Fey Fahrenheit

นิยายเรื่องที่สองก็ใกล้จะเข้าสู่บทสุดท้ายแล้ว... ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ

บทที่6 รักร้าว

ชื่อตอน : บทที่6 รักร้าว

คำค้น : แฟนตาซี เจ้าชาย วาย ซึนเดเระ หมาป่า ตลกดราม่า BL นิยายBLแฟนตาซี ผจญภัย sm

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ค. 2561 21:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่6 รักร้าว
แบบอักษร

บทที่ 6

รักร้าว

ณ คฤหาสน์ตระกูลเรนเดล ห้องโถงใหญ่ถูกประดับประด้วยดอกไม้สดสีสันสวยงาม ตามราวบันไดมีไม้เถาเขียวขจีประดับประดาอย่างเรียบง่าย

วันนี้เป็นวันพิเศษที่หัวหน้าตระกูล ครูส เรนเดล สั่งการจัดงานต้อนรับเพื่อรับขวัญว่าที่ลูกสะใภ้คนใหม่ แม้จะไม่เอ่ยชื่อว่าคือผู้ใดที่โชคดีได้ครองคู่กับบุตรชายคนโตที่เพียบพร้อมของตระกูลเรนเดล เหล่าประชาหมาป่าก็เดากันได้ไม่ยากนักว่าคือใคร

หนุ่มหมาป่าราชองค์รักษ์ทั้งสองก้าวพ้นประตูใหญ่เข้ามายังในบริเวณอาณาเขตบ้านใหญ่ ด้านซ้ายคือบุตรคนโตของตระกูลเรนเดล เรือนผมสีเขียวมะกอกถูกมัดรวบอย่างเรียบร้อย  ปอยผมด้านหลังประดับด้วยเส้นเชือกสีน้ำตาลตัดกันอย่างงดงาม ในหน้านิ่งขรึมไม่เหลือบแลผู้ใด แต่พอคนผมเทาข้างกายหันไปสนทนาพาทีกลับตอบรับด้วยร้อยยิ้มที่หายาก

ฟรอย ดีออน ราชองครักษ์ประจำตัวของเจ้าชาย ทั้งยังเป็นผู้กุมหัวใจคุณชายผู้เป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั้งเผ่า ผมสีเทาหม่น นัยน์ตาสีดำ ขับกับผิวสีน้ำผึ้ง แม้จะไม่โดเด่นสะดุดตา แต่รอยยิ้มและบรรยากาศโดยรอบของเจ้าตัวกลับทำให้ผู้พบพานชุ่มชื่นหัวใจยิ่งนัก เสน่ห์ที่เป็นธรรมชาติเช่นนี้อยากนักที่ใครจะไม่อยากอยุ่ใกล้ โครงหน้าคมดูดีไม่แพ้หนุ่มหมาป่าตนใด กับร่างสูงโปร่งเทียบเคียงกับคุณชายผู้เยือกเย็นผู้เคียงข้าง ไม่มีใครที่เฝ้ามองทั้งคู่แล้วจะไม่นึกเสียดาย

“ยินดีต้อนรับครับ ท่านพี่ ท่านฟรอย” เสียงเอ่ยต้อนรับอย่างเริงร่าของหนุ่มผู้ละม้ายคล้ายคาโรลดังขึ้นเบื้องหน้าหนุ่มทั้งสอง

“น้องชายข้า คาร์ลอส” คาโรลเอ่ยแนะนำอีกฝ่ายด้วยเสียงเรียบ

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณคงรู้จักผมแล้ว” ฟรอยเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม การที่ได้พบคนในครอบครัวของคาโรลทำให้เขาดีใจจนเนื้อเต้นเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่ที่เดินเข้ามาในคฤหาสน์ เขาก็ถูกสายตาคมคอยจ้องดุให้รักษาท่าทางอยู่ตลอด แต่ครั้งจะทำหน้าตายเป็นรูปปั้นแบบคาโรลก็ทำไม่ได้ จึงพยายามสงวนท่าทีสุดความสามารถ

คาโรลไม่เคยเอ่ยเรื่องราวที่บ้านให้เขาฟัง มักบอกแค่ผ่านๆ และตัดบทไป ดังนั้นการที่เขาได้เข้ามาทำความรู้จักคนในตระกูลเรนเดลวันนี้ จึงเป็นเรื่องที่เขาตื่นเต้นมาก เพราะจะได้รู้จักคาโรลในอีกมุมหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน

“ท่านฟรอยเป็นคนดังเทียบเท่ากับท่านพี่ คงไม่มีใครไม่รู้จัก แถมยังมัดท่านพี่ของผมซะอยู่หมัดแบบนี้ คงต้องมานั่งสอบสวนกันยาวเลยล่ะ” คาร์ลอสเอ่ยแหย่ พลางมองยิ้มๆ ไปท่านพี่ชายมาดนิ่งที่ทำเป็นเมิน

“อย่าให้ท่านพ่อต้องรอนาน เข้าไปกันเถอะ” คาโรลจูงมือฟรอยเข้าไปยังห้องรับรองที่จัดเตรียมไว้ โดยมีคาร์ลอสตามมาติดๆ

“เจ้าไม่มีการไม่มีงานทำหรือไง นี่เป็นเรื่องของข้ากับท่านพ่อ” คาโรลมองคาร์ลอสดุๆ แต่เจ้าตัวดูจะไม่สะเทือนเลยแม้แต่น้อย กลับยิ้มแฉ่งเริงร่าราวกับเด็กทั้งที่ตนนั้นอายุน้อยกว่าคาโรลเพียงสองปี

“ข้าก็เป็นหนึ่งในครอบครัวนะ อย่างน้อยถ้ามีปัญหาอะไรจะได้ช่วยกล่อมท่านพ่อได้”

“อย่ามาแกะกะก็พอ” เมื่อพี่ชายกล่าวอนุญาต คนน้องก็เด้งตัวไปฉุดมือว่าที่พี่ชายอีกคนเข้าไปยังห้องรับรองที่เตรียมไว้อย่างดี

ในห้องรับแขกที่เรียบง่ายมีการแต่งแต้มเพิ่มเติมด้วยกุหลายสีขาวสะอาดตาตามโต๊ะและริมขอบหน้าต่าง ม่านสีน้ำเงินขลิบทองถูกรวบมัดไว้รับแสงสว่างและไอบรรยากาศเย็นๆยามเข้า โซฟ้าตัวยาวที่ทำจากไม้ชั้นดีบุด้วยผ้าแพรชั้นดีที่ถักทอลวดลายของมวลบุพผา

ห้องรับรองที่หรูหราเช่นนี้มีไว้สำหรับบุคคลพิเศษหรืองานวาระสำคัญ การได้รับเกียรติให้มาใช้ห้องนี้นั้น นับว่าต้องเป็นบุคคลพิเศษของตระกูล

เมื่อรู้ถึงความสำคัญของระดับการต้อนรับ ฟรอยยิ่งประหม่าหนักกว่าเดิม ใครจะไปรู้ว่าเพียงแค่การทำความรู้จักครอบครัวของคาโรลจะจัดเอิกเกริกแบบนี้ เขาหวนนึกถึงรอยยิ้มอ่านยากของเจ้าชายที่ส่งมาให้เขาในวันก่อนแล้วพาลอดกังวลไม่ได้

