Fey Fahrenheit

ไรท์ขอลาพัก สอบเสร็จจะกลับมาลงต่อนะคะ

บทที่ 8 การจากลา

ชื่อตอน : บทที่ 8 การจากลา

คำค้น : แฟนตาซี เจ้าชาย วาย ซึนเดเระ หมาป่า ตลกดราม่า BL นิยายBLแฟนตาซี ผจญภัย sm

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ส.ค. 2561 11:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 การจากลา
แบบอักษร

บทที่ 8

การจากลา

เช้าแห่งงานรื่นเริงที่อบอวลไปด้วยกลิ่นของดอกไม้หอมหวาน คฤหาสน์ตระกูลเรนเดลที่เคยเงียบเหงาเคล้าไปด้วยความเศร้าอาลัย บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงเพลงพิณหวานจับใจ แม้การจัดการงานวิวาห์ครานี้ควรจะยิ่งใหญ่สมกับฐานะของทั้งสองตระกูล ทว่าด้วยบัญชาจากท่านอดีตราช่โรฮานผู้กลับมาทำหน้าที่แทนลูกชายชั่วคราวนั้น ไม่ต้องการให้จัดงานใหญ่เอิกเกริกจนเกินงาม ด้วยยังไม่ทันครบ120วันที่ ครูส เรนเดล จากไป

ในห้องแต่งตัวเจ้าสาวแสนจะอลหม่าน ก้องกังวาลไปด้วยเสียงทัดทานจาก คาร์ลอส เรนเดล น้องชายของเจ้าบ่าวในวันนี้ ผู้รับหน้าที่เป็นผู้ดูแลงานทั้งหมดแทนเจ้าบ่าว แม้จะเป็นวันแต่งงานคาโรลก็ยังนั่งทำงานเอกสารที่ห้องทำงานอย่างไม่ยี่หระต่อรอบข้าง

“แป้งนี่ลงหนาไป ผิวสวยๆ ของโอเรียนโดนกลบหมด ลบออกแต่งใหม่” คาร์ลอสดุช่างแต่งหน้าที่ทำงานมาค่อนชั่วโมงก็ไม่ถูกใจเขาเสียที

เจ้าสาวโอเรียนนั่งนิ่งไม่ไหวติ่ง ถึงในใจจะอยากขอโทษพี่สาวทั้งสองที่อุตส่าห์ทนความเอาแต่ใจของคาร์ลอส แต่หากเขาเปร่งเสียงออกไป เสียงทุ้มๆ ของเขา อาจจะทำให้เป็นที่สงสัยได้

“ลิปสีโอรสนี่สวยกว่านะ ทาใหม่เดี๋ยวนี้เลย วันนี้โอเรียนต้องดูดีที่สุด!” คาร์ลอสเอ่ยพลางยิ้มให้สาวเจ้าที่ต้องปั้นหน้านิ่งและทนให้จับแต่งตัวราวกับตุ๊กตา

จนเวลาล่วงเข้าฤกษ์พิธี เสียงระฆังก้องดังเป็นสัญญาณให้บ่าวสาวเตรียมตัวสู่ลานพิธี แต่ทว่าทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ยังวุ่นอยู่กับธุระของตนเองที่ไม่มีที่ท่าว่าจะเสร็จสิ้น เมื่อนานเข้าอับบาสที่ยืนรอน้องสาวสุดรักสุดหวงอยู่ก็เริ่มอารมณ์เสีย

เขาสู้อุตส่าห์สร้างภาพเป็นพี่ชายที่แสนดีของน้องสาวผู้อาภัพ ต้องทำเป็นว่ารักน้องหวงน้องหนักหนา ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาคร้านจะแสดงละครบทนี้เต็มแก่ แต่จะมาให้งานเหลวไม่เป็นท่าในครานี้คงไม่ได้

อับบาส ปลีกตัวจากการสนทนาพาทีกับเหล่าแขกสูงศักดิ์ในงาน และตรงไปยังห้องแต่งตัวของเจ้าสาวที่ควรออกมาได้แล้ว และต้องหาตัวเจ้าบ่าวที่ไม่รู้ว่าจะมาเล่นเล่ห์แผนการอะไรกับเขาหรือไม่

“โอเรียน ได้เวลาแล้ว ออกมาสักที” จากรอยยิ้มที่เตรียมไว้เรียกน้องสาวอย่างสนิดสนม แต่พอได้พบกับเจ้าเด็กไม่รู้จักโตอย่างคาร์ลอสแล้ว รอยยิ้มของอับบาสก็เฝื่อนลงทันที ยิ่งอีกฝ่ายตีหน้าซื่อใส่ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเสแสร้งแกล้งทำล้อเลียนเขา ยิ่งทำให้อับบาสคับแค้น ก่อนจะก้นด่าสาปแช่งไปยกหนึ่งในใจพอให้ระงับอารมณ์ได้

