น้ำมิ้ม

โรแมนติก เนื้อเรื่องเบาๆ อ่านแล้วอมยิ้มตามค่ะ เป็นอีกเรื่องที่ฉีกแนวของไรท์นะ แต่รับรองว่าสนุกค่า ^^

ตอนที่ 20 : คนแพ้ไม่มีน้ำตา...(อัพแล้ว 100%)

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 : คนแพ้ไม่มีน้ำตา...(อัพแล้ว 100%)

คำค้น : เลขาตัวร้ายกับเจ้านายสุดแสบ, สนามรักเลขาหัวใจ , เลขาหัวใจ , แต่งงาน , เพลย์บอย , สัญญารัก , มรดก , 18+ , เจ้านายลูกน้อง , เลขา

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ต.ค. 2559 18:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 : คนแพ้ไม่มีน้ำตา...(อัพแล้ว 100%)
แบบอักษร

เกื้อก้มลงมองรายงานผลประกอบการรายไตรมาสอย่างเคร่งเครียดจนใบหน้าที่เคยหนุ่มเสมอเกิดริ้วรอยให้เห็นชัดเจน หากมินทิราก็ยังคิดว่าเกื้อยังคงดูมีเสน่ห์อยู่ดี โดยเฉพาะดวงตาคมเข้มนั้นที่จ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาที่เธอไม่เคยคาดเดาความคิดเขาได้เลย

“ผมคงต้องแสดงความยินดีกับคุณใช่มั้ยคุณมินทิรา ที่คุณสามารถทำผลกำไรของไตรมาสนี้ทะลุเป้าเกิน 50% ได้สำเร็จ”

“ดิฉันชนะเดิมพันแล้ว...ใช่มั้ยคะท่านประธาน”

หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นเพื่อตอกย้ำในชัยชนะของตน โดยที่เกื้อได้แต่จำใจยอมรับสภาพความพ่ายแพ้และหยิบเอกสารสมัครงานตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์การตลาดยื่นให้มินทิรา

“หรือถ้าคุณจะพูดว่าผม แพ้พนันคุณก็ได้ถ้าคุณอยากได้ยินคำนั้น...นี่เป็นเอกสารสำหรับคุณพ่อของคุณ คุณมนตรีจะกลับเข้ามาทำงานในตำแหน่งเดิม ส่วนคุณ...ผมจะยินดีมากถ้าคุณจะทำงานต่อกับเรานะมินทิรา”

เกื้อเอ่ยขึ้นกับหญิงสาวอย่างจริงใจจนมินทิราไม่กล้าปฏิเสธความหวังดีนั้น จึงได้แต่ยิ้มตอบชายหนุ่มก่อนจะเอ่ยเลี่ยงขอตัวออกไป

“ขอบคุณมากค่ะ ถ้าท่านประธานไม่มีธุระอะไรแล้วดิฉันขอตัวก่อน”

“เดี๋ยว....”

เกื้อตัดสินใจเอ่ยขึ้น...พลางลุกขึ้นเดินมาหาหญิงสาวที่ยังคงยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของเขา ร่างสูงใหญ่ของเกื้อดูจะข่มร่างเล็กนั้นไว้สิ้นเมื่อชายหนุ่มก้มลงชะโงกหน้าเข้ามากระซิบเบาๆที่ข้างหูของอดีตเลขาและผู้ช่วยของลูกชายเขา

“ผมว่าคุณยังติดค้างผมอยู่ 2 คืนนะถ้าผมจำไม่ผิด”

“คะ?....สะ สองคืนอย่างนั้นเหรอคะ”

มินทิราเกิดอาการติดอ่างขึ้นมากะทันหัน เธอลืมไปได้อย่างไรว่าเคยทำข้อตกลงนี้ไว้กับบุรุษกลางคนตรงหน้า หากเกื้อเผยรอยยิ้มเสน่ห์ของเขาก่อนจะเอ่ยดักคอหญิงสาวเอาไว้อย่างรู้ทัน

“ข้อตกลงนี้ เป็นคุณที่ขอร้องผมเองนะมินทิรา ...และแน่นอนว่ามันไม่ได้อยู่ในเดิมพัน 50% …ดังนั้น คุณจะบิดพลิ้วหรือว่าเหมารวมกับเดิมพันเดิมไม่ได้นะครับ คุณอดีตเลขา”

“แล้วถ้าฉัน...ยังไม่พร้อมละคะ”

มินทิราตัดสินใจถามหยั่งเชิง...งานนี้เป็นสัญญาปากเปล่า หากเธอกลืนน้ำลายตัวเองเสีย....ใครจะไปรู้ได้

หากเกื้อชี้ไปที่เอกสารที่หญิงสาวถือไว้ พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นต่อ

“ผมก็คงยังไม่พร้อมที่จะรับพ่อของคุณเข้ามาทำงานเหมือนกันมินทิรา”

หญิงสาวหน้าถอดสีขึ้นมาทันที ... เธอลืมไปได้อย่างไรกันว่า ผู้ชายตรงหน้านี้คือเกื้อ ...ไม่ใช่กานต์! ไม่มีวันเลยที่เธอจะต้อนเขาจนมุมได้

 “ผมให้เวลาคุณตัดสินใจคืนนี้หนึ่งคืน...พรุ่งนี้ผมจะไปรอคุณที่หัวหิน...ส่วนคุณจะไปหรือไม่ไป ผมคงไม่บังคับคุณนะมินทิรา...”