ถ้าเขาทำขายหน้าแล้วล่ะก็ เจ้าชายคงจับเขาไปทำปุ๋ยแน่ๆ

***

ชาหอมกรุ่นชั้นดีถูกยกมาเสริมพร้อมของว่างมากมาย ฟรอยทำได้เพียงนั่งปั้นหน้านิ่งตามคาโรล แม้คาร์ลอสจะพยายามชวนเขาคุย เขาก็ทำได้แค่ตอบสั้นๆ และยิ้มให้อย่างเอ็นดูเท่านั้น ในใจเขาตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจว่าท่านครูสผู้นิ่งขรึมคนนั้นจะยอมรับความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองง่ายๆ

ถึงแม้จะเป็นเจ้าชายเรดิอา ท่านครูสยังไม่ไว้หน้า นับประสาอะไรกับหมาป่าปีศาจกระจอกๆแบบเขา’

ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด สองมือเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็ง แม้คาร์ลอสจะพูดเป็นต่อยหอยให้เขาสบายใจ แต่ก็อดกังวลไม่ได้อยู่ดี

“ท่านพ่อมาช้าจัง นี่ผมกินขนมไปจนจะหมดแล้วนะ... พวกเจ้าออกไปตามท่านพ่อมาที” คาร์ลอสเอ่ยกับคนรับใช้ที่รอรับคำสั่งอยู่ด้านนอก

“ผมรอได้ครับ ท่านครูสอาจจะกำลังติดงานด่วน” ฟรอยเอ่ยห้าม แม้ในใจจะอยากให้อีกฝ่ายรีบๆ โผล่ออกมาแล้วตัดสินเขาให้จบๆ ไปเสียที

“ท่านพ่อไม่เคยช้า อาจมีเหตุอะไรก็ได้ ให้คนไปตามน่ะดีแล้ว” คาโรลเอ่ยแย้ง และเอื้อมมือจับประสานกับอีกฝ่ายที่กำลังกังวลใจ คาโรลรู้ดีว่าวันนี้เขาทำให้ฟรอยเครียดแค่ไหน

แต่อย่างไรก็ตามเขาก็จะอยู่ข้างคนของเขาจนถึงที่สุด

คนรับใช้หายไปนานสองนานก่อนจะรีบวิ่งกระหืดกระหอบมารายงานต่อนายทั้งสองด้วยท่าทางร้อนรน

“แย่แล้วครับ นะ..นายท่าน นายท่านอาการแย่แล้วครับ” เพียงสิ้นคำเอ่ย สองพี่น้องที่กำลังจิบชาสนทนากันอยู่ก็รีบลุกพรวด สีหน้าเคร่งเรียดทันที ฟรอยที่เครียดอยู่แล้วยิ่งตื่นตระหนก เขาไม่รู้ที่มาที่ไปว่าท่านพ่อของคาโรลมีโรคประจำตัวหรืออะไร แต่เหตุการณ์แบบนี้จะมามัวคิดแต่เรื่องตัวเองไม่ได้

ไม่มีเสียงเอ่ยกล่าวใดๆ อีก ทั้งสามชีวิตรีบเร่งตามคนรับใช้ไปยังห้องพักส่วนตัวของผู้เป็นนายใหญ่แห่งตระกูลเรนเดลอันสูงส่ง บนเตียงใหญ่มีร่างอ่อนโรยของชายที่ครั้งหนึ่งเคยนั่งตีฝีปากกับเจ้าชายเรดิอาอย่างอาจหาญ ฟรอยใจหายวาบกับการทรุดลงอย่างฉับพลันของชายผู้นี้ แต่พอมองไปยังสองบุตรชายที่นัยน์ตาส่องแววเศร้าโศกปนอาลัยแล้วก็อดที่จะสงสัยไม่ได้

หรือนี่คือช่วงใกล้สิ้นอายุขัย?’

หมาป่าปีศาจมีอายุขัยที่ยาวนาน ทั้งนี้ก็ขึ้นกับสายเลือดที่สืบทอดและการฝึกตนด้วย โดยทั่วไปหมาป่าปีศาจธรรมดาๆ อย่างฟรอยมีอายุขัยประมาณ 150-200 ปี แต่หากเป็นสายเลือดราชวงค์อย่างตระกูลเรลเดลแล้วนั้น มีอายุไขราวๆ 300-400 ปีตามแต่การฝึกฝนร่างกายของแต่ล่ะบุคคล และครูส เรนเดล เอง ก็คงใกล้จะถึงวาระที่ปลดว่าทุกอย่างแล้ว

ครูสถือเป็นสหายรุ่นราวคราวเดียวกับพระราชาโรฮานเลยก็ว่าได้ เขาผ่าร้อนผ่านหนาว เคียงบ่าเคียงไหล่ราชาหมาป่าปีศาจมาจนเรียกได้ว่ารู้ไส้รู้พุงกันดีเสียกว่าพยาธฺในท้อง อีกทั้งครูสยังเป็นสวามีของลูกพี่ลูกน้องของท่านราชา นับว่าเป็นพระญาติสำคัญผู้หนึ่งก็ว่าได้

“คาโรล คาร์ลอส...” เสียงแหบแห้งเอ่ยเอื้อยเรียกบุตรทั้งสอง พร้อมกับกวักมือเรียกเบาๆ

คาโรลเขาไปกุมมือผู้เป็นพ่อ แสงสีเขียวอ่อนจางสว่างเรืองก่อนจะจางหายไป ยิ่งทำให้คาโรลชักสีหน้าเครียด แต่ผู้บิดากลับแย้มยิ้ม ถอนมือที่ลูกชายคนโตกอบกุมออก และไปลูบปลอบเจ้าคนเล็กที่เริ่มทำตัวขี้แย

“ข้าโชคดีที่มีลูกชายที่ดี ก่อนข้าจากไป อยากให้เจ้าช่วยรับปากทำภารกิจหนึ่งที่ข้ามิอาจทำสำเร็จได้หรือไม่” ครูสเอ่ยแผ่วเบา แต่น้ำเสียงนั้นกลับหนักแน่น

“ท่านพ่อ ไม่เอาๆ ไหนท่านพอบอกข้าว่าท่านอยู่ได้อีกนาน ท่านโกหกข้า ฮือ...” คาร์ลอสสวมกอดผู้เป็นพ่อทั้งน้ำตา เขารู้ดีว่าสักวันชายผู้นี้ต้องจากไป แต่เขาไม่รู้เลยว่ามันจะเร็วแบบนี้

“ท่านพ่อโปรดว่างใจ ข้าสัญญาว่าจะทำตามคำสั่งเสียสุดท้ายของท่าน” คาโรลเอ่ยนิ่ง แต่ในแววตานั้นสั่นระรัวด้วยความอดกลั้นถึงที่สุด มิอาจทำตัวอ่อนแอต่อหน้าน้องชาย

