Finland (ช้อย)

กลับมาอัพใหม่แล้วนะคะ สำหรับเรื่อง "แสงสว่างแห่งรัก" ที่ห่างหายไปนาน หวังว่านักอ่านที่รักทุกท่านคงจะยังไม่ลืม ปั้น นนท์ ภีม กันนะคะ จะพยายามอัพให้สม่ำเสมอเหมือนกับเรื่องที่ผ่าน ๆ มาค่ะ ช้อยจะปล่อยให้อ่านฟรีจนกว่าจะจบถึงติดเหรียญค่ะ

Chapter 12 : ห้ามใจตัวเองไม่ได้

ชื่อตอน : Chapter 12 : ห้ามใจตัวเองไม่ได้

คำค้น : finland,ช้อย, yaoi,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,ธีร์ปิง,รุจ,คิว,หื่น,เด็กแว้นที่รัก,Love you my bad boy,คนคุก,ดอม,คุณ,NC20+,SM,กุมหัวใจมังกร,เล้ง,มังกรม,รักร้ายสไตล์ลูกทุ่ง,เรือง,ครูกานต์,ภูมิ,ขม,แสงสว่างแห่งรัก,the light of love,นนท์,ปั้น,ภีม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.1k

ความคิดเห็น : 55

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2560 09:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 12 : ห้ามใจตัวเองไม่ได้
แบบอักษร

 

 

ภีม.......................

 

หลายวันต่อมา ตั้งแต่ผมมีเรื่องชกต่อยกับไอ้เหี้ยปั้นผมก็ไม่ค่อยได้คุยกับนนท์ซักเท่าไหร่ เพราะไอ้ปั้นมันตามนนท์แจ เห็นนนท์ที่ไหนก็จะเห็นมันอยู่ที่นั่นด้วย ผมเลยเซ็ง ๆ  หลังเลิกเรียนวันนี้หยีไม่ได้เอารถมาผมเลยไปส่งหยีที่บ้าน 

 

“พี่ภีมไม่มีอะไรจะบอกกับหยีเหรอคะ..?”  หยีหันมายิ้มถามผมขณะที่ผมขับรถไปส่งเธอที่บ้าน 

 

“หืม.....บอกอะไรเหรอ..?”  ผมเลิกคิ้วสูงสงสัย

 

“พี่ภีมไม่ได้ชอบหยีใช่มั้ยคะ..?”  แล้วหยีก็พูดขึ้น

 

“ทำไมเราถามแบบนั้น..?”  ผมถามหยีกลับ ผมเห็นหยีถอนหายใจยาว แล้วหันมามองผม

 

“พี่ภีมชอบนนท์”   ผมได้ยินถึงกับสะอึก  ผมหันไปมองหน้าหยีแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรไป

 

“หยีรู้มานานแล้วค่ะ ที่พี่ภีมเข้าหาหยีเพราะอยากอยู่ใกล้นนท์”  

 

“ตอนแรกหยีคิดว่าหยีคงคิดไปเอง แต่พอวันที่เกิดเรื่องกับพี่เชอร์รี่ หยีเห็นพี่ภีมเป็นห่วงนนท์มาก พี่ภีมเก็บอาการไม่อยู่เอาซะเลย”   หยีหันมายิ้มบอกกับผม คำพูดหยีเหมือนผมตบหน้าเข้าอย่างจัง ผมได้แต่นิ่งเงียบฟังที่หยีพูด

 

“พี่ขอโทษ”   ผมรู้สึกผิดกับหยีจริง ๆ

 

“ไม่เป็นไรค่ะ แต่นนท์เค้ามีปั้นแล้วนะคะพี่ภีม”   คำนี้ของหยีเสียดแทงใจผมจริง ๆ ผมก็รู้อยู่เต็มอก  ผมขับรถมาจอดที่หน้าบ้านหยีพอดี 

 

“หยีไม่โกรธพี่เหรอ.?”  ผมหันไปถามหยี 

 

“ไม่โกรธหรอกค่ะพี่ภีม แต่หยีเป็นห่วงพี่ภีมมากกว่า”   หยีหันมาบอกกับผม แล้วเดินลงจากรถไป ผมมองตามหลังหยี หยีเป็นเด็กดีผมไม่น่าไปล้อเล่นกับความรู้สึกของหยีแบบนี้เลย ผมเสียใจจริง ๆ ปกติแล้วผมไม่เคยรู้สึกผิดกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน

 