............................................................................................................................................................

วาสิตายืนชะงักอยู่หน้าประตู คำพูดของเกื้อเหมือนกับคำสาปที่ทำให้เธอกลายเป็นหิน แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะไม่มีสิทธิ์เป็นตัวจริง หากที่ผ่านมาเกื้อไม่เคยมีใคร จนกระทั่งเมื่อเขามาเจอมินทิรา

ร่างเล็กของมินทิราเปิดประตูออกมา ก่อนจะผงะไปเมื่อเจอกับเลขาตัวจริงของประธานบริษัท หญิงสาวสองคนได้แต่ยืนนิ่งอึ้ง จนกระทั่งกานต์เป็นผู้เข้ามาทำลายความเงียบที่ชวนอึดอัดนั้นเสีย

“อ้าวคุณตุ๊กตา ทำไมยังไม่เข้าไปอีกครับ ผมบอกว่าเอกสารตัวนี้ต้องรีบให้พ่อของผมเซ็นด่วนที่สุด”

วาสิตาที่ดูเหมือนเพิ่งจะได้สติหันไปหาชายหนุ่มคนลูกก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นน้อยๆ

“ดิฉันจะเข้าไปเดี๋ยวนี้ค่ะคุณกานต์...”

วาสิตาและมินทิราจึงได้โอกาสแยกย้ายโดยที่ไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆต่อกัน กานต์มองตามหลังเลขาและผู้ช่วยของเขาไปอย่างเงียบๆก่อนตัดสินใจเดินตามหญิงสาวไป

มินทิราเข้ามาเก็บของส่วนตัวที่ห้องทำงานของกานต์ ชายหนุ่มที่เดินตามเข้ามามองดูด้วยหัวใจที่แปลบปลาบ ...เธอตัดสินใจที่จะไม่เลือกเขาจริงๆ

“คุณจะไม่ทำงานที่นี่ต่อหรือมินทิรา”

“ค่ะ...ดิฉันอยากทำงานที่ตัวเองถนัดมากกว่า ซึ่งคงไม่ใช่ตำแหน่งเลขาของคุณ”

มินทิราตอบโดยไม่ได้เงยหน้า จึงไม่ทันเห็นว่าชายหนุ่มเสียใจเพียงใด หากกานต์ยังคงเอ่ยต่ออย่างพยายามให้เป็นปรกติที่สุด

“ถ้าคุณอยากทำตำแหน่งอื่น ผมจะช่วยพูดกับคุณพ่อให้ ผมมั่นใจว่าเคเคกรุ๊ปยินดีต้อนรับคุณเสมอนะมินทิรา”

“ขอบคุณค่ะ แต่เคเคกรุ๊ปคงเหมาะกับพ่อมากกว่าดิฉัน”

กานต์ขยับตัวเดินเข้ามาใกล้หญิงสาวพลางเอ่ยขึ้นเมื่อนึกถึงนายมนตรี

“แล้วคุณไม่อยากสืบหาคนที่ใส่ร้ายพ่อของคุณแล้วหรือ... อย่างน้อยถ้าคุณทำงานที่นี่ คุณก็จะสามารถตามหาคนร้ายได้”

“พรุ่งนี้ดิฉันจะถามคุณเกื้อเองค่ะ...ท่านประธานคงให้คำตอบดิฉันได้”

มินทิราก้มหน้าหลบตาเมื่อตอบคำถามนี้ของกานต์ จนชายหนุ่มเอะใจในความผิดปรกติ

“พรุ่งนี้... คุณปิดบังอะไรผมอยู่หรือเปล่ามินทิรา”

“ไม่มีค่ะ... คุณรู้แค่ว่าหลังจากนี้ไป ดิฉันจะเป็นอิสระจากพันธะเดิมพันบ้าๆของพวกคุณเสียที ... ลาก่อนนะคะคุณกานต์ พวกเราคงไม่ได้เจอกันอีก”

มินทิราเอ่ยก่อนจะเก็บข้าวของเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับ จนกานต์ได้แต่ยืนนิ่งไป ... แม้ว่าชายหนุ่มอยากจะรั้งตัวเธอไว้มากแค่ไหน หากผู้หญิงอย่างมินทิราคงไม่มีวันยอมใจอ่อนให้กับเขาอีกแล้ว

...........................................................................................................................

