Butterfly 8ffect

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : White Lily :: ONE :: 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.4k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2559 15:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
White Lily :: ONE :: 100%
แบบอักษร

  

 
 
 
 
 
White Lily 
:: ONE ::
 
 

ในมือของเขามีแผนที่โง่ๆกับดอกลิลลี่สีขาวหนึ่งดอก

 

            "..." ลมหายใจอุ่นพ่นออกมาพ้นปลายจมูกโด่งสวยได้รูปที่เข้ากันดีกับดวงตาคมซึ่งหัวตารีลงจนคมกริบของอู๋ อี้ฝาน หรือ คริส บุตรชายจากสกุลอู๋ ดวงตาคู่คมมีประกายของความรำคาญใจจ้องมองแผนที่ในมือตัวเองอีกครั้ง

            เมื่อยามที่เขาหงุดหงิดเขานึกเกลียดไปเสียทุกอย่าง และตอนนี้ก็กำลังเป็นแบบนั้น

            บ้านสกุลอู๋ไม่ได้เล็กไปกว่าที่นี่แม้แต่น้อย เผลอๆยังใหญ่มากกว่าเสียด้วย จะต้นไม้มากมายเองคริสก็คุ้นเคย ทว่าทางเดินและห้องหับที่แสนซับซ้อนให้เขาต้องคอยจ้องแผนที่อยู่บ่อยครั้งนี่มันน่าหงุดหงิดเสียแทบบ้า

            คริสรู้สึกร้อนไปทั้งใจทั้งที่อยู่ใต้เขตเงาของร่มไม้รับลมที่โชยมาในสวนสกุลหยิน

            ริมฝีปากที่เหยียดขึงแข็งกร้าวไม่ต่างจากดวงตามานานเหยียดยิ้มมากขึ้นเมื่อเห็นว่าใกล้ถึงปลายจุดสีทองอีกด้านของแผนที่โง่ๆในมือเสียที ปลายตามองลิลลี่สีขาวที่อยู่ในอีกมือนึงของตัวเอง

            ถ้าได้เจอคนที่เป็นดังลิลลี่สีขาวนี้ คงไม่ใช่ความผิดที่เขาจะเผลอทำให้ช้ำเสียง่ายๆ ถ้าจะโทษคงต้องโทษทุกอย่างที่ทำให้เขามายืนอยู่ตรงนี้เสียมากกว่า

            รอยยิ้มร้ายกว้างขึ้นมาเมื่อนึกสนุกในใจตัวเองว่าจะแกล้งอะไรดอกไม้ช่อสวยของสกุลหยินให้อย่างน้อยเขาก็ได้ระบายความเครียดบ้าง

            ขายาวก้าวพ้นเขตต้นไม้สูงสองสามต้นเข้าสูงลานหญ้าไม่กว้างนักซึ่งมีลิลลี่สีขาวโตขึ้นอยู่เกลื่อนพื้น แต่ก็จัดเว้นเป็นระเบียบเปิดช่องทางให้เดินได้สะดวก

            เดินไปที่ชิงช้าซึ่งกำลังไกวอยู่เบาๆโดยคนอีกคนนึง

            ขายาวแสนแข็งแรงของอู๋ อี้ฝานหยุดนิ่ง ตาคมจ้องมองเส้นผมดำขลับรับกับผิวขาวละเอียด ดวงตาวาวสวยไม่ได้โตนักแต่กำลังน่ามองรับกับผิวแก้มขาวนุ่มที่ยามยิ้มเช่นตอนนี้ปรากฏลักยิ้มลึกลงไปอย่างน่ามอง 

          เรียวนิ้วสวยของฝ่ามือน้อยกำลังลูบไล้ขนสีเทาขุ่นดุจก้อนเมฆในยามใกล้ฝนของนกน้อยบนตัก เสื้อสีเขียวอมฟ้าอ่อนก็เข้ากันดีกับกางเกงสีครีมจนยิ่งดูน่าสัมผัสราวกับกลีบดอกไม้

            ลิลลี่สีขาว ...เป็นแบบนี้เองหรือ    

            คริสไม่รู้ว่าตัวเองยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อมองภาพตรงหน้านานแค่ไหน จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงปีกขยับ นกขนสีเทาบนตักของลิลลี่ดอกสวยกำลังโบยบินขึ้นไปบนฟ้าผ่านสายตาของคริสไป คนตัวสูงใหญ่ตวัดดวงตาคมจ้องมองร่างน้อยตรงหน้าที่ยามนี้ลุกขึ้นจากชิงช้าไม้สีขาว แล้วกำลังโค้งให้เขาอย่างสมมารยาทที่ถูกอบรมมา

            รอยยิ้มบางๆดูแสนอารีกำลังส่งมอบมาให้คริสอย่างไม่หวง

            เหมือนน้ำ ..น้ำเย็นสดชื่นใจ

            "คุณคงได้ลิลลี่ ถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้ ผมชื่ออี้ชิงครับ หยิน อี้ชิง" คริสนึกว่ารอยยิ้มของอี้ชิงหวานแล้ว ทว่าน้ำเสียงกลับหวานยิ่งกว่า

            อี้ชิงพูดเท่านั้น แต่ใช้ดวงตากลมใสกับรอยยิ้มเหมือนเร่งให้คริสตอบกลับมา

            คริสกระแอมในลำคอเสียงดังเพื่อฉุดตัวเองกลับมา แผนร้ายๆในหัวที่ระเหยหายไปกลั่นตัวกลับลงมาใหม่ในความคิด ใบหน้าหล่อเหลากลับมาสีหน้าเคร่งขรึมอย่างทีแรก ตาโตผละจากรอยยิ้มหวานเป็นท้องฟ้าด้านบนแทน

            "นกตัวนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงของนายเหรอ" เอ่ยเฉไฉออกไปนอกเรื่องเสียไกลโข ราวกับกวนคนที่รอฟังคำแนะตัวจากตนอยู่ ทว่าอี้ชิงก็ยังคงยิ้ม แก้มขาวที่มีรอยลักยิ้มลึกลงไปส่ายหน้า

