น้ำมิ้ม

ใครชอบแนวดราม่าบีบคั้นอารมณ์..อย่าลืมจิ้มหัวใจ กดแอด Favorite ไว้ด้วยนะจ๊ะ เค้าจะพยายามอัพทุกวัน ...เรื่องนี้พระเอกเป็นแนวดาร์คนะคะ อย่าได้หาความดีมีคุณธรรมจากพี่แก..นางเอกรันทดสุดชีวิต เนื้อหาเข้มข้นทุกตอนจ้า ไรท์เตอร์รับประกัน

ปานดวงใจ ตอนที่ 10 : อยากถูกเธอเรียกว่าแฟนเดินควงแขนเซย์กุ๊ดไนท์

ชื่อตอน : ปานดวงใจ ตอนที่ 10 : อยากถูกเธอเรียกว่าแฟนเดินควงแขนเซย์กุ๊ดไนท์

คำค้น : ทวิกมล , ความลับ , พี่น้อง , สู้ชีวิต , ความรัก , พระเอกร้าย , นางเอกน่าสงสาร , พระรองแสนดี , ปกปิด , เปรมอุรา , ปานดวงใจ , 25+

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ต.ค. 2559 23:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปานดวงใจ ตอนที่ 10 : อยากถูกเธอเรียกว่าแฟนเดินควงแขนเซย์กุ๊ดไนท์
แบบอักษร

 

 ปานดวงใจเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมสันที่กำลังนั่งอมยิ้มน้อยๆอย่างตื่นตะลึง หญิงสาวอยากจะเอื้อมมือมาหยิกแขนตัวเองเพื่อทดสอบดูว่าเธอไม่ได้ฝันไป....

“คะ?...ท่านประธานว่าอะไรนะคะ”

คราวนี้เอกกุลชะโงกหน้าข้ามโต๊ะมาพลางเอ่ยย้ำอีกครั้งใกล้ๆใบหน้าอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงชัดเจน

“นับจากนี้ไปคุณเป็นแฟนผม..ดีมั้ย?”

ปานดวงใจหน้าแดงระเรื่อขึ้นทันที ในขณะที่เอกกุลยังคงเอ่ยต่อไปเรื่อยๆ

“ผมจะให้คุณไปเรียนต่ออย่างจริงจังด้วย ... เรียนไว้ครึ่งๆกลางๆมันคงไม่ดีสักเท่าไหร่ ส่วนเรื่องเงินผมจะเป็นคนออกให้เอง”

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างคิดที่จะช่วยเหลือหญิงสาวอย่างจริงจัง หากปานดวงใจเอ่ยขัดขึ้นอย่างกังวล

“ดิฉันเกรงใจค่ะ...เรื่องเรียนดิฉันจะจัดการเองไม่ให้เดือดร้อนท่านประธาน แค่นี้ท่านประธานก็ต้องมาเดือดร้อนเพราะดิฉันมากพออยู่แล้ว”

ปานดวงใจตอบเสียงแผ่วเบา...หากเอกกุลถามขึ้นอย่างยิ้มๆ

“ถ้าพูดอย่างนี้แปลว่ายอมตกลงเป็นแฟนผมแล้วละซี”

ปานดวงใจไม่กล้าสบตาพราวระยับที่มองมายังเธออย่างเอ็นดู หากในใจนั้นทั้งยินดีและหวาดหวั่นไปพร้อมๆกัน...เพราะในชีวิตเธอ..โชคดีไม่เคยตกมาถึงเธอโดยที่ไม่มีเรื่องร้ายๆตามมา...

.............................................................................................

กวินวัธน์ปิดแฟ้มเอกสารโครงการใหม่อย่างหงุดหงิด เดือนที่ผ่านมาเขาพยายามทำใจให้จรดจ่อกับโปรเจ็คคอนโดใหม่ที่กำลังจะสร้างเพื่อที่จะได้ไม่ต้องนึกถึงปานดวงใจ แต่พอว่างเมื่อไหร่ชายหนุ่มก็อดนึกถึงคำประกาศตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธออย่างขุ่นเคือง ...เขาไม่ดีตรงไหนกันอีกฝ่ายถึงได้รังเกียจกันถึงขนาดที่ไม่ยอมคบหากันแต่โดยดี...

กวินวัธน์ก้มดูกำหนดการงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแห่งใหม่ที่กำลังจะสร้างกลางกรุงเทพฯที่จะจัดขึ้นที่บริษัทในวันนี้....พาร์ทเนอร์คนสำคัญล้วนถูกเชิญมารวมทั้ง บริษัท เอกกุลวัสดุก่อสร้าง ที่ชายหนุ่มแอบคาดหวังลึกๆว่าปานดวงใจจะมาด้วย...

