Finland (ช้อย)

กลับมาอัพใหม่แล้วนะคะ สำหรับเรื่อง "แสงสว่างแห่งรัก" ที่ห่างหายไปนาน หวังว่านักอ่านที่รักทุกท่านคงจะยังไม่ลืม ปั้น นนท์ ภีม กันนะคะ จะพยายามอัพให้สม่ำเสมอเหมือนกับเรื่องที่ผ่าน ๆ มาค่ะ ช้อยจะปล่อยให้อ่านฟรีจนกว่าจะจบถึงติดเหรียญค่ะ

Chapter 13 : ห้ามใจไม่ได้ ก็เดินหน้าต่อ ภีม-นนท์

ชื่อตอน : Chapter 13 : ห้ามใจไม่ได้ ก็เดินหน้าต่อ ภีม-นนท์

คำค้น : finland,ช้อย, yaoi,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,ธีร์ปิง,รุจ,คิว,หื่น,เด็กแว้นที่รัก,Love you my bad boy,คนคุก,ดอม,คุณ,NC20+,SM,กุมหัวใจมังกร,เล้ง,มังกรม,รักร้ายสไตล์ลูกทุ่ง,เรือง,ครูกานต์,ภูมิ,ขม,แสงสว่างแห่งรัก,the light of love,นนท์,ปั้น,ภีม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.8k

ความคิดเห็น : 78

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ม.ค. 2560 09:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 13 : ห้ามใจไม่ได้ ก็เดินหน้าต่อ ภีม-นนท์
แบบอักษร

 

ภีม...........................

 

เช้าวันต่อมา วันนี้เป็นวันเสาร์ปกติผมกับเพื่อน ๆ มักจะออกไปเที่ยวกัน ไอ้ม่อนโทรมาชวนผมตั้งแต่เช้าแล้ว แต่ผมก็บอกปฏิเสธไป แม้แต่เชอร์รี่ผมก็ขอบาย  ผมนอนเอามือก่ายหน้าผากอยู่บนเตียง แล้วใบหน้าของนนท์ก็เข้ามาอยู่ในหัว ใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้มอยู่เสมอ มองไม่เคยเบื่อ ถึงจะมองนานยังไงนนท์ก็ไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกมองอยู่ พอนึกขึ้นได้แบบนั้น  ผมดีดตัวลุกขึ้นแล้วหาผ้ามาปิดตา  ยืนตั้งสติอยู่นานคิดว่าอะไรอยู่ไหนบ้าง  แล้วเริ่มคลำทาง ผมอยากรู้ว่านนท์เค้าใช้ชีวิตอยู่ในความมืดได้ยังไง 

 

โครม...!! เพล้ง...!!  ปึก.....!!   ผมทั้งเดินชนโต๊ะจนแก้วน้ำตกแตก เดินไปชนผนังบ้าง สะดุดหกล้มบ้าง ทุกอย่างรอบตัวมันมืดสนิท ขนาดเป็นห้องของตัวเองแท้ ๆ ของทุกอย่างหยิบใช้อยู่ทุกวันแต่ผมยังจำหรือกะไม่ได้เลยว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง  ปิดตาแค่ 10-20 นาทีผมก็ไปไม่ถูกแล้ว แต่นี่นนท์กลับอยู่ในโลกมืดมาตั้งแต่เด็ก  คิดแล้วผมก็ทึ่งนนท์ขึ้นมา ตลอดชีวิตเค้าไม่เคยเห็นแสงสว่างเลยด้วยซ้ำ แต่เค้ากลับสามารถดำเนินชีวิตเหมือนกับคนปกติได้  พอคิดได้แบบนั้นผมรีบคว้ากุญแจรถ แล้วลงลิฟท์ไปที่ลานจอดรถ ขับรถมุ่งหน้าไปที่บ้านนนท์ทันที  พอมาถึงซอยบ้านนนท์ ผมค่อย ๆ ขับรถผ่านหน้าบ้าน เหลียวมองเข้าไปข้างในเห็นนนท์กำลังกวาดบ้านอยู่ ผมเลยจอดรถที่ฝั่งตรงข้ามบ้านนนท์ แอบมองนนท์อยู่ในรถ นนท์ทำงานกระฉับกระเฉงเหมือนคนปกติไม่มีผิด กวานบ้านเสร็จก็ถูบ้านต่อ ผมเอาแต่มองนนท์ทำงานอย่างไม่มีเบื่อ ซักพักผมเห็นมีผู้หญิงวัยกลางคนคงจะเป็นแม่นนท์ยื่นเงินให้ นนท์รับใส่กระเป๋า แล้วไปหยิบไม้เท้าเดินออกจากบ้านมา ผมคิดว่านนท์คงจะไปซื้ออะไรซักอย่าง  ผมค่อย ๆ ขับรถตามหลังนนท์ไปห่าง ๆ  เห็นนนท์ใช้ไม้เท้าเคาะไปกับพื้นเพื่อนำทาง  จนนนท์เดินผ่านลานกีฬาอะไรซักอย่าง แล้วมีวัยรุ่นสามสี่คนวิ่งเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังนนท์ไว้ผมรีบเปิดกระจกรถ