“อาร์มันโด กับ เรนเดล บาดหมางกันมาช้านาน หนึ่งนั้นก็เป็นเพราะข้า หาเจ้าทั้งสองจะสานรอยร้าวนี้ได้ ข้าก็ตายตาหลับ”

“ข้าสัญญา ท่านโปรดว่างใจ” คาโรลเอ่ย และนั้นคือเสียงสุดท้ายชายผู้เป็นหนึ่งในสี่ผู้มีอำนาจแห่งเผ่าจะได้ยิน เปลือกตาคล้อยต่ำลงปิด เสียงลมหายใจที่เริ่มแผ่วเบาอ่อนแรงลง และรอยยิ้มบางปรากฏก่อนนิ่งเงียบสงบลงไป และนี่ก็คือวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของชายผู้มากมั่นรับใช้เผ่าพันธุ์มาช้านาน

คาร์ลอสร้องไห้ฟูมฟายอยู่ข้างพี่ชาย คาโรลหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความอาลัย แม้จะไม่มีสักเสียงสะอื้น แต่ใครๆ ก็รู้ดีว่าบุตรชายหัวแข็งอย่างคาโรลนั้นผูกพันกับผู้เป็นพ่อมากมายเพียงใด

ฟรอยมองคนรักของตนอยู่ห่างๆ เขายืนสงบนิ่งให้หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจไหลอาบแก้ม เขาไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หน้าเข้าไปให้ครูสเห็น ตอนนี้เขารู้แต่เพียงว่า นับแต่นี้เขาต้องช่วยประคองจิตใจที่เศร้าโศกของคาโรล

แต่ไม่ทันที่ฟรอยจะได้เดินก้าวเข้าไปหาคาโรลที่กำลังประคองปลอบคาร์ลอส ก็มีเสียงเอ่ยแทรกบรรยากาศเศร้าโศกให้ชะงักไปชั่วขณะ พร้อมกับร่างของชายผู้ที่ไม่สมควรจะอยู่ ณ ที่แห่งนี้

“ข้าขอแสดงความเสียใจด้วย ที่ข้ามาวันนี้ด้วยเพราะท่านครูสเชิญข้ามาร่วมงานคัดเลือกคู่ครองของท่านคาโรล” อับบาส อาร์มันโดเอ่ย แม้ใบหน้าจะเรียบเฉยแต่น้ำเสียงนั้นราวกับกำลังยุแหย่

“หากท่านพ่อไม่บอกให้ดีกับอาร์มันโด ข้าจะต่อยหน้าเจ้าเสียตรงนี้!!” คาร์ลอสตะคอกดัง เขาเกลียดเจ้าของนัยน์ตาสีอำพันที่แสนจะน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด อับบาสมักจะยื้อแย่งความสนใจของคาโรลออกไปจากเขาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ตอนนี้ยังจะโผล่มาไม่รู้จักกาลเทศะ!!

“คาร์ลอสเด็กดี พ่อของเจ้าให้ข้านำสิ่งนี้มาให้แก่พวกเจ้า มันคงเป็นสิ่งสุดท้ายที่ท่านต้องการจากลูกชายทั้งสอง” อับบาสยื่นม้วนกระดาษให้แก่คาโรล ก่อนจะนำตัวเองไปยังห้องรับรองชั้นล่างกับผู้ติดตามอีกสองคน

คาโรลรับม้วนกระดาษมา มันคือพินัยกรรมที่ครูสเขียนและลงนามร่วมกันหัวหน้าตระกูลอาร์มันโด เขากวาดอ่านข้อความในพินัยกรรมสุดท้ายของผู้เป็นพ่อ เนื้อหาโดยรวมระบุว่าด้วยการเกี่ยวดองกันของสองตระกูล โดยให้บุตรหรือบุตรตรีของสองตระกูลแต่งงานและสืบทอดทายาท เพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์ที่จะกลับมากลมกลืนเช่นเดิม

“ท่านพี่ นี่มันแกล้งกันชัดๆ ท่านพ่อไม่มีทางคิดเรื่องอะไรแบบนี้หรอก อย่าลืมว่าเจ้าอับบาสทำอะไรกับเราไว้!” คาร์ลอสแย่งแผ่นกระดาษข้อความมาจากคาโรลเพื่อเพ่งมองจุดผิดในเอกสาร เขาเก่งเรื่องการจดจำ ยิ่งเรื่องลายมือหรือการใช้ภาษา คนที่คลุกคลีกับบทกวีของท่านพ่ออย่างเขามองปราดเดียวก็รู้

“ก็เพราะเป็นท่านพ่อถึงคิดเรื่องนี้ได้ ข้าจะลงไปต้อนรับแขก เจ้ากับฟรอยช่วยจัดการเรื่องงานพิธีด้วย” คาโรลเอ่ยนิ่ง เขารู้ดีว่าชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของเขานั้นฉลียวฉลาดแค่ไหน สิ่งที่เขาได้ซึมซับมาค่อนชีวิตทำให้พอจับทางผู้มากเล่ห์อย่างท่าน ครูส เรนเดล ได้ไม่ยากนัก แต่ก็คิดไม่ถึงว่าท่านพ่อของเขาจะว่างหมากไว้ได้ไกลขนาดนี้

ทุกอย่างในวันนี้ถูกวางแผนไว้หมดแล้ว!

คาโรลปาดคราบน้ำตาที่เหือดแห้ง ใบหน้านิ่งสุขุมมองตรงตามทางเดิน และก้าวเดินอย่างสง่าไปยังห้องรับรอง ที่แท้จริงแล้วนั้นอาจจะจัดไว้ให้กับผู้นำตระกูลอาร์มันโด

“ข้าส่งคนไปแจ้งข่าวแล้ว คืนนี้คงเป็นคืนที่ลำบากสำหรับท่าน” อับบาสจิบน้ำชาพลางมองเจ้าของบ้านผู้มาเร็วเกินคาด

“มีอะไรก็บอกมา ข้ารู้ว่าท่านกับท่านพ่อเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว” คาโรลยืนนิ่งมองอีกฝ่าย เขารอรับฟังทุกอย่างที่พ่อเขาต้องการ เมื่อจบประโยคที่อับบาสเอ่ย เขาก็จะรีบไปทำหน้าที่ของลูกชายคนโต

“รวบรัดเลยแล้วกัน ท่านต้องแต่งงานกับน้องสาวของข้า โอเรียนน่า อาร์มันโด และมีทายาทด้วยกันอย่างน้อยสองคน  หากท่านปฏิเสธ ท่านต้องยอมยกตำแหน่งหัวหน้าตระกูลเรนเดลให้แก่ทายาทคนใดคนหนึ่งของอาร์มันโด” อับบาสเอ่ยพลางชูแก้วชาเป็นเชิงว่านี้เป็นเรื่องน่ายินดี

“ในเอกสารที่ท่านนำมาให้ไม่ได้บอกเงี่ยนไขเพิ่มเติม ตัวเอกสารอีกฉบับคงอยู่กับท่าน ช่วยนำมาส่งให้ครบด้วย” คาโรลหรี่ตามองผู้นำตระกูลอาร์มันโด ที่ขยับกายลุกขึ้นมาประจันหน้ากับเขา

“ไว้ท่านจัดพิธีส่งร่างท่านครูสเสร็จ ค่อยมาคุยเรื่องงานแต่งก็แล้วกัน” อับบาสเอ่ยทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป ทิ้งให้คาโรลต้องทนปั้นหน้านิ่งเรียบ แต่ในใจนั้นระแวงถึงเล่ห์ร้ายที่อีกฝ่ายซุกซ่อนไว้

‘เงื่อนไขที่เสียเปรียบแบบนั้นพ่อของเขาไม่มีทางยอมแน่!’

