Fey Fahrenheit

นิยายเรื่องที่สองก็ใกล้จะเข้าสู่บทสุดท้ายแล้ว... ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ

บทที่ 7 อยากให้เธอลอง

ชื่อตอน : บทที่ 7 อยากให้เธอลอง

คำค้น : แฟนตาซี เจ้าชาย วาย ซึนเดเระ หมาป่า ตลกดราม่า BL นิยายBLแฟนตาซี ผจญภัย sm

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2561 19:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 อยากให้เธอลอง
แบบอักษร

บทที่ 7

อยากให้เธอลอง

คราบน้ำตาเหือดแห้งกับดวงตาเหม่อลอยยังคงทิ้งร่องรอยความเศร้าโศกบนใบหน้านวลสีน้ำผึ่งของลูกน้องผมเทาที่กลับมาพร้อมกับพายรสชาติสุนัขไม่รับประทาน เพียงเท่านี้ก็พอจะทำให้เรดิอาคาดเดาได้แล้วว่าต้องเกิดเหตุอะไรแน่นอน

การ์ดเชิญงานแต่งงานของสองตระตูลใหญ่ในมือของเขาก็น่าจะตอบคำถามนี้ได้ดี เรดิอาคิดแล้วก็หงุดหงิดใจ เจ้าแว่นหัวเขียวนั่นช่างกล้ามาทำร้ายลูกน้องของเขา หากเขาไม่เดือดร้อนในเรื่องนี้ยังพอว่า แต่การที่ฟรอยอยู่ในสภาพศพเดินได้ แถมฝีมืออาหารว่างยังมีรสชาติห่วยลงจนกินไม่ได้แบบนี้ มันไม่เป็นผลดีกับเขาเลยสักนิด

“ฟรอยข้าว่า..” เรดิอาเริ่มเกริ่นเอ่ยบางสิ่งกับเจ้าผมเทา แต่กลับต้องสะดุดกลางคัน เมื่อเจ้าแว่นหัวเขียวที่ทำร้ายจิตใจคนของเขา เดินโซซัดโซเซเข้ามา หอบสภาพอันน่าทุเรศเหมือนโดนช้างรุมกระทืบมาหาฟรอย

“ฟรอย เจ้าฟังข้าก่อน จดหมายที่อับบาสให้เจ้ามา มันไม่ใช่อย่างที่เจ้าเข้าใจ” คาโรลเอ่ย แม้จะเหนื่อยหอบและสภาพร่างกายย่ำแย่แค่ไหน แม้จะมีราชาเรดิอานั่งหัวโด่อยู่เขาก็ไม่สนใจ ตรงเข้าไปหาคนรักพร้อมกับสายตาเว้าวอน

“ออกไปเถอะครับ ถึงมันจะเป็นแผนของอาร์มันโด แต่คุณก็ต้องแต่งงาน... ผมขอยินดีล่วงหน้า” ฟรอยนั่งนิ่งและเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาไม่คิดชายตามองคนตรงหน้าที่เข้ามาทำให้ใจเข้าไหวหวั่น เพราะตอนนี้เขาเจ็บจนด้านชา การปิดกั้นความรู้สึกและทำงานต่อคือสิ่งที่เขาควรกระทำมากกว่าต้องมาปวดหัวกับเรื่องที่ทำให้เขาเจ็บปวด

...ก็แค่ไม่ต้องคิดเท่านั้น

“เจ้า!..หันมา ฟังที่ข้าพูดเดียวนี้!” คาโรลเริ่มเดือดดาล เขาไม่ชอบท่าทีเหินห่างที่ฟรอยกระทำอยู่ เขารู้ดีว่าคนผมเทาเจ็บปวดแค่ไหน แต่การอธิบายเรื่องราวให้กระจ่างคือสิ่งที่เขาต้องกระทำ เพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจเจตนาของเขา

เรดิอาที่ทนดูอยู่นานสองนาน ในที่สุดเขาก็อดทนต่อไม่ไหว เอ่ยขึ้นแทรกบทสนทานทันที

“เจ้านั่นแหละที่ต้องหยุด! คาโรล... ออกไปจากห้องทำงานของข้า และไปทำหน้าที่ของเจ้า อ้อ… ข้าขอแสดงความยินดีด้วย ข้ากับฟรอยอาจจะยุ่งมากจนไม่ได้ไปร่วมงาน” เขากลืนพายรสแปลกประหลาดและซดชาลงไปแก้หิว ก่อนจะชูการ์ดแต่งงานเจ้าปัญหาที่ถูกแจกว่อนไปทั่วเมือง

คาโรลเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อพบว่ามันคืนการ์ดเชิญไปงานแต่งงานของเขากับโอเรียนน่า ใบหน้าที่สะบักบอมยิ่งดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น

คาโรลกำหมัดแน่น เขาคาดไม่ถึงว่าอาร์มันโดจะบุกกลับได้รวดเร็วปานนี้ นัยน์ตาสีมรกตหันไปมองคนผมเทาที่ก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารไม่สนใจตนแล้วก็สบถด่าเจ้าบ้านตระกูลอาร์มันโดในใจ

เขาต้องดัดหลังมันให้ได้!

คาโรลโค้งคำนับเรดิอาก่อนออกจากห้องไปแต่โดยดี เขารู้ดีแล้วว่าการเข้าหาฟรอยตอนนี้ไม่มีประโยชน์ สิ่งที่เข้าต้องแก้ไขคือการล้มแผนการอยากเข้าครอบครองตระกูลเรนเดลของอับบาสให้พังลงเสียก่อน

เมื่อตัวปัญหาออกไปแล้ว ฟรอยที่ปั้นหน้านิ่งมาตลอดก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้าไปในห้องน้ำทีมีไว้สำหรับพระราชา โดยไม่สนว่านายเหนือหัวจะมองอย่างไร

เรดิอาส่วยหน้าน้อยๆ อาการของฟรอยในตอนนี้หนักหนาจนสมองซื่อๆ นั่นรวนไปหมดแล้ว แม้แต่การเอ่ยขออนุญาตก่อน เจ้าตัวยังไม่คิดจะใส่ใจ

ทว่าไม่นานนัก ท่าราชามือใหม่ก็ต้องสะดุ้งกับเสียงปล่อยโฮระรอกใหญ่ที่ดังระงมออกมาจากห้องน้ำส่วนพระองค์ ท่านราชาเรดิอาต้องรีบตะกายไปปิดประตูหน้าของห้องทำงานทันที ด้วยไม่อาจให้ใครเข้ามาเห็นสภาพราชองครักษ์ของตนได้

ข้าว่าแล้วเชียว ถึงอย่างไรความรักมันก็ยุ่งยาก’

เรดิอาคิดในใจ พลางอ่านดูรายละเอียดงานแต่งสายฟ้าแลบของคาโรลคราวๆ ภายในมีกำหนดการจัดงานในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้านี้

‘ในช่วงนี้ฟรอยคงจะไม่เป็นอันทำงานเป็นแน่’

เรดิอาครุ่นคิดแล้วก็นึกถึงจดหมายทางไกลจากน้าสาวที่ส่งมาให้ตนเมื่อไม่นานมานี้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของท่านราชาเรดิอา เขามีแผนดีๆ แล้ว!