ตอนนี้ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมคิดยังไงกับนนท์กันแน่ ผมก็เป็นผู้ชายนนท์ก็เป็นผู้ชาย ผมไม่เคยมีความรู้สึกดี ๆ กับผู้ชายมาก่อน แต่พอมาเจอนนท์ความรู้สึกมันต่างออกไป อยู่ใกล้นนท์แล้วผมมีความสุข มีความสุขที่ได้มองเค้าทำโน่นทำนี่ จ้องมองเค้าเป็นเวลานาน ๆ ได้โดยไม่เคอะเขิน อาจเป็นเพราะนนท์เค้ามองไม่เห็นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกำลังมองเค้าอยู่ เค้าเป็นผู้ชายที่น่าเอ็นดู น่าทะนุถนอม  บอบบางเกินกว่าจะทำให้เจ็บหรือเสียใจได้  คิดถึงนนท์ขึ้นมาทีไรหน้าไอ้เหี้ยปั้นก็ลอยเข้ามาขัดทุกที  ผมคงต้องกลับมาตั้งหลักใหม่ ถอยห่างกลับมาอยู่ที่ของผมเหมือนเดิมซักที นนท์ก็มีไอ้ปั้นคอยดูแลอยู่แล้ว

 

......................................

 

ปั้น.........................

 

ผมนอนกอดนนท์อยู่บนเตียงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีซักเท่าไหร่

 

“นายอย่างอแงดิปั้น ไปไม่กี่วันเอง”   นนท์บอกกับผม ผมกำลังเครียดกับการที่จะต้องไปรับน้องต่างจังหวัดในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้  ผมไม่อยากจะไปเลยซักนิด แต่มันเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ

 

“เราไม่อยากไป”  ผมบอกกับนนท์เป็นรอบที่สิบแล้ว

 

“ไม่ไปเดี๋ยวก็โดนรุ่นพี่เพ่งเล็งเอาหรอก”  นนท์บอกกับผม นนท์เป็นนักศึกษาพิเศษไม่ต้องรับน้องอะไร 

 

“เราเป็นห่วงนายนี่”  ผมกระชับอ้อมกอด

 

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก หยี แก้ม ไมค์ก็อยู่”    นนท์บอกกับผมเพื่อให้สบายใจ

 

“เรื่องนั้นเราไม่ห่วง”    ที่ผมห่วง ห่วงเรื่องไอ้เหี้ยภีมนั่นต่างหาก แต่ผมก็ไม่กล้าพูดออกไป นับจากเกิดเรื่องชกต่อยกันวันนั้น มันก็ไม่เข้ามาวุ่นวายกับนนท์อีก ผมก็พลอยหายห่วงไปได้บ้าง

 

“เราคงคิดถึงนายแย่”  ผมบอกไป

 

“อย่ามาเยอะ”  นนท์หันมาบอกกับผม

 

จุ๊บ...!! ผมหมั่นเขี้ยวเลยจูบนนท์ไปเบา ๆ

 

“นายสัญญาก่อนนะว่าจะดูแลตัวเองดี ๆ”   ผมบอกกับนนท์ไป

 

“อื่อ”  นนท์ยิ้มบอกกับผม

 

พอถึงวันศุกร์ผมก็ต้องไปรับน้องที่ต่างจังหวัดโดยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ใจผมอยู่กับนนท์ ผมไม่อยากไปเลยซักนิด

 

......................................................

 

ภีม..................................

 

สองสามวันมานี้ผมพยายามออกห่างจากหยี เพราะหยีรู้แล้วว่าผมคิดยังไง ผมรู้สึกผิดกับหยีด้วย

 

“เป็นเหี้ยอะไรของมึงห๊ะไอ้เสือ...? นั่งเป็นหมาเหงาไปได้”    ไอ้ม่อนเดินเข้ามาตบที่ไหล่ผม ผมหันไปมอง

 

“มึงเคยชอบใครแล้ว พอไม่ได้เจอ........”  ผมไม่พูดต่อ

 

“ไอ้ภีม คนอย่างมึงเนี่ยนะมานั่งอมทุกข์เพราะเรื่องสาว ๆ กูเห็นเชอร์รี่ตามติดมึงแจ คิดถึงก็ไปหาเค้าดิ”   ไอ้ม่อนมันบอกกับผมพร้อมกับเข้ามานั่งใกล้ ๆ

 

“ถ้าเป็นเชอร์รี่ก็ดีอ่ะดิ”  ผมบ่นออกมาเบา ๆ

 