 

“นนท์จะไปไหนเหรอ...? ให้เราไปส่งมั้ย...? นะนะ” 

 

“น่ารักจัง วันนี้มาคนเดียวซะด้วย ให้เราไปเป็นเพื่อนนะ”

 

ไอ้พวกเหี้ยนั้นต่างล้อมหน้าล้อมหลังนนท์เอาไว้จนนนท์แทบขยับตัวไปไหนไม่ได้  ผมเห็นแล้วก็จี๊ดขึ้นมาทันที  ผมจอดรถแล้วปรี่เข้าไปหาพวกมัน

 

“เฮ้ย...!! พวกมึงทำเหี้ยอะไรกันวะ...?”   ไอ้พวกนั้นต่างหันมามองผมกันหมด แม้แต่นนท์ยังเอียงหูฟังคงแปลกใจที่เป็นผม

 

“เกี่ยวไรกับมึงห๊ะไอ้สัส....!!”   แล้วมีหนึ่งในนั้นถามผมขึ้น

 

“อ้าว พูดหมา ๆ แบบนี้มันต้องเจอตีนกูซักหน่อย”    ผมปรี่เข้าไปหาพวกมัน

 

ผั๊วะ...!!  ผมซัดปากแม่งไอ้คนที่ด่าผมไปหนึ่งทีจนมันล้มลง

 

อั๊ก.. อั๊ก..!!  ผมเข้าไปเตะมันซ้ำ จนมันตัวงอเป็นกุ้ง 

 

ปากดีนักนะมึง  ผมชี้หน้าด่ามัน ไอ้เหี้ยนั่นเอาแต่นอนคลุกฝุ่นกลิ้งไปมา ส่วนไอ้พวกที่เหลือต่างหน้าซีดหันหน้ามองกันเลิกลั่ก แล้วพากันวิ่งหนี

 

“มึงรีบไปไกล ๆ ตีนกูเลย ก่อนที่กูจะเอาให้มึงแดกอีก”  ผมชี้หน้าบอกไอ้ที่นอนคลุกฝุ่นอยู่ มันรีบลุกแล้วประคองร่างมันวิ่งตามพวกมันไป  ผมเดินเข้าไปหานนท์ที่ยืนงงอยู่

 

“ไม่เป็นไรนะ”  ผมถามไป

 

“ขอบคุณครับพี่ภีม พี่ภีมมาได้ยังไงครับ...?”   นนท์ถามผมขึ้น  ผมจะแถว่าผ่านมาเหมือนครั้งก่อนก็ใช่ที่ เลยบอกไปตามตรง

 

“มาหาเราแหล่ะ”   นนท์ได้ยินก็ขมวดคิ้วชนกัน

 

“พี่ภีมมีธุระอะไรกับผมเหรอครับ...?”  

 

“แล้วเราจะไปไหน..?”   ผมไม่ตอบ แต่เลี่ยงถามเรื่องอื่นแทน

 

“ผมจะไปกินก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยครับ”  นนท์บอกกับผม

 

“พี่หิวพอดี ไปด้วยคนสิ”  

 

“ครับ”  นนท์ได้แต่พยักหน้าท่าทางยังคงแปลกใจไม่หาย  ผมเดินตามนนท์ออกไปหน้าปากซอย พอมาถึงร้านก๋วยเตี๋ยว นนท์ก็ค่อย ๆ คลำที่โต๊ะพาผมนั่ง ผมเลยนั่งลงข้าง ๆ

 

“พี่ภีมจะสั่งอะไรครับ...?”  นนท์เอ่ยถามผมขึ้น

 

“สั่งเหมือนนนท์เลย”   ผมบอกไป  แล้วนนท์ก็สั่งกับพ่อค้า

 

“ออกมาทานที่นี่บ่อยเหรอ...?”   ผมถามนนท์ไป เพราะเห็นพ่อค้าแม่ค้าแถวนี้เหมือนรู้จักนนท์กันเป็นอย่างดี

 