คาโรลเรียบเรียงความคิด สิ่งแรกที่ต้องทำคือหาเอกสารอีกฉบับที่ระบุเงื่อนไขเพิ่มเติมมาให้ได้ เพราะที่อับบาสมายื่นให้เขาด้วยตัวเองแบบนี้ แสดงว่าท่านพ่อของเขาต้องให้คนผู้นี้เป็นผู้เก็บเอกสารทั้งหมดไว้  หรือไม่ท่านพ่อของเขาก็อาจจะซุกซ่อนไว้ก็เป็นได้

***

พิธีส่งร่างของผู้สิ้นชีพตามอายุขัยของเผ่าหมาป่าต้องจัดภายในหนึ่งวันหรือเร็วที่สุด ด้วยความเชื่อที่ว่าหากวิญญาณห่างจากร่างนานเกินไป จิตของผู้นั้นจะมิอาจเวียนวายได้

ในส่วนลึกของป่าอันอุดมภายใต้อาณาเขตของเผ่าหมาป่าปีศาจ บ่อน้ำแห่งวิญญาณเป็นสถานที่ส่งร่างของผู้สิ้นอายุขัยของเผ่ามานานนับพันปี  แม้แต่ผู้เป็นกษัตริย์เอง เมื่อสิ้นชีพตามอายุขัย ก็ต้องมาทำพิธีส่งร่าง ณ ที่แห่งนี้

ความพิเศษของบ่อน้ำแห่งนี้คือการชำระกายหยาบให้เป็นอณูแสงเรืองรองก่อนจะผสานกับบรรยากาศล่องลอยสู่นภาผืนกว้าง ชนเผ่าปีศาจหมาป่าเชื่อกันว่านี้คือการรับร่างไปรวมกับจิตวิญญาณ เพื่อรอการเริ่มกลับมากำเนิดใหม่

สิ้นการส่งร่างที่เรียบง่าย แต่แน่นขนัดไปด้วยเหล่าชาวเผ่าผู้ร่วมไว้อาลับแก่ชายผู้เป็นเสาคำจุนเผ่าหมาป่าปีศาจมาช้านาน เจ้าชายเรดิอาและราชาโรฮานคือผู้นำขบวนอันยิ่งใหญ่นี้ การได้รับการคำนับจากสองผู้สูงศักดิ์แห่งเผ่าถือเป็นเกียรติแก่ผู้หลับใหลยิ่งนัก

เมื่องานพิธีส่งร่างเสร็จสิ้นก็ตามมาด้วยการจุดคบไฟตลอดค่ำคืน เพื่อเป็นแสงนำทางจิตของผู้หลับใหลให้เดินทางปลอดภัยยังแดนสุขาวดี เหล่าพืชพรรณ์ดอกไม้ป่าเบ่งบานชูช่อ ประดับประดาผืนป่ายามค่ำราวกับต้องการส่งคำอาลาแก่บุคคลสำคัญ

ภาพงานพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ยังคงตราตรึงใจฟรอย เขาจองมองคบไฟในมือที่กำลังเผาไหม้ราวกับเต้นระบำ หยาดน้ำใสไหลอาบแก้ม สะท้อนแสงไฟสีส้มแดง ตรงข้ามกับคาโรลที่นอนหนุนตักเขาและทำหน้าราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ

“เจ้าร้องไห้อีกแล้ว ท่านพ่อข้าตายไม่ใช่ข้าตายสักหน่อย” คาโรลเอ่ย พลางเอื้อมมือไปปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของอีกฝ่าย

“ผมร้องเผื่อคุณไงครับ ตั้งแต่ไปคุยกับอับบาสก็ทำหน้าเครียดตลอด” ฟรอยเอ่ย แม้ในใจจะรู้สาเหตุที่มากกว่านั้น

“ข้ารู้ว่าเจ้ารู้เรื่องจากคาร์ลอสแล้ว วางใจเถอะ ข้าจะหาทางออกเรื่องนี้เอง ขอแค่เจ้าอยู่เคียงข้างข้าแบบนี้ ข้าก็ไม่เป็นไรแล้ว” คาโรลยิ้มให้เจ้าหมาป่าผมเทาขี้แย ผู้ที่สนใจการไว้อาลัยต่อท่านพ่อของเขามากกว่าเรื่องของตนเอง ฟรอยทั้งแสนดีและบริสุทธ์ ซื่อตรงเกินไปที่จะมารับรู้ความซับซ้อนร้ายกาจของผู้มีอำนาจทั้งสองตระกูล

“ครับ คืนนี้ผมจะเฝ้าคบเพลิงไม่ให้ดับเอง”

“ตามใจเจ้า ถ้าเหนื่อยก็ปลุกข้าแล้วกัน”

***

ค่ำคืนยาวนานล่วงเลยผ่านไปราวกับความวุ่นวายวันวานนั้นเป็นเพียงภาพฝัน ราชาโรฮานเรียกพบสองราชองค์รักษ์ตั้งแต่รุ่งสาง แม้ทั้งสองเพิ่งจะได้งีบตอนพระอาทิตย์ขึ้นเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ต้องพาร่างกายอันอิดโรยขอบตาดำคล่ำมาทำงาน

“ข้าเสียใจเรื่องพ่อของเจ้าด้วย และด้วยเรื่องนี้การจัดพิธีราชาภิเษกให้เอกเกริกจึงไม่สมควรเท่าไหร่นัก ข้าคิดว่าเพียงแค่แต่งตั้ง และลงนามกันอย่างเป็นทางการ จัดการป่าวประกาศออกไปก็น่าจะเพียงพอ ส่วนจะเฉลิมฉลองอะไรนั้นก็งดไว้ก่อน ไว้ทิ้งช่วงโศกเศร้าก่อนค่อยว่ากัน ยิ่งครูสไม่อยู่ ตำแหน่งผู้นำตระกูลก็ว่าง ข้าอยากให้เจ้ารับหน้าที่นี้ไปพลางๆ ก่อน” ราชาโรฮานกล่าวราวกับตุ๊กตาไขลาน ใบหน้างัวเงียที่บ่งบอกว่าอดนอนมาเช่นกันนั้น ทำให้สองหนุ่มที่ทำหน้าบุญไม่รับต้องตื่นมาขยันขันแข่งรับบัญชา

“ถ้ากระผมไปทำหน้าที่นี้ชั่วคราว แล้วใครจะช่วยงานท่านล่ะขอรับ”

“ก็งดๆ ไปก่อน ข้ามีอะไรจะเรียกใช้ค่อยมา และอีกอย่างตอนนี้ข้าก็เป็นอดีตไปแล้ว ราชาคนใหม่เขาก็มีคนของเขา จริงไหม?” โรฮานไม่ว่าเปล่า หันมองตรงไปยังประตูที่ถูกเปิดออกมาได้จังหวะพอดีพอดี

“นี่มันเรื่องอะไรกันหะ! จู่ๆ มาให้ข้าทำงานเลยแบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ”

“ที่ข้าทำแบบนี้ก็เพื่อเจ้า ถ้าไม่รีบแต่งตั้งกันตอนนี้ พวกแก่ๆ ก็จะอ้างเรื่องการจากไปของครูสมาเลื่อนวันราชาภิเษฏไม่จบไม่สิ้น เจ้าคิดว่าข้าต้องวิ่งเต้นแค่ไหนถึงจะให้เจ้ามาถึงจุดนี้ได้ ไอ้ลูกบ้า!”