            "ไม่ใช่หรอกครับ ผมเจอมันนอนปีกเจ็บอยู่ข้างชิงช้าเมื่อเช้านี้เฉยๆ" อี้ชิงตอบด้วยน้ำเสียงใจเย็น คริสขมวดคิ้วเข้าหากัน นกน้อยนั่นปีกเจ็บหรือ เขาเห็นกับตาว่ามันบินขึ้นฟ้าไป

            "ฉันก็เห็นมันบินได้ปกตินี่ ไม่เห็นจะเจ็บตรงไหนเลย" คริสพูดไปตามความคิดด้วยหัวคิ้วที่ยังขมวดกัน อี้ชิงวาดยิ้มที่ดูสนุกขึ้นอีกนิดแต่ก็ไม่ได้มีความหยามเยาะแฝงแม้แต่น้อย

            "คุณชื่ออะไรเหรอครับ คุณยังไม่ได้บอกผมเลย" อี้ชิงเปลี่ยนเรื่องบ้าง มองไปที่ลิลลี่ในฝ่ามือหนา คริสมองตามแก้วตาใสนั้นแล้วก็กดยิ้มกับตัวเอง

            "อยากรู้จักชื่อฉันเหรอ จะเอาอะไรมาแลกดีล่ะ ลิลลี่ของสกุลหยิน" คริสเลิกคิ้วถาม ข้อมือหนาแกว่งดอกไม้ในมือเบาๆ อี้ชิงจ้องมองใบหน้าหล่อนิ่งงันด้วยรอยยิ้มหวาน ไร้ซึ่งความขุ่นมัวใดที่ถูกก่อกวนจนคริสรู้สึกขุ่นในใจ

            คริสนึกอยากให้อี้ชิงเต้นเร่าไปตามเกมส์ที่วางไว้ ถูกหลอกล่อให้อ่อนไหวไปตามคำพูดของตัวเอง

            หรืออย่างน้อยก็แสดงหน้าตาบึ้งบึง คำพูดยอกย้อนอะไรกับมาบ้าง ทว่าอี้ชิงแค่ยืนยิ้มอยู่เช่นนั้น

            ยิ้มแบบที่ทำให้คริสรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่คนที่เล่นเป็นเด็กๆ ทั้งที่จริงเขาอายุยี่สิบหก  ส่วนอี้ชิงก็ใจเย็นราวกับคนโตกว่าหาใช่เด็กอายุสิบแปดอย่างที่ควร

            "ผมไม่มีอะไรจะให้คุณหรอกครับ ในเมื่อตอนนี้คุณเป็นเจ้าของลิลลี่สีขาวในมือแล้ว" แล้วเหมือนลิลลี่สีขาวจะรับรู้ได้ถึงใบหน้าตรึงเครียดขุ่นมัว ประโยคสวยๆที่ฟังดูเหมือนจะเอาใจเอ่ยออกมาให้คริสได้ฟัง

            "ให้ผมได้เรียกชื่อคุณได้ไหมครับคุณชายสกุลอู๋"

            "นายรู้ได้ยังไงว่าฉันมาจากสกุลไหน" คริสขมวดคิ้ว แม้ความจริงไม่เห็นมีอะไรน่าแปลกใจคริสขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยครั้งในนามประธานบริษัทโฮมทาวน์บริษัทเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ของจีน

            ".." อี้ชิงยิ้มพลางยกข้อมือตัวเองขึ้นมาชี้ คริสมองไปที่ข้อมือซ้ายของตนซึ่งถือลิลลี่ไว้ รอยสักตราประจำสกุลอู๋ประทับอยู่ดังเดิม

            "ตาดีนี่" คริสเอ่ยปากขึ้นมา

            "อู๋ อี้ฝาน แต่ฉันอยากให้นายเรียกว่าคริสมากกว่า"

            "ครับคุณคริส" เรียวขาที่สั้นกว่าตนมากโขของอี้ชิงก้าวมาใกล้กับคริส ราวกับบอกว่าตนพร้อมแล้วที่จะเดินทางไปด้วย

            ตั้งแต่เจอกันรอยยิ้มสวยๆของอี้ชิงไม่จางหายไปจากใบหน้าน่ารักนั้นเลยแม้แต่น้อย และที่สำคัญมันไม่ได้ดูปลอมหรือเสแสร้งอย่างรอยยิ้มของใครอื่นที่คริสเคยเห็น คริสกัดปากตัวเองอย่างเผลอไผลยามมองลักยิ้มของอี้ชิง

            อยากเห็นนักยามที่รอยยิ้มหวานและความขาวบริสุทธิ์นี้ร้าวละเอียดจะเป็นอย่างไร

            คนใจเย็นจะร้อนได้แค่ไหน

            "นี่อี้ชิง"

            "ครับ.." ผินใบหน้าหันมามองแม้สองขาจะยังคงก้าวไปข้างหน้าช้าๆ

            "ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าฉันไม่ต้อนรับนายในฐานะเมียของฉัน ฉันอยากได้แค่คนที่มามีลูกให้ นายก็คงรู้ดีว่าเพราะอะไร เพราะนายก็เป็นสินค้าประเภทนั้น เพราะฉะนั้นฉันคงไม่ค่อยใส่ใจความรู้สึกนายเท่าไหร่ ขอโทษล่วงหน้าก็แล้วกัน" คริสกดยิ้มที่มุมปากตัวเองด้วยรอยยิ้มร้ายกาจแบบที่มันออกมาจากใจและสมองอย่างครบถ้วน ยามที่ก้มตัวลงต่ำดูข่มเหงลิลลี่ดอกสวยที่ยืนไม่สูงนักอยู่ตรงหน้า อี้ชิงหลุบตาลงพื้นครู่นึงกับท่าทีคุกคาม ก่อนจะตวัดขึ้นมามองใหม่

            "ผมทราบดีครับว่าทำไมคุณคริสถึงเข้ามาในสกุลหยิน ก็เพื่อหยิบเอาลิลลี่ไปทำตามอำเภอใจ นายแม่กับคุณแม่สั่งสอนพวกเรามาอย่างดี และผมที่เป็นพี่ใหญ่ของน้องๆทั้งหกคนจะไม่ทำให้คุณคริสขุ่นใจแน่ ถ้าคุณคริสอยากได้แค่ลูกกับแม่ของลูก  ผมก็จะเป็นให้ ถ้าคุณคริสไม่อยากได้เมียผมก็จะเป็นแค่คนเลี้ยงลูก อยากให้ผมอยู่ตรงไหน คุณคริสก็แค่บอก " ทุกถ้อยคำยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มอารีแบบที่คริสได้แต่นิ่งมอง