“ครับ มาทานกับปั้นบ่อย ๆ”    ได้ยินชื่อไอ้ปั้นทีไรผมแม่งหัวเสียทุกที  แต่นนท์ไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ผมรู้สึกยังไง  พอพ่อเค้าเอาก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟ  ผมค่อย ๆเลื่อนกล่องช้อนกับตะเกียบไปแตะที่แขนให้นนท์  นนท์ก็เปิดออกมาใช้  ผมเอาแต่จ้องมองดูนนท์ทาน เห็นเค้าคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวหรือแม้แต่ลูกชิ้นอย่างชำนาญ ผมได้แต่นั่งอมยิ้มมองจนลืมทานของผมไปเลย

 

“พี่ภีมไม่ทานเหรอครับ...?”    ผมเลิกคิ้วสูงแปลกใจที่ทำไมนนท์ถึงรู้

 

“ทำไมเราถึงรู้หล่ะ...?”  ผมเลยถามไป

 

“ก็ผมไม่ได้ยินเสียงช้อนหรือเสียงตะเกียบกระทบกับชามอ่ะครับ”  นนท์เงยหน้ายิ้มบอกกับผม 

 

“มันร้อนหน่ะ จะทานเดี๋ยวนี้แหล่ะ”   ผมได้แต่ยิ้มบอกไป 

 

พอทานกันเสร็จ ผมก็เอาแก้วน้ำไปแตะที่แขนนนท์ นนท์ก็คว้าเอาไปดื่ม

 

“จะไปไหนต่อ...?”  ผมกับนนท์เดินออกมาจากร้าน

 

“กลับบ้านครับ เดี๋ยวแม่เป็นห่วง”   นนท์บอกกับผม  แล้วก็ถือไม้เค้าเคาะไปตามทางเพื่อกลับบ้าน ปกติแล้วผมจะเห็นไอ้ปั้นจับมือนนท์เพื่อพาเดินไปไหนมาไหน แต่ผมกลับไม่ทำแบบนั้น ผมปล่อยให้นนท์เดินกลับเอง แต่ผมจะคอยเดินประกบข้าง ๆ ดูแลนนท์อีกที และนนท์ก็ไม่ได้ขอให้ผมช่วยอะไรเลย กลับเดินได้อย่างคล่องแคล่ว

 

“อร่อยมั้ยครับพี่ภีม...?”  นนท์หันมาถามผม

 

“อืม”  ผมตอบกลับไปสั้น ๆ

 

“พี่ภีมโกหก” 

 

“ผมได้ยินพี่ภีมคีบก๋วยเตี๋ยวไม่กี่ที ซดน้ำไปสองสามครั้งเอง”    นนท์ยิ้มแล้วพูดขึ้น  ใช่จริง ๆ ผมไม่หิวเลยซักนิดแค่อยากมาเป็นเพื่อนนนท์เท่านั้น

 

“ก๋วยเตี๋ยวข้างถนนแบบนี้พี่ภีมคงไม่เคยทานใช่มั้ยครับ...?”  แล้วนนท์ก็ถามผมขึ้น

 

“บ้า เคยดิ”  ผมรีบแก้ตัวไป

 

“อีกประมาณห้าก้าวมีหลุมอยู่ข้างหน้า”   ผมบอกกับนนท์  พอถึงหลุมนนท์ก็ค่อย ๆ เบี่ยงหลบแล้วเดินต่อ

 

“ขอบคุณครับ”   เราเดินมาด้วยกันเกือบจะถึงบ้านแล้วบังเอิญมีรถที่วิ่งสวนกันเบี่ยงหลบอะไรซักอย่างขับเข้ามาชิดผมกับนนท์ 

 

ปี้น ๆ ..!!  แล้วเสียงแตรรถก็ดังขึ้น นนท์ตกใจจนไม้เท้าหล่นจากมือ  ผมรีบคว้าตัวนนท์เบี่ยงหลบรถเวรนั่น ผมกอดนนท์เอาไว้แน่น รู้สึกถึงเสียงหัวใจของนนท์ที่เต้นแรงแทบไม่เป็นจังหวะ ผมเองก็ตกใจเช่นกัน

 

“ไม่เป็นอะไรแล้ว”  ผมรู้ว่านนท์คงตกใจกลัว

 

“ขอบคุณครับ”  นนท์บอกกับผมเสียงสั่นเทา

 

“นนท์เป็นอะไรมั้ยลูก...?”   แม่นนท์รีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหา ผมค่อย  ๆ ปล่อยตัวนนท์

 

“แม่ได้ยินเสียงบีบแตรรถตกใจหมด”   แม่นนท์หน้าเสียบอกกับนนท์

 

