียใจด้วย...คนไข้เสียชีวิตแล้ว”

นางจินตนาแทบจะเป็นลมล้มพับไปในอ้อมกอดของสามี...ในขณะที่หลุยส์นั้นหน้าซีดขาวอย่างคาดไม่ถึง...ยายเพียรมาถึงโรงพยาบาลช้าไป...แล้วเปรมอุราล่ะ...หวังว่ามันคงจะไม่สายเกินไปใช่หรือไม่..

“ฉันจะไปโทรบอกข่าวร้ายกับจันทร์เพ็ญก่อน...คุณอยู่เป็นเพื่อนหลุยส์กับแอนนาที่นี่ก่อนนะคะ”

คุณนายจินตนาหันไปบอกสามีก่อนจะเลี่ยงออกไปโทรศัพท์หาเพื่อนรักข้างนอกให้พ้นเขตห้องฉุกเฉินเพื่อไม่ให้สัญญาณโทรศัพท์ไปรบกวนเครื่องมือแพทย์

บรรยากาศที่หน้าห้องพยาบาลนั้นตึงเครียดมากยิ่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปทุกนาทีทบกันจนกลายเป็นชั่วโมง หากก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆเกี่ยวกับอาการของเปรมอุรา...

แอนนานั้นนั่งบีบมือตัวเองอย่างวิตก...เธอไม่คิดว่าจดหมายฉบับเดียวของเธอจะทำให้เรื่องทุกอย่างเลวร้ายจนถึงขั้นมีคนตายแบบนี้ แล้วยิ่งอีกสองชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายนั้นมีความสำคัญต่อหลุยส์ หญิงสาวได้แต่ภาวนาในใจอย่างหวาดกลัว...ถ้าหากจะมีใครต้องตายเพิ่ม แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นอาจจะเป็นตัวเธอเองถ้าหลุยส์ได้รู้ความจริง!

บานประตูที่เปิดออกพร้อมกับนายแพทย์สุชาติที่เดินออกมาหาคนทั้งหมดนั้นทำให้หลุยส์รีบถลาเข้าไปหาอย่างร้อนใจหากไม่กล้าถามคำถามใดๆออกมา ชายหนุ่มได้แต่ยืนนิ่งฟังชายชุดกาวน์ตรงหน้าราวกับรอคำพิพากษา ...

“คนไข้ปลอดภัยดีทั้งแม่และเด็กครับ...แต่อาจจะต้องอยู่ดูอาการอีกสักอาทิตย์หมอถึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ครับ”

“ขอบคุณสวรรค์..ผมเข้าไปดูเปรมได้ไหมครับ”

“ได้ครับ..แต่คนไข้ยังไม่ได้สติอาจจะต้องรออีกหลายชั่วโมงครับ”

เมื่อนายแพทย์สุชาติอนุญาต หลุยส์ก็เดินลิ่วนำทุกคนไปยังห้องคลอดที่หมอต้องตัดสินใจผ่าคลอดก่อนกำหนดเพื่อช่วยชีวิตแม่และเด็ก ทารกตัวแดงที่กำลังอ้าปากร้องไห้อยู่ในตู้อบนั้นทำเอาชายหนุ่มน้ำตารื้นขึ้น...ลูกสาวของเขา..แองจี้

“โชคดีเหลือเกินลูกของพ่อ...หนูต้องแข็งแรงและปลอดภัยนะคะ”

หลุยส์เอ่ยพึมพำอยู่หน้าห้องกระจกอย่างโล่งใจและยินดี ในเวลานี้ชายหนุ่มอยากจะอุ้มลูกด้วยสองมือของเขาเหลือเกิน...

คุณนายจินตนาและปีเตอร์เข้ามาปลอบใจชายหนุ่มพร้อมๆกัน อย่างน้อยตอนนี้อีกสองชีวิตก็ยังปลอดภัย แม้ว่าแม่หนูน้อยแองจี้อาจจะต้องอยู่ในตู้อบก่อน หากโดยภาพรวมแล้วถือว่าแข็งแรงและสมบูรณ์

แอนนาจ้องมองทารกแรกเกิดอย่างสมใจ...ในเมื่อเด็กคนนี้ลืมตาดูโลกแล้ว ก็ถึงเวลาที่เธอและหลุยส์จะตัดขาดเรื่องทุกอย่างจากเมืองไทยเสียที

 

................................................................................................................................

 

ปานดวงใจมองหน้าจอโทรศัพท์อย่างแปลกใจในขณะที่กำลังเดินเท้าเพื่อออกมาให้ถึงหน้าถนนใหญ่เพื่อเรียกแท็กซี่ไป บขส. สายเรียกเข้าจากกวินวัธน์ที่ดังต่อเนื่องไม่ยอมหยุดทำให้หญิงสาวต้องจำใจกดรับทั้งๆที่มีสายตาของพ่อและแม่ที่มองมาอย่างสงสัยใคร่รู้อย่างเต็มเปี่ยม

“สวัสดีค่ะ...”