ร่างเพรียวบางของปานดวงใจก้าวเข้ามาในงานจริงๆดังที่ชายหนุ่มคาดหวังไว้ ...หากแล้วจู่ๆกวินวัธน์ก็รู้สึกเหมือนมีใครเอามือมากระชากหัวใจของเขาไป เพราะร่างสูงของเอกกุลก้าวตามเข้ามาพร้อมกับกุมมือเรียวเล็กของหญิงสาวก่อนจะจับจูงกันเดินเข้ามาในงานราวกับเปิดตัวคู่รักอย่างไรอย่างนั้น!

...................................................................

กวินวัธน์ยืนรอให้เอกกุลเดินเข้ามาทักทายเขาพร้อมๆกับปานดวงใจ หญิงสาวดูเหมือนจะชะงักไปเมื่อเห็นอีกฝ่ายอย่างชัดเจน แต่ที่เอกกุลแปลกใจก็คือ หญิงสาวคล้ายกับกำลังพยายามจะดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของเขาอยู่ตลอดตั้งแต่เห็นกวินวัธน์แล้ว

“ยินดีด้วยนะครับคุณวิน...ขอให้โครงการประสบความสำเร็จนะครับ”

เอกกุลยื่นมือออกไปสัมผัสกับอีกฝ่ายอย่างแสดงความยินดี ในขณะที่กวินวัธน์ยิ้มให้พลางตอบกลับอย่างมีมารยาทเช่นกัน

“ขอบคุณมากครับคุณเอก...หวังว่าเราคงจะสามารถเป็นพันธมิตรกันได้ตลอดรอดฝั่งนะครับ”

กวินวัธน์ยื่นมือมาทางคนที่ยืนข้างๆเอกกุล พลางรอให้อีกฝ่ายส่งมือมาจับประสานกันตามธรรมเนียม เอกกุลหันมาพยักหน้าให้ปานดวงใจจึงยอมยื่นมือออกไปอย่างไม่มีทางเลือก ...โดยหารู้ไม่ว่าอาการสบสายตากันเป็นเชิงขออนุญาตนั้นได้จุดระเบิดในหัวของกวินวัธน์จนแทบจะถล่มภูเขาได้ทั้งลูก!

“ยินดีที่ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการครับคุณปานดวงใจ ผมกวินวัธน์ ประธานบริษัท วัฒน์พิภพ...ลูกค้าวีไอพีของคุณ!”

ชายหนุ่มเอ่ยเน้นคำอย่างมีนัยยะจนปานดวงใจหน้าถอดสี มือเรียวเล็กในอุ้งมือหนาของกวินวัธน์ถูกบีบจนแทบจะแหลกคามือ หากปานดวงใจได้แต่กัดฟันทน....จนอีกฝ่ายยอมปล่อยหลังจากจบการทักทายที่น่าอึดอัดนั้น

“เชิญคุณเอกกุลตามสบายนะครับ คิดเสียว่าของของผมก็เหมือนของคุณ ...”

“หมายความว่ายังไงครับ ของของคุณ...”

เอกกุลถามพลางขมวดคิ้ว หากกวินวัธน์แกล้งทำเป็นหัวเราะอย่างอารมณ์ดีก่อนจะอธิบายเสียงนุ่ม

“ก็งานเลี้ยงของผมไงครับ...เชิญคุณเอกกุลตามสบายเลย คิดเสียว่าเป็นงานของคุณเอกเอง ผมคงต้องไปให้สัมภาษณ์นักข่าวแล้ว ขอตัวนะครับ”

กวินวัธน์หันหลังเดินกลับออกไป รอยยิ้มที่ค้างบนริมฝีปากสลายไปราวกับไอน้ำระเหย.... แล้วแกจะได้รู้ว่าการที่มายุ่งกับผู้หญิงของฉันแกต้องแลกกับอะไรบ้าง ...เอกกุล!

..........................................................................

