มอมิ้น

เรื่องนี้เคะท้องได้นะคะ ❤

ตอนที38 กรงรักพันธนาการร้าย

ชื่อตอน : ตอนที38 กรงรักพันธนาการร้าย

คำค้น : ตอนที่38 กรงรักพันธนาการร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.3k

ความคิดเห็น : 60

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2559 14:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที38 กรงรักพันธนาการร้าย
แบบอักษร
ตอนที่38
#กรงรักพันธนาการร้าย
#แอดพี่ลู่
 
หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของเขาทั้งคู่จะยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิมเสียอีก เพราะในยามนี้ไม่ใช่เพียงคนตัวเล็กไม่ยอมคุยด้วย แต่นั่นยังรวมไปถึงการที่เกรซไม่แม้แต่จะอยู่ใกล้หรือยอมนั่งดูทีวีด้วยกัน ในยามที่เมฆอยู่ข้างล่างเกรซก็จะขึ้นไปบนห้อง และเมื่อเมฆอยู่บนห้องนอน เกรซก็จะรีบอุ้มลูกมานั่งเล่นอยู่ด้านล่าง มันวนเวียนเป็นอยู่อย่างนี้จนเข้าเกือบจะสามเดือน ยิ่งไปกว่านั้นเงินที่ใช้ก็ยังต่างคนต่างใช้ แทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งที่นอนร่วมห้องด้วยกันทุกคืน
 
ก็เขาถึงบอกไง
ว่าความสัมพันธ์ มันแย่ลงไปกว่าเดิมเสียอีก
 
.....แงงงงงงงงงงง!!!...
 
และเวลาตีสองของวันนี้ เสียงร้องไห้จ้าของเด็กน้อยวัยสามเดือนเศษก็ดังลั่นไม่หยุด อาการร้องไห้ไม่มีลดของลูกทำให้เกรซต้องรีบลุกขึ้นตื่นมาดู คนตัวเล็กรีบตรงเข้าไปอุ้มเจ้าตัวเล็กพร้อมกับหยิบขวดนมมาใส่ปากให้
 
“ฮึกก แงงง!”
“อะไรๆ เป็นอะไรเนี่ย” เกรซเริ่มพึมพำถามด้วยความไม่เข้าใจเพราะตั้งแต่เลี้ยงมาน้องเฟรมก็ไม่เคยจะมีอาการอย่างนี้เลย แถมวันนี้ทั้งวัน เฟรมของเขาก็ยังมีท่าทีงอแงผิดปกติ จนพอมาตอนนี้ที่ร้องไห้ไม่หยุดด้วยใบหน้าเหยเกแบบนั้น
 
“แงงงฮึออฮืออ!!”
“น้องเฟรม ชู่ว ไม่เอาไม่ร้องสิ” แต่ต่อให้พยายามโอ๋หรือให้กินนมยังไง เจ้าหนูเฟรมของเราก็ยังไม่ยอมหยุดร้องไห้ จนเกรซเริ่มจะขมวดคิ้วกังวล แถมยิ่งไปกว่านั้นเขายังเกรงว่าเมฆที่หลับอยู่จะตื่นขึ้นมาหงุดหงิดใส่ เพราะในวันนี้ใครอีกคนเพิ่งจะกลับเข้าบ้านแล้วนอนไปเพียงไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ
 
“ฮึก ฮึก...แงงงงงงง!!!” แถมยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุจนในที่สุดคนที่นอนอยู่บนเตียงกว้างก็เริ่มจะขยับตัว เกรซหันมองไปยังเมฆซึ่งภาพที่เห็นก็คือการที่คนตัวสูงคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมหัวตัวเองแล้วทำท่านอนต่อ
 
“เดี๋ยวมันก็ตื่นมาดุเอาหรอก....ไม่เอาไม่ร้องนะ”
“ฮืออออ!!”
 