โอเรียนรีบลุกขึ้นและตรงไปหาอับบาส อย่างน้อยก็จะได้พาสองคนที่มีแววจะทะเลาะกันในไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้ออกจากกันได้ ลดทอนความวุ่นวายที่อาจจะเกิดในอนาคตอันใกล้

ในใจลึกๆ ของโอเรียนนั้นยังระทึกและหวาดหวั่นกับการวางแผนดัดหลังอับบาส เขากลัวทำให้ทุกสิ่งที่ผู้มีพระคุณทั้งสองทำมาพังพินาศเพราะความไม่เอาไหนของเขาเอง ตั้งแต่วันที่คาร์ลอสยื่นมือมาช่วยเหลือเขา เขาก็ได้รับการดูแลจากสองพี่น้องเรนเดลอย่างดี โดยเฉพาะคาร์ลอส ที่ไม่คิดจะรังเกียจว่าเขาเป็นปีศาจที่เกิดมาต่ำต้อย หากเขาทำเสียแผนก็เท่ากับทรยสน้ำใจของผู้มีพระคุณ

“โอเรียนเจ้าต้องทำได้แน่ รอข้าก่อนนะ ข้าจะไปพาท่านพี่มา” คาร์ลอสเอ่ยกับโอเรียน รอยยิ้มบางจากโอเรียนที่ตอบกลับมานั้นทำให้คาร์ลอสใจชื้นไม่น้อย และช่วยตอกย้ำตัวเองได้ว่าพร้อมที่จะแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกับหนุ่มน้อยโอเรียน

พอลับสายตาคาร์ลอส อับบาสที่มีสีหน้าบอกบุญไม่รับก็หันมาสังเกตท่าทางราวกับสาวน้อยมีความรักของโอเรียนอย่างเคืองๆ

“ไปยิ้มให้มันทำไม เจ้าควรจะทำหน้าแบบนั้นให้คาโรลมาหลงถึงจะถูก!”

โอเรียนได้แต่ก้มหน้าเศร้า หูสีน้ำตาลลู่ลงเล็กน้อย พร้อมกับหลบสายตาอันเย็นชาของอับบาส และเดินตามพี่ชายต่างมารดาไปอย่างเงียบๆ

***

เสียงระฆังระรัวคลอกับเสียงพิณบรรเลงเพลงหวาน กลีบดอกไม้หลากสีโปรยปราย พร้อมกับการปรกฎตัวของเจ้าสาว ร่างบางในชุดสีขาวฟูฟ่องประดับลูกไม้สีขาวนวลเข้ากับผิวเรียบเนียน ริมฝีปากสีชมพูอมส้มอวบอิ่มหน้าหลงใหล กับเรือนผมสีน้ำตาลยาวลอนสลวยที่ถูกแต่งแต้มด้วยมงกุฎดอกไม้สีหวานน่ารักเข้ากับผ้าคลุมผมที่ทอดยาวระพื้น

คาโรลยืนรอพร้อมใบหน้านิ่ง มองเจ้าสาวที่เดินมาตามทางด้วยความเฉยชา ในใจของเขาตอนนี้ลุ้นเพียงแต่ว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน นัยน์ตาสีมรกตใต้กรอบแว่นมองไปยังน้องชายของตนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก

“ยิ้มสิท่านพี่ ยิ้ม” คาร์ลอสเอ่ยแผ่วเบา ทำท่าทางให้ท่านพี่หน้าตายของเขายิ้มออกมาสักนิด อย่างน้อยจะได้ลดความประหม่าของโอเรียนที่เกร็งจนเดินเป็นหุ่นไขลาน

คาโรลหันไปมองเจ้าน้องชายจอมจุ้นด้วยสายตาดุ แต่ก็พลันเห็นหูสีเทาที่แสนคุ้นเคยอยู่ไกลๆ ยิ่งเพ่งมองยิ่งทำให้หัวใจของเขาพองโต

‘เป็นฟรอยตัวจริงไม่ผิดแน่!’