            ทว่าในใจไฟร้อนๆกำลังกระพือขึ้นมา ราวกับทุกลมหายใจนั้นเป็นเชื้อไฟที่เร่งเติม

            "ดี เข้าใจอะไรง่ายๆ ก็ดี ช่วยจำไว้อีกอย่างว่าฉันไม่นึกที่จะรักนายหรอกนะ ผู้หญิงที่สวยและดีกว่านายฉันเจอมาเยอะแยะ แค่ผู้ชายที่ใช้เงินซื้อได้ฉันไม่นึกจะสนใจ" คริสไม่ได้นึกอยากจะพูดร้ายเท่านี้ แต่พอยิ่งเห็นยิ้มหวานๆนั้นกลับยิ่งรู้สึกอยากสาดสีดำลงไป อยากให้แปดเปื้อนให้เห็นกับตาดูสักนิด

            อี้ชิงเม้มรอยยิ้มตัวเองแน่นขึ้นกับถ้อยคำดูถูกก่อนจะวาดยิ้มหวานดังเคย

            "ตามใจคุณคริสเลยครับ ตั้งแต่เกิดมาผมกับน้องๆถูกสอนให้รัก ไม่ได้สอนให้ถูกรัก ผมจะทำตามหน้าที่ของผมส่วนคุณคริสก็เชิญทำตามใจของตัวเอง ผมไม่คิดว่าจะเดือดร้อนอะไร" อี้ชิงยังคงยิ้มทุกคำพูด มีเพียงแวบเดียวที่ตากลมใสหรี่ลงเป็นประกายที่บอกว่าไม่นึกสนใจจริงอย่างปากพูด

            เพราะถ้อยคำตอบกลับเคลือบไว้ด้วยความใจเย็นสวยงามแบบนั้น

            คริสยิ่งอยากทำลาย

            นานแค่ไหนแล้วที่เขาลืมความรู้สึกอยากฉีกขย้ำใครสักคนด้วยใจที่คะนองคับอกแบบนี้

              ถ้าอี้ชิงไม่เอาแต่ยิ้มดูไม่เดือดร้อนอะไร คริสคงไม่นึกอยากขย้ำให้พังมากเท่านี้

            อี้ชิงพูดทุกคำออกมาง่ายดาย ราวกับไม่สนใจเสียด้วยซ้ำว่าคริสจะรักหรือไม่รัก ยิ้มรับกับทุกคำหยามเหยียด เหมือนอี้ชิงพร้อมรับทุกอย่างด้วยความใจเย็น

            และเพราะทุกอย่างไม่ได้ดูเสแสร้งคริสยิ่งรำคาญใจนัก

            อี้ชิงขาวบริสุทธิ์จนเขาอยากทำให้แปดเปื้อนบอบช้ำคามือ

            "งั้นรีบเดินสิ จะได้ไปบ้านของฉัน ไปทำตามหน้าที่ตัวเองไงล่ะ ลิลลี่" ตาโตคมกริบจ้องลึกนัยน์ดวงตาของอี้ชิง มือหนาเชยคางมนได้รูปขึ้นมา โน้มตัวลงใกล้จนทุกคำที่ขยับปากพูดริมฝีปากหยักเกลี่ยสัมผัสกับริมฝีปากอิ่มของอี้ชิง พอเห็นแก้มใสขึ้นสีเรื่อได้เป็นครั้งแรกทั้งใจก็นึกยินดี

            ยิ่งใจเย็นก็ยิ่งอยากทำให้ไม่เหลือสักสติไตร่ตรองนึกคิด

            ถ้าอี้ชิงคือลิลลี่สีขาวสีแสนบริสุทธิ์ คริสก็จะเป็นกรงเล็บที่ฉีกขย้ำให้เละช้ำสมใจเอง

 

 

 

 

 

 

            สิ่งหนึ่งที่ทำให้อี้ชิงนึกแปลกใจขึ้นมาชั่วครู่คือบ้านหลังที่คริสขับรถเข้ามาจอดไม่ใช่บ้านหลังใหญ่โต อย่างที่ควรเป็นให้สมฐานะของสกุลอู๋ทว่าเป็นบ้านสองชั้นขนาดพอเหมาะกับครอบครัวเล็กๆ  โอบล้อมด้วยสวนที่อี้ชิงรับรู้ได้ว่ามันต้องสวยงามตามธรรมชาติของมันแม้แทบจะมองไม่เห็นแล้วเพราะความมืดที่โรยตัวโอบกอด บ้านหลังนี้มีขอบรั้วเป็นของตัวเองมิดชิด

 

            "ยกของลงมาเองได้ใช่ไหม" เสียงห้าวดังมาจากอีกฝั่งของตัวรถ อี้ชิงหันกลับมาจากการมองสวนรอบข้าง

 

            "ได้ครับ" ขานรับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ อย่างเคย เสียงกระโปรงหลังของรถราคาแพงส่งสัญญาณปลดล็อค ร่างน้อยผิวขาวเนียนเดินอ้อมไปด้านหลังรถจัดแจงหยิบกระเป๋าเดินทางสีเงินใบโตของตัวเองลง พร้อมกระเป๋าเป้อีกใบที่มักต้องพกของจำเป็นเวลาไปค่ายพักแรมที่ไหนไกลบ้าน พกพาไปเผื่อน้อง ๆ อีกหกคนที่อาจมาขอหยิบยืมของต่าง ๆ

 

            ทว่ายามนี้อี้ชิงไม่ได้มาออกค่ายพักแรม

 

            และไม่มีวันรู้ได้ว่าจะได้ย้อนหวนคืนสู่สกุลหยินอีกครั้งเมื่อใด

 

            อี้ชิงลากกระเป๋าของตัวเองเดินตามเจ้าของบ้านที่เป็นคนเปิดไฟเองทั้งหมด บ่งบอกได้ดีว่าบ้านหลังนี้ไม่มีใครอยู่ด้วย ไม่มีแม้แต่แม่บ้านหรือคนรับใช้ ทว่าบ้านสะอาดสะอ้าน

 