“ฟรอย เจ้าเคยไปเมืองพวกมนุษย์ไหม?” เรดิอาหยุดยืนถามเจ้าคนขี้แยที่แอบไปร้องไห้ในห้องน้ำส่วนตัวของเขา ถึงแม้จะสงสาร แต่ก็อดขำไม่ได้ที่เจ้าตัวจะสิ้นคิดถึงขั้นเข้าไปร้องไห้บนส้วมแบบนี้

ปกติก็มันจะมากอดขาร้องไห้โฮจนกางเกงเขาเปื้อนขี้มูกไปหมดแท้ๆ’

“มะ..ไม่ครับ ทำไมเหรอครับ” ฟรอยตอบกลับแต่ก็ไม่ยอมเปิดประตูออกมา ไร้เสียงสะอื้น แต่น้ำเสียงยังคงฟังดูแปลกพิกล แต่ก็ทำให้ผู้อยู่อีกฝากฝั่งสบายใจขึ้นเมื่อรู้ว่าเจ้าผมเทาคงหยุดขี้แยแล้ว

“ออกมาได้แล้ว จะให้ข้ายืนคุยกับเจ้าแบบนี้หรือ อ๊ะ...” เรดิอาเอ่ย แต่ฉับพลันเขาก็ต้องชะงักไปชั่วครู่เมื่อเกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วนกะทันหัน พายรสชาติแย่ที่เขากินไปเมื่อสักครู่ มันคงเริ่มสำแดงแสนยานุภาพแล้ว!

“ท่านเรดิอาผมขออนุญาตทำธุระส่วนตัว... .ท่านไปรอที่โต๊ะเถอะครับ” ฟรอยตอบอ้ำอึ้ง เพราะขณะนี้เขาไม่ได้อยากจะร้องไห้ฟูมฟาย แต่กำลังทำธุระหนักอยู่ในห้องน้ำของท่านราชา ถึงแม้ตอนนี้เขาจะมีอารมณ์ไม่คงทีสักหน่อย แต่ความกระดากอายกับกาลเทสะยังคงทำให้เขาไม่กล้าที่จะให้เจ้านายมานั่งเฝ้าตนที่หน้าห้องน้ำ

ฟรอยเอามือทั้งสองข้างยกขึ้นปิดหน้า เขาทั้งอายทั้งไม่รู้จะทำยังไง ก็ในเมื่อพอร้องไห้เสร็จ ลำไส้ก็เกิดปั่นปวน ประจวบเหมาะกับที่อยู่ในห้องน้ำพอดี…

‘ท่านเรดิอาอุตส่าห์เป็นห่วปีศาจขี้แยอย่างผม ความเมตตานี้ผมจะไม่ลืมเลยครับ!’

“ข้าจะใช้ห้องน้ำ เจ้านั่นล่ะออกมาเดี๋ยวนี้! อย่าทำตัวสำออยนัก” เรดิอาเริ่มโวยวายในขณะที่ข้าศึกเริ่มบุกโจมตีหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ แต่เจ้าผมเทาในห้องน้ำยังคงอ้อยอิ่ง

“เออ...ผมไม่เป็นอะไรจริงๆ ครับ ท่านเรดิอาไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจะออกไปเอง”

“ไม่ใช่โว้ยย!! ฮึ้ย ข้าออกไปข้างนอกก็ได้!” เรดิอารีบออกไปหาห้องน้ำที่อื่น ในเมื่อลูกน้องผมเทาเสียใจจนเสียสติไปแล้ว ไม่ยอมออกมาให้เขาได้ใช้ห้องน้ำส่วนตัวของตัวเอง!

จะเก็บไว้คิดบัญชีกับเจ้าแว่นคาโรลแล้วกัน!’

ว่าแล้วท่านราชาคนใหม่ก็ต้องวิ่งหาห้องน้ำเพื่อปลดทุกข์ต่อไป ทิ้งให้ลูกน้องผมเทาที่โดนสบถด่ายิ้มชอบใจที่คิดว่าเจ้านายของตนเริ่มอ่อนโยนขึ้นแล้ว

***

เจ้าบ้านตระกูลเรนเดลผู้ควบตำแหน่งราชองครักษ์ของอดีตพระราชากำลังนั่งเซ็นเอกสารด้วยหน้าบอกบุญไม่รับ บนใบหน้ายังมีร่องรอยฟกช้ำเขียวม่วงยิ่งทำให้ผู้พบเห็นหวาดกลัว แม้เขาจะรักษาแผลภายนอกเบื้องตนแล้วก็ตาม แต่รอยหมัดหนักๆ จากคนรักผมเทานั้น เขาจงใจที่จะรอให้หายไปเอง เพราะอย่างน้อยก็จะได้มีไว้เตือนสติว่าเขาต้องรีบจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด!

“คาร์ลอส เจ้าคิดว่าโอเรียนเป็นอย่างไร” คาโรลเอ่ยถามน้องชายที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ

“ความจริงแล้วก็มีจุดน่าสงสัยอยู่บ้าง ไอ้ที่ไม่พูดไม่จายังพอเข้าใจว่าขี้อาย แต่เล่นไม่ยอมให้ใครเข้าห้องนอนเลยแม้แต่แม่บ้านนี่มันน่าแปลก” คาร์ลอสเอ่ยพลางเหล่มองยังเชิงดูว่าพี่ชายที่กำลังอยู่ในช่วงอารมณ์อันตรายจะมาดีหรือมาร้าย ถ้าจู่ๆ ท่านพี่เกิดให้ไปให้ไปฆ่าปิดปากสาวน้อยโอเรียนคงไม่ดีแน่

“แปลก? นางอาจจะไม่อยากให้ใครยุ่งเรื่องส่วนตัว” คาโรลเอ่ยเรียบ ก่อนวางปากกาขนนกในมือ และเลื่อนหยิบกล่องปากกาที่เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายจากท่านพ่อของเขาออกมาสำรวจดู

“ท่าทางคุณหนูแบบนั้นมันก็ดูจะส่วนตัวเกินไปนะครับท่านพี่ เห็นแม่บ้านบอกว่าแม้แต่ตอนอาบน้ำ คนรับใช้จะเอาของเข้าไปให้ยังไม่ยอมให้เข้าไป ข้าว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ” คาร์ลอสเอ่ยและครุ่นคิดหาสาเหตุของพฤติกรรมความขี้อายมากเกินไปของสาวน้อยโอเรียนน่า

“ข้ายกโอเรียนให้เจ้า หากเจ้ายอมร่วมมือครั้งนี้ รับรองว่าอับบาสมันต้องหน้าหงาย” คาโรลเอ่ยยิ้มเย็น

คาโรลสำรวจกล่องของขวัญจากครูสได้สักพัก เขาก็พบว่าใต้ฝากล่องมีช่องลับที่ทำออกมาได้อย่างแนบเนียบ เขาใช้มีดปลายแหลมสะกิดร่องรอยแยกเพียงเบาๆ กระดาษสีขาวอันเป็นจดหมายลับฉบับหนึ่งก็หลุดร่วงออกมา