“ทำไมต้องทำหน้าแบบนี้ด้วยหละ” เกรซพึมพำถามลูกออกไปพร้อมกับร่างกายที่รีบอุ้มเจ้าตัวน้อยเข้าไปในห้องน้ำ เขาเอาน้ำล้างหน้าให้น้องเฟรมเผื่อว่าอีกคนจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็สูญเปล่า เพราะเจ้าตัวเล็กของเขายังคงร้องไม่หยุดอยู่ดี แถมยังทำหน้าเหมือนกับไม่สบายตัวอีกด้วย
 
เขาอยากพาลูกไปหาหมอ
แต่ว่า...
 
“ไปปลุกมันเองเลยนะ” สุดท้ายคนตัวเล็กก็ต้องพูดบางสิ่งบางอย่างกับลูก เกรซอุ้มเจ้าตัวน้อยที่ร้องไห้ไม่หยุดเดินกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง พอมายืนอยู่ปลายเตียงเขาก็ทำเพียงวางร่างของเฟรมลงบนที่ว่างข้างกับเมฆเท่านั้น แถมไอ้ตัวเล็กก็ยังทำหน้าที่ส่งเสียงร้องไห้ดังจ้าได้อย่างดิบดี
 
..ปึก..!
 
แรงเหวี่ยงจากมือเฟรมฟาดปั้กใส่แขนของเมฆเต็มแรง ซึ่งเพียงไม่นานเท่าไหร่คนที่เกรซกำลังยืนมองก็เริ่มที่จะงัวเงียลุกขึ้นมา เมฆหันมองไปที่เจ้าเด็กตัวน้อยที่กำลังร้องไห้ไม่หยุด ซักพักคนตัวสูงก็มองกลับมาที่เกรซซึ่งยืนอยู่ปลายเตียง เกรซมองอีกคนนิ่งและการที่เมฆนั่งเช็ดเลือดกำเดาของตัวเองแบบนั้นก็ทำให้เกรซต้องแอบขมวดคิ้วเล็กน้อย
 
พักนี้เกรซสังเกตเห็นเมฆตื่นมากลางดึกบ่อย
แล้วก็มีเลือดกำเดาตลอด
เขาว่างบางที มันนั่นแหละที่ควรจะไปหาหมอด้วยกันกับลูก
 
“มีอะไร” พอเมฆถามเกรซไม่ตอบแต่ทำเพียงมองไปที่ลูกชายที่ร้องไห้ไม่หยุด เมฆเองที่เริ่มจะเข้าใจสถานการณ์ก็ทำเพียงลุกเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำแล้วเดินย้อนกลับออกมาด้วยสภาพที่ยังดูง่วงไม่หาย เกรซเองก็รีบอุ้มลูกแล้วเดินนำลงไปยังด้านล่างของตัวบ้าน เขาหยิบเงินที่เหลือใช้สำหรับเดือนนี้ออกมา ที่จริงเงินที่พ่อกับแม่ของเมฆให้ต่อเดือนเกรซแทบจะเอาเก็บไว้ใช้สำหรับลูกทั้งนั้น ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นเขาก็ทำงานเสริมเอง
 
ส่วนเมฆน่ะหรอ ไอ้นั่นน่ะ ก็ใช้เงินที่ตัวเองหามาเหมือนกัน
เขาไม่รู้หรอกนะว่าเมฆทำงานอะไร แต่จากสภาพที่แทบจะมีแผลถลอกเหมือนล้มกลับมาแบบนี้ทุกครั้ง
 
ก็คงจะสรุปได้ว่า ไอ้สิ่งที่ทำคงจะไม่ดีต่อตัวเองเท่าไหร่
 
“แงงงง!!” และตลอดของการนั่งรถมาโรงพยาบาล เจ้าหนูน้อยที่เคยอารมณ์ดีก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุดหย่อน เกรซแอบน้ำตาคลออย่างสงสารลูก แถมการที่เฟรมไม่สามารถบอกกล่าวได้ว่าตัวเองเจ็บป่วยตรงไหนมันก็ยิ่งทำให้เขากังวล ซึ่งทันทีที่ถึงโรงพยาบาล เกรซก็รีบอุ้มพาลูกตัวเองเข้าไปยังด้านใน ในระหว่างที่เกรซพาลูกเขาห้องตรวจ เมฆก็ทำเพียงเดินไปยังมุมสูบบุหรี่แล้วหยิบเจ้าแท่งนิโครตินขึ้นมาจุดคาบใส่ปากเท่านั้น
 