คาโรลยิ้มกริ่ม ซึ่งนั้นเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่โอเรียนยื่นมือมาให้เขาประคองโอบตามที่ซักซ้อมไว้ คาโรลโอบสาวน้อยอย่างอ่อนโอน ก่อนจะกระซิบบอกบางอย่างกับสาวเจ้า ทั้งยังเผยรอยยิ้มที่หายากออกมา

“อะแฮมๆ เจ้าบ่าว...ยังไม่ถึงเวลาสาบานรัก ช่วยยื่นนิ่งๆ และรอข้าพูดก่อน” คำเอ่ยแซวของราชาโรฮานเรียกเสียงผิวปากขบขันจากบรรดาแขกที่มาร่วมงานได้เป็นอย่างดี จนทำให้เจ้าสาวต้องเอียงอายหนักกว่าเดิม แต่ฝ่ายเจ้าบ่าวกลับเปลี่ยนสีหน้าเป็นเฉยชาดังเดิม

“ในงานมงคลที่แสนจะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรัก...” ท่านราชาโรฮานอ่านคำกล่าวที่แสนจะยาวยืด การร้องของจากลูกน้องหนึ่งเดียวของเขาที่นานทีจะมาขอให้ช่วย แม้คำพรรณนาต่างๆ จะเลี่ยนเอียนไม่สมกับเป็นคาโรล ท่านราชาโรฮานที่แลดูจะหนุ่มขึ้นกว่าครั้งก่อนก็ยังสามารถคงเอ่ยร่ายอย่างออกรสออกชาติ พลางเหลือบมองรอยยิ้มกริ่มที่เผยออกมาเป็นระยะๆ ของลูกน้องตนอย่างไม่ว่างใจ ด้วยโรฮานรู้ดีว่าหากคาโรลยิ้ม ถ้าไม่ใช่เรื่องดีก็เป็นเรื่องร้าย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องร้ายเสียมากกว่า

“ต่อจากนี้ ขอเข้าสู่พิธี เจ้าบ่าว อะเออ..คาร์ลอส?” โรฮานถึงกับต้องขยี้ตาดู ว่าในโพยคำกล่าวนั้นเขียนอะไรผิดหรือไม่ เขาเหลือบมองคาโรลที่สงสัญญาณให้กล่าวต่อ จึงจำต้องทำหน้าที่ต่อให้จบๆ ไป

“อะแฮ่มๆ... คาร์ลอส เจ้าจะสาบานว่าจะรักโอเรียน ดูแล ปกป้อง และให้เกียรติ ตราบสิ้นชีวิตนี้ของเจ้าหรือไม่”

“คร๊าบบ สาบานครับ” คาร์ลอสเสนอหน้าออกมามุมซ่อนตัวและเข้าโอบเอวเจ้าสาวทันที

ส่วนทางด้านคาโรลที่ใครๆ ก็คิดว่าคือเจ้าบ่าวมาโดยตลอดก็หายตัวไปราวกับล่องหน

แต่มีหรือที่การสับตัวเจ้าบ่าวอย่างกะทันหันนี้จะมีคนเห็นชอบทั้งหมด อับบาสที่นั่งนิ่งมาตลอดถึงกับลุกขึ้นยื่นและชี้หน้าตวาดลั่นกลางงาน

“ข้าขอคัดค้าน! คาร์ลอสเจ้าจะทำแบบนี้ไม่ได้ พ่อของเจ้าสั่งไว้อย่างไรเจ้าจำไม่ได้หรือไร เจ้าลูกอกตัญญู!”

“เอ๋ๆ ท่านพี่เขย ข้ากับโอเรียนเรารักกัน ท่านพ่อบอกให้แต่งงานข้าก็แต่ง ไม่จำเป็นสักหน่อยว่าต้องให้ท่านพี่เป็นเจ้าบ่าว ใช่ไหมครับท่านโรฮาน”

เมื่อโรฮานโดนดึงไปเอี่ยวถึงกับสะดุ้ง เขาควรวางตัวเป็นกลางในฐานะราชาที่เป็นอดีตไปแล้ว แต่ในสถานการณ์ที่คำสั่งเสียของสหายเก่ามาเป็นประเด็นแบบนี้ เขาจะไม่ช่วยฝ่ายเรนเดลก็คงไม่ได้

โรฮานหยิบกระดาษข้อความอีกแผ่นที่คาโรลเคยบอกไว้ว่าเป็นพินัยกรรมของครูส ให้เขาเก็บไว้เผื่อได้ใช้งาน ซึ่งโรฮานไม่คิดเลยว่าคาโรลจะกล้าใช้เขามาเป็นเครื่องมือในงานนี้

“จากพินัยกรรมของ ครูส เรนเดล ระบุว่าลูกชายของตนจะต้องสมรสกับคนของตระกูลอาร์มันโด ซึงเป็นสัญญาที่มีขึ้นเพื่อความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองตระกูล ในฐานะที่ข้าเป็นผู้ดูแลงานพิธีการนี้ ขอกล่าวว่าการที่คาร์ลอสจะแต่งงานกับโอเรียนนั้นไม่ผิด ยิ่งด้วยเพราะความรักที่ทั้งสองมีให้แก่กัน ยิ่งควรเป็นเอาแบบอย่างให้แก่สองตระกูลที่มีขอพิพาทกันมาช้านาน ข้าอย่างให้งานนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันที่ดี” โรฮานกล่าวต่อ ครานี้เขาเก็บกระดาษคำกล่าวต่างๆ ลง และมองตรงไปยังเหล่าสักขีพยานที่ยังซุบซิบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นัยน์ตาสีฟ้าครามที่โอบอ้อมอารีแปรเป็นคมเข้มแข็งกร้าวในฉับพลัน เขาจ้องเขม่นเหล่าหมาป่าปากมากทั้งหลายให้ปิดผนึกเสียงน่ารำคาญ