“เอ๋? ท่านพี่ แบบนี้มันไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอครับ คิดจะผลักยัยนั้นให้ข้าเนี่ยนะ! ท่านพี่ก็รู้ว่าเรามันรสนิยมไม่ได้ต่างกันนักหรอก” คาร์ลอสทำหน้าบูดบึ้ง

“เจ้าอ่านนี่ ท่านพ่อทำแบบนี้ก็เพื่อเจ้า หลับหูหลับตาแต่งๆ ไปซะ ข้าจะได้ไม่ต้องมีปัญหากับฟรอยด้วย” คาโรลส่งจดหมายลับของครูสให้แก่คาร์ลอส เมื่อเจ้าตัวได้อ่านก็ได้แต่มองคาโรลตาปริบๆ ด้วยไม่อาจขัดคำขอสุดท้ายของบิดาตนได้

“ท่านพ่อคงคิดเผื่อไว้แล้วว่าอับบาสอาจอาศัยข้อตกลงนี้เพื่อแย่งฟรอยไปจากข้า เลยแอบเก็บเอกสารเงื่อนไขอีกฉบับไว้ให้เรา พร้อมจดหมายนี่” คาโรลยื่นเอกสารเงื่อนไขที่หายไปให้แก่คาร์ลอส ซึ่งไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นลูกชายคนใดที่จะต้องเข้าพิธีสมรส

ลางสังหรณ์ของเขานั้นถูกต้องไปกว่าครึ่ง คาโรลคาดไว้แล้วว่าพินัยกรรมการแต่งงานไม่ได้เจาะจงตัวเขาให้แต่งงาน แต่เพราะอับบาสต้องการใช้ข้ออ้างนี้แยกเขากับฟรอยออกจากกัน

และด้วยเหตุนี้ ท่านพ่อของเขาจึงอาศัยโอกาสที่อับบาสต้องการเล่นงานความสัมพันธ์ของเขากับฟรอย เอามาใช้ประโยชน์ให้อับบาสตกลงเรื่องงานแต่งของทั้งสองตระกูล เพราะดูอย่างไร อับบาสก็ได้ประโยชน์มากที่สุด

แต่อับบาสเองก็คาดการผิดไปเล็กน้อย คงคิดไม่ถึงว่าครูสจะเดินหมากนำไปก้าวหนึ่ง เตรียมการใช่ช่วงที่ตนใกล้หมดอายุขัยทำให้อับบาสตายใจ ครูสทราบดีว่าเมื่อตนจากไป อับบาสจะต้องนำเงื่อนไขของข้อสัญญาไปซ่อนหรืออาจทำลายทิ้ง เพื่อไม่ให้คาโรลเห็นช่องโหว่ของการเชื่อมสัมพันธ์ในครั้งนี้ หาไม่แล้ว อับบาสไม่มีทางตกลงเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลเรนเดลเป็นแน่ ครูสเองก็คงจะบอกอีกฝ่ายว่าให้เปิดของสัญญานี้เป็นพินัยกรรมของตน จึงทำให้อับบาสยอมตกลงโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งยังเป็นฝ่ายจัดหาเจ้าสาวมาแต่งเข้าตระกูลเรนเดล

สัญญาที่เป็นพินัยกรรมมีสองฉบับ ดังนั้นเงื่อนไขของสัญญาเองก็ต้องมีสองฉบับเช่นกัน การที่อับบาสให้โอเรียนน่ามาอาศัยในคฤหาสน์ตระกูลเรนเดล แสดงให้เห็นว่าอับบาสต้องการทำลายเงื่อนไขของสัญญาผูกสัมพันธ์ฉบับนี้

“คาร์ลอส เจ้ามีความสามารถในการผูกมิตรมากกว่าข้า งานนี้จำเป็นต้องเป็นเจ้า”

“ถ้ายัยนั้นเกิดคลั่งเอามีดแทงอกข้าตอนนอนล่ะ เห็นเงียบๆ แบบนั้นนางอาจจะเป็นนักฆ่าก็ได้!” คาร์ลอสพยายามบ่ายเบี่ยง อย่างน้อยก็ให้ไปเลือกเองก็ยังดี ขอเป็นหนุ่มน้อยน่ารักยังดีซะกว่า

แต่คาร์ลอสก็รู้ดีแต่ใจว่าพวกตระกูลอาร์มันโดมีแต่เพศผู้ร่างถึงบึกบึน การที่มีสาวน้อยน่ารักอย่างโอเรียนน่าอยู่ในตระกูลป่าเถื่อนแบบนี้ ช่างถือเป็นเรื่องแปลกประหลาดน่าเหลือเชื่อ

“เจ้าก็ไปสืบหาจุดอ่อนของโอเรียนแล้วใช้เป็นข้อต่อรองสิ จากประวัติแล้วก็ไม่มีอะไรน่าสงสัย ออกจะน่าสงสารเสียด้วยซ้ำ” คาโรลยื่นแฟ้มประวัติที่เขาให้คนไปสืบมาให้แก่คาร์ลอส

เจ้าน้องชายตัวแสบหูตั้งหางตั้งรับมาอย่างนึกสนุก ปากก็บอกว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยว แต่แท้จริงแล้วเจ้าตัวถนัดนักเรื่องสอดรู้สอดเห็น และคาร์ลอสเองก็อยากทำความเข้าใจ ‘ว่าที่เจ้าสาว’ ของตนเอาไว้บาง

คาร์ลอสไล่อ่านประวัติที่ดูเรียบง่าย ดวงตาซุกซนสีเขียวอ่อนกวาดมองอย่างละเอียด และแล้วก็มาสะดุดเข้ากับการเปลี่ยนชื่อ และวันเวลาที่เริ่มรับเข้ามาเป็นคนในตระกูลหลักของอาร์มันโด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน

“ไม่แปลกที่อับบาสส่งผู้หญิงมาให้เรา เพราะเจ้านั้นถือศักดิ์ศรี แต่การที่จู่ๆ โอเรียนก็เปลี่ยนชื่อ จากโอเรียนเฉยๆ เป็นโอเรียนน่าก่อนการรับข้าตระกูลหลักก็ดูแปลกๆ และที่สำคัญ ข้าไมเห็นเคยรู้ว่าป้าร้านดอกไม้ท้ายตลาดจะมีลูกสาว” คาร์ลอสเอ่ยแล้วหยิบรูปหญิงสาววัยกลางคนที่มีผมและหูสีเดียวกับโอเรียนน่าออกมา  ซึ่งในข้อมูลบอกว่าเธอคือมารดาของสาวน้อยเจ้าปัญหา

“นี่ล่ะคือสิ่งเจ้าต้องพิสูจน์ อับบาสอาจจะยังไม่ทันรู้เรื่องนี้ ถ้าเราสามารถทำให้เจ้าเด็กนี่มาเป็นพวกของเรา ต่อไปอับบาสก็ไม่มีทางที่จะเล่นงานอะไรเราได้อีก” คาโรลยิ้มเยาะ