“ไม่เป็นไรครับแม่ พี่ภีมช่วยผมไว้”   แม่นนท์หันมามองผม

 

“สวัสดีครับ”  ผมยกมือไหว้กล่าวทักทาย

 

“นี่พี่ภีม พี่ที่มหาลัยครับ”   นนท์แนะนำผมให้แม่รู้จัก

 

“ขอบใจมากนะคุณ ถนนในซอยนี้มันแคบเดี๋ยวขุดเดี๋ยวลื้อไม่เสร็จซักที”  แม่นนท์บอกกับผมอย่างเบื่อหน่าย ถนนในกรุงเทพฯก็เป็นแบบนี้ ขุด ๆ ทำ ๆ ไม่รู้จะทำอะไรนักหนา  พอผมเดินมาถึงที่หน้าบ้าน

 

“ไม่ชวนพี่เค้าเข้าบ้านก่อนหล่ะนนท์”   แม่นนท์บอกกับนนท์

 

“พี่ภีมเค้าจะไม่สะดวกเอาหน่ะสิแม่ บ้านเรามันแคบ”   ผมรู้ความหมายที่นนท์พูด

 

“ขอบคุณครับ”   ผมเดินนำหน้านนท์เข้าไปในบ้านก่อนเลย  นนท์กับแม่ก็เดินตามผมเข้ามา

 

“นั่งก่อนค่ะคุณ”   แม่นนท์ยกเก้าอี้เอามาให้ผม

 

“ขอบคุณครับ”  

 

ผมเห็นนนท์เดินไปที่ตู้เย็นแล้วหยิบขวดน้ำค่อย ๆ รินใส่แก้วแต่ไม่ยักกะหก  แล้วเดินเข้ามาหาผม

 

“ดื่มน้ำก่อนครับพี่ภีม”  นนท์ยื่นแก้วน้ำให้กับผม ผมรับแล้วเอามาดื่ม

 

“ขอบใจนะ”  ผมมองไปรอบ ๆ บ้านเป็นบ้านทาวน์เฮาส์สองชั้นไม่เก่าจนเกินไปนัก ถึงแม้จะมีข้าวของมากแต่ก็จัดเก็บไว้เป็นระเบียบเป็นที่เป็นทาง บ้านดูสะอาดสะอ้าน คงเป็นฝีมือนนท์แน่ ๆ

 

“เดี๋ยวแม่จะไปขายของก่อนนะนนท์ วันนี้ไม่ต้องไปช่วยแม่ก็ได้”  แม่นนท์บอกกับนนท์

 

“ครับแม่”  

 

อ่อ  ที่มีถุงวางอยู่หลายถุงเพราะแม่นนท์ขายของนี่เอง  เหมือนนนท์ก็เคยบอกกับผมมาแล้วครั้งนึง พอแม่นนท์ออกไปแล้ว

 

“แม่ขายของเหรอนนท์...?”   ผมถามไป

 

“ครับ แม่ขายของที่ตลาดนัดท้ายหมู่บ้าน”   นนท์บอกกับผม

 

หลังจากที่เราสองคนอยู่ด้วยกันซักพัก ต่างคนต่างไม่รู้จะพูดอะไรกันดี ผมก็ไม่รู้จะถามอะไร นนท์ก็ได้แต่นั่งเงียบ

 

“ถ้างั้นพี่กลับก่อนละกัน”   ผมเลยขอตัวกลับ

 

“ขอบคุณมากนะครับพี่ภีม”  นนท์บอกผมอีกครั้ง

 

“ไม่เป็นไร”   นนท์เดินออกมาส่งผมที่หน้าบ้าน ผมก็เดินไปที่รถ ก่อนที่จะเปิดประตู  จิ๊.......!!!  ผมหันหลังเดินกลับมาหานนท์อีกครั้ง

 

“เดี๋ยวนนท์...!!”  นนท์หันมาหาผม

 

“วันนี้นนท์พาพี่ไปทานก๋วยเตี๋ยว พรุ่งนี้ให้พี่พาไปบ้างได้หรือเปล่า...?”   ผมตัดสินใจถามไป  นนท์นิ่งหยุดคิดซักพัก

 

“ได้ครับ”   ผมได้ยินถึงกับยิ้มกว้างออกมา

 

“พรุ่งนี้สาย ๆ พี่มารับนะ”  

 

 

 

.......................................................................

To be continue........................

.......................................................................

 

 

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอด

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่า

 

ป.ล. วันนี้อัพสองเรื่องควบเหมือนเดิมนะจ๊ะ 

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}