นับตั้งแต่วันที่เอกกุลพาเธอไปเปิดตัวที่งานแถลงข่าวของบริษัท วัฒน์พิภพ ของกวินวัธน์ ปานดวงใจได้แต่หวาดผวามาตลอด เพราะกลัวว่าผู้ชายคนนั้นจะทำเรื่องเลวร้ายสารพัด หากตลอดสามเดือนมานี้ไม่มีวี่แววว่าจะมีเรื่องหรือเหตุการณ์ใดๆที่จะสร้างความเดือดร้อนหรือลำบากใจมาสู่ตัวเธอและเอกกุล ปานดวงใจจึงได้แต่โล่งอก เพราะอย่างน้อยตอนนี้เธอกับเอกกุลก็อยู่ในระหว่างเรียนรู้ที่จะคบกันในฐานะคนรัก หากเอกกุลยังรักษาระยะห่างเอาไว้อย่างคงเส้นคงวาเสมอ เพราะต้องการปูพื้นฐานให้หญิงสาวที่จะก้าวขึ้นมาเคียงคู่กับเขาอย่างสมหน้าสมตา

“นี่เป็นรายงานยอดสั่งซื้อล่วงหน้าและยอดขายที่หน้าร้านตามสาขาต่างๆ คุณเอกจะดูเลยมั้ยคะ”

ปานดวงใจนำแฟ้มเอกสารหนาเข้ามายืนรอชายหนุ่มอยู่หน้าโต๊ะ เอกกุลจึงวางงานในมือลงพลางเอ่ยกับหญิงสาวเสียงนุ่มนวล

“ด่วนมั้ย... ถ้าไม่ด่วนคุณก็วางลงแล้วไปดื่มกาแฟกับผมข้างนอกก่อนเถอะ วันนี้ผมอาจจะต้องประชุมยาว หาอะไรรองท้องก่อนดีกว่า”

ปานดวงใจยิ้มรับแทนคำตอบ ก่อนจะวางแฟ้มรายงานไว้ที่โต๊ะชายหนุ่ม ในขณะที่เอกกุลหันไปคว้าโทรศัพท์มือถือไว้ ก่อนจะเดินอ้อมมาหาหญิงสาวแล้วกุมมืออีกฝ่ายเดินไปพร้อมๆกันอย่างที่เคยทำมาเสมอ แม้ตอนแรกๆปานดวงใจจะเขินอาย หากชายหนุ่มกลับเอ่ยย้ำเสียงหนักแน่น

“คนเราถ้าจะคบกันไม่ควรเริ่มต้นด้วยการปิดบัง...ผมจริงใจที่จะคบกับคุณ ดังนั้นไม่มีอะไรที่จะเปิดเผยไม่ได้”

 

ในเดือนแรกที่คบกัน ...เอกกุลทำอย่างที่ได้เอ่ยออกมาจริงๆ ชายหนุ่มพาปานดวงใจไปพบกับบิดามารดาของเขาที่บ้าน เพื่อให้บุพการีได้รับรู้เรื่องราวจากปากของเขาเองมากกว่าจากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งแม้ว่าเอกกุลจะรับรู้ว่าบิดาและมารดาไม่ค่อยชื่นชอบพื้นเพของหญิงสาวที่เป็นเพียงพนักงานใหม่สักเท่าไหร่ ...หากชายหนุ่มมั่นใจ ... เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ปานดวงใจเป็นที่ยอมรับของครอบครัวให้ได้

“ผมอยากจะขอร้องให้คุณเรียนจนถึงปริญญาโทได้หรือเปล่าคุณปาน เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องห่วง ผมจะจัดการให้”

เอกกุลเอ่ยขึ้นระหว่างนั่งรอกาแฟในร้านเล็กๆหากบรรยากาศร่มรื่นสบายตาและไม่ห่างจากบริษัทมากนัก ปานดวงใจเงยหน้าขึ้นมองคนที่นั่งตรงข้ามพลางนิ่งตรองอย่างรอบคอบ ทำไมเธอจะไม่เข้าใจว่าเอกกุลกำลังพยายามทำอะไร .... ผู้หญิงที่จะมายืนเคียงข้างเขาต้องมีคุณสมบัติที่ “ดี” มากพอให้คนรอบตัวของเขายอมรับได้ด้วย ... ความรักระหว่างเขากับเธอไม่ใช่แค่เรื่องระหว่างคนสองคนเท่านั้น!

ดังนั้นปานดวงใจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะยิ้มรับ พลางเอ่ยกับชายหนุ่มอย่างเข้าใจ

“ปานจะทำเพื่อคุณค่ะคุณเอก .... อย่างน้อยพอปานเรียนจบกลับมาทำงานที่นี่ ปานอาจจะได้เงินเดือนเพิ่มบ้าง”

ประโยคสุดท้ายหญิงสาวแกล้งเอ่ยกระเซ้าเมื่ออีกฝ่ายยังทำหน้านิ่วคิ้วขมวด จนเอกกุลค่อยๆคลี่ยิ้มออกพลางแซวกลับบ้าง

“ไม่ใช่แค่เลื่อนเงินเดือน แต่จะเลื่อนตำแหน่งให้ด้วย ...พอเรียนจบปุ๊บ! จะบรรจุให้ในตำแหน่งภรรยาประธานบริษัท เอกกุลวัสดุก่อสร้างเลย... ดีมั้ยครับคุณเลขา...”