ฟรอยมองสองพ่อลูกเถียงกันไปมาแล้วก็แอบปากเหงื่อในใจ เพียงแค่วันแรกที่ราชาคนใหม่รับตำแหน่งก็หางานช้างมาให้เขาเสียแล้ว แล้วยังต้องแยกทำงานกับคาโรลอีก ยิ่งเป็นอะไรที่เลวร้ายที่สุด!

“กระผมขอตัวไปแจ้งข่าวต่างๆ และจัดทำเอกสารรับมอบอำนาจ ขอความร่วมมือท่านเรดิอาอยู่รอรับเอกสารด้วยขอรับ” คาโรลเอ่ย เสียงทุ้มเรียบนิ่งราวกับน้ำเย็นที่ประโลมลูบเพลิงร้อนให้ห้องทำงานของราชาทั้งสองเย็นลง

ฟรอยเองก็ได้สติกลับมา จากความลนลานในคราแรก ครั้งคาโรลเอ่ยถึงงานและตั้งใจจัดการอย่างขยันขันแข็ง เขาก็มีแรงฮึดขึ้นมาไม่น้อย ฟรอยรู้สึกโชคดีที่ได้ร่วมงานกับคาโรลผู้แก้สถานการณ์แบบนี้ได้อย่างฉับไว้ และแน่นอนว่าเขาต้องจำเอาไปใช้บ้าง

และงานสำคัญวันนี้คือการจับเจ้าชายแปลงกายเป็นราชาที่ดีให้ได้!

***

เมื่อต่างคนต่างแยกย้าย แต่ฟรอยต้องมาคอยเฝ้าท่านราชาคนใหม่และทำงานเอกสารไปด้วย หากตอนนี้เขาแยกร่างได้คงทำไปแล้ว ยังดีที่เขามีเวทย์เคลื่อนย้ายอันแสนสะดวก ซึ่งสามารถส่งเอกสารไปยังสภานที่ต่างๆ ได้บ้าง แต่หากเป็นสถานที่ไม่คุ้นเคยก็จำเป็นต้องให้ลูกน้องไปส่งสารไปแทน และยังต้องมาคอยปรนนิบัติราชามือใหม่ที่แสนจะขี้เกียจอีก

“ไอ้เอกสารคำร้องพวกนี้มันงานค้างจากตาแก่ทั้งนั้น คิดจะโยนงานมาให้ข้าก็บอกมาตรงๆสิวะ แล้วไอ้นี่อีกมันอะไร!? จะของบเพิ่มเพื่อบำรุงขวัญ ถุ้ย! จะเอาไปกินเหล้าเที่ยวกลางคืนล่ะสิ ไม่อนุมัติโว้ย!!” ท่านราชาเรดิอาทำงานไปบ่นไป บางคราเห็นคำร้องที่ไม่สอารมณ์ก็พาลจะฉีกทิ้ง หากฟรอยหยุดได้ทันก็ดีไป แต่บาลคราก็ห้ามไม่ทัน จนกลายเป็นว่าสร้างภาระงานให้เขาเพิ่มขึ้นไปอีก

ฟรอยที่อดทนมานานลุกพรวดจากโต๊ะ เขาคงต้องจัดระเบียบกันสักหน่อย ก่อนที่ท่านเรดิอาผู้อารมณ์ร้อนจะเผาเอกสารสำคัญทิ้งจนหมด!

“พวกคำร้องเก่าที่เขียนถึงท่านโรฮาน ผมจะแยกออกมาและส่งกลับให้เขียนมาใหม่ ส่วนเรื่องของบประมาณผมจะกองไว้ตรงนี้นะครับ เรื่องเร่งด่วนไว้ตรงนี้ ท่านเรดิอาต้องดูเรื่องด่วนก่อน ไม่ด่วนมากผมจะพิจารณาให้คราวๆ ก่อนและสรุปสั้นๆ แปะไว้ให้... ลังนี้คืออนุมัติ ลังนี้ไม่อนุมัติ เลิกบ่นแล้วรีบทำงานนะครับ ผมจะไปส่งเอกสาร อ่อ...จะเอาของว่างไหมครับ” ฟรอยกล่าวพลางเก็บกองเศษขยะที่รกรุงรังพลาง

“เจ้านี่ปรับตัวเก่งใช้ได้ ข้าจะตั้งใจแล้วกัน ขอเป็นพายอร่อยๆ สักชิ้นกับชา” เรดิอามองลูกน้องผมเทาแล้วคลายอารมณ์ร้อนลง พลางชมตัวเองในใจที่ตาแหลมหาเพชรในตมมาเป็นลูกน้องได้

ฟรอยรับคำนายเหนือหัว วันนี้เป็นวันที่วุ่นวายแต่ก็ไม่ต่างจากช่วงงานยุ่งๆ ในแต่ล่ะวันสักเท่าไหร่ เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าความเหนื่อยล้ามากมายของคาโรลนั้นมาจากไหน การทำงานตัวเป็นเกลียวแบบนี้ย่อมจะไม่มีเวลาจัดการอะไรในชีวิต

พอคิดถึงแล้วใจก็พาลอยากไปพบหน้า ฟรอยมองเอกสารในมือและล้วงนาฬิกาในกระเป๋ากางเกงออกมาดูเวลาว่าพอมีช่องว่างให้แวะไปหรือไม่

“ไหนๆ ก็ต้องไปส่งเอกสาร ไปแวะสักหน่อยคงไม่เป็นไร” ฟรอยเอ่ยยิ้มกับตนเอง แล้วสองขาเร่งเดินตรงไปยังทิศทางที่ตั้งของบ้านใหญ่ตระกูลเรนเดล

***

คาโรลนั่งจับจ่อทำงานเงียบๆ ในห้องทำงานขนาดใหญ่ของหัวหน้าตระกูลเรนเดล  แม้มือจะขยับแต่ในใจก็ไม่ลืมที่จะสอดส่องทุกเอกสารและรายละเอียดข้าวของในห้อง ด้วยอาจจะมีหลักฐานหรือช่องว่างให้พอหาทางออกของปัญหาจากพินัยกรรมของท่านพ่อของเขาได้

แต่แล้วปัญหาก็มาหาเขาถึงที่ เมื่อประตูห้องถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวแปลกหน้าที่เดินตามมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“คาโรล นี่คือน้องสาวของข้า โอเรียนน่า ข้าพามาแนะนำให้รู้จัก และอยากปรึกษาเรื่องที่จะให้โอเรียนมาอยู่ที่คฤหาสน์ของตระกูลเรนเดล”

