น้ำมิ้ม

ใครชอบแนวดราม่าบีบคั้นอารมณ์..อย่าลืมจิ้มหัวใจ กดแอด Favorite ไว้ด้วยนะจ๊ะ เค้าจะพยายามอัพทุกวัน ...เรื่องนี้พระเอกเป็นแนวดาร์คนะคะ อย่าได้หาความดีมีคุณธรรมจากพี่แก..นางเอกรันทดสุดชีวิต เนื้อหาเข้มข้นทุกตอนจ้า ไรท์เตอร์รับประกัน

ปานดวงใจ ตอนที่ 8 : ผลประโยชน์ต่างตอบแทน

ชื่อตอน : ปานดวงใจ ตอนที่ 8 : ผลประโยชน์ต่างตอบแทน

คำค้น : ทวิกมล , ความลับ , พี่น้อง , สู้ชีวิต , ความรัก , พระเอกร้าย , นางเอกน่าสงสาร , พระรองแสนดี , ปกปิด , เปรมอุรา , ปานดวงใจ , 25+

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ต.ค. 2559 20:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปานดวงใจ ตอนที่ 8 : ผลประโยชน์ต่างตอบแทน
แบบอักษร

 

เอกกุลนั่งมองลูกค้าคนสำคัญอย่างนายสิริวัฒน์ด้วยสีหน้าลำบากใจ ...เมื่อชายสูงวัยตรงหน้าเอ่ยคำขอร้องแกมบังคับ

“ผมคิดว่าคุณเอกควรจะจัดการลงโทษพนักงานของบริษัทอย่างเด็ดขาด...เด็กคนนี้พูดจาไม่ดีกับผม แถมยังไม่มีสัมมาคารวะ และทำเรื่องเสียมารยาทกับลูกค้าของบริษัท ไม่สมควรที่จะได้รับโอกาสให้ทำงานต่อไป"

นายสิริวัฒน์เอ่ยเสียงเคร่ง หากเอกกุลยังคงฟังเงียบๆพลางสงสัยไม่หาย...ทำไมถึงต้องเจาะจงให้ไล่ปานดวงใจออกด้วยเหตุผลแค่เรื่องไม่มีมารยาท...

“ผมต้องขอโทษแทนลูกน้องของผมด้วยที่ทำเรื่องเสียมารยาทกับคุณสิริวัฒน์ ...ผมจะตักเตือนผู้ช่วยเลขาของผมเองครับ...แต่ผมเป็นคนให้โอกาสคน เด็กคนนี้เพิ่งเข้าทำงานใหม่ ยังสามารถอบรมสั่งสอนเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ครับ ถ้ามีครั้งหน้าผมจะจัดการลงโทษขั้นเด็ดขาดเอง คุณสิริวัฒน์สบายใจได้”

เอกกุลพยายามเอ่ยอย่างกลางๆ พลางหันไปมองโต๊ะทำงานของเลขาและผู้ช่วยเขาอย่างประหลาดใจ วันนี้ปานดวงใจไม่มาทำงานเป็นครั้งแรกตั้งแต่ทำงานมาสามเดือน

นายสิริวัฒน์ จ้องมองเอกกุลด้วยสีหน้าไม่พึงพอใจ หากไม่กล้าเผยท่าทีออกมามากด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะจับพิรุธได้ จึงได้แต่ออกปากย้ำอีกครั้งอย่างหงุดหงิด

“ผมว่าแค่คุณเอกตักเตือนอาจจะยังไม่ดีพอ ทางที่ดีให้แม่เลขานั่นมาขอโทษผมเป็นการส่วนตัว ผมถึงจะพอใจ”

เอกกุลขมวดคิ้วกับคำเอ่ยนั้น ก่อนจะตอบกลับชายสูงวัยตรงหน้าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากตัดรอนอย่างสุภาพ

“เรื่องนี้เป็นความผิดของผมที่ผมไม่อบรมพนักงานให้ดีจนทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทต้องเสียงชื่อ ดังนั้นผมจะขออนุญาตจัดการคนของผมและเรื่องภายในบริษัทของผมให้เรียบร้อยก่อน ไม่อย่างนั้นผมคงไม่มีหน้าไปไปลงโทษเด็กๆได้ถ้าตัวผมเองยังไม่ได้จัดการตักเตือนสั่งสอนพนักงานของผม ขอให้คุณสิริวัฒน์วางใจ ผมจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองจนสุดความสามารถ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรบกวนให้คุณสิริวัฒน์ต้องเดือดร้อน ...ผมต้องขอโทษคุณสิริวัฒน์อีกครั้งแทนลูกน้องของผม หวังว่าคุณสิริวัฒน์ที่เป็นผู้ใหญ่จะใจกว้างและมีเมตตากับพนักงานตัวเล็กๆคนหนึ่งของบริษัทผมนะครับ”