            การตกแต่งก็ดูโปร่งโล่ง ของในบ้านเป็นโทนสีเบธดูสบายตา ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแบบที่ไม่ได้เจาะจงลงไปมากนักว่าคนที่อยู่มีรสนิยมชื่นชอบไปในแนวทางไหนเป็นพิเศษ

 

              "แกรก" กระเป๋าลากถูกวางข้างประตูบานนึง ยามที่ร่างน้อยสนใจกับตุ๊กตากระเบื้องเซรามิครูปกระต่ายที่กำลังเคี้ยวแครอทจนแก้มตุ่ย

 

            นอกจากลิลลี่แทนตน ดอกไม้นานาชนิดที่คุ้นชิน อี้ชิงก็ชอบกระต่ายมากที่สุดอีกอย่างนึง

 

            มันให้ความรู้สึกน่ารักเพลินตายามที่ได้จ้องมอง

 

            "อย่ามัวแต่สนใจของแต่งบ้านสิ ไปอาบน้ำดีกว่าไหม" เจ้าของบ้านท้วงขึ้นมา ผู้มาใหม่จึงวางกระต่ายกระเบื้องลงที่เดิม หันไปวาดยิ้มน้อย ๆ รับ มือจับกระเป๋าเป็นเชิงบอกว่าพร้อมแล้วที่จะเดินไปต่อ

 

            ขายาวเดินนำขึ้นบันไดไป อี้ชิงเดินตาม หอบหิ้วกระเป๋าใบสูงพอกับเอวตนขึ้นบันไดอย่างทุลักทุเล แต่ก็ไม่ได้ปริปากบ่นออกมาสักคำ

 

            คริสลอบอมยิ้มกับตัวเองยามที่ยืนพิงบานประตูดูลิลลี่ดอกสวยหายใจหอบลากกระเป๋าเข้าไปในห้องที่เขาเปิดประตูไว้รอ  คริสเดินตามเข้ามาในห้องนอน อี้ชิงยืนนิ่งอยู่คงกำลังสำรวจห้องตรงหน้า เพียงสักพักคนตัวเล็กก็นั่งลงกับพื้นจับกระเป๋าเดินทางเพื่อเปิดออกเอาของ

 

            "เอาแค่ที่จะใช้ในคืนนี้ก็พอ ยังไม่ต้องจัดของ" ตากลมวาวหันไปมองคนพูด คริสยังคงยืนพิงประตู ดวงตาคมมองมาดูพออกพอใจเสียเหลือเกิน

 

            "เราไม่ได้จะมาอยู่ ก็แค่มาพักผ่อนคืนเดียว บ้านฉันอยู่ไกลก็เลยแวะพักที่นี่" คนตัวสูงอธิบาย

 

            งั้นก็เท่ากับว่าอี้ชิงถูกแกล้งให้ยกกระเป๋าขึ้นมาคนเดียว และมีความเป็นไปได้มากที่อี้ชิงจะต้องยกลงไปข้างล่างพรุ่งนี้เองคนเดียวอีกเช่นกัน

 

            "อ๋อ อย่างนั้นเหรอครับ งั้นผมเอาออกแต่ชุดนอนแล้วกัน" แต่รอยยิ้มหวานยังพราวบนใบหน้าน่ารัก แววตาของอี้ชิงอาจเป็นบ่อน้ำวิเศษที่ดูกระจ่างใสไร้มลทินเสมอแม้ยามนี้

 

            บ่อน้ำบริสุทธิ์ที่สะท้อนเงาคนบาปเข้าแววตาตัวเอง ในเมื่อคริสรู้สึกอยากแกล้งมากขึ้นมาอีกแล้ว โดนหลอกให้ลากกระเป๋าขึ้นมาคนเดียวยังยิ้มหวานตาใสนิ่งเฉยได้เหมือนเคย

 

            สกุลหยินอบรมมาอย่างดี บ่มเพาะความใจเย็นมาให้ หรือความจริงลิลลี่ไม่มีประสาทรับความรู้สึกกันแน่

 

            อาจต้องลองพิสูจน์

 

            "เดี๋ยวจะอาบน้ำนอนแล้วเหรอ" คริสถามเจ้าของผิวขาวที่อุ้มผ้าเช็ดตัวกับชุดนอนพร้อมอุปกรณ์อาบน้ำไว้ตรงอก

 

            "ครับ" อี้ชิงไม่มีอะไรที่จะให้ทำ หนังสือหยิบออกมาคงอ่านเพลินจนลืมนอน มือถือหรือก็ห้ามติดต่อพี่น้องอีกหกคนก่อนในช่วงแรกที่ออกตระกูลมาตามคำสั่งของนายแม่กับคุณแม่เอาออกมาก็คงห้ามใจไม่ติดต่อกันไม่อยู่ เขาก็ไม่มีอะไรที่จะทำต่อ

 

            "เพิ่งจะสามทุ่มเอง จะรีบนอนไปไหน" อี้ชิงมองคนตัวสูงที่สืบเท้าเข้ามาใกล้ แม้จะบอกให้ตัวเองใจเย็นแต่ก็กระชับกอดชุดนอนในวงแขนแน่นขึ้น

 

            "นายถูกสอนมาให้รักไม่ใช่หรือไง แล้วสกุลหยินสอนเรื่องทำรักมาบ้างไหม" คำพูดจาสองแง่สามง่าม

 

            อี้ชิงฟังแล้วไม่ได้มีท่าทีกลัวหรืออายจัดอย่างที่คริสคาดว่าจะได้เห็น อี้ชิงคลี่ยิ้มสวย

 

            "นายแม่กับคุณแม่อบรมพวกเรามาทุกเรื่องที่สมควร เรื่องพวกนั้นก็ด้วย" คริสเลิกคิ้วยามที่ได้ฟัง ขายาวก้าวเข้ามาอีกก้าวก็ประชิดเข้าหาร่างน้อยเสียแล้ว

 

            "งั้นก็แสดงให้ดูหน่อยสิ วิชาที่สกุลหยินสอนมาน่ะ มีดีอะไรบ้าง ฉันก็อยากรู้ไปหมดแล้ว" น้ำเสียงทุ้มแผ่วพร่าขึ้น สายตาคมพราวระยับที่ไล่สายตาขึ้นลงสำรวจร่างน้อยตรงอย่างจงใจให้รู้สึกถึงความคุกคาม อี้ชิงยังคงวาดยิ้ม แต่เท้าก็ขยับถอยไปเสียครึ่งก้าว