สิ้นคำกล่าวทักทายที่ไม่ชวนระรื่นหู คาโรลวางปากกาขนนกลง และมองปราดสำรวจสาวเจ้าที่ดูจะเป็นเครื่องมือของอับบาสมากกว่าเต็มใจที่จะมาที่นี่เอง

เรือนผมสยายลอนสวยสีน้ำตาลอ่อน กับใบหน้าเรียวรูปไข่พร้อมผิวขาวนวลชมพูดูน่ารักน่าชัง อายุอานานคงห่างจากพวกเขาไปไม่น้อย น่าจะเด็กกว่าคาร์ลอสเสียด้วยซ้ำ แต่ก็ยังถือว่าเข้าวัยที่แต่งงานสืบทายาทได้แล้ว แต่ในสายตาคาโรลนั้นสาวน้อยจิ้มลิ้มขี้อายที่หลบหลังเจ้าพี่ชายหน้าตากวนบาทาผู้นี้ ไม่ได้อยู่ในเสี้ยวสายตาของเขาแม้แต่น้อย

แต่เมื่อทางนั้นอยากเริ่มเกมเขาก็พร้อมจะเล่นด้วย

“รบกวนไปรอที่ห้องรับแขกข้างล่าง สักครู่ข้าจะตามไป” คาโรลเหลือบมองและส่งสายตาเป็นเชิงขับไล่

และดูเหมือนว่าอับบาสจะเข้าใจสถานการณ์ดีว่าตอนนี้ไม่ควรโอหังกับเจ้าบ้านเรนเดลคนใหม่ที่ควบหน้าที่มากมายในช่วงวุ่นวายนี้ อับบาสพาโอเรียนที่ดูจะสนใจพื้นห้องมากกว่าว่าที่สามีไปยังห้องรับแขกชั้นล่าง

“คาร์ลอส ออกไปต้อนรับแขกของเราแทนข้าด้วย ทำตามสมควร แล้วก็นี่... อ่านซะ ข้าไม่มีเวลามาอธิบายอะไรมาก” คาโรลเรียกน้องชายที่หลบมุมอยู่ แน่นอนว่าคาร์ลอสก็ติดใจเรื่องคำสั่งเสียน่าสงสัยที่ท่านพ่อของเขาทิ้งไว้

เขายังยืนยันนอนยันกับคาโรลได้ว่าท่านพ่อของเขาไม่ได้คิดจะกีดกันความรักของคาโรลและฟรอยแม้แต่น้อย แต่เขาก็สับสนเช่นกัน ที่จู่ๆ ท่านพ่อก็ลดตัวไปเจรจากับพวกตระกูลอาร์มันโดได้

“จะให้ข้าไปบอกฟรอยไหม ข้าว่าเขาน่าจะควรรับรู้ด้วย” คาร์ลอสอ่านข้อความในมือจบแล้วยื่นคืนแก่คาโรล ในใจก็ห่วงว่าแผนการในครั้งนี้จะพาลทำให้ฟรอยเข้าใจผิด

“ไม่ต้อง ข้าจะบอกเอง เจ้ารีบไปจัดการต้อนรับคนของอาร์มันโดเถอะ เขาอยากมาอยู่ก็ให้อยู่” คาโรลโรลโบกมือเป็นเชิงให้น้องชายตัวดีออกไปทำหน้าที่แทนตน ส่วนตัวเขาจะได้ไปช่วยงานเจ้าคนผมเทาที่น่าจะกำลังลำบาก

คาโรลเก็บข้าวของบนโต๊ะ พอมองเห็นความไม่เป็นระเบียบก็มีเสียงบ่นของคนในห่วงคำนึงลอยมา เขายิ้มกับตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มจัดเก็บข้าวของที่ระแกระกะบนโต๊ะให้เข้าที่

แต่แล้วเขาก็สะดุดเข้ากับกล่องปากกาบนโต๊ะ มันดูใหม่และใหญ่เกินกว่าที่จะเป็นกล่องใส่ปากกาทั่วไป หากแต่ท่านพ่อของเขานิยมการใช้ปากกาขนนกมากกว่าปากการุ่นใหม่ในยุคสมัยนี้ ความสงสัยในใจทำให้มือเขาต้องเอื้อมมือไปเปิดดูสิ่งของข้างในที่อาจจะเป็นของใครสักคนมาลืมวางทิ้งไว้ หรืออาจเป็นของขวัญที่ท่านพ่อของเขาเตรียมไว้ให้คนสำคัญ

ปากกาแท่งงามสลักลวดลายวิจิตรสองด้ามเข้าคู่กัน ลายวิหกบินเกี้ยวมวลบุพผาเมือนำสองแท่งมาวางคู่จะกลายเป็นสองปักษาที่ร่ายรำร่วมกัน นัยน์ตาสีเขียวมองแผ่นกระดาษที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตา ฉับพลันน้ำตาของบุรุษผู้แสนจะเย็นชาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

‘คาโรล พ่อรู้ดีว่าตลอดมาพ่อขัดใจเจ้ามาโดยตลอด ทั้งเรื่องเรียน เรื่องอนาคต พ่ออาจเป็นพ่อที่เห็นแก่ตัวและขี้ขลาดเกินกว่าจะปล่อยให้เจ้าโผบินด้วยตัวเองได้ แต่ตอนนี้ข้าได้รู้แล้วว่าการเฝ้ามองเจ้าเติบโตและมีความสุขนั้นมันก็คือหนึ่งในหน้าที่ของพ่อเช่นกัน

.......................................................................ขอให้มีความสุขกับคนรักของเจ้า     ครูส เรนเดล...............**’

คาโรลซับหยาดน้ำใสบนใบหน้าก่อนจะเก็บของขวัญชิ้นสำคัญในช่องลับของโต๊ะทำงานและเริ่มคิดทบทวนถึงความปรารถนาที่แท้จริงของท่านพ่อของเขา

***

ในห้องพักรับรองที่เงียบเชียบ อับบาสชักสีหน้าไม่พอใจเมื่อพบว่าผู้ที่ควรจะมาดันไม่มา และส่งเจ้าหน้าอ่อนที่พูดเป็นต่อยหอยมาแทน เรือนผมสีดำประกายม่วงที่ซอยสั้นรับกับนัยน์ตาสีเขียวอ่อนที่แสนซุกซน ยิ่งมองยิ่งทำให้ขัดตาจนพาลนึกถึงเจ้าคนหน้านิ่งที่ทำอะไรไม่เคยไว้หน้าเขาเลย

“โอเรียน เรียกชื่อข้าเฉยๆ ก็ได้นะ ไหนลองเรียกดูสิ” คาร์ลอสก็ไม่ได้อยากใยดีกับอับบาส แน่นอนว่าอย่างน้อยก็มีสาวน้อยน่ารักให้สนทนาด้วย ถึงนางจะทำตัวเป็นตุ๊กตาไร้เสียงก็เถอะ