นายสิริวัฒน์ได้แต่ฮึดฮัดกับคำพูดที่ดักคอเขาไว้ทุกทาง จนชายสูงต้องยอมถอย หากยังไม่วายทิ้งท้ายไว้อย่างหัวเสีย

“คุณเอกให้ท้ายเด็กอย่างนี้ ระวังคนอื่นเขาจะเอาไปพูดได้นะครับ ว่าคุณทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัดเสียเอง!

นายสิริวัฒน์เอ่ยอย่างหงุดหงิดก่อนจะลุกเดินกลับออกไป โดยที่มีเอกกุลมองตามอาการของลูกค้าไปอย่างไม่สบายใจ ... เขาคงต้องเรียกปานดวงใจมาถามแล้วว่า หญิงสาวไปทำอะไรนายสิริวัฒน์ไว้ อีกฝ่ายถึงตามมาจัดการถึงบริษัทจนกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้...

................................................

เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นทำให้ปานดวงใจสะดุ้งตื่นอย่างตกใจ ก่อนจะรีบแกะแขนแข็งแกร่งของชายหนุ่มที่กอดรัดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย พลางเอื้อมมือไปหยิบมือถือมาดู แล้วเบิกตาโพลงอย่างตกใจ ....สายไม่ได้รับ 30 สาย ...จากแม่

“ใครโทรมาหรือคุณ...”

กวินวัธน์งัวเงียขึ้นมาถาม หากหญิงสาวรีบเอามือตะปบปากเขาไว้ พลางกดรับสายโทรศัพท์จากมารดา

“ฮัลโหลจ้ะแม่ ... ตอนนี้ปานอยู่ไหนเหรอจ๊ะ ...เอ่อ...เอ่อ....” หญิงสาวกรอกตานึกหัวแทบหมุนก่อนจะนึกขึ้นได้

“โรงพยาบาลจ้ะแม่ ...ปานมานอนเฝ้าพี่ดาว พี่ดาวแกป่วยกะทันหันจ้ะ ปานลืมโทรบอกแม่เมื่อวาน”

ปานดวงใจตัดสินใจโกหกมารดาเป็นครั้งแรกในชีวิต ในใจยิ่งรู้สึกผิดหลายเท่าพันทวีเมื่อรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำตัวให้พ่อแม่เสียใจเพียงใด

“จ้ะแม่ ...แม่ไม่ต้องเป็นห่วงปานนะจ๊ะ เย็นนี้ปานจะกลับบ้านแล้วจ้ะ...แค่นี้ก่อนนะจ๊ะแม่”

หญิงสาวกดตัดสายด้วยเกรงว่ามารดาจะจับพิรุธได้ เพราะอีกฝ่ายเริ่มจูบมือเธอที่ปิดปากเขาไว้จนลามไล่ไปยังส่วนต่างๆจนปานดวงใจแทบจะไม่มีสมาธิจะคุยโทรศัพท์ ในขณะที่กวินวัธน์หยุดแทะเล็มเนื้อตัวอีกฝ่ายก่อนจะนอนมองหญิงสาวคุยโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดี

“จะให้ฉันเป็นคนไปส่งเธอมั้ย เผื่อจะได้อธิบายว่าเธอหายไปไหนมา...ทั้งคืน!

ปานดวงใจหันมามองคนข้างกายที่มือไม้อยู่ไม่สุข พลางปัดออกอย่างเย็นชา

“ไม่ต้อง...คุณอย่ามายุ่งเกี่ยวกับฉันอีกเลยดีกว่า ระหว่างเรามันควรจบกันไปตั้งแต่สามเดือนที่แล้วแล้ว...อย่าลืมนะคะว่าเราเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน...เรา-ไม่-รู้-จัก-กัน”

ปานดวงใจย้ำทีละคำอย่างเฉยเมย จนกวินวัธน์เริ่มกรุ่นขึ้นอย่างไม่พอใจ พลางเอ่ยขึ้นบ้างอย่างโมโห

“เธอเป็นผู้หญิงของฉันต่างหากปานดวงใจ .... ไปลาออกจากบริษัทของเอกกุลซะ แล้วมาทำงานกับฉัน”

ปานดวงใจมองหน้าคนที่ออกคำสั่งกับเธอด้วยแววตาเจ็บปวด ... ผู้ชายคนนี้ไม่เคยต้องการอะไรจากเธอนอกจากร่างกาย!