 

            ยอมรับว่าคริสมอบความรู้สึกคุกคามได้สมดังใจเจ้าตัวตั้งใจทำ

 

            "จะทำมันตอนนี้เลยเหรอครับ"

 

            "แน่นอนสิ ต้องรออะไร ลูกฉันคงไม่ตกลงมาจากฟ้าเองหรอก ฝนน่ะ มันต้องมีต้นเหตุ มีน้ำที่ระเหย" ปลายนิ้วยาวแตะที่หัวไหล่บาง

 

            "มีการควบแน่น" ขยับมาที่หลังฝ่ามือขาว ตาคมลวนลามอี้ชิงอย่างไม่ปิดบัง

 

            "ถึงจะได้เปียก" คริสยิ้มร้ายอย่างพอใจยามที่เห็นลิลลี่ กลั้นหายใจแน่นแล้วถอยหลังหนีไปเสียอีกก้าว ดวงตากลมใสเหมือนกระต่ายเซรามิกประดับบ้านสั่นแกว่งได้อย่างที่คริสคุกคามไป

 

            "ให้ฉันเห็นฝนของนายหน่อยสิอี้ชิง"

 

            "ถ้าคุณคริสต้องการแบบนั้นก็ได้ครับ รอสักครู่ผมขออาบน้ำก่อน หวังว่าจะไม่ทำให้คุณขุ่นใจ" อี้ชิงเอ่ยพูดตามที่เคยได้เรียนรู้มา ประนีประนอมอย่างเคย ร่างน้อยหันหลังเดินตรงไปที่ห้องน้ำ ในหัวก็นึกคิดถึงบทเรียนมากมายที่เคยได้รับการสั่งสอน

 

            พวกทักษะแปลก ๆ ที่หาคำอธิบายไม่ค่อยได้เหล่านั้น น้อง ๆ อาจไม่รู้แต่อี้ชิงต้องรู้ เพราะเป็นพี่ใหญ่ก็ต้องคอยดูแลน้อง จึงคาดเดากับจินยอง ฮัคยอนและพี่น้องคนอื่นว่ามันใช้ทำอะไร จะบทเรียนกินไอศกรีมให้หมดแท่งโดยไม่กัด หรือจะนั่งเบาะสปริงนับร้อยครั้ง อี้ชิงก็พอเดาจุดประสงค์ปลายทางได้ทั้งหมด

 

            แต่นั่นก็ไม่ใช่ของจริง เรื่องจริงอย่างที่กำลังจะเผชิญ

 

            ครั้งแรกต้องทำอะไรบ้าง นักเรียนดีเด่นในชั้นเรียนของนายแม่กลับนึกคิดแทบไม่ออก ในอกใจมันเต้นแรงไปเสียหมด แต่นี่ก็เป็นหน้าที่ของเขา

 

            เป็นหน้าที่ของลิลลี่ที่จะต้องมอบลูกหลานแห่งความโชคดีให้กับสกุลอู๋

 

            จะมัวแต่มากังวลใจไม่ได้

 

            "...!” ความคิดมากมายในหัวถูกขับไล่กระเจิงหายไปยามที่ไหล่บางถูกกระชากไว้ด้วยมือหนา

 

            "ยั่วเก่งแบบนี้ แม่นายก็สอนมาด้วยหรือไง" ยังไม่ทันหายงงดี อี้ชิงก็รู้สึกได้ถึงร่างกายที่ลอยขึ้นไปบนอากาศ

 

            "ตุบ" ก่อนจะถูกโยนลงบนเตียงนุ่ม

 

            "ลิลลี่ ลิลลี่" น้ำเสียงทุ้มห้าวพึมพำ คริสก้าวสายตามองไปทั่วเรียวขาขาวที่น่าสนใจ อี้ชิงกระพริบตาถี่ซ้ำ พอมองดูตัวเองถึงได้เพิ่งรับรู้ว่าตนมัวเหม่อลอย แต่มือไม่เป็นตามนั้น มันจับปลดกางเกงตัวเก่ง ดึงถอดเสียจนหมดอยู่ในห้องน้ำที่ไม่ได้ปิดประตูจนอี้ชิงเหลือแค่เสื้อกันหนาวตัวโตคลุมกาย

 

            "นอกจากยิ้มเก่ง ยั่วเก่งแล้ว อย่างอื่นล่ะเก่งไหม หืมม" เสียงกระซิบผะแผ่วยามที่คนตัวโตคร่อมอยู่เหนือร่าง อี้ชิงนึกอยากยกมือขึ้นปัดป้อง ออกปากร้องห้ามปราม

 

            แต่อี้ชิงไม่มีสิทธิ์นั้น สิทธิ์ในตัวลิลลี่ดอกนี้เป็นของผู้ที่เลือกสรรและหยิบฉวยออกมาจากสกุลหยิน

 

            "...." ยังมิทันได้ตกลงระหว่างสมองกับหัวใจว่าควรทำอย่างไรต่อ รสจูบร้อนที่ไม่เคยถูกมอบให้ก็บดเบียดลงมา มันทั้งร้อนและหนักหน่วงแบบที่อี้ชิงกดนิ้วลงแน่นกับท่อนแขนแน่นกล้ามเนื้อของคนที่คร่อมทับบนกาย

 

            และคืนนี้ไม่ใช่เพียงแค่จูบแรกที่อี้ชิงจะเสีย

 

            "...." แก้วตาใสสั่นระริกยามที่ถูกผละจูบออก อาจสั่นเพราะอารมณ์วาบหวาม อาจสั่นเพราะความหวั่นกลัว แต่ไม่ว่าเพราะอะไร คริสก็ยิ้มอย่างชอบใจทั้งนั้น

 

            ดูเหมือนคนใจเย็นเองก็จะร้อนได้เหมือนกัน

 

            ลิลลี่ดอกสวยนี้หอมนัก แต่จะมีดีแค่หอมหรือเปล่า จะหวานจะนุ่มเหมือนริมฝีปากแดง ๆ นี้ไหม เห็นทีต้องพิสูจน์

 