เอกกุลเย้าเสียงหวานจนปานดวงใจหน้าแดงขึ้น พลางเอ่ยตอบชายหนุ่มอย่างสุขใจ

“ปานจะตั้งใจเรียนสุดชีวิตเลยค่ะคุณเอก...เรียนจนจบด็อกเตอร์ไปเลย ดีมั้ยคะ...”

“ไม่เอา...นานไป...ผมก็ได้รอจนแก่กันพอดี”

เอกกุลหัวเราะเบาๆพลางมองหญิงสาวด้วยดวงตาหวานระยับในขณะที่มือหนายังคงกุมมือหญิงสาวเอาไว้

“ผมดีใจที่คุณเข้าใจผมนะคุณปาน...”

 ปานดวงใจบีบกระชับมืออีกฝ่ายแทนคำตอบ ราวกับต้องการยืนยันว่าเธอจะไม่ปล่อยมือที่แสนอบอุ่นและเมตตาให้โอกาสเธอครั้งแล้วครั้งเล่าคู่นี้ไปไหนง่ายๆ ต่อให้มีอุปสรรคมากมายเพียงใดก็ตาม....

......................................................................

เอกกุลก้มหน้าอ่านเอกสารทวนกลับไปกลับมาไม่ต่ำกว่าสามรอบ พลางเอ่ยถามหัวหน้าการตลาดเสียงเข้ม

“นี่มันหมายความว่ายังไงกันคุณสุชาติ ... ทำไมรายงานการสั่งซื้อรอบใหม่ถึงยอดหายไป 50% แบบนี้”

“คือ....เท่าที่ผมตรวจสอบเทียบกับเดือนก่อนๆ ... น่าจะเป็นเพราะรอบไตรมาสนี้ไม่มียอดออเดอร์จากคุณกวินวัธน์ครับ”

นายสุชาติเอ่ยเสียงเครียด หากเอกกุลนั้นแทบกุมขมับ...พลางเปิดเอกสารเทียบอย่างหงุดหงุด ยอดสั่งซื้อล็อตสุดท้ายเมื่อสามเดือนก่อนเพิ่งถูกจ่ายเงินปิดยอดงวดสุดท้ายมาเมื่อสิ้นเดือนที่แล้ว หากเดือนนี้ยังไม่มีวี่แววว่าลูกค้าระดับซูเปอร์วีไอพีคนนี้จะสั่งซื้อรอบใหม่มาเสียด้วย

“แล้วทำไมเมื่อสามเดือนก่อนไม่มีใครรายงานผมว่าลูกค้าจะปิดจ๊อบกับเรา ... ใครดูแลคุณวิน ทำไมถึงปล่อยให้เขาเคลียร์บิลไปง่ายๆโดยไม่เปิดดีลใหม่...”

เอกกุลถามเสียงห้วน ในขณะที่สุชาติได้แต่กลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอไร้ซึ่งคำแก้ตัวใดๆ  เอกกุลปิดแฟ้มเอกสารอย่างแรง ก่อนจะเอ่ยสั่งเสียงเข้มอย่างหัวเสีย

“คุณไปจัดการนัดคุณกวินวัธน์ให้ผมเร็วที่สุด... ผมจะเข้าไปพบลูกค้าเอง....”

 นายสุชาติรับคำพลางถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เอกกุลก้มลงพิจารณาเอกสารรายชื่อลูกค้าอย่างครุ่นคิด...หากกวินวัธน์เกิดเปลี่ยนใจไปเป็นพันธมิตรกับบริษัทอื่น ...ถ้าข่าวรั่วออกไปมีหวังหุ้นตกแบบติดลบไปเป็นปีแน่....

..................................

“ถ้าคนของบริษัทเอกกุลมา คุณแจ้งเขาด้วยว่าผมไม่ว่างไปจนถึงสิ้นปี ..ไม่รับนัดใครทั้งสิ้น”

กวินวัธน์สั่งศรุตาที่นั่งหน้าห้องทำงานของเขาอย่างเข้มงวด ก่อนจะเดินหายเข้าห้องทำงานไป ศรุตามองตามเจ้านายไปอย่างงงๆหากไม่กล้าแม้แต่จะคิดถาม เพราะช่วงนี้กวินวัธน์ดูจะฉุนง่ายเป็นพิเศษ แต่บางครั้งก็ดูจะเงียบขรึมจนแทบจะไม่พูดกับใคร จนหญิงสาวได้แต่บ่นในใจ ก็เพราะทำตัวแบบนี้คุณชาลิตาคู่หมั้นถึงไม่ยอมแต่งงานด้วยสักที!