“เริ่มพิธีต่อ คาร์ลอสรักโอเรียน แน่ล่ะ โอเรียนเจ้าก็คงรักคาร์ลอสเช่นกัน จากนี้ต่อไปข้าขอประกาศให้ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน สวมแหวน จูบ เข้าห้องหอทำลูกได้! “ ราชาโรฮานกล่าวรวบรับเสียจนเจ้าสาวเจ้าบ่าวทำตัวไม่ถูก แต่พอท่านราชาส่งยิ้มมุมปากให้เล็กน้อย เจ้าบ่าวคาร์ลอสก็พยักหน้ารับโดยดี

คาร์ลอสบรรจงจูบเจ้าสาวของตนอย่างดูดดื่ม ก่อนจะถอนจูบและหอมแก้มอีกรอบอย่างหวานชื่น แสดงให้ผู้มาร่วมงานทั้งหลายซาบซึ้งในความรักของตนต่อโอเรียน

เสียงปรบมือแเซ่ซ้องในความรักของทั้งคู่ดังสะนั่นงาน มีเพียงอับบาสที่โกรธจนควันออกหู ก่อนจะปึงปังออกจากงานโดยไม่สนใจว่างานรื่นเริงนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไร

***

อีกด้านของรอยยิ้มแห่งความสุข กลับเป็นหยาดน้ำตาแห่งความผิดหวังและหัวใจที่แตกสลายของราชองครักษ์ผมเทาที่ เขากลับมาที่เผ่าเพียงหวังจะมาแจ้งข่าวร้ายและขอความช่วยเหลือ แต่กลับกลายเป็นว่าเขาต้องมาเข้าร่วมงานพิธีแต่งงานของคนรัก ที่ปากบอกปฏิเสธแต่เจ้าตัวกลับยิ้มเริงร่ากระซิบรักกับเจ้าสาวที่แสนจะเพียบพร้อมและคู่ควร

เพียงแค่การเริ่มเกริ่นคำพรรณนาพิธีแสดงถึงความรักของทั้งคู่ ฟรอยก็ไม่สามารถอดทนที่จะรับรู้อะไรได้อีกทั้งนั้น เขาลุกออกจากงานโดยทันทีและไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับไป

“คุณต้องการจะบอกผมให้ยอมรับสินะ สิ่งที่คุณต้องการคืออะไรกันแน่ เรื่องที่คุณทำกับผม... เราเคยรักกันใช่ไหม...มันใช่ความจริงไหม” ฟรอยเอ่ยกับสายน้ำและสายลม หยาดน้ำตาหยาดหยดเปรอะเปื้อนนองหน้า ไม่เหลือมาดองค์รักคนสนิทของท่านเรดิอาผู้น่าเกรงขามโดยสิ้นเชิง

“ข้าว่าเจ้าไม่ได้ร้องไห้เพื่อข้าแน่” เรดิอากล่าว บัดนี้เขาอยู่ในร่างของหมาป่าสีดำตัวโตที่มาพร้อมกับบรรยากาศรอบตัวที่เย็นยะเยือก

“ขอโทษครับ ผมไปส่งข่าวตามที่ท่านเรดิอาบอกแล้ว... ต่อไปเราจะทำอะไรต่อดีครับ” ฟรอยปาดคราบน้ำตา และดึงสติตนกลับเข้าสู่ความจริงกับปัญหาที่ใหญ่หลวงของเจ้านาย

เรดิอาถูกพ่อมดใจกล้าลวงเอาพลังบางส่วนไป แม้จะชิงกลับมาได้ครึ่งหนึ่ง แต่พลังนั้นกลับเปลี่ยนไปอยู่ในรูปผลึกที่ต้องมีครบทั้งสองส่วนถึงจะคลายผนึกออกได้

“ข้อแรก ข้าไม่ใช่เจ้าชายอีกต่อไป เจ้าเลิกเรียกข้าแบบนั้นได้แล้ว ข้อสอง เราต้องรวบรวมหาผู้ที่ยินยอมติดตามข้าในร่างนี้ให้ไดสักสิบหรือยี่สิบ ข้อสาม เอาผนึกพลังนี้ไปฝากไว้ที่ท่านผู้อาวุโส” เรดิอาสั่งด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ เพ่งมองลูกน้องตนที่เริ่มร่ายคาถาให้กลับกลายร่างเป็นหมาป่าสี่ขาเช่นเขา