            "อื้ออ" อี้ชิงใช้มือแตะแผ่นอกแกร่งไว้จะผลักออกก็รู้ว่าไม่ควรผลักทำได้แค่กำจิกเสื้อเชิ้ตขาวยามที่ถูกรุกจูบเข้ามาอีกครั้ง ริมฝีปากหยักบดจูบอย่างไม่ทิ้งทวนจังหวะอ่อนหวานให้ได้พักหายใจ บดเบียดมากขึ้นเสียจนได้กลิ่นคาวเลือดคลุ้งในโพลงปาก

 

            ผิวของอี้ชิงขาวไม่ต่างจากกลีบของลิลลี่ แต่ยามที่ใช้จมูกซอกซอนไปกับผิวท้องนุ่มคริสก็ได้รับรู้ถึงกลิ่นหอม ๆ เหมือนดอกไม้จากร่างน้อยในอ้อมกอด ฝ่ามือใหญ่ถูไถผิวต้นขาที่เปลือยเปล่า

 

            ร่างน้อยสะดุ้งโหยงยามที่มือใหญ่ลูบสัมผัสสะโพกอวบและผิวก้นนิ่ม

 

            "แกรก" ยินเสียงปลดเข็มขัดและเสียงรูดซิปกางเกงที่ตามกันมาอย่างรวดเร็ว

 

            "ผะ ผมคิดว่ามันเร็วเกินไป" เสียงนิ่งหวานของคนใจเย็นสั่นสะท้าน ดวงตาที่เคยสงบก็สั่นเครือ คริสจ้องมองใบหน้าขาวที่ยามนี้แก้มแดงจัดเพราะเลือดที่สูบฉีด

 

            "คุณ คุณคริสจะไม่ให้เราทำความรู้จักกันก่อนเหรอครับ นี่แค่วันแรกเอง เรายังเจอกันไม่เจ็ดชั่วโมงด้วยซ้ำ จะทำกันทั้งอย่างนี้เลยเหรอ" อี้ชิงเอ่ยพูดถึงสิ่งที่ขุ่นข้องอยู่ในใจตัวเอง

 

            ดอกไม้ของสกุลหยินถูกสอนมาให้รักและเอาใจเจ้าของดอกไม้อย่างดีที่สุด ทว่าจะจู่โจมทำกันทั้งแบบนี้มันจะไม่เกินไปหน่อยหรืออย่างไร

 

            "ต้องรู้จักกันด้วยเหรอ ไม่ใช่ว่าเรียนรู้มาแล้วหรือไงว่าต้องทำแบบไหน นายเองเป็นสินค้าประเภทนั้น" คริสนึกอยากเห็นอารมณ์โกรธขึ้นเสียอีกอย่างจากลิลลี่ จึงได้ยิ้มเผล่เอ่ยถ้อยคำร้าย ๆ ออกมา หวังว่าจะเห็นพี่ใหญ่แห่งแฝดเจ็ดสกุลหยินแสดงอารมณ์หลากหลาย

 

แต่คริสลืมนึกไปว่าความสนุก ความขุ่นใจอยากแกล้งของตนเองเหมือนคมมีดที่บาดผิวบาดใจคนอื่นแค่ไหน

 

            "ดอกไม้มีสิทธิ์ต่อรองมากขนาดนั้นเลยหรือ ดอกไม้ราคาแพงก็ยิ่งควรว่าง่ายให้สมกับเงินที่ฉันเสียไป ขอเอาคืนให้คุ้มค่าหน่อยเถอะ " และอาจเพราะอารมณ์ที่พลุ่งพล่านมากพอดูอยู่แล้ว พอได้ฟังคำดูถูกเช่นนี้ อี้ชิงจึงไม่อาจยิ้มรับนัยน์ตาใสได้เช่นเดิม ใบหน้าสวยน่าถนอมเบือนหลบสายตาคม ปากแดงเม้มเข้าหากันเสียจนลักยิ้มบุ๋มเป็นรอย

 

            "อย่างนั้นก็เชิญเถอะ เชิญตามสบาย" เปลือกตาสีน้ำนมปิดหลับลงซ่อนนัยน์ตาวาวใสไว้ในนั้น ความกลัวมันสั่นคลอนในใจยามที่มือหยาบลูบเฟ้นมาตามผิวท้องบาง จวบจนถึงผ้ามือนิ่ม

 

            และจับค้างไว้เช่นนั้น

 

            "..." ราวนาทีที่ทุกอย่างดูจะหยุดลง อี้ชิงลืมตาขึ้นมา เห็นคนตัวโตไร้เสื้อติดกายเผยท่อนบนแน่นกล้ามเนื้อจนเรียกเลือดซับสีหน้าได้ง่ายดาย คริสยังคงคร่อมคุกคามอยู่บนตัวอี้ชิง แทรกตัวอยู่ตรงกลางระหว่างสองขาเรียว

 

            นอกจากรอให้อี้ชิงพร้อมดูเหมือนไม่มีอะไรแล้วที่ต้องรั้งรอ

 

            "มองหน้าฉันอย่างนี้สิจะได้คุ้นเคยกัน" คนตัวโตเอ่ยบอก จับประครองฝ่ามือนิ่ม ให้คล้องขึ้นไปจับที่คอของตัวเอง ก่อนจะโน้มตัวลงมาเสียจนชิดใกล้

 

          "มันอาจจะเจ็บหน่อย แต่ฉันอยากรู้แล้วว่ารสหวานราคาหลายสิบล้านจะละมุนลิ้นแค่ไหน" พอสิ้นคำพูด ริมฝีปากหยักประทับลงมาอีกครั้งและคราวนี้คริสไม่เปิดโอกาสให้อี้ชิงได้แม้แต่จะทันสูดลมหายใจเฮือกยาว ปากหยักตะโบม ปลายลิ้นร้อนเกลี่ยริมฝีปากอิ่ม งับดึงเนื้อหยุ่นหวานลิ้น ออกกว้างและแทรกลิ้นเข้ามาภายใน

 

            มือใหญ่ลูบฟอนเฟ้นเข้าไปในเสื้อกันหนาวตัวโต บดขยี้ยอดอกที่เริ่มแข็งขืนสู้มือด้วยปลายนิ้วโป้ง ส่วนอีกช้างก็เริ่มสำรวจสร้างความคุ้นเคยกับผิวเนื้อนุ่มและแกนกายขนาดพอดีมือที่เริ่มเติบโตขึ้นจากลูบไล้และหลอกล่อ

