น้ำมิ้ม

ใครชอบพีเรียดย้อนยุค...ห้ามพลาดเรื่องนี้ค่ะ...ไรท์ตั้งใจเขียนสุดฝีมือ ถ้าถามว่าเรื่องไหนคือ "ที่สุด" ของไรท์ ...คือ เรื่องนี้ค่ะ ^^ หวานบ้าง ขมบ้าง รักบ้าง เศร้าบ้าง หัวใจที่โหยหาอดีต มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ มาตกหลุมรักคุณหลวงกันเถอะค่ะ ><

ตอนที่ 23-1 : ล้มงานหมั้น

ชื่อตอน : ตอนที่ 23-1 : ล้มงานหมั้น

คำค้น : พีเรียด , ขวัญชีวี , ต้องรอด , ย้อนยุค , ร.๕ , ไพร่ , ทาส , ย้อนอดีต , คุณหลวง , นางทาส , ชมมะนาด , นิยายสีขาว , คำสาบาน , คำอธิษฐาน

หมวดหมู่ : นิยาย ทั่วไป

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ต.ค. 2559 20:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23-1 : ล้มงานหมั้น
แบบอักษร

“ทำไมถึงทำงามหน้าเช่นนี้กันนะพ่อดำรง แม่หรืออุตส่าห์ตั้งใจว่าจะรีบจัดการเรื่องของแม่เดือนให้เรียบร้อยเสียก่อน นี่แม่ก็เพิ่งส่งโทรเลขลงไปเร่งคุณหญิงแก้วแล้ว อีกไม่นานคงขึ้นมาที่พิษณุโลก แต่เจ้าดันมาทำเรื่องเสียหายเช่นนี้  แม่จะจัดการอย่างไรไหวถึงสองเรื่องสองราว”

นายแม่ทิพย์โกรธลูกชายคนเดียวอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง ในขณะที่หลวงดำรงนั่งอิงหมอนฟังมารดาอย่างสบายใจ ...ทนฟังต่อไปอีกหน่อย เดี๋ยวนายแม่ก็เข้าเรื่องเอง

“แล้วนี่ท่านเจ้าคุณศักดิเดชท่านว่าอย่างไร จะให้แม่พาผู้ใหญ่ไปสู่ขอเลยหรือไม่”

หลวงดำรงเปลี่ยนท่านั่งมาเป็นการเป็นงานทันที พลางเอ่ยกับมารดาอย่างรอบคอบ

“ตอนนี้เจ้าชมมะนาดยังไม่อ่อนข้อให้กระผม ทางท่านเจ้าคุณเองก็ยังเคืองกระผมอยู่มาก หากเร่งไปสู่ขอเจ้าหล่อนตอนนี้เจ้าคุณอาจไม่ยอมยกลูกสาวให้ ทางที่ดีกระผมว่าเราปล่อยเรื่องนี้ไว้สักพัก ให้เสียงนินทาดังไปทั่วกว่านี้อีกหน่อย คราวนี้ต่อให้เจ้าชมมะนาดดื้อแค่ไหน ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงคงไม่ยอมตามใจลูกสาวเป็นแน่”

“แต่ถึงอย่างไรเจ้าควรจะถือพานเข้าไปขอขมาท่านเจ้าคุณเสีย ถึงอย่างไรเจ้าก็ทำงามหน้าเอาไว้ ไม่ควรให้ท่านโกรธ”

“เรื่องนั้นกระผมทำแน่ขอรับ นายแม่ไม่ต้องห่วง”

หลวงดำรงรับคำมารดา พลางคิดหาวิธีรับมือกับชมมะนาดไปด้วย ...พบหน้ากันอีกครั้งเจ้าหล่อนต้องทวงเรื่องที่คุยกันไว้คืนนั้นแน่ๆ ...แต่มีหรือชายหนุ่มจะกลัว ....ดวงตาเรียวฉายแววเจ้าเล่ห์พลางยิ้มร้าย....ถ้าเขาไม่เชื่อคำพูดหล่อน มันจะถือว่าสัญญาเป็นโมฆะได้หรือไม่นะ....

