น้ำมิ้ม

ใครชอบแนวดราม่าบีบคั้นอารมณ์..อย่าลืมจิ้มหัวใจ กดแอด Favorite ไว้ด้วยนะจ๊ะ เค้าจะพยายามอัพทุกวัน ...เรื่องนี้พระเอกเป็นแนวดาร์คนะคะ อย่าได้หาความดีมีคุณธรรมจากพี่แก..นางเอกรันทดสุดชีวิต เนื้อหาเข้มข้นทุกตอนจ้า ไรท์เตอร์รับประกัน

ปานดวงใจ ตอนที่ 4 : ความโชคดีในความโชคร้าย (NC 25+)

ชื่อตอน : ปานดวงใจ ตอนที่ 4 : ความโชคดีในความโชคร้าย (NC 25+)

คำค้น : ทวิกมล , ความลับ , พี่น้อง , สู้ชีวิต , ความรัก , พระเอกร้าย , นางเอกน่าสงสาร , พระรองแสนดี , ปกปิด , เปรมอุรา , ปานดวงใจ , 25+

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ต.ค. 2559 15:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปานดวงใจ ตอนที่ 4 : ความโชคดีในความโชคร้าย (NC 25+)
แบบอักษร

 

  ปานดวงใจขยับตัวตื่นขึ้นอย่างแผ่วเบา...พลางหันไปมองหน้าของผู้ชายที่รับปากว่าจะช่วยเหลือเธออย่างเต็มตาอีกครั้ง ใบหน้าคมเข้มที่นอนหลับอยู่คล้ายกับพึงพอใจอะไรบางอย่างเพราะแม้แต่ยามนอนก็ยังคงยิ้มละไม...จู่ๆปานดวงใจก็รู้สึกอิจฉาผู้ชายคนนี้ขึ้นมา เขาอาจจะกำลังนอนหลับฝันดี หากหลังจากนี้เธออาจจะต้องฝันร้ายเมื่อหวนนึกถึงว่าตัวเองต้องพบเจอกับเรื่องราวอันน่าอัปยศนี้

หญิงสาวลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำเงียบๆ ปล่อยน้ำตาให้ไหลไปกับสายน้ำที่ไหลรดตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอจะไม่มีวันให้ไอ้สองคนชั่วที่ทำให้เธอตกอยู่ในสภาพนี้ลอยหน้าลอยตาอยู่ได้อีกต่อไป...

กวินวัธน์ตื่นนานแล้วเมื่อปานดวงใจออกจากห้องน้ำมา หญิงสาวดูจะตกใจไม่น้อยที่เห็นเขาตื่นเพราะลืมเอาเสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำจนต้องนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนสั้นเดินออกมา...ชายหนุ่มอมยิ้มน้อยๆพลางกวักมือเรียกหญิงสาวให้เข้ามาใกล้

“มานั่งนี่สิ...ไม่อยากคุยกันหน่อยหรือ”

“ไม่ค่ะ...ดิฉันขอไปแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า”

ปานดวงใจรีบเข้ามาจะหยิบเสื้อผ้าที่ปลายเตียง หากกวินวัธน์รวบเอวเล็กๆนั้นไว้ก่อนจะอุ้มหญิงสาวขึ้นนั่งตักอย่างรวดเร็ว

“ว้ายยย...นี่คุณ...”

ชายหนุ่มฉวยโอกาสจูบผิวเนียนที่ไหล่นั้นอย่างชอบใจ กลิ่นสบู่อ่อนๆทำให้เขายิ่งเคลิบเคลิ้มกับเรือนร่างของคนตรงหน้าแบบไม่ต้องใช้ตัวช่วยอะไรเลย

“คุณไม่อยากให้ผมจัดการพวกนั้นให้แล้วหรือ...ผมอุตส่าห์จะคุยด้วยดีๆ”

“งั้นปล่อยค่ะ..ฉันจะไปนั่งตรงเก้าอี้”

กวินวัธน์แกล้งส่ายหน้าจนปลายจมูกถูไถที่แถวต้นคอของหญิงสาวจนปานดวงใจขนลุกซู่ ในขณะที่อีกฝ่ายยังคงรัดเอวหญิงสาวไว้แน่นด้วยแขนแข็งแกร่งทั้งสองข้าง

“นั่งคุยกันแบบนี้ละดี...เอาละไหนคุณลองบอกผมมาสิว่าพวกมันเป็นใคร ชื่ออะไร ทำงานอยู่ที่ไหน”

ปานดวงใจนิ่งตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอี้ยวหน้าไปมองใบหน้าคมเข้มที่จ้องเธออยู่อย่างจริงจัง

“คุณจะจัดการให้ฉันได้จริงๆเหรอคะ ....”