และถ้าจะให้เดา ในตอนนี้ ภายในห้องตรวจฉุกเฉิน
เกรซก็คงจะกำลังนั่งพูดอาการของลูกให้คุณหมอฟังอยู่แน่
 
“น้องร้องไห้ไม่หยุดเลยครับ ปลอบยังไงก็ร้อง” ซึ่งสิ่งที่เมฆคาดการมันถูกต้องทุกระเบียบนิ้ว
“เพิ่งเป็นหรือว่ายังไงครับ?”
 
“สองสามวันมานี่ แกงอแงบ่อยครับ แต่มาวันนี้แล้วร้องหนักเลย” เกรซพูดบอกออกไปพร้อมกับปลอบเจ้าตัวเล็กที่เริ่มจะร้องไห้จนเหนื่อย เกรซโดนคุณหมอถามอาการของลูกตัวน้อยต่ออีกหลายคำถาม จนมาคำถามนี้ คุณแม่ของเราถึงได้เริ่มจะพอเข้าใจอะไรขึ้นมา
 
“น้องกินนมอะไรครับ”
“อะ...คือ...” เกรซร้องออกมาเหมือนนึกบางอย่างออก
“คือว่า ผมเพิ่งจะเปลี่ยนยี่ห้อนมให้แกกินน่ะครับ”
 
“งั้นผมว่า ผมพอจะรู้อาการน้องเขาแล้วนะ” คุณหมอคนเก่งพูดออกมาซึ่งเกรซก็ทำเพียงยิ้มแห้งเท่านั้นแอบโทษตัวเองเล็กน้อยเพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนเขาซื้อนมที่ราคาถูกกว่าจากของเดิมเล็กน้อยมาให้ลูก แถมเฟรมก็ดูจะอร่อยไปด้วยเพราะเป็นนมที่มีรสชาติหวานขึ้นกว่ายี่ห้อเดิม จนพอตอนนี้ ถึงได้รู้ว่าสาเหตุอาการของลูกมาจากไอ้นมแสนอร่อยนี่เอง
 
“เดี๋ยวพาน้องตามพยาบาลไปที่ห้องพักนะครับ แกคงต้องนอนโรงพยาบาลซักสองสามคืนเพื่อดูอาการ แล้วเดี๋ยวหมอพรุ่งนี้เช้าหมอจะตามเข้าไปอีกที” พอคุณหมอพูดออกมาแบบนี้เกรซก็ทำเพียงพยักหน้ารับก่อนจะอุ้มเจ้าเด็กที่หลับใหลทั้งน้ำตาออกมา เขาเห็นคุณพยาบาลกำลังยืนรออยู่ด้านหน้าห้อง แถมเมฆเองก็นั่งรออยู่ไม่ไกลนัก
 
“น้องน่ารักจังเลยนะคะ”
“ขอบคุณครับ” เกรซพูดตอบกลับไปพร้อมก้าวเดินตามคุณพยาบาลยังสาวไปที่ห้องพักของเจ้าหนูเฟรม ในระหว่างนี้เขาก็หันกลับไปมองเมฆพลางส่งสายตาห้ามให้คนตัวสูงเดินตามมา แต่จนแล้วจนรอดเมฆก็ยังหน้าด้านเดินตามเขาและลูกมาที่ห้องอยู่ดี
 
..กึก..
 
พอปิดประตูห้องได้เกรซก็รีบอุ้มลูกไปวางลงบนเตียงโดยมีพยาบาลคอยช่วยจัดนั่นนี่ให้ เจ้าหนูเฟรมถูกเจาะสายน้ำเกลือใส่ให้ พยาบาลคนเก่งกำลังเตรียมนั่นนี่สารพัด แถมเธอยังช่วยเช็ดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าของน้องเฟรมให้ด้วย
 