“ได้ครับ บอส!” ฟรอยรับคำก่อนจะหายไปด้วยความเร็วเพื่อทำตามคำสั่งของเจ้านายตน

***

ฟรอยตั้งใจจะอุทิศตนรับใช้เรดิอาให้ถึงที่สุด ในเมื่อตอนนี้ชีวิตที่เหลือของเขามีเพียงภาระกิจการนำพลังกลับคืนสู่เจ้านายของตน แม้จะใช้เวลานานเท่าใด เขาก็พร้อมจะติดตามและจะจริงจังกับการฝึกฝนตนให้ทัดเทียมกับชายที่ทำให้หัวใจของเขาสลาย

“คอยดูเถอะ ผมจะต้องเหนือกว่าคุณให้ได้!” ฟรอยเปลี่ยนความเศร้าและความอาลัยเป็นความชังพร้อมกับตั้งเป้าเอาชนะชายผู้มีแต่ความหลอกลวง

ในการรวบรวบเหล่าหมาป่าปีศาจที่จงรักภัคดีต่อเรดิอาไม่ได้อยากเย็นอย่างที่คิด แม้เรดิอาจะดูเสเพลและไร้ซึ่งความถูกต้องในสายตาใคร แต่สำหรับผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือและเป็นหนี้บุญคุณกลับมีมากมายจนฟรอยต้องจัดการคัดเลือก เฟ้นหาเฉพาะผู้ที่น่าจะเป็นงานและไม่ตายเสียกลางทางกับการต่อสู้ที่อาจจะอันตรายกว่าการออกสมรภูมิธรรมดาทั่วไป

เมื่อได้กองทัพแล้วสิ่งสุดท้ายคือการนำผลึกพลังไปไว้ ณ ที่ปลอดภัย ฟรอยจำต้องไปด้วยตัวเอง แม้จะพอทำใจได้แล้วในเรื่องความสัมพันที่ขาดสะบั้นลง แต่หากได้พบหน้าคนที่เขาไม่อยากพบตอนนี้ อาจทำให้ความตั้งใจของเขาสั่นคลอนได้ ฟรอยจึงเลือกที่จะลอบเข้าไปหาท่านผู้อาวุโสในยามค่ำคืน

“ท่านผู้อาวุโส ผมรับคำสั่งจากท่านเรดิอาให้นำสิ่งนี้ให้ท่านช่วยเก็บรักษา” ฟรอยก้มหมอบลง แม้เขาจะอยู่ในร่างหมาป่าขนเทา ก็ไม่ลืมที่จะนอบน้อมต่อผู้สูงวัยกว่า

“อืม... นั้นสินะ เรื่องของเจ้าชายข้ารับรู้แล้ว  ส่วนเจ้า ฟรอย...การขัดเกลาตนนั้นเป็นเรื่องดี แต่อย่าได้ลืมซึ่งความดีและสิ่งที่ทำให้เจ้าเป็นเจ้า อย่าลืมสิ่งที่อยู่ในตัวเจ้า หากเจ้าแข็งกระด้าง เจ้าชายจะไม่มีทางได้พบกับขุมพลัง ตอนนี้มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่จะทำให้เขาไม่ออกนอกลู่นอกทาง” ชายชราตัวเล็กเอ่ย เขารับรู้ถึงสิ่งที่เจ้าชายของเผ่าต้องการจะกระทำ ผู้อาวุโสยิ้มส่งให้หมาป่าขนเทาอย่างอ่อนโยน แววตานุ่มลึกอ่านยากราวกับล่วงรู้จิตใจของผู้อื่น แต่ก็ดูสงบสันโดดอย่างผู้ที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างดี

ฟรอยพยักหน้ารับ แม้จิตใจเขาจะบอบช้ำแต่คงไม่เท่านายเหนือหัวของเขาที่ถึงกับเปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคนในช่วงเวลานี้ได้

“ผนึกพลังของเจ้าชายยังไม่ถูกใช้ เขาจะสัมผัสได้หากเข้าใกล้มัน”

“ผมจะพยายามให้ถึงที่สุดครับ ฝากท่านช่วยอธิบายให้ท่านโรฮานเข้าใจด้วย ขออภัยที่มารบกวนครับ” ฟรอยหายวับไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงลมอ่อนจางที่ทำให้เปลวไฟยามค่ำคืนไหววูบ