“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอตัวไปหาสาวน้อยโอเรียนน่าของเราก่อนนะคร๊าบบบ” คาร์ลอสเริ่มเห็นว่ามีเรื่องสนุกให้ทำ เขาก็รีบผันตัวเองรับอาสาทำงานทันที อย่างน้อยก็ดีกว่าต้องช่วยท่านผู้นำตระกูลจัดการงานเอกสารน่าเบื่อ

“เดี๋ยว อย่าทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าเราคิดจะสับเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าว ข้าจะทำให้อับบาสตายใจก่อนที่จะผลักให้ตกจากหน้าผา” คาโรลเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเย็นยะเยือก หลังจากนี้อับบาสจะต้องไม่ได้โผล่มาสร้างความรำคาญให้ชีวิตคู่ของเขาอีกแน่

และสมองที่ปราดเปรื่องของคาโรลก็พลางคิดไปถึงคนผมเทาที่หากรู้ความจริงคงวิงโร่มาออดอ้อนเขาอย่างยั่วยวนเป็นแน่ ครานี้คาโรลผู้เยือกเย็นต้องอดทนเพื่อรอวันชื่นคืนสุขที่ใกล้กลับมา

***

ผ่านไปกว่าสัปดาห์ที่คาร์ลอสพยายามเข้าค้นหาความจริงในเพสสภาพของสาวน้อยโอเรียน แม้ภายนอกเธอจะดูเรียบร้อยไม่แตกต่างจากสตรีทั่วไป แตกต่างเพียงตรงความขี้อายที่มีมากกว่าปกติ กับทักษะการหลบหนีจากการถ่ำมอง เอ้ย! การสะกดรอยของเขา

ทว่าในช่วงนี้ก็เริ่มดีขึ้นมาเล็กน้อย อาจเป็นเพราะเพราะความคุ้นชินที่เพิ่มขึ้น ทำให้โอเรียนน่าไม่ค่อยมีอาการตื่นกลัวสักเท่าไหร่

“คุณคาร์ลอส” เสียงเอ่ยผะแผ่วเบา พร้อมกับสายตาหวาดระแวงจากโอเรียนทำให้คาร์ลอสต้องจำยอมออกมาจากพุ่มไม้ที่เขาแอบซ่อนอยู่

“รู้ตัวเร็วขึ้นนะเนี่ย เล่นซ่อนหากับเจ้านี่สนุกดีพิลึก” คาร์ลอสยิ้มแห้ง เขารู้ดีว่าคำแก้ตัวนี่ดูฟังไม่ค่อยขึ้น แต่ก็พอเรียกร้อยยิ้มจากอีกฝ่ายได้

โอเรียนมองซ้ายมองขวา เมื่อพบว่าเธออยู่กับคาร์ลอสสองคนก็เริ่มว่างตัวสบายขึ้น ตั้งแต่มาอยู่ที่คฤหาสน์ของตระกูเรนเดล คนที่น่าจะเป็นมิตรสุดเห็นจะเป็นคาร์ลอส เขามีนิสัยขี้เล่นต่างจากว่าที่สามีของเธอที่ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองมายังเธอเลย

“คุณคาโรลไม่อยู่หรือคะ” โอเรียนเอ่ย การพูดคุยกับคาร์ลอสคลายความเหงาของเธอได้มาก เสียแต่คนตรงหน้าชอบมาวุ่นวายกับเธอจนเกินงาม เลยต้องระวังเรื่องการพบเจอกัน หากอับบาสมาเห็นเข้า เธอก็จะถูกดุและพาลไปถึงเจ้าบ้านอย่างคาโรล และจะยิ่งทำให้คาโรลเหินห่างจากเธอเข้าไปอีก

“ถามถึงแต่ท่านพี่ นี่เจ้าชอบท่านพี่ของข้าจริงๆ เลยนะ” คาร์ลอสเอ่ยพลางทำสีหน้าน้อยใจ

“ฉันแค่รู้สึกขอบคุณ ที่ยอมให้คนอย่างฉันมาอยู่ที่นี่”

“อย่าคิดมาก และก็ไม่ต้องไปสนใจพี่ชายของข้ามากนัก รายนั้นคิดถึงแต่คนรักของเขาเท่านั้นล่ะ เธอไม่คิดจะเปลี่ยนใจเรื่องแต่งานเหรอ ข้าออกมาเสนอตัวถึงที่แบบนี้ ไม่ใจอ่อนบ้างเลย?” คาร์ลอสยิ้มกริ่ม มองจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีน้ำตาที่เข้าคู่กับหูสีน้ำตาลอ่อน

“ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ ท่านพี่อับบาสสั่งมาฉันก็มีหน้าที่ต้องทำตาม ไม่อย่างนั้น..”

“ไม่อย่างนั้นอะไร คงไม่ใช่ห่วงเรื่องความสัมพันธ์ของสองตระกูลหรอกนะ นี่บอกความจริงมาเถอะ ข้าสัญญาจะไม่บอกใคร”

“ฉันขอตัวค่ะ รู้สึกเหนื่อยๆ” โอเรียนรีบตัดบทหนี เมื่อรู้ว่าตนเกือบหลุดพูดในสิ่งที่ไม่สมควร

แจ่ก็ยิ่งทำให้ต่อมอยากรู้ของคาร์ลอสทำงาน เขาจะไม่ทนกับความปากแข็งของสาวเจ้าน้อยอีกแล้ว คืนนี้คาร์ลอสผู้นี่จะทำการเปิดปากแข็งๆ ของสาวขี้อาย ให้เปิดปากเอ่ยเสียงอ้อนเสียงหวานกับเขาให้ได้!

***

และแล้วค่ำคืนก็มาเยือน

หลังจากการรับประทานอาหานเย็นที่มีผู้ร่วมโต๊ะอยู่เพียงสามคน คาโรลยังคงปั้นหน้านิ่งทานอาหารอย่างเงียบๆ จะมีก็แต่เสียงพูดคุยฝ่ายเดียวของคาร์ลอสที่พยายามชวนสายน้อยปากหนักคุย จนอาหารในจานของสาวเจ้าหมดลง เธอจึงเริ่มเอื้อนเอ่ยในสิ่งที่ทำเป็นประจำทุกวัน

“ขออนุญาตกลับห้องไปทานยานะคะ ขอบคุณสำหรับอาหารค่ะ”

“อย่าเพิ่งไปสิ วันนี้มีของหวานจานพิเศษจากท่านพี่ด้วยนะ” คาร์ลอสเอ่ยทักพลางเหลือบมองคาโรลที่พยักหน้าให้เริ่มแผนรั้งตัว

โอเรียนมักขอตัวกลับไปทานยาที่ห้องโดยไม่ยอมให้ใครเห็นกล่องยาหรือเม็ดยา นางอ้างว่านางป่วยมาแต่เด็กจึงจำต้องทาน แม้คาโรลอาสาจะตรวจให้โอเรียนก็ไม่ยอม และยกข้ออ้างว่าอับบาสสั่งมา เมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่เกี่ยวโยงถึงอับบาส ก็ไม่มีใครกล้ายุ่งอีก