 

            คริสกำลังพยายามทำให้อี้ชิงมัวเมา และอี้ชิงยอมรับว่าคริสเองก็ทำได้ไม่แย่นัก

 

            "..." สองขาเรียวหนีบเข้าหากันด้วยความซ่านเสียวท้องน้อย ยามที่ข้อมือใหญ่ขยับขึ้นลงเร็วมากขึ้น คริสกำลังจะทำให้อี้ชิงรู้สึกแปลกประหลาด ร่างกายอี้ชิงร้อนขึ้นเรื่อย ๆ มือหนาผละออกจากใต้เสื้อกันหนาวตัวโตที่เปิดเปิง ปลายนิ้วยาวปาดลงบนยอดสีชมพูที่สำลักของเหลวใสออกมามากขึ้นเพราะการชักจูง อี้ชิงรู้สึกร้อนเสียจนหน้าแดงก่ำยามที่นิ้วลื่นชื้นลักลอบเข้าไปในร่างกาย

 

            "อื้อ อะ" คริสผละริมฝีปากออก มือหนายังคงขยับยามที่จมูกโด่งแนบชิดข้างแก้มนุ่ม ลมหายใจร้อนผ่าวของคนตัวโตดูไม่เท่ากับความร้อนที่กำลังปะทุขึ้นทุกองศาในร่างน้อย

 

            ".." ลมหายใจร้อนทิ้งจังหวะยามที่ร่างน้อยกระตุก ของเหลวขุ่นเลอะเทอะออกมาเต็มฝ่ามือใหญ่

 

            อี้ชิงเจอะเจอความรู้สึกที่ไม่เคยแตะต้องมาก่อน  แผ่นอกบางกระเพื่อมรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านการวิ่งมา ปากอิ่มแดงเจ่อพ่นลมหายใจย ดวงตาวาวใสสั่นระริกของอี้ชิงมองคนที่จับจอง สร้างรอยประทับของตัวเองไปทั่วร่างน้อย

 

ร่างกายที่ไม่คุ้นชินกับทุกสัมผัส เริ่มเรียนรู้และคุ้นเคยมากขึ้นกับความร้อนที่เริ่มสะพัดในกาย

 

            ทว่าหาใช่อี้ชิงจะไม่กลัว

 

            "ว วันนี้ พอแค่นี้ได้ไหมครับ" น้ำเสียงร้องขอครั้งสุดท้ายสั่นพร่า แม้รู้ดีว่าไร้สิทธิ์ต่อรอง อี้ชิงยังต้องการเวลาอีกสักนิด

 

            "ฉันไม่คิดว่าฉันควรที่จะฟัง" 

 

             อี้ชิงถือว่าตัวเองร้องขอแล้วแต่ไม่ได้รับการรับฟัง

 

             และมันจริงดังคำว่า ดอกไม้ไม่ได้มีสิทธิ์ต่อรอง

 

            เวลาของลิลลี่หมดลงแล้ว

 

            "...ฮึก" หยาดน้ำตาวาวใสหยดลงจากขอบตาโต ยามที่นิ้วยาวให้ความรู้สึกแปลกปลอมเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นที่ใหญ่โตกว่า มือน้อยจิกเสื้อกันหนาวที่ยังคงใส่ติดกายออกมาจากบ้านไว้จนแน่น ริมฝีปากแดงเผยอสั่นระริกยามที่คริสยังคงขยับตัวเข้ามา ลึกขึ้น และลึกขึ้น

 

            "อะ.."

 

            และลิลลี่สีขาวก็แปดเปื้อนด้วยหยาดเลือด

 

            คริสกดจูบใต้คางของใบหน้าหวานยามที่แหงนขึ้นจนสุด สะโพกแกร่งขยับเข้าออกเร็วมากขึ้นเพราะได้ความลื่นจากเลือดของลิลลี่ดอกสวยเพิ่มมาอีกอย่าง มือหนาข้างนึงจับยึดสะโพกอิ่มไว้ให้แนบชิด

 

            ผิวของอี้ชิงนุ่มลื่น และกลิ่นหอมยั่วยวนนัก ยิ่งประทับริมฝีปากจูบลงไปยิ่งรู้สึกดี จะหน้าท้องบาง ซอกคอขาว หรือแก้มนุ่ม คริสก็สัมผัสมันซ้ำ ความร้อนแนบชิดตอดรัดจนคนตัวโตกัดปากตัวเองข่มใจให้ถนอมลิลลี่เอาไว้บ้างสักนิดอย่าพึ่งตามใจตนเองจนหมดสิ้น

 

            "อ่ะ" อี้ชิงสะดุ้งเฮือกเม้มริมฝีปากตัวเองเข้าหากันยามที่ถูกระชับสะโพกอิ่มขึ้นมาบนหน้าตัก คริสลอบยิ้มร้ายกับตัวเอง ดูเหมือนตนกำลังมาถูกทาง

 

            "อื้ออ อ๊ะ" มือน้อยจิกบิดเสื้อตัวเองแรงขึ้น ยามที่สะโพกแกร่งกดย้ำปลายคามร้อนลงที่จุด ๆ นั้น เหมือนกับตะเกียงที่เร่งเติมเชื้อไฟ

 

            อี้ชิงเจ็บตามผิวเนื้อ สะโพกหรือก็รู้สึกชาไปเสียแล้ว ทว่าร่างกายก็ยังคงร้อนขึ้น ความวาบหวิวเสียวซ่านกระจายจากท้องน้อยไปทั่วทั้งร่าง

 

            สีหน้าที่ทรมานแต่ยั่วดึงดูดตาที่ยิ่งทำให้คริสคึกคะนอง จนเร่งจังหวะกดย้ำสะโพกลงไปหนักหน่วงยิ่งขึ้น ผิวแก้มขาวถูไถไปกับหมอนยามที่ควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้

 