“ฉันพูดจริงทำจริงเสมอ ... ฉันจะให้เบอร์โทรศัพท์ของฉันไว้ ถ้าภายใน 3 วันแล้วฉันยังจัดการพวกมันไม่ได้ เธอโทรมาเล่นงานฉันได้เลย....ฉันบอกแล้วว่าฉันอยากจะชดเชยความผิดที่ฉันทำร้ายเธอแบบไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

กวินวัธน์เอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิด ปานดวงใจจ้องลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่ายก่อนจะตัดสินใจเอ่ยเล่าความจริงให้ชายหนุ่มฟัง

“พวกมันชื่อ จักรวาล คนนี้มันเป็นหัวหน้างานที่พยายามลวนลามฉัน แต่ฉันเอาเรื่องนี้ไปบอกท่านประธาน พวกมันเลยแค้นฉัน ไอ้จักรวาล กับ ไอ้จารุวัฒน์ผู้จัดการโรงงานเลยวางแผนเอาตัวฉันมาขาย...”

กวินวัธน์ขมวดคิ้วแน่นระหว่างฟัง...รายชื่อพวกนี้มันคุ้นๆนะ เหมือนเคยได้ยินที่ไหน

“พวกเธอทำงานที่ไหน”

“บริษัท เอกกุลวัสดุก่อสร้างค่ะ ”

กวินวัธน์แทบจะร้องอ๋อ!ขึ้นมาดังๆ ที่แท้ก็จุดไต้ตำตอ...งานนี้เล่นไม่ยาก

“งานหมูเลยคุณ... ผมจัดการให้วันนี้เลยยังได้ ...”

ปานดวงใจหันมามองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่อยากจะเชื่อ หากอีกฝ่ายยืนยันดวงตาพราว

“จริงๆ...แน่ะ ไม่เชื่อ ...ถ้าผมทำได้คุณจะให้อะไร”

ปานดวงใจไม่ตอบ...หากอีกฝ่ายจูบแรงๆที่ต้นคอ พลางเอ่ยกระซิบเสียงกระเส่า

“เอาเป็นว่า...ผมขอคิดค่าแรงเพิ่มจนกว่าผมจะเช็คเอ้าท์ก็แล้วกัน”

กวินวัธน์เอ่ยพลางเอื้อมไปหยิบมือถือ ในขณะที่อีกมือยังโอบเอวหญิงสาวไว้ไม่ให้ลุกหนีไปไหน ชายหนุ่มกดโทรศัพท์ครู่เดียวปลายสายอีกฝั่งก็ตอบรับ

“สวัสดีครับ คุณเอกกุลหรือเปล่าครับ...ครับ ..ผมกวินวัธน์ วันนี้ผมจะเข้าไปสั่งเหล็กเพิ่มตอนบ่ายสองโมง คุณเอกกุลสะดวกหรือเปล่าครับ”

ปานดวงใจฟังการสนทนาทางโทรศัพท์ของชายหนุ่มอย่างแตกตื่น ... ซวยแล้ว...นี่เธอนอนกับใครกันแน่เนี่ย

“โอเคครับ บ่ายสองเราเจอกัน”

กวินวัธน์ตัดสายพลางโยนโทรศัพท์ไปที่หัวเตียงก่อนจะหันมายิ้มกรุ้มกริ่มกับหญิงสาวบนตัก

“เอาล่ะ...ผมทำตามสัญญาแล้ว ถึงตาคุณบ้างล่ะ”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ....คุณเป็นใครกันแน่คะ ... อย่าบอกนะคะว่าคุณเป็นลูกค้าของบริษัท”

“ถ้าใช่แล้วจะทำไม.... ฉันทำตามสัญญาน่า ... รับรองว่าเรื่องของเราจะเป็นความลับ” กวินวัธน์ยืนยันอีกครั้ง พลางเอ่ยกับหญิงสาวอย่างจริงใจ

“ฉันจะไม่ทำลายอนาคตเธออย่างแน่นอน... ความผิดพลาดทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันจะจบลงที่นี่วันนี้ ... พอก้าวออกจากที่นี่ไป เราจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน โอเคมั้ย”

ปานดวงใจหันมามองสบตาชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างเต็มตา พลางกล่าวขอบคุณทั้งน้ำตา

“ขอบคุณค่ะ...ขอบคุณที่ยังเห็นแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”