“มึงว่าอะไรนะ...?”  ไอ้ม่อนมันคงไม่ได้ยิน

 

“ช่างแม่งเหอะ”  ผมบอกมันไป

 

“เออ กูได้ข่าวมาว่าไอ้เหี้ยปั้นมันไปรับน้องที่ชะอำ ตอนนี้นนท์ก็อยู่คนเดียว หมดเสี้ยนหนามกูซักที แม่งไอ้เหี้ยนั่นเป็นเหมือนหอกข้างแคร่กูซะจริง ๆ ”  ไอ้ม่อนพูดด้วยแววตาที่มีความหวัง

 

“แต่ยังมีไอ้ไมค์”  ผมยักคิ้วบอกกับมันไป

 

“เออโว้ย ไอ้เด็กเหี้ยนั่นก็อีกคน กวนส้นตีนกูชิบหาย ซักวันกูจะเอาให้มันแดก”   ไอ้ม่อนเปลี่ยนอารมณ์ขึ้นมาทันที

 

ว่าแต่ทำไมผมได้ยินที่ไอ้ม่อนมันบอกผมกลับดีใจขึ้นมา มันเหมือนอยากถอยแต่กลับเหมือนมีทางให้เดินต่อไปได้อีก เฮ้ออออออ  ผมได้แต่นั่งถอนหายใจยาว

 

RRRRRRRRRRRRRRRRRRRR

 

แล้วเสียงโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น ผมล้วงออกมาดู ถ้าเป็นเชอร์รี่ผมกะจะไม่รับ แต่กลับเป็นหยีโทรมา ผมคิดว่าหยีคงโกรธผมแล้วซะอีก

 

“มีอะไรครับหยี..?”   ผมทักไปก่อน

 

“พี่ภีมว่างมั้ยคะ วันนี้วันศุกร์ไปฉลองกันหน่อยมั้ย..?”   หยีเอ่ยชวนผม 

 

“เอาสิ พี่ไม่มีเรียนพอดี เดี๋ยวไปหานะ”  

 

พอวางสายจากหยี

 

“จะไปไหนอีกไอ้ภีม..?”  ไอ้ม่อนเหล่ตามองผม

 

“กูจะออกไปข้างนอกกับหยี มึงจะไปด้วยมั้ยวะ..?”  ผมถามมันขึ้น

 

“หึ ถ้ามีนนท์ไปด้วยก็ว่าไปอย่าง”   มันบอกกับผม  แล้วผมก็แยกกับไอ้ม่อนเพื่อไปหาหยีที่หน้าตึกคณะ

 

พอมาถึง เห็นหยีกับเพื่อน ๆ นั่งรอผมก่อนแล้ว ผมยิ้มกว้างขึ้นมาทันทีเมื่อนนท์ก็อยู่ด้วย ผมเดินเข้าไปหา

 

“ยิ้มอะไรคะพี่ภีม...?”   หยีอมยิ้มเอ่ยทักกับผม ผมรีบหุบยิ้มทันที

 

“พวกเราวันนี้พี่ภีมจะพาไปเลี้ยงด้วยหล่ะ”  แล้วหยีก็พูดขึ้น

 

“ห๊ะ..!! อะไรนะ..?”  ผมทำหน้าเลิกลั่ก เพราะยังไม่ได้คุยอะไรกับหยีเลย  หยีเดินเข้ามากระซิบผม

 

“ถ้าพาไปเลี้ยงหยีก็จะไม่โกรธเรื่องที่พี่ภีมหลอกหยี” หยียักคิ้วบอกกับผม

 

“ได้ๆๆ”   ผมรีบบอกไป

 

“หยี เราขอตัวนะ”   แล้วนนท์ก็พูดขึ้น  จากที่อารมณ์ดีๆ ตอนนี้เริ่มเซ็งขึ้นมาทันที

 

“ทำไมล่ะนนท์แก้มกับไมค์ก็ไป”   หยีถามกับนนท์

 

“เราจะกลับไปอ่านหนังสือหน่ะ วันจันทร์มีสอบ”  นนท์บ่ายเบี่ยง  ผมรู้ได้ทันทีว่าไอ้เหี้ยปั้นมันต้องสั่งนนท์เอาไว้แน่ ๆ จะมาอ่านทำไมวันนี้ หยุดตั้งสองวันค่อยอ่านก็ได้

 

“เค้าคงไม่อยากไปกับเรามั้งหยี”   ผมพูดออกไป

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ”   นนท์เริ่มมีสีหน้าเป็นกังวลขึ้นมา