“คาร์ลอส” เสียงแหบสั่นครือเบาๆ เอ่ยพร้อมกับใบหน้าที่ก้มมองถ้วยชาที่เย็นชืด โอเรียนเหลือบมองปฏิกิริยาคนตรงหน้าอย่างเอียงอาย วันนี้เธอเพิ่งจะได้รับรู้ว่าต้องมาเป็นตัวแทนเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลเรนเดล เธอรู้ดีว่าคนในตระกูลส่วนใหญ่ไม่ใคร่จะอยากมาดองกับตระกูลนี้ และมีข่าวลือความน่ากลัวมากมายที่ทำให้เธอรู้สึกกลัว

“โอเรียนขี้อายมาก ข้าหวังว่านางจะปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้ในไม่ช้า ถ้าพี่ชายเจ้าจะสนใจคู่หมั่นมากกว่านี้” อับบาสมองเครื่องมือข้างๆ ที่แข็งเป็นต่ออย่างอารมณ์เสีย สาวๆ ส่วนใหญ่ในตระกูลแต่งงานมีครอบครัวไปเสียหมด ยังดีที่เหลือน้องคนนี้ไว้ให้เขาใช้งาน เพราะหากจะให้ผู้ชายในตระกูลมาถวายตัวให้เรนเดลคงเสียเกียรติของตระกูลนักสู้กันพอดี

อีกประการหนึ่ง ตระกูลอาร์มันโดมีกฎเหล็กที่ลูกชายของคนในตระกูลทุกคนต้องฝึกฝนร่างกายและศาสตร์การต่อสู้ตั้งแต่หัดเดิน การสรรหาหนุ่มน้อยที่จะยอมมาเป็นสะใภ้ตระกูลเรนเดล จึงยากเสียกว่าการงมเศษเข็มในมหาสมุทร!

“ท่านต้องเข้าใจ ตอนนี้มีเหตุการณ์วุ่นวายติดต่อกันมากมาย จะให้ท่านพี่ของข้ามามัวชักช้ากับเรื่องยิบย่อยคงไม่ดี งานใหญ่ที่พระราชาคนปัจจุบันและอดีตพระราชานั้นสำคัญกว่า ท่านก็รู้นี่... อ้อ! อย่าลืมไปแสดงความเคารพต่อท่านฟรอยด้วยล่ะ ได้ข่าวว่าไปทำเขาเดือนร้อนไว้ไม่น้อย อย่างไรก็ควรไปขอโทษก่อนที่ผู้บังคับบัญชาจะเหม็นขี้หน้าซะก่อนดีกว่านะ” คาร์ลอสได้ทีก็กัดอับบาสยาว ทำเอาคนฟังนิ่งอึ่งไปชั่วครู่หนึ่ง

“พระราชาคนใหม่? ผู้บังคับบัญชา?” อับบาสฉงนในใจกับคำเอ่ยที่ดูงงงวยวกวนของเจ้าเด็กบ้าคาร์ลอส

“เฮ้อ ข้าแนะนำให้ท่านรีบกลับไปทำงานทำการของตัวเองก่อนจะตกข่าวนะ ท่านเจ้าบ้านตระกูลอาร์มันโด ป่านนี้ลูกน้องหาตัวกันให้วุ่นแล้วล่ะ” คาร์ลอสยิ้มกริ่ม พร้อมกับเดินมาประคองโอเรียนแสนขี้อายให้ยืนขึ้น

อับบาสไม่อาจเอ่ยสิ่งใด ได้แต่สบถด่าในใจก่อนจะรีบออกจากบ้านตระกูลเรนเดล เพื่อไปอัพเดทข่าวสารและทำงานที่คั่งค้างของตน ทิ้งให้โอเรียนน่าที่หวังคิดว่าพี่ชายจะคอยปกป้องตน แต่กลับหนีหายไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งให้นางต้องอยู่กับผู้ชายตระกูลเรนเดลที่แสนจะน่ากลัว

“พี่เจ้านี่ใจร้ายชะมัด ทิ้งให้น้องสาวอยู่คนเดียวแบบนี้ได้ไง” คาร์ลอสเอ่ยพลางมองสบกับนัยน์ตาสีน้ำตาลที่หลุบต่ำหลบเขาในฉับพลัน

“ข้าจะพาไปดูห้องพัก ถ้าเจ้าอยากได้อะไรเพิ่ม หรือจะตกแต่งอะไรใหม่ให้ส่งคนมาบอกข้า เข้าใจไหม?” คาร์ลอสจับมือนุ่มนิ่มของสาวเจ้าแล้วลากจูงกึ่งฉุดกลายๆ เมื่อดูท่าทางสาวน้อยโอเรียนยังระแวงในตัวเขาอยู่

‘ในตายเถอะ เลี้ยงกระต่ายยังง่ายกว่า’

คาร์ลอสกู่ก้องในใจ ถ้าไม่เห็นแก่หน้าพี่ชาย เขาไม่มีวันญาติดีกับคนของอาร์มันโดเด็ดขาด!

***

ฟรอยมองตรงไปยังประตูบ้านใหญ่ที่เป็นทางเข้าสู่อาณาเขตของคฤหาสน์เรนเดล แต่เขาก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อมีชายผู่ที่ไม่ควรอยู่ที่นี่กลับเดินออกมาจากบ้านาใหญ่ตระกูลเรนเดลอย่างหัวเสีย

ฟรอยเดินตรงไปหาอับบาส เขาไม่ได้มีอะไรจะสนทนาพาทีเป็นพิเศษ เพียงแต่มีข้อราชการที่ต้องประสานงานเท่านั้น

“คุณอับบาสรอก่อนครับ ผมมีเอกสารด่วน ช่วยรับไว้ด้วยครับ” ฟรอยกล่าวเรียก และยื่นเอกสารที่มีตราประทับของราชวงศ์ให้แก่หัวหน้าตระกูลอาร์มันโด

“นี่คงเป็นเรื่องด่วนมากสินะ ...เกี่ยวกับราชาคนใหม่?” อับบาสกล่าวตอบ เขาตกใจเล็กน้อยพบว่าอีกฝ่ายดูโทรมไปมาก

“อ่านรายละเอียดดูก็จะทราบครับ ผมต้องไปส่งอีกหลายที่ ขอตัวก่อนนะครับ” ฟรอยรีบตัดบท อันที่จริงเขาไม่มีอะไรต้องส่งแล้ว แค่เอาเอกสารไปให้กับคนของเรนเดลและไปหาคาโรลเท่านั้น

อับบาสมองท่าทีเหินห่างของฟรอยก็พอจับทางได้ว่าคาโรลต้องบอกอะไรแก่ฟรอยเป็นแน่ แต่มีหรือที่เขาจะไม่มีแผนสำรองและสำรองของสำรองอีกที

“ท่านฟรอย รบกวนช่วยรับนี้ไปด้วยนะ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นเกียรติแก่สองตระกูล” อับบาสยื่นซองจดหมายให้แก่ฟรอย และเขาก็รับมันมาแต่โดยดีด้วยไม่อยากมีปัญหา ก่อนที่ฟรอยจะรีบเดินเข้าไปในบ้านใหญ่ตระกูเรนเดล