แต่มีหรือที่คาร์ลอสจะปล่อยไปง่ายๆ ขอตรงๆ ไม่ได้ก็ต้องใช้แผนล่อลวง

“ใกล้วันแต่งงานแล้ว ข้าอยากทำอะไรให้เจ้าบ้าง” คาโรลเอ่ยเรียบๆ แม้จริงๆ แล้วบทที่คาร์ลอสเขียนมาให้จะยาวกว่านี้ แต่ใครจะไปเอ่ยคำหวานเลี่ยนนั่นได้

“...ค่ะ” โอเรียนได้แต่รับคำ เธอไม่สามารถปฏิเสธคำชวนที่หายากจากคาโรลได้ หากทำให้ชายผู้นี้โกรธก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“ข้าขอตัวก่อนนะท่านพี่ ไม่อยากเป็นก้างขวางคอ” คาร์ลอสกล่าวจากลา ก่อนจะทิ้งให้พี่ชายทำการถ่วงเวลาในช่วงนี้ที่เขาจะแอบเข้าไปซุกตนในห้องนอนที่แสนจะลึกลับของโอเรียน

คาร์ลอสมองเหลือบเลซ้ายขวา นาฬิกาในมือบ่งบอกเวลาจำกัดที่คาโรลจะพอถ่วงเวลาให้ได้ แต่ถึงกระนั้นหนุ่มน้อยคาร์ลอสยังยิ้มหน้าระรื่น เดินหลบหลีกลี้เข้าไปห้องนอนของสาวเจ้าปัญหาอย่างสบายอารมณ์ ในใจนึกลุ้นอยู่ลึกๆอยากให้เจ้าของห้องเป็นดังที่ใจเขาคาดไว้

‘จะเป็นหญิงหรือชายกันน้า~’

เขาเริ่มสงสัยตั้งแต่ท่าทางระวังตัวเกิดเหตุของโอเรียน บวกกับประวัติที่น่าสงสัย สตรีร้านขายดอกไม้เล็กๆ ท้ายตลาดผู้เป็นมารดาของโอเรียน จากประวัติเธอเคยมีสัมพันธ์กับอดีตผู้นำตระกูลอาร์มันโดจนตั้งครรภ์ ทว่าทางตระกูลไม่เหลี่ยวแลสายเลือดจากปีศาจต่ำต้อย จึงเพียงส่งเงินให้ก้อนหนึ่งพร้อมที่ดินในตลาดเพื่อให้สองแม่ลูกลืมตาอ้าปากได้

โดยปกติแล้ว ตระกูลอาร์มันโดให้ความสำคัญกับทายาทเพศชายมาก ไม่ว่าจะเกิดจากสตรีนอกเผ่า ก็จะพาเข้ามาฝึกฝนเป็นกำลังนักรบในตระกูล จึงเป็นเรื่องน่าแปลก หากโอเรียนเป็นบุรุษเพศ ทำไมจึงไม่ถูกนำไปเลี้ยง ทว่าหากเป็นสตรีก็ดูเป็นสตรีที่แบนราบไปเสียหน่อย สะโพกก็เล็ก ไม่เหมาะจะเป็นแม่พันธุ์เอาเสียเลย

คาร์ลอสทบทวนข้อสงสัยที่น่าสับสน พลางมองสำรวจห้องนอนที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยกับการตกแต่งด้วยสีชมพูหวานอย่างเริ่มปลงตก ในใจลึกๆ เขายังหวังว่าอับบาสอาจจะไปฉุดเด็กหนุ่มที่ไหนสักคนมาปลอมตัวแล้วให้แต่งงานเข้าตระกูล เลือกที่ขี้โรคหน่อยๆ จะได้สืบทายาทไม่ได้ และข้อตกลงเรื่องการเชื่อมสัมพันธ์ก็จะจบลง

แต่ไม่นานนักสืบคาร์ลอสก็ตาลุกวาวราวกับเจออัญมณี เมื่อเขาพบกับตลับยาเจ้าปัญหาวางอยุ่ข้างเตียงนอนของสาวน้อย เพียงแค่หยิบมาหนึ่งเม็ดเพื่อให้คาโรลตรวจสอบว่าเป็นยาอะไร ก็จะได้รู้ว่าสาวเจ้าปกปิดอาการป่วยอะไรไว้

“แต่ถ้าหาไม่เจอซะเลยน่าจะสนุกกว่า” คาร์ลอสเอ่ยเบาๆ กับตนเอง และนำตลับยาทั้งหมดใส่ลงกระเป๋าสะพายใบเล็ก พร้อมกับเริ่มค้นหาสิ่งผิดปกติอย่างอื่น เผื่ออีกฝ่ายจะเป็นแบบที่เขาคิดไว้

แต่ทว่ายิ่งหาคาร์ลอสยิ่งรู้สึกว่าเสียเวลาเปล่า เมื่อสาวน้อยโอเรียนนั้นมีข้าวของเครื่องใช้ไม่ต่างสตรีปกติ บ้างชิ้นเขายังเกรงใจที่จะเปิดค้นดู แม้สัดสวนทรวดทรงนางจะแบนราบไปหน่อย แต่ชั้นในสีชมพูลูกไม้นั้นหากอยู่บนเรือนรางขาวเนียนคงดูดีไม่น้อย

คิดอะไรเนี่ย ไม่ๆ ต้องไม่คิด**’

คาร์ลอสสลัดภาพฉากแสนอิโรติกออกจากหัว และรีบพับเก็บข้าวของให้เข้าที่ดังเดิม ก่อนจะเตรียมย่องออกจากห้องนอนที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมอ่อนเฉพาะตัวของโอเรียนน่า

ทว่าผู้บุกรุกต้องสะดุ้งโหยง เมื่อสองหูได้เสียงเปิดประตูพร้อมกับฝีเท้ากำลังเดินตรงมาทางห้องนอนที่เขาแอบอยู่

คาร์ลอสหน้าถอดสี ถึงเขาจะเป็นเจ้าของบ้าน แต่การเขามาแอบดูชั้นใน เอ้ยไม่ใช่! การแอบเข้ามาสำรวจห้องส่วนตัวของหญิงสาวคู่หมั่นพี่ชายคงจะดูไม่ดีเท่าไหร่ และคาร์ลอสก็คิดแผนนี้เองพร้อมกับสัญญากับพี่ชายแล้วว่าจะไม่ให้ความแตกเด็ดขาด!

“หลบสิ ไอ้โง่” ด่าตัวเองแล้วก็ต้องรีบพุ่งตัวหลบเข้าตู้เสื้อผ้าที่แออัดไปด้วยชุดกระโปรงฟูฟ่อง

เมื่อหาที่หลบภัยได้คาร์ลอสก็เริ่มตั้งสมาธิเพื่อหาทางที่จะได้แอบส่องดูว่าโอเรียนน่าจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เมื่อยาแสนสำคัญหายไป แน่นอนว่าต้องรีบวิ่งออกไปตามหาว่ามีใครเข้าห้องเธอหรือไม่กับคุณป้าแม่บ้าน เขาก็จะอาศัยจังหวะนี้หลบออกไป

“จำได้ว่าวางยาไว้ตรงนี้ หายไปไหนนะ” โอเรียนน่ามองซ้ายแลขวา สำรวจรอบๆ โต๊ะก็ไม่พบสิ่งที่ต้องการ แต่แทนที่นางจะตื่นตกใจกลับถอนหายใจยาวแล้วหยิบตุ๊กตากระต่ายสีม่วงขึ้นมากอด

“ต้องโดนคุณอับบาสดุอีกแน่เลย พรุ่งนี้คงต้องกลายเป็นคนใบ้ไปสักระยะล่ะนะ คาร์ปี้”

‘พูดกับตุ๊กตา?’