***

ค่ำคืนที่เงียบสงัดซึ่งควรเป็นค่ำคืนที่หวานชื้นในความคิดของคุณชายมากเล่ห์ คาโรลมองจอกเหล้าในมืออย่างเหม่อลอย โต๊ะทานข้าวตัวโปรดในบ้านไม้อบอวลด้วยความทรงจำที่แสนคิดถึง เขาไม่รู้เลย ไม่เคยรู้เลยว่าการที่เขาอดทนรอเพื่อให้อีกฝ่ายวิ่งกลับมาหานั้น จะกลายเป็นการทำให้อีกฝ่ายจากไป จดหมายที่ส่งมาให้ราชาโรฮานทำให้วันนี้เขาไม่มีเวลาจะไปตามหาคนผมเทา เขาต้องวิ่งวุ่นดำเนินเรื่องที่แสนวุ่นวายจากฝีมือของเจ้าชายที่รนหาที่ไม่เขาเรื่อง หาเรื่องมาให้พวกเขาได้ตลอด!

“ข้าจะไปฆ่าเจ้าชาย มันจะได้จบๆ!!” คาโรลโยนจอกเหล้าทิ้งพร้อมกับยันตัวเองลุกจากเก้าอีกพร้อมกับแววตาหมายมั่น ที่จะไปเอาคนของตนคืน

แต่ก่อนที่คุณชายขี้เมาจะได้ทำการกบฏ ร่างเล็กของชายชราก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา วิชาการเคลื่อนย้ายที่แสนคุ้นเคย ผู้ถ่ายทอดวิชาให้ฟรอยจนสามารถหนีหายไปจากเขาได้ในพริบตาคือคนผู้นี้!

‘ท่านผู้อาวุโส!’

สติที่คับแค้นของคาโรลจับจ้องไปยังชายชราผู้อารี แต่ก่อนที่มือหน้าจะได้ล่วงล่ำแตะถูกตัวผู้มาเยือน ร่างทั้งร่างของคาโรลก็หยุดชะงัก

“คุณชายผู้เยือกเย็นหายไปไหนแล้ว ถึงจะฆ่าข้าไปคนรักของเจ้าก็ไม่กลับมาหรอก” ผู้อาวุโสกล่าว พร้อมกับนำร่างเล็กๆ ปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้

“ฟรอยเพิ่งมาหาข้า เขาตั้งมั่นที่จะช่วยเหลือเรดิอา แต่ทว่าในแววตาก็ยังคงอาวรณ์ต่อเจ้า ข้าคงไม่อาจสั่งสอนเจ้า แต่ข้าขอฝากไว้ให้เจ้านำไปทบทวน เจ้าจะพอรับฟังข้าได้หรือไม่”

นัยน์ตาสีมรกตที่ฉายแววเหี้ยมโหดนั้นเริ่มอ่อนลง แสดงให้อีกฝ่ายที่หยุดเขาไว้ด้วยเวทย์หยุดเวลาปลดคลายคาถาให้

“ท่านรีบว่ามา ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ” คาโรลยังคงไม่อยากใยดีต่อสิ่งใด เพราะในใจเขาต้อนนี้คิกถึงแต่รอยยิ้มที่จากไปของฟรอยเพียงเท่านั้น

“ความรักนั้นมันมีหลายรูปแบบ เจ้าเคยให้อิสระฟรอยบ้างหรือไม่ ให้เขาได้เลือกเดินตามทางของเขา การที่ต้องห่างไกลใช่ว่าใจเจ้าจะต้องห่างกัน ตราบที่ท่านเรดิอายังอยู่ฟรอยจะปลอดภัย เช่นเดียวกันขณะนี้เรดิอาจำต้องมีฟรอย หากพวกเขานำพลังของเจ้าชายที่หายไปกลับคืนมาได้ วันนั้นคือวันที่เจ้าจะได้แก้ตัวในสิ่งที่ทำลงไป”

“แก้ตัว? ท่านพูดอะไรได้น่าขัน ข้าต้องแก้ตัวอะไร? ที่ข้าอดทนมาจนตอนนี้ก็เพื่อทำให้เราได้อยู่ด้วยกัน!” คาโรลเอ่ยเสียงแข็งต่อผู้หวังดีที่เห็นเขาเป็นคนเลวทรามหักหานน้ำใจคนรัก

“เจ้าลองทบทวนดู เหตุใดเหตุการณ์ระหว่างเจ้าทั้งสองจึงบานปลายเช่นนี้? สมองฉลาดๆ อย่างเจ้าคงคิดได้ในไม่ช้า และเมื่อคิดได้ก็มาหาข้า ข้ามีของจะให้” ว่าแล้วท่านผู้อาวุโสก็หายลับไป ทิ้งให้คุณชายเจ้าอารมณ์ระบายความอัดอั้นลงกับโต๊ะไม้แสนสำคัญจนพังพินาศ

ผิดอะไร ข้าผิดอะไร!’