“ทีหลังถ้าน้องกินนมยี่ห้อไหนถูก ก็ไม่ต้องเปลี่ยนหรอกนะคะ เดี๋ยวลูกจะป่วยอีกเนอะ”
“ครับ...” เกรซตอบกลับไปอย่างรู้สึกผิดซึ่งคุณพยาบาลของเราหลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จเธอก็เตรียมที่จะเดินออกจากห้อง เกรซหันไปยังโซฟามุมห้องที่เมฆนอนหลับอยู่ ก่อนที่คนตัวเล็กจะรีบเอ่ยเรียกพยาบาลไว้อีกครั้ง
 
“คะ??”
“คือ คนนั้น” เขาพูดออกมาพร้อมเบนสายตามองไปที่เมฆ
 
“ทำไมหรอคะ แฟนคุณหละสิ หน้าตาดีจังนะคะ” เธอพูดไปก็ยิ้มไปจนเกรซต้องถอนหายใจ
“อ่า ไม่ใช่แบบนั้นครับ...ผมหมายถึง มันชอบเลือดกำเดาไหลครับ”
“แต่ปกติที่เลือดกำเดาไหลก็ไม่แปลกนะคะ อาจเป็นเพราะกากาศร้อนเกินหรือเย็นเกิน”
 
“อาทิตย์นึงประมาณสามสี่ครั้งเลยนะครับ” เกรซพูดในสิ่งที่รู้ออกไป เอาเข้าจริงเขาไม่ได้จะสนใจสังเกตหรืออะไรหรอกนะ แต่ก็แค่เมฆชอบลุกขึ้นมากลางดึกมันเลยทำให้เขาต้องพลอยตื่นไปด้วย แถมตื่นมาเจอทีไรก็เดินกุมจมูกตัวเองเข้าไปในห้องน้ำตลอด เขาไม่อยากให้มันมาตายตอนนี้ เพราะเดี๋ยวจะพาลโดนคุณแม่ที่แสนรักลูกยิ่งกว่าอะไรด่าให้อีก
 
“น้องเขาได้สูบบุหรี่หรือเปล่าคะ คนที่สูบบุรี่จัดหรือยิ่งกินเหล้าด้วย ก็มีอาการเลือดกำเดาไหลได้เหมือนกันนะคะ ทางที่ดีเลิกเลยจะดีกว่านะดิฉันว่า เพราะถ้าอายุยังน้อยแล้วมีอาการแบบนี้ ถ้ายังสูบต่อจะไม่ดีต่อสุขภาพเอานะคะ เสี่ยงเป็นมะเร็งได้เลยนะ”
“ต้องขนาดนั้นเลยหรอครับ”
 
“วันนึงเขาสูบเยอะหรือเปล่าหละคะ”
“ผมก็ไม่รู้ ประมาณ สองซองมั้ง”
 
“อ่า งั้นก็ให้เลิกเถอะค่ะ” เธอพูดออกมาก่อนจะยิ้มให้เล็กน้อยแล้วขอตัวเดินออกไป เกรซมองตามก่อนจะเบนสายตามองไปที่เมฆแล้วพึมพำออกมาว่า ตัวปัญหา
 
“ทำให้วุ่นวายตลอด” ริมฝีปากอิ่มยังพึมพำออกมาไม่หยุด คิ้วเล็กขมวดแน่นพลางเริ่มจะคิดว่าควรจะทำยังไงต่อ คือเขาไม่อยากพูดกับมัน ดังนั้นเลยไม่รู้ว่าควรจะใช้วิธีไหนในการบอก เกรซเดินมานั่งลงยังเก้าอี้ข้างเตียงของลูก ก้มมองนาฬิกาข้อมือที่บ่งบอกว่าเป็นเวลาตีห้า ซึ่งเมื่อเห็นแบบนี้เขาจึงเลือกที่จะหันมานอนซักงีบเพื่อพักผ่อน
 
จากที่กะจะนอนเอาแรงแค่แปปเดียว
ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็ดันเช้าแล้วเสียอย่างงั้น
 
แถมยังได้มานอนที่โซฟาได้ยังไงก็ไม่รู้ พอมองเลยไปที่เมฆภาพของใครอีกคนที่กำลังนั่งกินข้าวกล่องเซเว่นอยู่ก็ส่งผลให้เขาต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย พอก้มมองที่นาฬิกาข้อมืออีกครั้ง เวลาแปดโมงเช้าที่ปรากฏก็ทำให้เกรซต้องแอบหาวกับตัวเองเพราะยังนอนไม่เต็มอิ่ม
 
..หมับ..
 
