น้ำมิ้ม

ใครชอบพีเรียดย้อนยุค...ห้ามพลาดเรื่องนี้ค่ะ...ไรท์ตั้งใจเขียนสุดฝีมือ ถ้าถามว่าเรื่องไหนคือ "ที่สุด" ของไรท์ ...คือ เรื่องนี้ค่ะ ^^ หวานบ้าง ขมบ้าง รักบ้าง เศร้าบ้าง หัวใจที่โหยหาอดีต มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ มาตกหลุมรักคุณหลวงกันเถอะค่ะ ><

ตอนที่ 21 : เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไม่เจ้าคะ!

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 : เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไม่เจ้าคะ!

คำค้น : พีเรียด , ขวัญชีวี , ต้องรอด , ย้อนยุค , ร.๕ , ไพร่ , ทาส , ย้อนอดีต , คุณหลวง , นางทาส , ชมมะนาด , นิยายสีขาว , คำสาบาน , คำอธิษฐาน

หมวดหมู่ : นิยาย ทั่วไป

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ต.ค. 2559 18:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 : เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไม่เจ้าคะ!
แบบอักษร

ขบวนอันอึกทึกของท่านเจ้าคุณศักดิเดชและคุณหญิงเพ็ญที่รีบร้อนขึ้นที่ท่าน้ำเรือนพระยาฤทธิ์รงค์วานิช และตามมาติดๆด้วยเรือของหลวงไกรฤทธิ์ที่มาพร้อมบ่าวผู้ชายอีกหลายคน ทำเอาชาวบ้านละแวกใกล้เคียงแอบออกมาชะเง้อชะแง้ดูที่ริมน้ำอย่างสนใจ

ท่านพระยาฤทธิ์รงค์วานิชกับคุณหญิงแขภริยาที่เพิ่งกลับจากเรือนท่านข้าหลวงที่มาถึงช้ากว่าคนอื่นๆ เห็นคนเต็มครึดหน้าศาลาท่าน้ำเรือนของท่าน จึงร้องถามหลวงไกรฤทธิ์ที่กำลังจะขึ้นจากเรือด้วยสุ้มเสียงแปลกใจ

“พ่อไกร... มีเรื่องอันใดกันหรือ ทำไมถึงมาที่นี่กันพร้อมหน้าเช่นนี้”

“เกิดเรื่องกับเจ้าชมมะนาดขอรับท่านปู่น้อย กระผมกับเจ้าคุณพ่อเลยต้องเร่งมาดู”

แม้หลวงไกรฤทธิ์จะไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติมหากผู้สูงวัยสังเกตเห็นสีหน้าโกรธกรุ่นของคุณหลวงหนุ่มตรงหน้าแล้วก็เลิกซักไซ้ พลางสั่งบ่าวให้พายเรือไปเทียบท่าก่อนจะรีบเดินตามหลวงไกรฤทธิ์ไปติดๆ

บนเรือนของพระยาฤทธิ์รงค์วานิชกำลังชุลมุน ด้วยเจ้าคุณศักดิเดชและคุณหญิงเพ็ญนั้นร้อนใจจะมาตามตัวบุตรสาว หากพอบ่าวไพร่ในเรือนแจ้งว่า ชมมะนาดถูกหลวงดำรงฉุดหายเข้าห้องไป คุณหญิงเพ็ญก็แทบลมจับ

“เปิดประตูบัดเดี๋ยวนี้นะหลวงดำรง หากชักช้าอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจพระยาท่านก็แล้วกัน”

เจ้าคุณศักดิเดชประกาศลั่นอย่างโกรธจัด บรรดาบ่าวรอบตัวต่างเตรียมพร้อมที่จะพังประตูทุกเมื่อ หลวงไกรฤทธิ์ที่ตามมาทีหลัง เดินตรงเข้าไปหาบิดาพลางเอ่ยเสียงขรึม

“ลูกจัดการเองขอรับ”

