น้ำมิ้ม

ใครชอบพีเรียดย้อนยุค...ห้ามพลาดเรื่องนี้ค่ะ...ไรท์ตั้งใจเขียนสุดฝีมือ ถ้าถามว่าเรื่องไหนคือ "ที่สุด" ของไรท์ ...คือ เรื่องนี้ค่ะ ^^ หวานบ้าง ขมบ้าง รักบ้าง เศร้าบ้าง หัวใจที่โหยหาอดีต มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ มาตกหลุมรักคุณหลวงกันเถอะค่ะ ><

ตอนที่ 28 : ชีวิตที่ไร้หัวใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 28 : ชีวิตที่ไร้หัวใจ

คำค้น : พีเรียด , ขวัญชีวี , ต้องรอด , ย้อนยุค , ร.๕ , ไพร่ , ทาส , ย้อนอดีต , คุณหลวง , นางทาส , ชมมะนาด , นิยายสีขาว , คำสาบาน , คำอธิษฐาน

หมวดหมู่ : นิยาย ทั่วไป

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ต.ค. 2559 16:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28 : ชีวิตที่ไร้หัวใจ
แบบอักษร

ตอนอวสาน

 

ชมมะนาดฟื้นขึ้นมาพร้อมกับอาการหอบหายใจราวกับวิ่งมาอย่างเหน็ดเหนื่อย หญิงสาวไล่มองใบหน้าที่รุมล้อมตัวเธอ ...เจ้าคุณศักดิเดช คุณหญิงเพ็ญ หลวงไกรฤทธิ์ นางพุด และหลวงดำรง ...

“เจ้าชมมะนาดของแม่ ...ฟื้นเสียทีลูกเอ๋ย”

“แล้วคนอื่นๆละคะ แม่ขวัญกับหลวงเดชเล่าคะ”

วรรณสิริถามหาเพื่อนทั้งสองคนทันทีที่ตั้งสติได้ ก่อนจะลุกผวาเข้าไปหาหลวงสุรเดชและขวัญชีวี หลวงไกรฤทธิ์จึงเข้ามาช่วยประคองน้องสาวเพื่อไปเยี่ยมทั้งคู่ แต่ไม่คิดว่าเมื่อมาถึงก็พบว่า ขวัญชีวีกำลังร่ำไห้กอดร่างไร้วิญญาณของหลวงสุรเดชเอาไว้.....

“กระผมรักษาอย่างสุดความสามารถแล้วขอรับ แต่คุณหลวงโดนยิงใกล้หัวใจถึงสองนัด ยากจะยื้อชีวิตไว้ได้ขอรับ”

คำพูดของหมอไม่ต่างจากมีดที่กรีดหัวใจ คุณหญิงแก้วทรุดลงอย่างใจสลาย แม้แต่วรรณสิริและขวัญชีวีเองที่จะพอรู้อยู่แล้วว่ากลับมาจะไม่ได้เจอกัน แต่ก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี

หลวงดำรงเลี่ยงออกไปถามนายตำรวจข้างนอก พลางเอ่ยปากเสียงเหี้ยม

“ไอ้พิชิตมันตายหรือยัง....”

“ร่อแร่เต็มทีขอรับ”

“ไปจับตาดูมันไว้ ....ถ้ามันรอดจากกระสุนของเพื่อนข้า ข้าฝากบอกมันด้วยว่าข้าจะไปฝากอีกนัดที่กะโหลกมันเอง!

.........................................................................................................................................................

 หลังจากครบกำหนดทำบุญร้อยวันแล้ว ชมมะนาดก็รับขวัญชีวีไปอยู่ที่เรือนด้วยกัน เพราะคุณหญิงแก้วตัดสินใจบวชชีตลอดชีวิต ส่วนเรือนพักของหลวงสุรเดชนั้น ท่านเจ้าคุณศรีสุริยานุวัตร์ให้รื้อทิ้งและยกที่ดินให้ อ.บุญต๋วนและมิสเตอร์โรแบร์ ไปสร้างเป็นโรงเรียนเพิ่มเติมจากที่ดินเรือนหอที่คุณหลวงสุรเดชเคยเอ่ยปากตามที่เจ้าตัวได้ตั้งใจไว้

 

 ขวัญชีวีมองแม่น้ำน่านที่ไหลผ่านไปไม่ย้อนกลับ เธอรู้ดีว่าเหตุผลที่ตัวเองยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้เพราะอีกหนึ่งชีวิตในครรภ์ที่ต้องกำเนิดมา วรรณสิริเดินมาหาเพื่อนที่ยืนนิ่งมองสายน้ำอยู่นานสองนานทั้งๆที่ท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที

“กลับขึ้นบ้านเถอะ...ตรงนี้ลมแรงเดี๋ยวจะเป็นหวัดเอานะขวัญ”

“ฉันจะกลับไปก่อนนะคะคุณวรรณ คุณอยู่ที่นี่ดูแลตัวเองดีๆนะคะ”

ขวัญชีวีหันไปเอ่ยกับผู้เป็นเพื่อนอย่างห่วงใย เธอไม่อยากให้ชมมะนาดต้องเผชิญชีวิตที่นี่เพียงลำพังเลย หญิงสาวกุมมือเพื่อน พลางสั่งความเสียงพร่า

“คุณวรรณไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันเชื่ออย่างที่หลวงสุรเดชบอก ทุกอย่างอยู่ในกำมือเราทั้งนั้น หาญวานิชจะต้องไม่เป็นอะไรค่ะ” 

 

คืนนั้น ขวัญชีวีเจ็บท้องคลอด หมอตำแยถูกตามตัวกันจ้าละหวั่น วรรณสิรินั้นขอเข้าไปลุ้นจนถึงขอบเตียง...พลางภาวนาในใจ....

“คุณหลวงเดชเจ้าคะ คุ้มครองลูกเมียด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

ไม่นานต่อมาก็ได้ยินเสียงทารกร้องไห้จ้า......หมอตำแยเดินออกไปบอกท่านเจ้าคุณและคุณหญิงเพ็ญที่คอยลุ้นข้างนอกอย่างยินดี ......“ลูกผู้ชายเจ้าค่ะ”

 

 ขวัญชีวีอุ้มทารกน้อยตัวแดงที่กำลังพริ้มตาหลับหลังจากกินนมอิ่มส่งให้เพื่อนรัก ....ลูกของเธอเป็นผู้ชาย ...ทั้งเค้าหน้าและดวงตาเหมือนผู้ชายที่เธอรักทุกกระเบียดนิ้ว

“คุณไม่ต้องรอเลือกแล้วล่ะค่ะคุณวรรณ  ลูกเหมือนคุณหลวงเหลือเกิน....” ขวัญชีวีน้ำตากลบตา พลางเอ่ยเสียงสะอื้นราวกับจะขาดใจ

“ฉันตั้งชื่อให้ลูกว่า ...หาญ...นี่คือสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะช่วยหาญวานิชได้ ....ฉันฝากลูกด้วยนะคะคุณวรรณ” หญิงสาวบีบมือเพื่อนรักเป็นครั้งสุดท้าย ....ก่อนที่จะสิ้นลมหายใจไป

วรรณสิริก่อนเด็กชายตัวน้อยเอาไว้แนบอก พลางจับมือขวัญชีวีไว้แน่น ....แต่มือนั้นไม่บีบตอบเธอเสียแล้ว นับจากนี้เธอเหลือตัวคนเดียวแล้วจริงๆ

.......................................................................................................................................................

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น