คาร์ลอสมองผ่าช่องเล็กๆ ของตู้เสื้อผ้า เขาไม่รู้จะสงสารดีหรือจะเอ็นดูในความใสซื่อดี แต่ก็อดหมั่นไส้ตุ๊กตาตัวนั้นไม่ได้ที่ได้รับความเป็นกันเองจากโอเรียนน่า ชื่อยังไปคล้ายพี่ชายของเขาอีก!

“คาปี้เริ่มเหม็นแล้วนะ ป่ะ ไปอาบน้ำกัน” ว่าแล้วโอเรียนก็นำตุ๊กตาตัวโปรดเข้าห้องอาบน้ำไป

คาร์ลอสหูผึ่งทันที่ที่ได้ยินคำว่าอาบน้ำ แน่ล่ะอาบน้ำเสร็จก็ต้องเปิดตู้เสื้อผ้าหาชุดนอน การที่เขาจะหลบออกไปก็ต้องอาศัยจังหวะนี้

แต่ถ้าเขาออกไปตอนนี้ก็อดที่จะพิสูจน์เพสสภาพของอีกฝ่ายน่ะสิ!

“นิดเดียวคงไม่เป็นไรน่า” คาร์ลอส กระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ถึงความจะแตกว่าเขาแอบเข้ามาก็ไม่เป็นไร เขายังอยากพิสูจน์ให้แน่ใจว่าสัมผัสการตรวจจับหนุ่มน้อยของเขาต้องไม่พลาด เขายังไม่อยากตัดใจจากข้อสันนิฐานของตัวเองว่าโอเรียนน่าเป็นผู้ชาย

‘ถ้าโดนจับได้ค่อยคิดหาข้ออ้างแก้ตัวเอาทีหลังแล้วกัน’

***

เวลาผ่านไปล่วงเลยจนคนในตู้เสื้อผ้าเริ่มเบื่อ คาร์ลอสสัปหงกและเริ่มเข้าสู่ห่วงนิทราเมื่อการรอคอยสาวน้อยโอเรียนอาบน้ำนั้นกินเวลาค่อนชั่วโมง จนเปลือกตาเลื่อนลงมาปิดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้

“ไวโอเลตเด่นตระหง่านยามหิมะหนาว เธอจะมอบความรักที่แสนเศร้านั้นมาให้ฉันไหม ไวโอเลตสีม่วงสดใสแต่ดูเศ้ราใจ ฉันของรับไว้แค่เสี้ยวใจแสนเศร้าของเธอ*~”* เสียงขับร้องเพลงเปร่งแปลกหู แม้เนื้อร้องจะเศร้าสร้อยแต่จังหวะการร้องกลับดูมีความสุข

โอเรียนพาร่างเปล่าเปลือยที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนบางปกคลุมหลวมๆ มือเรียวเล็กเอื้อมเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหาชุดนอนตัวโปรด แต่ว่าเธอก็ต้องชะงักเมื่อพบหางสีดำอมม่วงพาดออกมา หูสีเดียวกันกับทรงผมสั้นคุ้นตา และใบหน้ายามหลับพริ้ม ยิ่งเพ่งมองก็ยิ่งมั่นใจว่าคือคุณคาร์ลอสที่ชอบวุ่นวายกับชีวิตเธอ!

“อ๊ากกกกกกกกกกกก.....” เสียงแผดร้องแหลมปลุกคนที่แอบหลับตื่นขึ้น

“เงียบ! ชู่ๆ ฉันไม่ได้คิดอะไรไม่ดีกับเธอนะ” คาร์ลอสจัดการปิดผนึกเสียงวี๊ดสูงของสาวเจ้า ก่อนจะพาตัวเธอไปยังเตียงนอนและเอาผ้าห่มผืนโตคลุมร่างบางที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ

“อื้อๆๆ” โอเรียนพยายามดิ้นกับสถานการณ์ที่ดูยังไงเธอก็กำลังจะเป็นเหยื่อชัดๆ

“หยุดดิ้น และหยุดร้อง นี่มันบ้านของข้า ถ้าเจ้าร้องข้าจะจับเจ้ามัดแขนมัดขาแล้วเอาไปต้มทำยาอายุวัฒนะซะเลย” คาร์ลอสมองดุ และค่อยๆ เอามือปิดผนึกเสียงร้องออก โอเรียนมองเขาด้วยสีห้าหวาดกลัวก่อนจะเอาผ้าห่มมาคลุมเป็นที่กำบัง

“เจ้าอย่าบอกนะว่าเชื่อเรื่องหลอกเด็กพรรนั้นด้วย” คาร์ลอสยิ้มขำกับท่าทางตื่นกลัวราวกับเด็กของโอเรียนน่า ไม่น่าเชื่อว่าคำขู่ที่เอาไว้ใช้กับเด็กได้ผลเกินคาด และยังมีคนเชื่อเรื่องบ้าๆ นี่อยู่vud

“กะ..ก็คุณคือคนตระกูลเรนเดล คุณอับบาสบอกให้ระวังตัวเรื่องนี้”

“เลิกเชื่อไอ้หมาล่วงโลกสักทีเถอะ หมอนั่นแค่ใช้เธอเป็นเครื่องมือ เรนเดลเป็นตระกูลในราชวงศ์ ถ้าทำเรื่องแบบนั้น ราชวงศ์นี้จะอยู่มาได้จนถึงตอนนี้เหรอ บ้าไปแล้ว!” คาร์ลอสนั่งขัดสมาธิข้างสาวน้อยที่กำลังซุกตัวเองไว้ในผ้าห่ม

“แล้วยานี่ คือยาอะไร เจ้าป่วยเป็นอะไรกันแน่ ข้าเป็นห่วงนะเนี่ยเลยเข้ามาหาความจริง” คาร์ลอสเพ่งมองสบกับนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน พยายามสื่อใจให้อีกฝ่ายคลายกังวล

“ยะ..ยา” โอเรียนเอ่ยเสียงแหบพร่า เธอกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะส่ายหน้าและปิดผนึกเสียงของตน

“ยาอะไร นี่ถ้าไม่เชื่อใจกันแล้วเจ้าจะมาเป็นพี่สะใภ้ข้าได้ยังไง” คาร์ลอสพยายามกล่อมอีกฝ่าย พยายามทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเป็นมิตร

แต่โอเรียนก็ได้แต่ส่ายหน้า และผลักให้เขาออกห่างราวกับขับไล่

“หึ งั้นถ้าไม่ใช่ยาร้ายแรงอะไร ข้ากินคงไม่เป็นไรสินะ” คาร์ลอสคิดลองใจ อย่างน้อยก็แค่โดนล้างท้อง อีกทั้งยังได้ทำให้อีกฝ่ายเห็นว่าตนนั้นไม่ได้คิดร้าย