“พวกคุณจะไปไหนกัน...คิดจะหนีผมอย่างนั้นเหรอปานดวงใจ”

น้ำเสียงที่เดือดจัดจนเกือบจะกลายเป็นเหี้ยมเกรียมนั้นทำให้หญิงสาวแทบจะขนลุกเกรียว พลางเหลียวมองไปรอบๆอย่างหวาดหวั่น จนกระทั่งสายตาไปปะทะเข้ากับรถยุโรปคันใหญ่ที่จอดอยู่ไม่ห่างจากพวกเธอเท่าไหร่นัก

แม้ว่าปานดวงใจจะไม่อยู่ในระยะที่ใกล้พอที่จะเห็นหน้าชายหนุ่ม แต่ก็พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายกำลังตีหน้ายักษ์อยู่ขนาดไหน

“ดิฉันกำลังจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัดค่ะ ยายของดิฉันเสียพวกเราเลยต้องไปแบบกะทันหัน”

“งั้นก็ขึ้นรถ...ผมจะไปส่งเอง”  

กวินวัธน์กรอกน้ำเสียงห้วนๆออกคำสั่งอย่างรวดเร็วโดยไม่รอฟังคำตอบจากหญิงสาวด้วยซ้ำ ปานดวงใจได้แต่ก้มมองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไปอย่างกังวลใจ...พ่อกับแม่เธอจะคิดอย่างไรที่จู่ๆก็มีผู้ชายแปลกหน้าอาสาจะไปส่งพวกเธอถึงที่บ้านนอก

กวินวัธน์ขับรถมาจอดเทียบยังกลุ่มครอบครัวของปานดวงใจ ก่อนจะก้าวลงจากรถมาและยกมือไหว้บิดามารดาของหญิงสาวที่รับไหว้อย่างงุนงง

“สวัสดีครับ ผมชื่อกวินวัธน์ เป็นเจ้านายคนใหม่ของปานดวงใจ พอดีผมขับรถผ่านมาและเพิ่งทราบข่าวว่าคุณยายของปานเสียชีวิต ผมเสียใจด้วยจริงๆครับ”

“เจ้านายคนใหม่? หมายความว่ายังไงกันปาน”

ผู้เป็นบิดาหันมาถามลูกสาวที่ได้แต่ยืนก้มหน้านิ่งอย่างไม่รู้จะอธิบายอย่างไร หากกวินวัธน์ที่ถนัดตีสองหน้าอยู่แล้วชิงเอ่ยตอบเสียเอง

“ปานตัดสินใจลาออกจากบริษัทของคุณเอกกุลตั้งแต่เมื่อเย็นแล้วครับ และเธอจะมาทำงานกับผมทันที แต่เธอคงยังไม่ทันได้บอกที่บ้านเพราะมีเรื่องคุณยายเสียก่อน ไหนๆผมก็ผ่านมาทางนี้แล้ว ให้ผมไปส่งพวกคุณเถอะนะครับถือเสียว่าให้โอกาสผมได้ทำตัวเป็นเจ้านายที่ดี คุณพ่อกับคุณแม่จะได้ทำความรู้จักกับผมเอาไว้เสียเลย”

กวินวัธน์เอ่ยรวบรัดจนปานดวงใจแปร่งหูกับคำพูดของชายหนุ่ม หากกวินวัธน์รีบเป็นฝ่ายกุลีกุจอช่วยยกกระเป๋าให้นางจันทร์เพ็ญและนายยศ บิดามารดาของปานดวงใจ พลางเดินนำไปที่รถคันใหญ่ของเขา

“ปาน...นี่มันเรื่องอะไรกันลูก” นางจันทร์เพ็ญเอ่ยกระซิบถามลูกสาวเบาๆขณะที่ทอดฝีเท้าให้ช้าลงปล่อยให้นายยศเดินคู่ไปกับร่างสูงใหญ่ของกวินวัธน์

“ก็เป็นอย่างที่คุณวินเธอพูดแหละจ้ะแม่...เอาไว้ถึงบ้านแล้วปานจะเล่าให้แม่ฟังนะจ๊ะ”

ปานดวงใจเอ่ยปัดกับมารดา ก่อนจะก้าวขึ้นนั่งด้านหลังคู่กับนางจันทร์เพ็ญ ทิ้งให้นายยศนั่งข้างหน้าคู่กับกวินวัธน์เพื่อบอกทางอีกฝ่าย...ปานดวงใจนั้นเหน็ดเหนื่อยหัวใจเป็นอย่างมาก ปัญหาที่ถาโถมเธอเข้ามาตอนนี้ทั้งเรื่องยายเพียร เอกกุล และตัวปัญหาใหญ่อย่างกวินวัธน์ยิ่งทำให้หญิงสาวแทบอยากจะหลับตาแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยตลอดชีวิต

...หากตอนนี้เธอคงทำไม่ได้ เพราะยังมีเปรมอุราที่เข้าโรงพยาบาลอย่างกะทันหันไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร...

“รอพี่หน่อยนะเปรม...พี่กำลังจะกลับไปหาเธอเดี๋ยวนี้แล้ว...”

 

...............................................................................................................   

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น