คาโรลทบทวนวนเวียนในใจ พร้อมกับพาร่างที่โซเซของตนไปยังห้องนอนชั้นบน เตียงหนานุ่มที่เคยมีร่างของคนผมเทาให้เขาตระกองกอดทุกค่ำคืน คำเอ่ยแสนหวานก่อนเข้านอน เขาดูแลและมอบความรักให้คนผมเทามากมาย ทุกสิ่งที่เขาทำลงไปล้วนเพื่อความรักที่คงอยู่ตราบนานเท่านาน

ทำไม? เขาผิดอะไร? เป็นอีกฝ่ายต่างหากที่ไม่ยอมรับฟังอะไรและหนีเขาไปดื้อๆ

คาโรลวนเวียนสับสนกับตนในห่วงคำนึกคิด ใจหนึ่งก็คิดถึงใจหนึ่งก็โมโหโกรธ บางคราพอหลับตาลงหยาดน้ำตาก็หลั่งไหลพร้อมกับความคับแน่นในหัวใจราวกับจะขาดอากาศ

ฟรอยจะรู้สึกอย่างเขาหรือไม่?’

พอในใจตั้งคำถาม สติก็เริ่มกลับมา เมื่อเหม่อมองไปรอบตัว ทั้งผ้าม่าน ผ้าห่ม แจกันดอกไม้ ข้าวของในตู้เสื้อผ้า ทุกสิ่งคือหน้าที่ที่ฟรอยไม่ได้จำเป็นต้องทำเลย แต่ก็ยังปลีกจากงานวุ่นวายนำเวลาว่างอันน้อยนิดมาจัดการให้ชีวิตของเขาราบรื่น

‘แล้วเขาล่ะ?’

คาโรลมองหมอน เตียง และโซฟาตัวยาว ที่เขาเคยบังคับขืนใจคนรักทุกคราที่หึงหวง แต่ฟรอยก็ไม่ปริปากต่อว่าเขาสักคำ กลับพยายามขอโทษ และอ่อนลงให้เขาตลอดเลา กลับกัน เขามัวแต่คิดแผนการบ้าบอหวังจะให้อีกฝ่ายวิ่งเข้าหาตน แทนที่เขาจะไปอธิบายให้อีกฝ่ายกระจ่างแจ้ง ทั้งที่มีเวลาตั้งมากมายแต่เขากลับปล่อยเรื่องสำคัญที่มีผลต่อจิตใจของคนข้างกายไว้ ทิ้งให้ฟรอยต้องทรมาณกับเรื่องเข้าใจผิดที่เขาไม่รีบแก้ไข

“หึ หึ ฮา ฮา ฮ่า  ข้ามันผิดเอง...  ฟรอย ข้าขอโทษ ข้าขอโทษ...” เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและตามมาด้วยหยาดน้ำตาจากหัวใจน้ำแข็งที่หลอมละลายด้วยความละอายในความโง่เขลาของตนที่ไม่อาจเก็บเพชรแท้ไว้ในมือได้

***

ในป่าสนที่มืดทึบ การกลับมาของฟรอยทำให้เหล่าสมาชิกหมาป่าปีศาจทั้งหลายใจชื้นขึ้น ด้วยไม่มีใครสามารถรับใช้นายท่านที่อยู่ในช่วงอารมณ์แปรปรวนได้

“ฟรอย เจ้ามาช้า” เรดิอาเอ่ยพร้อมกับย่างสามขุมมาตรงหน้าลูกน้องผมเทาที่ควรจะทำงานได้เร็วกว่านี้

“ขออภัยครับ ท่านผู้อาวุโสฝากมาบอกว่า ผนึกพลังของบอสยังไม่ถูกใช้ หากเข้าใกล้จะสัมผัสได้เองครับว่าอยู่ตรงไหน” ฟรอยเอ่ยพร้อมกับก้มหัวคำนับอย่างเคย

“เฉพาะเจ้า ไม้ต้องมาทำความเคารพข้า เราจะเดินทางพรุ่งนี้  วันนี้รีบนอนเก็บแรง” เอ่ยเสร็จเรดิอาก็เดินเลี่ยงออกจากฝูงไปยังต้นไม้ใหญ่ที่ไกลออกไปเพื่อหาที่ค้างคืน

ฟรอยมองสภาพเจ้านายของตนอย่างอนาถใจ ก่อนจะกลับร่างเดิมและเรียกอุปกรณ์ค้างแรมมาสร้างที่พักให้แก่เรดิอา