หลวงไกรฤทธิ์ขยับไปยืนชิดประตูพลางเอ่ยกับผู้ที่อยู่ข้างในด้วยน้ำเสียงราวกับเจรจาด้วยเรื่องปรกติทั่วไป

“ดำรง เอ็งเปิดประตูหน่อยเถิด ....อย่างน้อยก็ให้เอ็งเห็นแก่ว่า ข้ายังเห็นเอ็งเป็นเพื่อนรักข้าอยู่”

พระยาฤทธิ์รงค์วานิชและภริยาที่เดินตามขึ้นมาทันเห็นเจ้าคุณศักดิเดชและหลวงไกรฤทธิ์กำลังอึกทึก อ้ายมั่นที่เห็นนายของตนขึ้นเรือนมาก็ปรี่เข้ามารายงานทันที

“คุณหลวงดำรงฉุดคุณหนูชมมะนาดมาที่นี่ขอรับ”

คุณหญิงแขได้ยินที่บ่าวคนสนิทรายงานก็หันไปสบตากับผู้เป็นสามีอย่างตกใจ  ไฉนเจ้าชมมะนาดจึงมาอยู่ที่นี่กับหลวงดำรงได้!

ในขณะที่ข้างนอกแทบจะพังประตูเข้ามา สองคนด้านในยังนั่งนิ่งไม่มีใครขยับ ....ความจริงที่ชายหนุ่มเพิ่งได้ยินได้ฟัง มันเกินกว่าที่จะเป็นเรื่องจริงไปได้ .... นี่เจ้าหล่อนคงไม่ได้แต่งเรื่องมาหลอกเขาเล่นใช่หรือไม่

“พี่จะเชื่อได้อย่างไร ว่าที่เจ้าพูดมาเป็นเรื่องจริง”

“นายไปถามขวัญชีวีได้ ... รับรองว่าจะเธอจะพูดเหมือนที่ฉันเพิ่งบอกนายเมื่อกี้”

วรรณสิริยืนยันหนักแน่นพลางจ้องประสานสายตาที่คลางแคลงนั้นแทนคำยืนยัน หลวงดำรงจึงตัดสินใจที่จะเดินออกไปหาความจริงที่ด้านนอกนั่น

ทันทีที่เปิดประตูเจ้าคุณศักดิเดชก็สวนหมัดเข้าไปที่ใบหน้าของหลวงดำรงทันที หลวงไกรฤทธิ์รีบเข้ามาห้ามพ่อของตน ในขณะที่วรรณสิริถลาเข้ามาประคองหลวงดำรงที่เสียหลักจนล้มลงกับพื้น

“เอ็งหยามเกียรติลูกสาวข้า ...ปล่อยพ่อ พ่อจะกระทืบมันให้ตายคาตีน”

ประโยคหลังเจ้าคุณศักดิเดชหันไปตะคอกใส่บุตรชายที่ล็อคตัวเขาไว้แน่น คุณหญิงเพ็ญและนางพุดตามเข้ามาในห้องอีกคนจนห้องดูคับแคบไปถนัดตา หลวงดำรงค่อยลุกขึ้นยืนหากไม่ยอมปริปากแก้ตัวใดๆ สายตาจ้องผ่านไปยังพระยาฤทธิ์รงค์วานิช ท่านตาของตนที่ยืนมองอยู่ด้านนอกอย่างเคร่งเครียด

“กระผมว่าเราออกไปคุยกันข้างนอกเถิด หากเจ้าคุณลุงจะเอาผิดอันใดกระผมยินดีน้อมรับทุกกรณี”

หลวงดำรงเดินนำทุกคนออกไปที่ชาน ...พระยาฤทธิ์รงค์ฯมองหลานตัวเองที่เป็นคู่กรณีอย่างครุ่นคิด เจ้าดำรงไม่น่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เลย....