กวินวัธน์ประคองใบหน้าเรียวให้ก้มลงมาจูบเขาอย่างอ่อนโยน ... สัมผัสที่คล้ายกับปลอบประโลมนั้นทำให้ปานดวงใจไม่ขัดขืนอีกฝ่าย จนปลายลิ้นที่ตวัดรัดรึงนั้นรุกเร้ามากยิ่งขึ้น จูบที่เคยอ่อนโยนในตอนแรกกลายเป็นเร่าร้อนและเรียกร้องจนปานดวงใจแทบจะหายใจไม่ทัน ผ้าเช็ดตัวหลุดหายไปตั้งแต่เมื่อใดก็สุดรู้ จนกระทั่งมือหนากอบกุมเค้นคลึงทรวงอกของเธออย่างหนักหน่วง ในขณะที่ริมฝีปากหนานั้นจูบประทับรอยตามเนื้อตัวเธออย่างคลั่งไคล้

“อ๊ะ... .คุณ...ฉันเจ็บ”

ปานดวงใจร้องประท้วงเมื่ออีกฝ่ายประคองเธอให้หันหน้าเปลี่ยนท่านั่ง กวินวัธน์ประคองน้องชายที่ตื่นตัวเต็มที่เอาไว้พลางตั้งหลักดุนดันเข้าไปใหม่

“เจ็บนิดเดียว...คุณนี่กำลังจะทำให้ผมคลั่งตายอยู่แล้ว ทำไมถึงคับแน่นขนาดนี้”

กวินวัธน์ค่อยประคองเอวหญิงสาวให้ขยับถูกท่าทางมากขึ้น พลางลูบไล้ให้อีกฝ่ายหายเกร็ง ปานดวงใจจิกเล็บลงบนไหล่ของเขาทั้งสองข้างในขณะที่กัดฟันนั่งครอบคร่อมลงไปอย่างช้าๆจนกวินวัธน์ต้องเป่าปากอย่างเสียวซ่านเมื่อปานดวงใจครอบครองเขาไว้ทั้งหมดได้สำเร็จ

“วันนี้ผมให้โอกาสคุณเอาคืนผมให้เต็มที่...อย่างน้อยผมก็อยากให้คุณไม่ได้รู้สึกแย่ที่ต้องมีเซ็กซ์กับผม”

กวินวัธน์เอ่ยพลางจูบเล้าโลมอีกฝ่ายก่อนจะก้มลงขบเม้มลูกเชอรี่สีแดงจนหญิงสาวร้องครวญครางเสียงหวาน

“ปล่อยความรู้สึกให้เป็นไปตามธรรมชาติ...อย่าเกร็ง...”

ชายหนุ่มเอ่ยพลางเลื่อนมือไปที่เอวของหญิงสาวก่อนจะขยับนำให้อีกฝ่ายโยกเอวตาม ปานดวงใจหน้าแดงก่ำหากก็ยินยอมทำตามแบบกล้าๆกลัวๆ หากเมื่อกวินวัธน์ลากไล้ปลายลิ้นในจุดเร้าอารมณ์หญิงสาวก็ดูจะเตลิดไปจนเอวบางนั้นโยกย้ายไปตามแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า

“อาหหหห....อาหหห  แฮ่กก...แฮ่ก...แฮ่ก”

กวินวัธน์หอบหายใจอยู่กับทรวงอกนุ่มที่เคลื่อนขึ้นลงตามแรงกระแทกที่หนักหน่วงขึ้น ปานดวงใจกัดฟันเร่งจังหวะควบขี่ให้ถึงจุดหมายปลายทางจนเสียงที่นอนสปริงลั่นเอี้ยดอ๊าดจากแรงขย่มกระแทก

“อ๊า......อ๊า.....อ๊า...อ๊ะ!

ปานดวงใจร้องออกมาเสียงดังเมื่อจังหวะกระแทกครั้งสุดท้ายส่งเธอไปถึงเส้นชัยได้สำเร็จ หญิงสาวแทบจะซุกซบกับไหล่หนาของอีกฝ่ายอย่างหมดแรง ในขณะที่กวินวัธน์ที่ยังหอบหายใจหันมากระซิบข้างหูหญิงสาวเสียงสั่นพร่า

“ขอผมเข้าเส้นชัยบ้างนะคนดี ....”

กวินวัธน์พลิกตัวหญิงสาวพาดเตียง ก่อนที่ตัวเองจะลุกขึ้นยืนแล้วยกประคองบั้นท้ายงอนงามของหญิงสาวให้สูงขึ้นแล้วจัดการเสียบพรวดไปจนมิดลำ

“อ๊า....”