เรดิอามองลูกน้องผมเทาอย่างไม่พอใจ ถึงตอนนี้เขาจะรู้ดีว่าฟรอยรู้สึกอย่างไร ซึ่งนั้นอาจจะไม่ต่างจากที่เขาเพิ่งได้รับรู้รสชาติของความล้มเหลว  แต่การพินอบพิเทารับใช้เขาราวกับเขาเป็นเจ้าชายเช่นแต่ก่อนนั้นเขาไม่สบอารมณ์นัก

เพราะนั้นคือเจ้าชายเรดิอาที่ไม่เอาไหน เป็นหมาป่าปีศาจงี่เง่าปล่อยให้พ่อมดชั่วมาคราชีวิตเด็กสาวบริสุทธิ์ต่อหน้าต่อตาและยังริอาจแย่งชิงพลังของเขาไป!!

เรดิอาตั้งใจจะฝึกฝนตนและละทิ้งลาภยศต่างๆ จนกว่าเขาจะแก้แค้นสำเร็จ แต่ทว่าลูกน้องเขากลับไม่เอื้อกับความตั้งใจของเขาอาเสียเลย

“ผมรู้ครับว่าท่าน เอ้ย! บอสไม่พอใจ แต่ท่านผู้อาวุโสเคยเตือนสติผม หากผมไม่เป็นผมอย่างที่เคย บอสจะไม่มีวันได้พลังคืน อย่างน้อยผมข้อร้องให้ผมได้รับใช้บอสด้วยเถอะครับ” ฟรอยมองสบกับนัยน์ตาสีฟ้าที่เย็นชาด้วยความเว้าวอน

เรดิอาได้ยินแล้วก็ต้องถอดถอนใจ เขาคงต้องยอมเพราะหากเขายังทำตัวเผด็จการ มันก็ไม่ต่างอะไรกับก่อนหน้านี้

“ตามใจเจ้า จะทำอะไรก็ทำ”

“ครับ ผมจะก่อไฟและจัดเวรยาม บอสนอนพักได้ตามสบายเลยครับ” ฟรอยยิ้มเล็กน้อยและผายมือเชิญเรดิอาเข้าสู่กระโจมพักแรมที่เขาเพิ่งจัดเตรียมเสร็จ

“หึ เจ้าก็อย่าลืมนอนซะล่ะ พรุ่งนี้ข้าต้องใช้แรงงานเจ้าอีกแยะ” เรดิอากล่าวก่อนจะย่างเข้าไปในกระโจมด้วยร่างหมาป่าสีดำที่ดูเทอะทะ

ฟรอยก้มหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะกลับไปยังกลุ่มลูกน้องขนปุยที่นั่งรอดูสถานการณ์มาได้พักใหญ่

“ต่อไปนี้ ห้ามกลับร่างเดิมต่อหน้าบอส  ให้เรียกท่านว่าหัวหน้าหรือบอสแบบผม  ห้ามออกไปไหนโดยพลการ เวรยามต้องรัดกุม หากมีสิ่งผิดปกติให้แจ้งผมทันที ไม่จำเป็นอย่าออกความคิดเห็นต่อหน้าบอส แต่ให้มาบอกผมแทน ทุกตนต้องทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด และสุดท้ายผมให้โอกาสถอนตัวภายในคืนนี้ พรุ่งนี้ตนที่เหลืออยู่คือหมาป่าปีศาจที่อาสาติดตาบอสของเราจนชีวิตหาไม่!” ฟรอยเอ่ยสั่งลูกน้องทั้งหลายที่เริ่มหน้าเครียดเมื่อหัวหน้าผู้สั่งงานที่เคยเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอย่างฟรอยกลับนิ่งขรึมลงไปอีก0oojk.0skp

“รับทราบ!”

ฟรอยมองเหล่าลูกน้องผู้จงรักและเผยรอยยิ้มจาง แม้ความวุ่นวายทั้งหลายจะทำให้เรดิอาต้องมาเจอกับเรื่องราวเลวร้ายและเขาเองต้องเจ็บปวดที่ต้องจากลา แต่ทว่ากลับได้มาซึ่งความจงรักภัคดีและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเช่นนี้  เขาไม่เคยคิดว่าเรดิอาจะสามารถเป็นแหล่งรวมใจของหมาป่าปีศาจเหล่านี้ได้ ฟรอยยังเชื่อมั่นเสมอว่าบอสของเขาต้องได้พลังกลับคืน และเป็นราชาแห่งดินแดนของหมาป่าปีศาจอันเกรียงไกรนี้ได้อย่างแน่นอน

................................................................................................................................................................

ติดตามผลงานและการอัพเดทต่างๆ ได้ที่เพจ Fey Fahrenheit

www.facebook.com/fey013  ll @fey013

Twitter  @Fey013


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}