 

“อย่าไปบังคับเค้าเลย งั้นพวกเราไปกันเถอะ”   ผมไม่อยากเห็นนนท์ต้องลำบากใจ ผมเลยพูดตัดบทออกไป

 

สุดท้ายนนท์ก็ไม่ได้ไปกับพวกเรา  พอทานข้าวเสร็จผมก็ไปส่งหยีกลับบ้านเหมือนเคย ส่วนไอ้ไมค์กับแก้มก็ขอตัวแยกกันกลับ

 

“พี่ภีมคิดถึงนนท์เหรอคะ...?”    หยีเป็นผู้หญิงที่เดาใจเก่งที่สุด

 

“ทำไมเหรอ..?”  ผมหันไปถาม

 

“ดูพี่ภีมไม่มีความสุขเอาซะเลย  เหม่ออยู่ตลอดเวลา”    

 

“พี่ภีมตัดสินใจดีแล้วเหรอคะ...?”  แล้วหยีก็ถามผมขึ้น

 

“เรื่อง....?”   ผมเลิกคิ้วสูงถามกับหยีไป

 

“เรื่องนนท์”   หยีหันมาตอบกับผม

 

“นนท์เค้ามีปั้นแล้วนะคะพี่ภีม แต่ดูเหมือนพี่ภีมยังตัดใจไม่ได้ หยีก็ไม่รู้จะช่วยพี่ภีมยังไงดีเหมือนกัน”   หยียิ้มบอกกับผม 

 

“เป็นหมอดูรึไงห๊ะเรา...?”   ผมเอื้อมมือไปขยี้หัวหยีเบา ๆ

 

“หยีเข้าใจพี่ภีมนะคะ หยีว่าไม่แปลกใครที่อยู่ใกล้นนท์ต่างก็ชอบนนท์กันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้กระทั่งพี่ภีม”    เรื่องนี้ผมยากที่จะปฏิเสธจริง ๆ

 

“เอาเป็นว่าพี่ภีมสู้ ๆ นะคะ หยีจะคอยเชียร์ทั้งปั้นทั้งพี่ภีมเอง”   หยียิ้มแล้วชูสองนิ้วบอกกับผม  แล้วลงจากรถเดินเข้าบ้านไป

 

ผมนึกถึงคำพูดของหยีขึ้นมา ผมตัดใจจากนนท์ไม่ได้จริง ๆ เหรอ..? หรือว่าผมคงชอบนนท์เข้าให้แล้ว   พอคิดได้แบบนั้นผมก็เป็นห่วงนนท์ขึ้นมาทันที วันนี้ต้องกลับบ้านเองด้วย ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรออก นี่เป็นครั้งแรกที่ผมโทรหานนท์

 

“สวัสดีครับ”  นนท์รับสาย เค้าไม่รู้หรอกว่าใครโทรหา

 

“กลับถึงบ้านรึยัง...?”    ผมอดเป็นห่วงไม่ได้ นนท์นิ่งไปซักพักเหมือนกับตกใจว่าทำไมผมถึงโทรหาได้

 

“เอ่อ คือ ถึงแล้วครับ ขอบคุณครับ”   นนท์ตอบกับผม

 

“โทษทีพี่ขอเบอร์มาจากหยีหน่ะ”  ผมรู้ว่านนท์คงสงสัยเรื่องนี้อยู่ ที่จริงแล้วผมเมมเบอร์นนท์ไว้ตั้งนานแล้ว

 

“ไปเที่ยวสนุกมั้ยครับ...?”  แล้วนนท์ก็ถามผมขึ้น

 

“ไม่เลย”  ผมบอกไปตามตรง

 

“ขอโทษนะครับที่ผมไม่ได้ไปด้วย”   นนท์คงคิดเรื่องนี้อยู่

 

“ไม่เป็นไร วันหลังค่อยไปก็ได้”  ผมบอกไป

 

คุยกันได้ซักพักผมก็วางสายแล้วขับกลับคอนโดฯ นนท์ถึงบ้านผมก็หมดห่วงแล้ว

 

เฮ้อออออ สงสัยผมคงเป็นเอามากจริง ๆ อย่างที่หยีบอก

 

 

 

.....................................................................................

To be continue............................

.....................................................................................

 

 

กราบขอบพระคุณที่กรุณาติดตามมาตลอดนะคะ

1 เม้น  = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่า

 

 

 

finland (ช้อย)

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น