น้ำมิ้ม

ใครชอบพีเรียดย้อนยุค...ห้ามพลาดเรื่องนี้ค่ะ...ไรท์ตั้งใจเขียนสุดฝีมือ ถ้าถามว่าเรื่องไหนคือ "ที่สุด" ของไรท์ ...คือ เรื่องนี้ค่ะ ^^ หวานบ้าง ขมบ้าง รักบ้าง เศร้าบ้าง หัวใจที่โหยหาอดีต มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ มาตกหลุมรักคุณหลวงกันเถอะค่ะ ><

ตอนที่ 26 : ปริศนา

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 : ปริศนา

คำค้น : พีเรียด , ขวัญชีวี , ต้องรอด , ย้อนยุค , ร.๕ , ไพร่ , ทาส , ย้อนอดีต , คุณหลวง , นางทาส , ชมมะนาด , นิยายสีขาว , คำสาบาน , คำอธิษฐาน

หมวดหมู่ : นิยาย ทั่วไป

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ต.ค. 2559 16:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 : ปริศนา
แบบอักษร

หลวงดำรงพอได้ยินเสียงกรีดร้องของชมมะนาดก็ถลาออกมา ร่างของทั้งชมมะนาดและขวัญชีวีนอนสิ้นสติพร้อมกันอยู่กลางเรือน ชายหนุ่มยิ่งตกใจเมื่อเห็นทั้งคู่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ก่อนจะเข้ามาประคองร่างอันซีดเผือดของชมมะนาดเอาไว้ด้วยมืออันสั่นเทา  แม้จะอยู่ใกล้กันถึงเพียงนี้แต่เขากลับแทบไม่รู้สึกถึงลมหายใจของหล่อนเลย

....นี่หรือคือความจริงที่ชมมะนาดเพียรบอกเขา... หล่อนจะต้องตาย...หากหล่อนและหลวงสุรเดชไม่ได้ทำตามที่อนาคตเคยเป็น   ตอนนี้ทุกอย่างผิดเพี้ยน หลวงสุรเดชอาการร่อแร่เต็มที ส่วนแม่ชมมะนาดกับขวัญชีวีต่างก็นอนสิ้นสติราวกับรอคำพิพากษาจากพระยม

“โอ...ลูกไม่รู้จริงๆว่าหล่อนพูดจริง ....ได้โปรดให้โอกาสลูกได้แก้ตัวเถิด อย่าให้แม่ชมมะนาดต้องเป็นอันใดไปเลย”

หลวงดำรงคร่ำครวญพลางกอดร่างอันไร้สีเลือดและเกือบจะไร้ลมหายใจของคนรักเอาไว้ ...ถ้าหากเขาเชื่อหล่อนสักนิด ต่อให้ต้องไปยืนดูหล่อนเข้าพิธีวิวาห์กับเพื่อนรัก เขาก็จะทำ ขอเพียงแค่หล่อนยังมีชีวิตอยู่ ....ให้เขาได้เห็นหล่อนมีชีวิตอยู่ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

 

หลวงไกรฤทธิ์ให้คนไปตามหมอมาเพิ่ม ก่อนจะไปอุ้มร่างไร้สติของขวัญชีวีไปพักที่ฟูกที่นางขาวหามาปูให้ทั้งน้ำหูน้ำตา ...คุณขวัญของเธอเพิ่งกลับคืนมาที่เรือน แต่ก็ต้องมาพบเจอเรื่องร้ายๆเสียแล้ว

คุณหญิงแก้วมองภาพที่เกิดขึ้นอย่างตกใจ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเหลือเกิน พ่อเดชถูกหามเข้าไปรักษา แล้วจู่ๆแม่ขวัญกับแม่ชมมะนาดก็ล้มสิ้นสติไป ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

หลวงดำรงเฝ้ากังวลเมื่อหมอที่ถูกตามมาเพิ่มตรวจอาการของหญิงสาว พลางส่ายหน้าอย่างจนใจ

“หล่อนไม่ได้เป็นอันใดขอรับ แค่นอนหลับไปเท่านั้น”

หลวงดำรงกุมมืออันเย็นชืดของหญิงในดวงใจไว้ ถ้าหล่อนเป็นอะไรไปเขาจะไม่ให้อภัยตัวเองเลยจริงๆ

“ให้คนไปเรียนเชิญพ่อข้ามาที่นี่ทีเถิด”

หลวงไกรฤทธิ์หันไปบอกบ่าวไพร่ ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับหมอที่มาตรวจอาการของขวัญชีวี

“แม่หญิงผู้นี้ก็เพียงแต่หลับไปเท่านั้นขอรับ แต่อาจจะต้องคอยดูแลระวังให้มากสักหน่อย เพราะหล่อนกำลังท้องอ่อนๆ”

ชายหนุ่มสองคนหันมองสบตากันอย่างตกใจ ในขณะที่คุณหญิงแก้วถึงกับเป็นลมพับไปอีกคน... ตอนนี้ทั้งลูกชายของเธอ เมียของลูก อีกทั้งหลาน กำลังจะไม่รอดสักคน!