ผู้ใหญ่ทุกคนนั่งลงพร้อมหน้ากันครบถ้วน ในขณะที่หลวงดำรงคลานเข้ามานั่งกลางราวกับนักโทษรอไต่สวน

“เจ้าจะอธิบายอันใดหรือไม่เจ้าดำรง”

ผู้มีศักดิ์เป็นตาหงายหน้าไพ่ เปิดทางออกให้กับหลานชายคนเดียวของตน หากชายหนุ่มกลับปิดปากเงียบ พระยาท่านจึงหันไปทางหญิงสาวที่ถูกกระทำแทน

“เจ้าเล่ามาชมมะนาด ปู่จะให้ความยุติธรรมกับเจ้าเอง”

“เจ้าชมมะนาดเป็นสาวเป็นนาง จะให้ลูกของกระผมต้องเอ่ยถึงเรื่องหน้าอับอายนี้หรือขอรับท่านลุง”

เจ้าคุณศักดิเดชท้วงผู้สูงวัยอย่างขัดเคือง ในใจนั้นสงสารลูกสาวของตนยิ่งนัก แม้ใครๆจะว่าเจ้าชมมะนาดคุ้มดีคุ้มร้าย หรือพูดจากับใครไม่รู้เรื่องจำใครไม่ได้ราวกับคนสติวิปลาส แต่ถึงอย่างไรเจ้าคุณก็รักลูกสาวคนนี้ดังแก้วตาดวงใจนัก....

“ลูกเล่าเองก็ได้เจ้าค่ะเจ้าคุณพ่อ จริงๆเรื่องนี้เป็นการเข้าใจผิดกันเจ้าค่ะ หลวงดำรงไม่ได้ทำอันตรายใดๆลูกเลย เพียงแต่พาลูกเข้าไปนั่งสมาธิในห้องก็เท่านั้น”

สายตาทุกคู่จ้องมาที่หญิงสาวเป็นตาเดียว วรรณสิริคิดว่าแววตาแต่ละคนคล้ายกับจะคิดว่าเธอพูดโกหก โดยเฉพาะเจ้าคุณศักดิเดชที่โกรธจนหน้ากระตุกหนวดกระดิก .... ลูกสาวคนเดียวของเขากำลังบอกว่ามีไอ้หนุ่มคนหนึ่งมันฉุดตัวลูกสาวแสนสวยของเขาไปในห้องนอนของมัน เพื่อพาไปนั่งสมาธิ! ไอ้ดำรงมันเป็นเจ้าอาวาสหรือไร ค่ำมืดดึกดื่นป่านนี้จึงยังนั่งสมาธิอยู่....

หลวงไกรฤทธิ์สังเกตอาการนิ่งเงียบของผู้เป็นเพื่อนแล้วก็แปลกใจ หลวงดำรงไม่ได้นิ่งไปอย่างยอมรับหรือสำนึกผิด หากคล้ายกับกำลังครุ่นคิดเรื่องใดยังไม่ตกมากกว่า

“เอาล่ะๆ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องเสื่อมเสียต่อเจ้าชมมะนาด แม้ความจริงจะเป็นอย่างไร แต่เรื่องพรรค์นี้ดีแต่จะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ...ข้าจะจัดการให้เจ้าดำรงตบแต่งกับเจ้าชมมะนาดเสีย ทุกคนเห็นว่าอย่างไร”

พระยาฤทธิ์รงค์ฯเอ่ยถามในฐานะลุง ปู่ และตา อย่างน้อยทางออกนี้ดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ...ยกเว้นวรรณสิริ

“ไม่ได้เจ้าค่ะ อิฉันไม่แต่ง”

“แต่กระผมจะแต่งขอรับ ...กระผมจะแต่งงานกับเจ้าชมมะนาดให้เร็วที่สุด!

หลวงดำรงหันมาค้านหญิงสาวเสียงแข็ง ไม่ว่าเรื่องที่ชมมะนาดเล่าให้เขาฟังนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีทางปล่อยให้หล่อนไปแต่งกับคนอื่นเด็ดขาด!

 

............................................................................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น