 

ด้านวรรณสิริที่หลังจากที่ผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนวุ่นวายและกลับบ้านพร้อมคณะครอบครัวก็สุดแสนจะเพลียหัวใจ วันนี้หลังจากที่ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวก็เพียรครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจ...การที่เธอพยายามจะทำให้ประวัติตระกูลถูกต้องตามที่อนาคตบอกกล่าวไว้มันยากเย็นถึงเพียงนี้เชียวหรือ

“นี่ขนาดอีตาคุณหลวงสุรเดชนั่นยังไม่แต่งงาน ฉันยังลำบากขนาดนี้ ไม่รู้ว่าป่านนี้ทางโน้นจะเป็นยังไงบ้าง แผนล่มไม่เป็นท่าขนาดนี้”

วรรณสิริบ่นถึงเพื่อนเพียงคนเดียวอย่างกังวลใจ โดยที่ไม่รู้ว่าขวัญชีวีก็กำลังกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน ...เธอจะบอกกับวรรณสิริอย่างไรดีเกี่ยวกับเรื่องระหว่างเธอกับคุณหลวงสุรเดช จะบอกว่าไม่ตั้งใจ ก็ดูจะขัดกับความเป็นจริง เพราะเธอกับหลวงเดชรักกัน แต่ถ้าเธอไม่ยอมให้หลวงเดชแต่งงานกับคุณวรรณสิริ หาญวานิชก็จะพังพินาศแน่ ...เธอควรทำฉันใดดี?

 

ขวัญชีวีตัดสินใจไปหาวรรณสิริที่เรือนท่านเจ้าคุณศักดิเดช ก็บังเอิญไปเจอหลวงดำรงที่มาพร้อมนายแม่ทิพย์และแม่เดือนพอดี ขวัญชีวียกมือไหว้ก่อนตามมารยาท นายแม่ทิพย์เพียงแต่รับไหว้ หากไม่ยอมทักทาย จนหลวงดำรงต้องเข้ามาเป็นตัวกลางแทน

“หล่อนผ่านมาเยี่ยมเจ้าชมมะนาดเหมือนกันหรือแม่ขวัญ”

“เจ้าค่ะ อิฉันไม่ได้พบคุณหนูชมมะนาดหลายวันแล้ว เกรงว่าเธอจะเจ็บป่วยอันใดหรือไม่ จึงมาเยี่ยมเยียนตามประสาเจ้าค่ะ”

แม่เดือนจ้องมองหญิงสาวที่ยืนคุยกับพี่ชายตนอย่างสงสัย เธอได้ข่าวมาว่า แม่ขวัญผู้นี้อยู่กินร่วมเรือนกับหลวงสุรเดชว่าที่คู่หมั้นของเธอแล้ว ใจจริงแม่เดือนก็ไม่อยากแต่งกับหลวงสุรเดชเลย หากเธอขัดมารดาไม่ได้ แม้นายแม่จะพอรู้เรื่องหลวงสุรเดชกับแม่คนนี้อยู่บ้าง แต่ดูเหมือนว่าทางฝ่ายมารดาเธอไม่ใคร่จะใส่ใจ ...แต่เธอนี่สิ ควรจะทำฉันใดดีกับตำแหน่งเมียหลวงล่วงหน้าเช่นนี้

“งั้นก็ขึ้นเรือนไปพร้อมกันเถิด” แม่เดือนหันไปเอ่ยชวนอย่างพยายามผูกไมตรี ขวัญชีวียิ้มกระอักกระอ่วนกำลังจะตอบรับอยู่แล้วหากเสียงแหวแจ้วๆของแม่สาวหน้าหวานก็ดังขึ้นแทรกมาทันควัน

“ไม่ต้องดอกแม่เดือน ... เพื่อนของฉันฉันรับรองเองที่เรือนแพดีกว่า ข้างบนผู้ใหญ่มากนัก”

“มีแขกมาที่เรือนหรือเจ้าชมมะนาด” หลวงดำรงหันมาถามอย่างสนใจ ...ไม่ใช่สนใจผู้ใหญ่ข้างบนหรอก แต่สนใจแม่สาวผิวสวยของเขาต่างหาก วันนี้เจ้าหล่อนยังนุ่งโจงห่มสไบเผยผิวรำไรเช่นเคย คิดๆดูแล้วคืนนั้นเขาก็โง่จริงๆที่ชวนหล่อนนั่งสมาธิ....