            "ผะ ผม จะ .. มะ อื้อ มัน...อ๊ะ" แล้วจู่ ๆ ทุกอย่างก็เหมือนถูกกดปุ่มหยุดลง ร่างน้อยเหยียดขึงเหมือนสายพิณก่อนยวบลงไปกับพื้นเตียงนิ่ม  ของเหลวขุ่นกระจายออกมาอีกครั้ง และยามนี้ไม่ได้มีเพียงแค่จากอี้ชิง ความร้อนแปลกใหม่จากคริสกระจายวาบอยู่ในตัวจนร้อนไปทั้งท้องน้อย

 

            หยาดฝนแบบที่คริสปรารถนาได้พร่างพรมลงมาบนตัวอี้ชิง ดังฝนครึ้มที่ตกอยู่ในใจดวงน้อย

 

            "...." ร่างสูงใหญ่ที่คร่อมทับอยู่โน้มมาจนแนบชิด จมูกโด่งกดย้ำที่แก้มหอม และกดซ้ำลงมาตามซอกคอขาว คริสจ้องมองนัยน์ตาวาวใสของอี้ชิงที่ยามนี้สั่นระริกราวกับคลื่นน้ำที่โดนหินหนักตกกระทบจนกระเพื่อมไปทั้งสระ

 

            ไม่ตอบโต้ก็น่าแกล้ง พอมีปฏิกิริยาตอบรับกลับมาก็น่าสนุก

 

            อยากทำอีก

 

            อยากทำเหมือนดังทีแรกที่เขาแค่กะจะยั่วโมโหเล่น แต่พอได้เห็นยามมือน้อยนั้นรูดดึงกางเกงออกจากเรียวขา ยามที่ก้าวเดิน ยามที่กอดซุกไว้แนบอก และยามที่ได้สัมผัสรสจูบหวาน

 

            คริสไม่นึกหักห้ามใจตัวเอง ช้าเร็วก็ต้องได้กอด จึงปล่อยใจหลงใหลไปกับร่างน้อยในอ้อมอก

 

            "หวาน ...สมราคา" และคริสก็บรรจงประทับริมฝีปากสัมผัสความนุ่มหวานจากริมฝีปากสวย เหมือนดังที่บรรจงฟอนเฟ้นขย้ำลิลลี่เต็มสองฝ่ามือจนแนบชิดอก

 

 

            อี้ชิงยังไม่หลับในทันที ยังไม่ได้อ่อนล้าถึงเพียงนั้นแม้ว่าจะถูกช่วงชิงอะไรไปมากแค่ไหนก็ตาม ทว่าเปลือกตาสีน้ำนมก็ปิดลง หยดน้ำตาซึมมาอีกหยด ทิ้งให้ร่างกายยังคงรับสัมผัสจากริมฝีปากหยักที่กดย้ำไปทั่วตัว รับรู้ถึงลมหายใจร้อนที่เร่งให้อุณหภูมิในร่างกายร้อนขึ้นไม่ต่างกันยามที่สัมผัสผ่าน

 

            แต่สุดท้ายเพราะความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมที่ไม่เคยคุ้น ร่างกายก็นำพาลิลลี่แห่งสกุลหยินเข้าสู่ฟากฝัน ปะปนด้วยถ้อยคิดบางเบา

 

            วันนี้เป็นหนึ่งวันที่ยาวนานจริง ๆ เลยนะครับ นายแม่ คุณแม่

 

 

 

 

มีฟามเขินอาย ตอนแรกก็มีเรทแล้ว แต่จริงๆนะคะ ไม่มีเรทมันจะท้องไม่ได้นะคะ ถถถ เรทแรกมาแบบซอฟ ๆ กรุบกริบก่อนเนอะ กรุบกริบ ๆ อิอิ แหม่ เฮียคริสใจร้ายได้ใจร้ายไป เดี๋ยวจักได้ใช้กรรม ถถถถถ

แอบหายไปเสียนาน แต่ก็มาแล้วน้าาา เนื่องในวันเกิดของพี่อี้ผู้แสนดี แสนสวย น่ารักจิบิ ดูแลตัวเองดี ๆ นะคะ สุขภาพแข็งแรงน้าา ส่วนทุก ๆ เรื่องก็ขอให้เป็นไปได้ด้วยดี คูณร้อยคูณพันกับความตั้งใจของพี่อี้เลยยน้าา พี่อี้จ๋า ^^

ฝากสวนลิลลี่ไว้ในอ้อมออกอ้อมใจของทุกคน รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ฉึก ๆ กันด้วยวิธีแสนง่าย จะเมนต์ จะโหวตก็ดีทั้งหมด ทั้งหลอกทั้งชวนเพื่อนมาอ่านก็ดีค่ะ และอีกอย่างที่เป็นปุ๋ยอย่างดีคือพูดถึงเรื่องนี้อย่าลืมติดแท็ก #ลิลลี่ชิงชิง นะคะ ^^

ดูเหมือนจะเป็นการพบกันของคู่ที่ดูจะเป็นผู้ใหญ่ เหรอออ ถถถ 

แลดูเป็นคู่สงครามเย็น แต่พี่คริสจะทำให้มันร้อนเองเชื่อใจเฮียคริสเถอะ อิอิ

ดอกไม้สวยๆ แต่ก็เข้มแข็งนะจ๊ะ แต่นั่นแหละดอกไม้ก็คือดอกไม้ อิพี่คริสเป็นพวกชอบขย้ำด้วยสิ 

เป็นการพบกันที่คิดไว้นานมากแล้ว แต่ยังไม่ได้มือลั่นมาสักทีเพราะอยากเคลียร์ดอกอื่นก่อน จนวันนี้ตั้งใจดูเอ็มวีลัคกี้วันแบบจริงจัง แล้วแบบ มันคุ้มคลั่ง รู้สึกพี่อี้ในเอ็มวีนั้นช่างโดนใจ นี่แหละๆ ดอกไม้สวยๆ แต่ก็มีความสตรอง แต่ก็ไม่ได้ร้ายใส่ใครนะ มันโดนใจ

โดนใจแค่ไหน ตอนแรกก็มาตามนั้นค่ะ พยายามคุมสติไว้ให้แค่เรื่องเดียวก่อน พุธโธ

เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปฝากชาวสวนลิลลี่ติดตามดูแล รดน้ำใส่ปุ๋ยพรวนดินกันด้วยนะคะ 
 
 
ฝากดูแลสวนด้วยเน้อออ 
 
#ลิลลี่ชิงชิง
 
 
 
 
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น