ถึงจะเอ่ยออกไปลองเชิงแต่โอเรียนน่าก็ไม่เปิดปาก จนคาร์ลอสต้องถอนใจ เทยามาหนึ่งกำมือและเตรียมกลืนมันลงไป

“อย่านะ! อุ๊บ!” เสียงแปลงเปร่งออกมาจากสาวน้อยหน้าใส ความแหบพร่าสั่นครือนิดๆ ไร้โทนเสียงใสเล็กของหญิงสาวที่คาร์ลอสเคยรู้จัก

โอเรียนน่าปิดปากตนและซุกหน้าเข้าไปในผ้าห่มผื่นหนา ก่อนที่เสียงสะอื้นแหบพร่าจะมามาเป็นระลอกเบาๆ เสียดแทงเข้ากลางอกชายขี้แกล้งที่ทำให้หญิงสาวต้องหลังน้ำตา

“ขะ..ข้าขอโทษ” คาร์ลอสรีบโร่เข้าไปกอดประคองสาวน้อย แม้หยาดน้ำตาจะยังไหลพรั่งพรูแต่กลับไร้เสียงโวยวายฟูมฟาย

คาร์ลอสถือโอกาสปลดผ้าห่มออกช้าๆไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว อีกมือก็ลูบหัวพร่ำขอโทษขอโพย แต่สายตานั้นเพ่งพิศมองยอดอกสีสวยบนแผ่นอกแบนราบ แบนเสียจนเขาสงสัยใคร่รู้ หัวใจเต้นระสำด้วยความตื่นเต้น แต่มือซนก็อดที่จะไซร้ซุกหวังเปิดสำรวจดูว่าใต้ร่มผ้าของอีกฝ่ายไม่ได้

เพี๊ยะ!!

“ทะ..ทำอะไรน่ะ!” เสียงอุทานแหบแห้งทำให้คาร์ลอสหลุดจากภวังค์อารมณ์ แต่ยังไม่ทันที่จะเอ่ยอะไรก็โดนฝ่ามือเล็กสวนตบเข้าเต็มใบหน้า

“โอ้ย เจ้าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่ ทำไมแรงเยอะแบบนี้ หน้าอกก็แบนเป็นไม้กระดาน”

โอเรียนหน้าแดงระเรื่อ ไม่ทันที่เธอจะหนีออกจากสถานการณ์จนมุมนี้ ก็โดนคุณชายคาร์ลอสจับแขนไว้มั่น แม้จะพยายามดิ้นแต่ด้วยความที่ตัวเล็กกว่า และไม่สามารถสู้แรงมหาศาลของผู้เป็นสายเลือดแห่งราชวงศ์ ตอนนี้โอเรียนจึงเป็นเพียงลูกแกะตัวน้อยในอุ้มมือของหมาป่าแสนร้ายกาจ

คาร์ลอสไม่รอช้า จับอีกฝ่ายกดลงกับเตียงและดึงผืนผ้าที่ปิดปังทัศนวิสัยโยนทิ้งไป

ผิวนุ่มลื่นขาวนวลมียอดอกสีชมพูสวยประดับเด่น เรียวขาทั้งสองพยายามหนีบงอปกปิดส่วนหน้าอาย แต่คาร์ลอสก็ยังคงสังเกตเห็นของลับที่ยื่นออกมาดูน่าชัง นัยน์ตาสีน้ำตาลเริ่มเออคลอน้ำใส เรือนผมสีเดียวกันเปียกชื้นเล็กน้อย

ช่างเป็นภาพเด็กหนุ่มใส่บริสุทธิ์ที่พาลทำให้หัวใจของชายหนุ่มวัยคะนองต้องกระดอนอกจากอก

“ฮึก..ฮืออ โอเรียนขอโทษ ฮืออ” ผู้ถูกล่วงล่ำกลับเป็นฝ่ายเอ่ยคำขอโทษ ทำเอาคนที่ทำตัวราวกับโจรป่าต้องรีบระงับอารมณ์ตน

“ไม่ร้องนะไม่ร้อง เจ้าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่เห็นเป็นไร ข้าไม่เห็นจะสนใจ ออกจะชอบที่เจ้าเป็นผู้ชายด้วยซ้ำไป” คาร์ลอสพยายามปลอบ แม้คำที่เอ่ยออกไปจะดูทีเล่นที่จริงแต่มันก็คือความรู้สึกจริงจากใจของเขา

ตอนนี้เขารู้สึกราวกับได้วิ่งบนทุ่งลาเวนเดอร์ เหมือนเพิ่งจะเสี่ยงเสี่ยงดวงได้รางวัลที่หนึ่งไปเที่ยวรอบโลก ดีใจจนอยากจุดพลุฉลองสักสิบวัน

“ตะ..แต่ถ้าท่านอับบาสรู้ ว่าโอเรียนเผยตัวตน แม่... ท่านแม่ ฮือๆ คาร์ลอสท่านต้องช่วยท่านแม่นะ!” โอเรียนหันไปกุมมืออ้อนวอนชายตรงหน้าที่เป็นดั่งซาตานที่ทำร้ายแผนการของเขาและยังเป็นเทพบุตรที่อาจจะช่วยเขาได้ในเวลาเดียวกัน

“ใจเย็นๆ ค่อยๆ เล่ามา ข้าสัญญาว่าจะช่วยเจ้าจนถึงที่สุด ด้วยเกียรติของทายาทแห่งตระกูลเรนเดล” คาร์ลอสเอ่ย เขาเริ่มเขาใจแผนการของอับบาสที่แสนชั่วช้า คงคิดจะตลบหลังเรื่องการสืบทายาท ตามพินัยกรรม โอเรียนต้องมีทายาทให้แก้ตระกูลทั้งสอง เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา ป้องกันไม่ให้เรนเดลทิ้งขว้างเจ้าสาวจากตระกูลอาร์มันโด

ดีนะที่เขาฉลาดหลักแหลม อีกทั้งยังหน้าตาดีปานนี้ ไม่มีทางเสียล่ะที่โอเรียนจะไม่หวังพึ่งเขาในยามจนมุม

“คุณอับบาสบอกว่าจะให้ท่านแม่ไปอยู่ที่บ้านใหญ่ของตระกูล แลกกับให้โอเรียนมาทำหน้าที่นี้ และต้องปลอมเป็นผู้หญิง ไม่อย่างนั้นคุณคาโรลจะไม่ชอบ แต่..แต่ท่านแม่ ฮือๆ”

“แต่อะไร!? ถ้าเจ้าไม่เล่ามาข้าจะช่วยเจ้ายังไง” คาร์ลอสเริ่มหงุดหงิด ถ้าไม่ติดว่าต้องตะล่อมให้เป็นพวกเดียวกันนะ สภาพล่อตาล่อใจแบบนี้เขามีหรือจะปล่อยไปง่ายๆ

“ถ้าโอเรียนแต่งงานกับคุณคาโรลไม่ได้ ท่านแม่จะต้องตาย ฮือๆ” หยาดน้ำตาพรั่งพรูออกมาอีกครา คาร์ลอสขยับชิดโอบให้โอเรียนซุกหน้าระบายความเศร้าบนอกตน ก่อนจะประโลมปลอมและปาดน้ำตาออกจากใบหน้าขาวนวลที่ไร้เครื่องสำอาง