...แม้จะเข้าห้องทำงานมาแต่กวินวัธน์กลับไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน หากกำลังรอการติดต่อจากใครบางคนอย่างใจจดใจจ่อ...ให้มันรู้ไปว่าคุณจะทนเห็นไอ้เอกกุลมันเดือดร้อนเพราะคุณได้..ปานดวงใจ!

กวินวัธน์ยื้อเวลาเล่นตัวได้แค่หนึ่งเดือน เอกกุลก็เป็นฝ่ายเข้ามาหาเขาเอง โดยชายหนุ่มเข้ามารอเขาแต่เช้า หากกวินวัธน์กลับเลี้ยวรถออกจากบริษัททันทีที่เลขาส่งข้อความมาบอกว่าเอกกุลมารอขอพบ ....

“วันนี้เจ้านายไม่เข้าบริษัทค่ะ”

ศรุตาเอ่ยขึ้นหลังจากที่แกล้งทำทีเป็นเปิดตารางนัดหมายของเจ้านายตน แต่จริงๆแล้วแอบส่งข้อความลับไปบอกกวินวัธน์แล้ว

เอกกุลมองเลขาสาวตรงหน้าอย่างคลางแคลงใจ พลางเอ่ยถามอย่างเคร่งเครียด

“แล้ววันอื่นล่ะ...คุณช่วยดูให้หน่อยได้มั้ยว่าคุณวินว่างวันไหน ผมติดต่อคุณวินไม่ได้เลย”

“ช่วงนี้ท่านประธานติดงานโครงการคอนโดหรูที่จะเปิดใหม่ค่ะ ส่วนใหญ่แล้วท่านจะไม่เข้าบริษัท เอาอย่างนี้ดีกว่าค่ะ คุณเอกว่างวันไหนคะดิฉันจะแจ้งท่านประธานให้ถ้าหากว่าท่านเข้ามา”

“ผมพร้อมทุกเวลา ถ้าคุณวินเข้าบริษัทเมื่อไหร่คุณช่วยโทรหาผมก็แล้วกัน ผมจะรีบมาพบ”

เอกกุลถามพลางส่งนามบัตรให้หญิงสาว ก่อนจะหันไปทางปานดวงใจที่นั่งมองเหตุการณ์ทุกอย่างอย่างเงียบๆและครุ่นคิด

“วันนี้เรากลับกันก่อนเถอะคุณปาน ... ผมมีนัดกับลูกค้าจากเวียดนามตอนสิบโมงเช้า เดี๋ยวผมแวะไปส่งคุณที่สาขาก่อนแล้วคุณค่อยรอเอาเอกสารจากผู้จัดการสาขาตามไปให้ผมที่โรงแรมของลูกค้านะ”

“ฉันไปรถไฟฟ้าเองสะดวกกว่าค่ะ คุณรีบไปตามนัดกับลูกค้าเถอะ ไม่ต้องห่วงปานนะคะ ปานจัดการได้”

เอกกุลมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างกังวล หากปานดวงใจเอ่ยย้ำพลางชี้ที่นาฬิกาที่เข็มยาวชี้เลข 6 ในขณะที่เข็มสั้นเลยเลขเก้าไปแล้ว

“ปานจะเอาเอกสารไปให้คุณอย่างครบถ้วนแน่นอนค่ะ...คุณรีบไปเถอะ”

ปานดวงใจเดินไปส่งชายหนุ่มถึงรถ ก่อนจะหันหลังกลับเข้ามาในบริษัท วัฒน์พิภพ อีกครั้งเมื่อรถของเอกกุลหายลับออกไปจากสายตาแล้ว หญิงสาวเดินไปหาเลขาหน้าห้องของกวินวัธน์พลางยื่นนามบัตรของตัวเองให้อีกฝ่ายไว้

“ฝากบอกเจ้านายของคุณด้วย...เล่นสกปรกแบบนี้ไม่สมควรเรียกว่า...ลูกผู้ชาย!”

 

 .......................................................

 

กวินวัธน์มองนามบัตรในมือตัวเองอย่างสมใจ...ก่อนจะกดเบอร์ที่โชว์อยู่บนนามบัตรนั้นด้วยแผนการในหัวสารพัด หากสิ่งแรกที่เขาจะทำคือ ...ปานดวงใจจะต้องได้รู้ว่า รสชาติของการปฏิเสธเขาและกล้าไปมีผู้ชายคนใหม่นั้นมันเป็นอย่างไร!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น