และเพียงก้าวเข้าไปใกล้ประตูของคฤหาสน์ เขาก็ต้องพบกับบรรยากาศชวนให้อึดอัดใจ

“ได้ข่าวว่าท่านคาโรลพาเจ้าสาวมาอยู่ด้วย เป็นคนของอาร์มันโด หรือที่มีข่าวลือว่าสองตระกูลจะเกี่ยวดองกันคือเรื่องจริง”

“อ้าวแล้วท่านฟรอยล่ะ ท่านคาโรลกับท่านฟรอยเห็นรักกันจะเป็นจะตาย”

“ยังไงเรื่องมีทายาทก็ต้องยกให้ผู้หญฺงล่ะ ถึงรักกันยังไงท่านคาโรลก็ต้องทำหน้าที่หัวหน้าตระกูลนะ ไม่อย่างนั้นใครจะทำ เจ้าเหรอ”

“ท่านฟรอยใจกว้างคงไม่เป็นไรหรอกน่า”

โสตเสียงซุบซิบที่แววเข้าสู่หูสีเทากระแทกเข้าสู่หัวใจ ความไหวหวั่น และแรงกดดันแปลกประหลาดทำให้ฟรอยต้องรีบจ้ำตรงไปหาเป้าหมาย ข่าวคราวพวกนี้จะจริงเท็จอย่างไร เขาก็ควรได้ยินจากปากเจ้าบ้านตระกูลเรนเดลมากกว่าคนรับใช้หน้าประตู

แต่ไม่ทันจะได้เดินถึงชั้นบน คาโรลก็เข้ามาจับมือเขาจากด้านหลัง ฟรอยหันไปจะทำหน้าดุใส่ชายปากหนัก และเอ่ยสิ่งถามเข้าประเด็นทันที

“คาโรล คุณคิดจะบอกผมเมื่อไหร่ว่าคุณจะแต่งงาน!” ฟรอยมองดุเข้าไปในนัยน์ตีมรกต เขาไม่เคยโกรธใครขาดนี้มาก่อน และตอนนี้ความรู้สึกของเขาเหมือนแก้วบางเฉียบที่กแตะเพียงเบาๆ ก็สามารถสร้างรอยร้าวได้ไม่ยาก

“ใจเย็นก่อน.. ข้ากำลังจะไปบอกเจ้า และที่เจ้าเข้าใจอาจจะไม่ถูกซะทีเดียว” คาโรลยังคงสงบนิ่ง เขาเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายต้องสับสนกับข่าวลืมเกี่ยวกับการแต่งงานของเขา

ฟรอยสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะปล่อยออกมาอย่างแผ่วเบา เขาพยายามควบคุมสติ เพราะรู้ดีว่าเขาควรเชื่อในคำพูดของคนรักมากกว่าข่าวลือจากคนอื่น

“เล่ามาครับ ผมรอฟังอยู่” ฟรอยกอดอกพลางจ้องคุณชายมาดนิ่งไม่ว่างตา เขารู้จักความเจ้าแผนการของคาโรลดี คาโรลอาจมีทางหนีทีไล่อื่นก็เป็นได้

“ที่นี่ไม่เหมาะ กลับบ้านเรา” คาโรลเอ่ยยิ้มๆ พยายามตะล่อมให้คนผมเทาที่นานที่จะของขึ้นสักหน ให้ใจเย็นลงบ้าง

“ผมไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นนะครับ เจ้าชาย ไม่ใช่สิ... ท่านเรดิอาก็รออยู่ รีบบอกมาตรงนี้ เดี๋ยวนี้!!” ฟรอยประกาศคำขาด มือที่ติดซองจดหมายน่าสงสัยมาด้วยพอดี เขาเลยแกะออกอ่านรอเจ้าคุณชายปากแข็งที่กำลังเริ่มเกริ่นอธิบาย

“อาร์มันโดกับเรนเดลมีความบาดหมางกันมานาน ข้อนี้เจ้าคงรู้ดี ท่านพ่อของข้าต้องการให้ทั้งสองตระกูลญาติดีกัน อย่างน้อยในสมัยนี้ที่ท่านเรดิอาขึ้นครองบัลลังก์จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวและอีกอย่าง...ฟรอย.. เจ้าเป็นอะไร!”

ในมือของฟรอยสั่นระริก จดหมายที่อับบาสให้เขามานั้นตอบทุกสิ่งทุอย่าง ความจริงคือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าและคำอธิบายมากมายของอีกฝ่าย คงไม่พ้นการกล่อมให้เขายอมรับเรื่องนี้ เขาต้องยอมรับที่จะให้คนรักของตัวเองไปแต่งงานกับคนอื่นอย่างนั้นหรือ!!

นัยน์ตาสีนิลที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตามองเจ้าของเรือนผมสีมะกอกอย่างเจ็บปวด ฟรอยปาจดหมายกำหนดการงานแต่งหวานชื่นทีสลักชื่อคนรักกับคุณหนูตระกูอาร์มันโดลงพื้น ก่อนจะสะบัดแขนตนออกจากการกอบกุมของอีกฝ่ายและตบท้ายด้วยลูกเตะกวาดสูงเข้าใบหน้าขาวนวลของอีกฝ่ายทันที

“ผมไม่ได้โง่ขนาดที่จะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ตอนนี้ผมรู้สึกแย่มากดันโง่เชื่อใจคนอย่างคุณมาตลอด คุณเคยเห็นค่าของคนอื่นมากกว่าตัวคุณเองบ้างไหม คุณเคยเห็นใจผมบ้างไหม!”

ว่าแล้วฟรอยก็ส่งหมัดเข้าเต็มใบหน้าของคาโรลอีกครั้ง แว่นกรอบเงินแตกกระจาย พร้อมรอยเลือดสีแดงฉาน และความงุนงงที่ฉายชัดอยู่ในแววตา แต่เพราะในหน้ายามปกติของคาโรลนั้นช่างไร้อารมณ์ จึงยิ่งทำให้ผู้ที่กำลังอยู่ในอารมณ์เดือดดาล มองปฏิกิริยาเหล่านี้เป็นเพียงการเสแสร้งเท่านั้น

กว่าคาโรลจะทรงตัวได้ เจ้าของลูกเตะและหมัดตรงก็ได้จากไปเสียแล้ว ทิ้งไว้แต่คราบน้ำตาและกระดาษแผ่นบางที่ปลิวว่อนไปกับสายลม

คาโรลคว้าหยิบจดหมายเจ้าปัญหามาเพ่งอ่านข้อความด้วยสายตาที่เลือนราง แต่ก็พอจับเดาทางได้ว่ามันคือการ์ดแต่งงานของเขากับโอเรียนที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วัน!!

“ไอ้เจ้าอับบาส!!” เสียงคำรามกู่ก้องด้วยความโกรธ คาโรลประคองตัวเองที่บอบช้ำและใช้เวทเลกเรียกแว่นสำรองออกมา ก่อนจะรีบวิ่งตามง้อคนผมเทาที่หลงกลแผนชั่วของคนอื่น!

ติดต่อกันได้อีกทาง ที่ Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/Fey-Fahrenheit-1573151009607005/

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}