แถมพอเกรซจะเดินเข้าห้องน้ำเมฆยังโยนถุงบางอย่างมาให้ซึ่งเกรซก็จำเป็นต้องคว้ารับอย่างจำใจ คนตัวเล็กก้มมองสิ่งในมือที่มีทั้งยาสีฟันรวมถึงแปรงสีฟันให้ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำต่อไปอย่างไม่ได้จะสนใจหันมองไปที่เมฆ และเมื่อเข้ามาในห้องน้ำได้ ทั้งผ้าขนหนูรวมถึงเสื้อผ้าของเขาที่แขวนอยู่ก็ยิ่งเรียกให้คิ้วต้องขมวดเข้าหากัน
 
“เสล่อ” ริมฝีปากอิ่มขยับพึมพำเมื่อนึกได้ว่าก็มีเพียงเมฆคนเดียวเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้ ซึ่งถ้ากะดูแล้ว คนตัวสูงคงจะออกจากที่นี้ไปในตอนราวๆเกือบหกโมงเช้า เพราะการที่กลับมาทันก่อนแปดโมง แล้วยังมีทั้งข้าวเช้าและอะไรครบแบบนั้น สิ่งเดียวที่สรุปได้ก็คือเมฆคงจะออกไปในตอนที่เขากำลังหลับ
 
แต่เกรซก็บ่นไปได้แค่นั้นแหละ
เพราะถึงยังไงคนตัวเล็กก็จำเป็นที่จะต้องใช้ของที่เมฆเอามาให้อยู่ดี
 
“เมื่อเช้าหมอเข้ามาแล้ว ผลตรวจอยู่ตรงนั้น” หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยพอเขาเดินออกมาเมฆก็พูดบอกพร้อมกับชี้มือไปที่ใบตรวจของวันนี้ที่วางอยู่บนหัวเตียงของเฟรม เกรซเดินตรงเข้าไปหยิบอ่าน ซึ่งก็สรุปได้ว่าอาการของน้องเฟรมเป็นไปตามที่คาดคะเนไว้จริง แถมตอนนี้เจ้าตัวนอนยังหลับปุ๋ยทั้งที่ปกติตื่นเช้า สงสัยคงจะร้องไห้จนเพลีย
 
..หมับ..
 
ในระหว่างที่เกรซกำลังยืนดูลูก แรงดึงที่แขนพร้อมอะไรบางอย่างที่ยัดเข้ามาในปากก็ทำให้เขาต้องรีบหันตาขวางไปมองใครอีกคน เกรซเตรียมจะเบือนหน้าหนีแต่ก็ถูกเมฆจับคางเอาไว้พร้อมกับมือที่ยังคงยัดแซนวิสใส่ปากของเขาไม่หยุด
 
“อย่ายุ่ง!” สุดท้ายเกรซก็ต้องพูดออกมาทั้งที่แซนวิสยังเต็มปาก
“แดกเข้าไป” แต่นอกจากจะไม่ฟังแล้วเมฆยังยัดชิ้นถัดไปเข้ามาอีก เกรซต้องจำใจเคี้ยวและกลืนเพราะขนมปังตรงหน้ากำลังจะติดคอเขาตาย พอหลุดออกมาได้มือเล็กก็ทุบใส่ไหล่กว้างของใครอีกคนอย่างหงุดหงิด คนตัวสูงไม่ได้พูดอะไรแต่ทำเพียงเดินหนีออกมาเท่านั้น แต่พอเมฆจะเดินออกไปยังระเบียง เกรซที่ยืนห่างในตอนแรกก็รีบตรงเข้าหา
 
..หมับ..
 