“หยุดทำเหมือนฉันเป็นผู้หญิงขายตัวสักทีเถอะค่ะ การที่ฉันเคยทำเรื่องผิดพลาดกับคุณในอดีต มันไม่ใช่เหตุผลที่ฉันควรที่จะต้องตีค่าตัวเองให้ตกต่ำไร้ค่าถึงเพียงนั้น ... คุณเองก็มีเงิน ถ้าจะหาผู้หญิงสักกี่คนมานอนกับคุณมันไม่ใช่เรื่องยากหรอกค่ะ”

กวินวัธน์ขบกรามแน่นเมื่อฟังอีกฝ่ายพูดจนจบ ...ถูกต้องที่เธอตราหน้าเขาว่า เขามันก็แค่ผู้ชายมักมากที่ชอบเที่ยวผู้หญิง หาก..เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่เข้าซื้อ! เขาซื้อผู้หญิงเพราะต้องการลบล้างและสะสางปมในใจของตัวเอง...เขาถูกผู้หญิงที่เป็นคู่หมั้นปฏิเสธที่จะมีความสัมพันธ์ด้วย เพราะเหตุผลที่เขาเป็นผู้ชาย และเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้รักผู้ชาย!

“ผมไม่อยากฟังคำปฏิเสธจากใครทั้งนั้น และคุณ-ต้อง-ทำตามที่ผมบอก และไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธผมทุกกรณี”

กวินวัธน์เอาปมในใจของตัวเองมาลงที่หญิงสาวตรงหน้าด้วยความโมโห หากปานดวงใจคว้าเสื้อผ้าของตนมาถือไว้ปกปิดร่างกายก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างท้าทายคำสั่งอีกฝ่าย พลางเอ่ยวาจาตัดรอนอย่างไม่มีการรักษาน้ำใจใดๆทั้งสิ้น

“เสียใจค่ะ ฉันจะไม่เดินทางผิดพลาดซ้ำสอง ในเมื่อเราไม่เคยรู้จักกันมาตั้งแต่แรก ก็อย่ารู้จักกันเลยดีกว่าค่ะ..คุณลูกค้าวีไอพี!

.........................................................

    กวินวัธน์เข้าบริษัทด้วยความหงุดหงิดและตีหน้ายักษ์จนใครก็เข้าหน้าไม่ติด หากคนที่ทำหน้าที่เลขามานานอย่างศรุตา ต้องพลีชีพไปดักหน้าเจ้านายตัวเองไว้ พลางเอ่ยรายงานอย่างรวดเร็ว

“คุณชาลิตามารอพบท่านประธานตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ ....”

ชายหนุ่มยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้นกว่าเดิม เมื่อได้ยินชื่อคู่หมั้นสาว “ชาลิตา” ทายาทบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย กวินวัธน์ถอนหายใจออกมาแรงๆก่อนจะผลักประตูเข้าไป ... ร่างเพรียวระหงของชาลิตาหันมามองคนที่ขึ้นชื่อว่าคู่หมั้น ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเพียงสั้นๆ

“คุณพ่อฉันอยากพบคุณค่ะ ฉันเลยมารอคุณ”

“คงไม่ได้อยากคุยกับผมเรื่องแต่งงานหรอกมั้ง...”

กวินวัธน์แค่นเสียงเอ่ยขึ้นอย่างเยาะหยัน ในขณะที่อีกฝ่ายยิ้มหวานใส่แต่เพียงริมฝีปาก หากดวงตาวาววับอย่างเอาเรื่อง

“ถ้าท่านจะให้คุณแต่ง คุณก็ต้องแต่ง ฉันจะได้มีอิสระสักที...”

กวินวัธน์มองหน้าอีกฝ่ายอย่างคั่งแค้น...ทำไมเขาจะไม่เข้าใจความหมายของคำว่าอิสระของชาลิตาหลังจากที่แต่งงานกับเขา ... การแต่งงานที่หญิงสาวใช้เขาเป็นตัวหลอก แล้วตัวเองจะได้ไปอยู่กับคนรักสาวสวยของตัวเองได้อย่างไม่มีใครสงสัยหรือระแคะระคาย!