กานต์เดินมาที่รถอย่างซึมๆเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน หากเมื่อเหลือบตาไปยังที่จอดรถคันข้างๆ ก็ได้เห็นวาสิตายืนเหม่อลอยไม่ยอมขึ้นรถ

“คุณตุ๊กตา .... เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ไม่สบายหรือเปล่า”

วาสิตาสะดุ้งอย่างตกใจพลางหันมาทางชายหนุ่มหน้าตาตื่น กานต์จึงเดินเข้าไปใกล้อย่างเป็นห่วง

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ให้ผมขับรถไปส่งที่บ้านไหม”

ชายหนุ่มถามขึ้นอีกครั้ง เมื่ออีกฝ่ายยังดูเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาชนิดที่ไม่สนใจคนรอบข้างจนน่าเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันว่าจะยืนพักสักครู่แล้วค่อยกลับ คุณกานต์เชิญกลับได้เลยค่ะไม่ต้องห่วงดิฉัน”

วาสิตาปฏิเสธ หากกานต์แย่งกุญแจรถในมือหญิงสาวมาพลางดันให้อีกฝ่ายเดินไปยังอีกฟากของประตูพลางเอ่ย

“คุณตุ๊กตาเชิญขึ้นรถเลยครับ วันนี้ผมอาสาไปส่งคุณเอง ไหนๆเราก็อยู่บ้านเดียวกันแล้ว นานๆทีผมกลับบ้านบ้างพ่ออาจจะดีใจ”

“ดิฉันว่าคุณกานต์ไปส่งดิฉันที่คอนโดฯดีกว่าค่ะ บางทีคุณเกื้ออาจจะต้องการความเป็นส่วนตัว”

วาสิตาเอ่ยขึ้นเมื่อคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้ว หากสารถียังคงหันมาถามหน้าตาเหลอหลา

“ความเป็นส่วนตัวอะไรกันครับคุณตุ๊กตา พ่อผมน่ะป่วยอยู่นะ ถ้าไม่มีคุณตุ๊กตาคอยดูแลสักคนแล้วใครกันจะดูแลท่าน”

“ก็คุณมินทิรายังไงคะ”

“มินทิรา?....หมายความว่ายังไงกันคุณตุ๊กตา มินทิรามาเกี่ยวอะไรด้วย”

กานต์ถามหน้าเคร่งขึ้นทันควัน ... แทบจะไม่มีสมาธิขับรถเอาเสียแล้ว เพราะชักสังหรณ์ใจแปลกๆตั้งแต่ตอนที่มินทิราพูดกับเขาเมื่อกลางวันแล้ว

“คุณเกื้อนัดให้คุณมินทิราไปพบท่านที่หัวหินค่ะ พรุ่งนี้”

“นัดไปพบที่หัวหิน?...”

“ค่ะ...ท่านแจ้งดิฉันไว้ว่าจะไม่เข้าออฟฟิศ 2-3 วัน ให้ดิฉันเลื่อนนัดทั้งหมด คงจะเตรียมไปค้างกับคุณมินทิรา”

กานต์นิ่งงันไปกับคำตอบของหญิงสาว จนกระทั่งขับรถมาจนจอดสนิทหน้าบ้านของตัวเองก่อนจะหันมาถามอีกครั้งด้วยเสียงแห้งระโหยไร้เรี่ยวแรง

“พ่อของผม ... กับมินทิราอย่างนั้นเหรอ”

“มันเป็นข้อตกลงของทั้งคู่เองค่ะ ดิฉันก็ไม่ทราบรายละเอียด คุณกานต์...ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ”

ประโยคสุดท้ายวาสิตาหลุดปากถามมาเมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่มคล้ายกับคนใกล้ตาย .... หากกานต์ไม่มีกะจิตกะใจจะตอบอะไรทั้งสิ้น ... วาสิตาจึงเป็นฝ่ายเอ่ยเสียเอง

“ดิฉันคงไม่มีสิทธิ์ที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้วค่ะ ดิฉันของตัวไปเก็บของก่อนนะคะ แล้วพรุ่งนี้เช้าดิฉันจะรีบไปให้เร็วที่สุด”

 

หญิงสาวเอ่ยก่อนจะแยกขึ้นห้องพักของตัวเองไป ในขณะที่กานต์ทรุดตัวลงนั่งที่ห้องรับแขกก่อนจะเรียกหาเหล้ามากินเพื่อดับความฟุ้งซ่านและความเจ็บปวดที่ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรงในหัวใจของเขาเอง!

............................................................................................................................................................

 

 

 

To be continue...

Final part!

 

 

######################################################################

 

สวัสดีค่ะ ไรท์เตอร์น้ำมิ้มมาทักทายอีกแล้ว พร้อมกับแจ้งข่าวดี.....

เสาร์อาทิตย์นี้ไรท์จะลงตอนจบให้นะ เย้เย้!!

และจะขออนุญาต "ติดกุญแจ" นะคะ... รีบสะสมไว้แต่เนิ่นๆ เน้ออออ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันมาตลอดจนจบนะคะ ....

จะทยอยเขียนมาลงเรื่อยๆค่ะ ... ฝากติดตามเรื่องใหม่ๆหลังจากนี้ด้วยนะคะ

#กราบรอบทิศ

 

.......น้ำมิ้ม

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น