มือเล็กดึงซองบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงของเมฆออกมาท่ามกลางความงุนงงของคนตัวสูง เกรซเดินตรงไปยังลิ้นชักตรงมุมห้องก่อนจะเปิดออกแล้วมองหาบางอย่าง พอเห็นว่ามีกรรไกรอันเล็กที่ไม่รู้ว่าจะมีทำไมวางอยู่ เกรซจึงหยิบออกมาแล้วค่อยๆใช้ตัดเจ้าสิ่งในมือออกเป็นสองส่วน
 
เพราะในเมื่อไม่อยากจะคุยด้วยกับอีกคน
ดังนั้นเกรซเลยลงมือทำเพื่อให้เมฆรู้ว่าเขากำลังต้องการอะไร
 
“ทำอะไร” พอเมฆถามออกมาแบบนี้เกรซจึงหันไปมอง แต่เมื่อเห็นว่าอีกคนล้วงหยิบซองใหม่จากกระเป๋ากางเกงอีกฝั่งออกมา เกรซจึงตรงเข้าไปหยิบมาอีกครั้ง พร้อมกับยืนตัดต่อหน้าต่อตาของเมฆ
แล้วไอ้คนที่กำลังมองอยู่ ก็ทำได้เพียงเลิกคิ้วขึ้นเท่านั้น
 
เขาอยากจะบอกเกรซว่า ไอ้สิ่งที่อีกคนกำลังตัดอยู่ ซองนึงมันตั้งหลายร้อย
แล้วไหนบอกว่าให้ประหยัด
 
“ทำอะไร” เมฆถามอีกครั้งเพราะยังไม่เข้าใจ ซึ่งเกรซก็ทำเพียงชักสีหน้าหงุดหงิดแล้วชูรูปหน้าซองที่บอกถึงด้านลบของบุหรี่ให้เมฆดู คนตัวสูงเริ่มจะเข้าใจสถานการณ์ แต่มันก็ยังมีอีกหนึ่งอย่าง ที่ยังไม่เข้าใจ
 
“เป็นใบ้หรือไง”
“เสือก” แถมพอถามไปแบบนั้น คำตอบกลับที่ได้มาก็ยังเป็นคำที่ไม่เปลี่ยนจากเดิมเท่าไหร่ คนตัวสูงยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะเดินย้อนกลับไปนั่งลงยังโซฟาอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเกรซพูดเป็นคำเดียวหรือว่าอะไร แถมพอแบบนี้ ยังมาทำลายข้าวของของเขาอีก
 
เมฆแอบชักสีหน้าหงุดหงิด ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าถุงเซเว่นที่ตัวเองเพิ่งจะซื้อของมา
ในเมื่อไม่มีบุหรี่ให้สูบ สุดท้ายเลยต้องจำใจแกะห่อลูกอมแล้วยัดใส่ปากไปแทน
 
“แล้วถ้ากูซื้อบุหรี่มาอีก ก็จะตัดทิ้งแบบนี้อีกใช่มั้ย” เมฆพูดออกมาเหมือนพูดลอยๆเพราะรู้ว่ายังไงเกรซคงไม่ยอมตอบ
“จะตัดทิ้งอีกใช่หรือเปล่า”
 
“เออ” แต่ดูเหมือนจะผิดคาด เพราะการบ่นของเขาครั้งนี้ มีเสียงตอบกลับมาจากคนตัวเล็กด้วย
และการที่เกรซยอมพูดด้วยครั้งนี้ มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกจะดีใจเลยซักนิด
 
ถ้าพูดด้วยกันเรื่องอื่นก็คงดี
แต่ไม่ใช่เรื่องนี้สิ
 
“เป็นห่วงหรือไง” เมฆเหมือนเพียงจะพูดพึมพำกับตัวเอง แต่เพราะห้องเงียบเกรซเลยได้ยิน แถมพอพูดออกไปแบบนี้แล้วลองมองไปที่เกรซ สายตาแข็งกร้าวที่มองมาก็ทำให้เมฆต้องก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ต่อ
 
โอเค เขาจะไม่พูดแล้วก็ได้
 
# # # # # # # #
ตอนหน้าจะให้เพื่อนเมฆมาเยี่ยมน้องเฟรม55555
ฉากโรงบาลแตก
 
 
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น