“ถ้าโอเรียนยอมทำตามที่คาร์ลอสบอก คาร์ลอสสัญญาว่าจะปกป้องโอเรียนเอง” เสียงกระซิบข้างหูสีน้ำตาล พร้อมกับใช้นัยน์ตาสีเขียวอ่อนคมที่สะกดให้ผู้ฟังดั่งต้องมนต์

การโปร่ยเสน่ห์ของคาร์ลอสได้ผลเกินคาด โอเรียนก้มหน้ารับและพยักหน้าน้อยๆ แก้มที่แดงระเรื่อเป็นลูกมะเขือเทศช่างน่าสัมผัส คาร์ลอสฉวยจังหวะพริบตาหอมเข้าพวกแก้มจิ้มลิ้มฟอดใหญ่

และเมื่ออีกฝ่ายไม่มีท่าทีต่อต้าน คุณชายคาร์ลอสก็เริ่มบทเสน่หา ใช้สายตาคมซุกชนลวงสะกดให้อีกฝ่ายต้องมนต์รัก ก่อนจะประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มสวย แม้จะมีเสียงครือครางแหบเบาดั่งชายหนุ่ม ก็ไม่ได้ทำให้อารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านของคาร์ลอสลดลง ตรงกันข้าม กลับยิ่งเร้าอารมณ์ให้คนมือไว้จัดการกับว่าที่ภรรยาที่พึ่งรู้จักกันไม่ถึงครึ่งเดือน

***

เช้าตรู่ของวันใหม่ที่ดูแปลกใหม่กว่าทุกวัน การร่วมรับประทานอาหารเช้าที่เคยเต็มไปด้วยบรรยากาศอึดอัด กลับมีกลิ่นอายหอมฟุ้งชวนขัดตาออกมาจากคู่หนุ่มสาว(เทียม) ซึ่งมันเป็นบรรยากาศที่ขัดใจคาโรลเสียนี่กระไร

‘รอก่อนเถอะ ถ้าจบเรื่องนี้เมื่อไหร่ข้าจะไม่ให้ฟรอยลุกออกจากเตียงได้เลย!’

คาโรลคิดในใจ เตือนตนเองว่าอย่างน้อยก็ยังมีคนรักที่ถึงจะงอนหนักจนหนีไปทำธุระไกลแสนไกลถึงเมืองมนุษย์กับราชาเรดิอาก็ตาม แต่อย่างไรก็ต้องกลับมาทันวันงานแต่งงานของคาร์ลอสแน่นอน และงานนี้จะเป็นคำตอบของทุกสิ่งทุกอย่าง ว่าช่วงที่เขาหายไปไม่ง้อคนงอนนั้น ก็เพื่อมาสะสางปัญหายุ่งยากให้เข้าที่ทาง

“สรุปว่า อับบาสให้เจ้ากินยานี่ เพื่อเปลี่ยนเสียงให้เล็กลงสินะ” คาโรลเอ่ยถามโอเรียนที่ก้มหน้านิ่งแต่ก็พยักหน้ารับโดยดี

“ต่อไปเจ้าอย่ากินมันอีก มันไปทำให้เส้นเสียงบีบตัวและระคายทางเดินหายใจอย่างมาก ถ้าเจ้ากินมันนานกว่านี้ได้ตายก่อนแม่ของเจ้าแน่” คาโรลเอ่ยหน้านิ่ง

“อะไรกัน! แบบนี้มันเลวยิ่งกว่าสวะ ข้าจะไปฆ่ามัน” คาร์ลอสเดือดดาล เขารับไม่ได้ที่สุดที่อับบาสจะใช้คนในตระกูลตัวเองอย่างกับผักปลาแบบนี้

โอเรียนได้แต่กุมมือคาร์ลอสและส่ายหน้าเบาๆ โอเรียนต้องพักเส้นเสียงจึงจำต้องงดการพูด จนกว่าคาโรลจะปรุงยารักษามาให้

“คาร์ลอส เจ้าเองก็อย่าเข้าใกล้โอเรียนจนเกินงาม ทั้งยามที่อับบาสมาเยี่ยมหรือแม้แต่ต่อหน้าคนรับใช้ ข้าไม่อยากให้แผนนี้ล่มเพราะความสะเพร่าของเจ้า” คาโรลมองน้องชายดุๆ เขารู้ดีว่าคาร์ลอสชอบทำอะไรตามใจตัว แต่ไม่นึกว่าจะกล้าลงมือกับเด็กไร้เดียงสาอย่างโอเรียนได้

“ท่านพี่ ทำแบบนี้เอามีดมาปักอกข้าเถอะ” ว่าแล้วคาร์ลอสก็ทำท่าทางเจ็บปวดรวดร้าว เมื่อพบว่าจะไม่ได้ลิ้มรสของหวานอีกแล้ว

คาโรลมองคาร์ลอสดุๆ แผ่รังสีความขุ่นโกรธใส่น้องชายให้รู้ว่าเขาไม่ขำด้วย ถึงทั้งสองจะชอบพอกัน แต่โอเรียนก็ดูจะถูกคาร์ลอสล่อลวงมากกว่าเต็มใจ

“ช่วงนี้ท่านเรดิอาไม่อยู่ ฟรอยก็ติดตามไปด้วย ข้าต้องเข้าวังไปทำหน้าที่แทนสักระยะ ในช่วงที่ข้าไม่อยู่อย่าให้รู้ว่าเจ้าทำอะไรที่นอกเหนือคำสั่งข้า และนี่... เจ้าต้องทำหน้าที่เจ้าบ้านตระกูลเรนเดลแทนข้าไปก่อน” คาโรลยื่นเอกสารที่ลงลายมือของเขาพร้อมรายละเอียดการมอบอำนาจให้แก่น้องชายตัวแสบที่มองเอกสารสำคัญราวกับเห็นกองอึ

คาโรลมองน้องชายที่ทำหน้าแหยงแล้วก็อดยิ้มขำไม่ได้ ความจริงเขาต้องการให้คาร์ลอสลองฝึกการเป็นผู้นำ เพราะเขาคงไม่สามารถมาดำรงตำแหน่งนี้ได้ การให้คนที่วางใจรับตำแหน่งเจ้าบ้านย่อมดีกว่ายกให้ผู้อื่น แม้ตระกูลเรนเดลจะมีทายาทสายย่อยอยู่ แต่เขาก็ไม่อาจวางใจให้รับตำแหน่งนี้ได้

“ช่างจะมาวัดตัวตัดชุดเจ้าสาว เจ้าก็อย่าลืมจัดการให้เรียบร้อยด้วย” คาโรลไม่ลืมที่จะสั่งงานในวันนี้ให้แก่ทั้งสองคน ก่อนจะลุกออกจากห้องอาหารที่ปิดมิดชิดราวกับห้องประชุมลับ


ติดตามผลงานและการอัพเดทต่างๆ ได้ที่เพจ Fey Fahrenheit

www.facebook.com/fey013  ll @fey013

Twitter  @Fey013


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}