ปานดวงใจร้องออกมาเมื่ออีกฝ่ายอัดกระแทกด้วยพลังพายุรัวแรงสองมือหญิงสาวกำผ้าปูเตียงไว้แน่น หากแรงกระแทกทำให้ผ้าปูเตียงที่เธอกำไว้ถลกขึ้นตามแรกขับเคลื่อน

“อ่าหหหห...อ่าหหหห...โอววว”

กวินวัธน์ครางลึกในลำคออย่างสุขสมในขณะที่ปลดปล่อยสายน้ำสีขุ่นขาวไปในร่างเพรียวงามของอีกฝ่าย เสียงหอบหายใจที่แข่งประสานกันอย่างหนักหน่วงนั้นยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนปานดวงใจได้แต่ร่ำร้องในใจ...เธอจะลืมความลับอันแสนเร่าร้อนนี้ได้อย่างไรกัน...

..................................................................................

เอกกุลเข้ามาตรวจความเรียบร้อยเองถึงโรงงาน ด้วยวันนี้ลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทจะเข้ามารับสินค้าเองถึงที่นี่ ชายหนุ่มเรียกจารุวัฒน์ผู้จัดการโรงงานออกมาสั่งให้เตรียมสต๊อกสินค้าไว้ให้พร้อมก่อนจะเข้าไปรอลูกค้าให้ห้องทำงาน

กวินวัธน์ขับรถมาถึงทางแยกหน้าถนนใหญ่พลางจอดให้หญิงสาวลงตามคำขอร้อง

“ดิฉันขอบคุณคุณอีกครั้งนะคะ อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้โชคร้ายไปเสียทั้งหมด”

ปานดวงใจเอ่ยกับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างจริงใจ ก่อนจะเผยรอยยิ้มแรกให้ชายหนุ่มแทนคำยืนยืนจากปากของเธอ

“ลาก่อนค่ะ คุณคนแปลกหน้า...หวังว่าสักวันหนึ่งเราจะได้มีโอกาสรู้จักกันอย่างเป็นทางการนะคะ”

ปานดวงใจก้าวลงจากรถยุโรปคันหรู ก่อนจะเรียกแท็กซี่เพื่อนั่งกลับเข้าหอพักของบริษัท โดยมีสายตาของกวินวัธน์มองตามไปจนลับสายตา...

รถยุโรปคันหรูยังไม่ทันเข้ามาจอดเทียบที่หน้าโรงงานดี นายจารุวัฒน์ก็กระวีกระวาดเข้ามาเปิดประตูรถให้ลูกค้าคนสำคัญอย่างประจบประแจง หากกวินวัธน์ทำท่าเหมือนจะไม่สนใจ อีกฝ่ายเลยชิงแนะนำตัวเอง

“สวัสดีครับท่าน ...ผมจารุวัฒน์ ผู้จัดการโรงงานเหล็กที่นี่ครับ ท่านประธานรอท่านอยู่ที่ห้องครับ”

กวินวัธน์มองชายร่างอ้วนที่ดูยังไงก็น่าจะเกินสี่สิบไปหลายปีด้วยแววตาสนใจเป็นครั้งแรก แม้ว่ากริยาที่พินอบพิเทาจนเกินเหตุนั้นขัดกับวัยของคนทั้งคู่ หากชายหนุ่มไม่แยแส ต่อให้เขาเพิ่งจะ 30 แต่ด้วยฐานะและอะไรหลายๆอย่างทำให้เขาต้องพบเห็นคนประเภทนี้เป็นประจำ ...คนที่เข้ามาประจบสอพลอ!

“คุณเองเหรอ ที่ชื่อจารุวัฒน์”

กวินวัธน์เอ่ยขึ้นเป็นคำแรกพลางยิ้มมุมปากนิดๆ หากอีกฝ่ายคิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญจึงรีบตอบรับละล่ำละลัก

“ครับ..ครับ ผมเองครับ ยินดีที่ได้รู้จักกับท่านครับ ผมได้ยินท่านประธานพูดเสมอว่า คุณกวินวัธน์เป็นลูกค้าคนสำคัญของเรา ผมรับรองว่าผมจะเตรียมสินค้าที่ดีที่สุดให้ท่านเองครับ”

“ดี...ถ้าอย่างนั้นคุณควบคุมสินค้าไปส่งให้ผมที่ไซต์งานด้วย...หวังว่าคุณคงจะไม่รังเกียจ”

กวินวัธน์เอ่ยเสียงเรียบ ในขณะที่อีกฝ่ายรับปากรับคำหน้าบาน

“ด้วยความยินดีครับท่าน ผมจะนำสินค้าไปส่งให้ท่านด้วยตัวเองอย่างแน่นอนครับ”

 

.........................................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น