“พี่ไกรเชิญขุนนางมาที่เรือนเจ้าค่ะ หากคุณหลวงกับครอบครัวจะไปพบเจ้าคุณพ่อ อิฉันจะให้เด็กไปเรียนให้ทราบก่อน”

“ดี แจ้งท่านด้วยว่า พี่เอาพานพุ่มมาขอขมาเรื่องที่ฉุดลูกสาวท่านน่ะ”

หลวงดำรงหลิ่วตาให้อย่างล้อเลียน วรรณสิริแทบอยากจะออกงิ้วใส่ หากนายแม่ทิพย์ที่ขัดหูขัดตาอยู่อดรนทนไม่ไหว พูดแทรกเปลี่ยนเรื่องเบนความสนใจทันควัน

“แม่ขวัญ เจอหล่อนวันนี้ที่นี่ก็ดีแล้ว ฝากกลับไปเรียนหลวงสุรเดชด้วยว่า คุณหญิงแม่ของท่านจะจับรถไฟขึ้นมาหาภายในวันสองวันนี้ และท่านจะจัดงานหมั้นระหว่างแม่เดือนกับหลวงเดชให้เร็วที่สุด”

ขวัญชีวีหน้าซีดลงทันที คุณหญิงแม่ของหลวงเดชจะมาอย่างนั้นหรือ...นี่หล่อนคงจะอยู่ที่นั่นไม่ได้แล้วสินะ ฟากนายแม่ที่เห็นขวัญชีวีหน้าเสียไปก็แอบสะใจ ก่อนจะเดินขึ้นเรือนไปหาท่านเจ้าคุณศักดิเดชอย่างสบายอารมณ์

วรรณสิริที่ได้ยินเต็มสองหูเช่นกันรีบลากตัวขวัญชีวีไปซักไซ้ทันที

“คุณหญิงแม่หลวงเดชจะมาจัดการเรื่องงานหมั้นหรือ ทำไมถึงเร็วอย่างนี้ล่ะ”

“ฉันก็ไม่รู้ค่ะคุณวรรณ หรือพวกเค้าระแคะระคายเรื่องแผนของพวกเราคะ ครั้งนี้พวกเราคงแย่แน่”

“ไม่หรอก อีกตั้งสองวันไม่ใช่หรือ ยังมีเวลากินรวบอยู่น่า”

วรรณสิริตั้งใจจะใช้แผนเดิมอีกครั้ง โดยไม่ทันสังเกตหน้าเพื่อนที่ซีดเซียวลง

“แต่ประเด็นคือ ฉันออกจากบ้านไปไหนไม่ได้เลยตอนนี้ มีแต่คนจับตาดูฉัน เพราะอีตาหลวงดำรงนั่นทีเดียว”

“หลวงดำรงทำไมหรือคะ “ ขวัญชีวีถามอย่างงุนงง เพราะเธอนึกว่าชมมะนาดติดธุระอื่นจึงไม่ไปตามนัด ที่แท้เพราะหลวงดำรงหรือ

“ก็อีตานั่นไปฉุดฉันมาจากเรือนแพที่ฟากท่าบ้านคุณหลวงเลย คราวนี้ฉันก็เป็นข่าวกอสซิปไปทั่วเมืองสิจ๊ะ”

วรรณสิริเล่าไปทำหน้าเอือมระอาไป เรื่องนี้ชาวบ้านตั้งวงเม้าท์กันมาต่อเนื่อง จนเจ้าคุณศักดิเดชเส้นเลือดในสมองแทบปูดโปน หากหญิงสาวก็ยังยืนยันว่าจะไม่แต่งกับหลวงดำรงเด็ดขาด

“ตายจริง แล้วคุณวรรณปลอดภัยมั้ยคะ”

“ปลอดภัยตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่เรื่องสำคัญคือฉันหลุดปากบอกความจริงเรื่องที่เราย้อนอดีตกลับมาที่นี่ให้หลวงดำรงรู้ไปนิดหน่อย แต่เหมือนเค้าจะยังไม่เชื่อนะ ไม่งั้นคงไม่พาแม่มาสู่ขอฉันอีกหรอก”

ขวัญชีวีครุ่นคิดอย่างกังวล เส้นทางบรรจบระหว่างหลวงสุรเดชกับชมมะนาดดูจะกลายเป็นทางแยกไปเสียแล้ว แล้วนี่เธอจะทำเช่นไร

“เราถอยไม่ได้แล้ว ฉันต้องยื่นคำขาดให้หลวงดำรงล้มงานหมั้นหลวงเดชให้ได้”

“คุณวรรณจะทำอะไรคะ ....”

วรรณสิริยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์พลางไม่ตอบคำถามนั้น ก่อนจะให้นางพุดบ่าวคนสนิทไปเชิญหลวงดำรงมาที่เรือนแพ

.......................................................................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น