 ทันทีที่ท่านเจ้าคุณศักดิเดชขึ้นเรือนมาพร้อมๆกับคุณหญิงเพ็ญ และนายแม่ทิพย์กับแม่เดือนที่ตามมาด้วย คุณหญิงแก้วก็ถลาไปหาเพื่อนรักอย่างนายแม่ทิพย์ ...ก่อนจะร้องไห้ปรับทุกข์ในใจอย่างเศร้าโศก...เธอไม่คิดเลยว่าตัวเองจะต้องขึ้นมาเผชิญหน้ากับข่าวร้ายเช่นนี้

 

“หมอบอกว่าน้องแค่นอนหลับไปเท่านั้นขอรับเจ้าคุณพ่อ แต่ลูกว่าอาการน้องน่าเป็นห่วงนัก เกรงว่าจะเหมือนกับตอนที่จมน้ำครั้งก่อนขอรับ”

หลวงไกรฤทธิ์เอ่ยรายงานบิดา ก่อนจะเข้าประคองคุณหญิงเพ็ญที่คล้ายจะเป็นลมให้นั่งลงข้างๆชมมะนาด เจ้าคุณศักดิเดชลูบหัวบุตรสาวคนเดียวอย่างตรอมตรม ครั้งก่อนก็เป็นแม่ขวัญที่มาปลุกเจ้ามิใช่หรือ หากนี่แม่ขวัญกลับหลับไปพร้อมเจ้าเช่นนี้ แล้วใครจะมาปลุกเจ้ากัน....

“กระผมจะไปกราบนิมนต์ท่านพระครูให้ช่วยเหลือขอรับ”

หลวงดำรงเอ่ยขึ้น หลังจากที่ชั่งใจอยู่นาน ....สิ่งที่เกิดขึ้นยากจะอธิบายให้ใครฟัง แต่ถ้าเขาไม่เร่งจัดการ คงจะต้องสูญเสียคนรักไปตลอดกาลแน่..

เจ้าคุณศักดิเดชและหลวงไกรฯเห็นพ้องกับความคิดนี้ หลวงดำรงจึงเร่งให้บ่าวนำเรือไปที่วัดใหญ่ทันที

.......................................................................................................................................................

หลวงดำรงกราบเบญจางคประดิษฐ์งดงาม ท่านพระครูยังคงนั่งสมาธิอยู่ ชายหนุ่มร้อนใจก็จริงแต่เขาก็ไม่กล้ารบกวนผู้เข้าสมาธิฌานด้วยบาปแห่งการกระทำดังกล่าวนั้นหนักหนานัก

หลวงพ่อนั่งสมาธิอีกครู่ใหญ่ก็ลืมตาขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยประโยคแรกกับหลวงดำรง

“สายเกินไปเสียแล้วโยม...อาตมาคงช่วยอะไรไม่ได้”

“กระผมกราบขอร้องเถิดขอรับ เป็นกระผมที่ผิดเอง กระผมขัดขวางเธอ ไม่ให้เธอทำเองขอรับ”

หลวงดำรงสารภาพเสียงสั่น เพราะความเห็นแก่ตัวของเขา กำลังทำให้แม่ชมมะนาดอาจจะต้องตาย ชายหนุ่มได้แต่พร่ำโทษตัวเองในใจ ถ้าหากเขาย้อนเวลากลับไปได้

“ท่านพระครูขอรับ....”

“อย่าเอ่ยขอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยโยม” หลวงพ่อเอ่ยขัดขึ้น ท่านเองก็เคยเตือนทั้งหลวงสุรเดชและขวัญชีวีแล้ว หากแรงใดก็ไม่สู้แรงแห่งคำสาบาน

“โยมทั้งสามคนนั้นเขาเคยมีกรรมร่วมกันมา เดิมทีควรจะถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ....โยมคุณหลวงสุรเดชช่วยเหลือสีกาขวัญชีวี  ...สีกาขวัญชีวีมาช่วยสีกาชมมะนาด และสีกาชมมะนาดช่วยเหลือโยมคุณหลวงสุรเดช วนเวียนเป็นห่วงโซ่กรรมต่อกัน แต่หากแรงสาบานแห่งหลวงสุรเดชทำให้เรื่องราวผิดเพี้ยนไป เป็นโยมสุรเดชที่ตัดห่วงโซ่แห่งกรรมนั้น”

“แล้วกระผมจะทำอย่างไรได้บ้าง ไม่มีทางแก้ไขเลยหรือขอรับหลวงพ่อ”

หลวงดำรงถามอย่างอ่อนแรง .... และไม่อยากยอมรับความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น

“โยมกลับไปรอที่เรือนเถิด อาตมาจะทำเท่าที่ทำได้”

ท่านพระครูกล่าวจบก็หันไปกราบพระพุทธรูป ก่อนจะเตรียมเข้าฌานสมาธิ หลวงดำรงจึงต้องถอยออกมาอย่างจำยอม

.......................................................................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น