“ฉันเองก็ใจกว้างพอนะ ถ้าคุณจะมีอีหนู... ขออย่างเดียว อย่ามายุ่งกับฉัน!

ชาลิตาเอ่ยยิ้มๆ หากน้ำเสียงเฉียบขาด ในขณะที่กวินวัธน์กำหมัดแน่น ...ทำไมเขาต้องทนฟังผู้หญิงของเขาทั้ง2 คนเอ่ยปฏิเสธเขาติดๆกันด้วย โดยเฉพาะกับปานดวงใจ...ที่กล้าหันหลังเดินออกไปจากชีวิตเขาทั้งๆที่เขาไม่ได้อนุญาต!

“ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณเจ็บ ...อย่างที่ผมกำลังเจ็บ...”

กวินวัธน์เอ่ยกัดฟันอย่างคั่งแค้น หากใบหน้าหวานที่ตบแต่งเอาไว้ด้วยเครื่องสำอางเป็นอย่างดีเพียงแต่ส่งยิ้มมาให้ พลางหยิบกระเป๋ามาถือพลางออกเดินนำหน้าชายหนุ่ม

“เคยมีคนกล่าวไว้ว่า ความอาฆาตพยาบาทก็เหมือนขนมหวาน...ฉันจะรอกินขนมที่คุณจะเสิร์ฟฉันนะคะวิน เจอกันที่บ้านฉันตอนเที่ยงค่ะ”

.........................................................................................

บรรยากาศบนโต๊ะรับประทานอาหารคร่ำเคร่งจนคล้ายกับกำลังอยู่ในช่วงพักเที่ยงของการประชุมสำคัญมากกว่าจะเป็นช่วงเวลารับประทานอาหารของคนในครอบครัว นายชัดชัยมองหน้าว่าที่ลูกเขยที่ตีสีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์กับชาลิตาผู้เป็นบุตรสาวแล้วได้แต่ถอนใจอย่างกังวล ... งานแต่งงานที่หวังไว้จะมีโอกาสเกิดขึ้นหรือไม่ระหว่างสองคนนี้

“ได้ยินว่าคุณวินจะเปิดโครงการคอนโดฯใหม่ในปีหน้าอีก 10 โครงการหรือ ...”

“ครับคุณอา...แต่คราวนี้ผมอาจจะใช้บริษัทคุณอาแค่ไม่กี่โครงการ เพราะผมวางโปรเจ็กต์ไว้เป็นโครงการคอนโดหรูเสียส่วนใหญ่ ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ผมอาจจะพักโครงการคอนโดราคาต่ำกว่า 5 ล้านไว้ก่อน”

กวินวัธน์เอ่ยเสียงเรียบพอๆกับสีหน้า หากชาลิตาชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ พลางเอ่ยทะลุขึ้นกลางปล้อง

“บริษัทของเราก็สร้างคอนโดหรูได้ ถ้าคุณเลือกผู้รับเหมารายอื่น ใครเขาจะคิดยังไงในเมื่อฉันเองเป็นคู่หมั้นคุณอยู่ทนโท่ คุณกำลังหักหน้าเราอยู่นะคุณวิน”

“โครงการคอนโดฯของผมที่จะเปิดในตลาดหรูแต่ละโครงการมูลค่าหลายพันล้านบาท ผมจะดึงผู้รับเหมาจากต่างชาติมา ส่วนโครงการอื่นๆผมก็ใช้แต่บริษัทของคุณอา คุณจะเอายังไงอีกคุณน้ำชา”

กวินวัธน์เอ่ยเสียงเข้มอย่างไม่ยอมแพ้ ... ถึงแม้ว่าเขาจะยอมหมั้นกับชาลิตาเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ถ้าเรื่องไหนที่เป็นผลประโยชน์ของฝ่ายเขา ชายหนุ่มเองก็ไม่ยอมเสียเหลี่ยมให้ใครง่ายๆเหมือนกัน

“เอาละ..พ่อเข้าใจคุณวินนะน้ำชา ลูกเองควรหัดใจเย็นกว่านี้ ไม่อย่างนั้นแต่งงานไปจะระหองระแหงกันเสียเปล่าๆ”

นายชัดชัยขัดขึ้นพลางเอ่ยเปรยๆลองหยั่งท่าทีของกวินวัธน์ หากชายหนุ่มกลับไม่ปริปากใดๆออกมาทั้งสิ้น ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินต่อราวกับไม่ได้ยินในสิ่งที่นายชัดชัยพูดออกมา...

 

....................................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น