น้ำมิ้ม

ใครชอบพีเรียดย้อนยุค...ห้ามพลาดเรื่องนี้ค่ะ...ไรท์ตั้งใจเขียนสุดฝีมือ ถ้าถามว่าเรื่องไหนคือ "ที่สุด" ของไรท์ ...คือ เรื่องนี้ค่ะ ^^ หวานบ้าง ขมบ้าง รักบ้าง เศร้าบ้าง หัวใจที่โหยหาอดีต มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ มาตกหลุมรักคุณหลวงกันเถอะค่ะ ><

ตอนที่ 18 : แผนเอาตัวเข้าแลก

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 : แผนเอาตัวเข้าแลก

คำค้น : พีเรียด , ขวัญชีวี , ต้องรอด , ย้อนยุค , ร.๕ , ไพร่ , ทาส , ย้อนอดีต , คุณหลวง , นางทาส , ชมมะนาด , นิยายสีขาว , คำสาบาน , คำอธิษฐาน

หมวดหมู่ : นิยาย ทั่วไป

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2559 20:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 : แผนเอาตัวเข้าแลก
แบบอักษร

 

วรรณสิริแยกจากหลวงดำรงที่ท่าน้ำหน้าบ้านของเธอ สีหน้าของผู้มาส่งยังคงกังวลถึงเธออย่างเห็นได้ชัด แต่วรรณสิริไม่ต้องการให้หลวงดำรงรู้เรื่องมากไปกว่านี้ เพราะเท่าที่เธอเผลอพูดออกไปก็มากพอแล้ว

“ขอบคุณคุณหลวงมากนะเจ้าคะที่มาส่ง อิฉันลาตรงนี้เลยนะเจ้าคะ”

“เจ้าแน่ใจจริงๆหรือว่าจะไม่ให้พี่ช่วยเหลืออันใด เจ้าชมมะนาด”

วรรณสิริข่มใจไม่ให้เสียงสั่น ก่อนจะหันไปสบตาคู่สวยที่ไม่เคยละสายตาจากเธอ พลางส่งยิ้มให้หลวงดำรงอย่างจริงใจ

“หากคุณหลวงจะช่วย อิฉันขอรับแค่ความหวังดีที่คุณหลวงมุ่งหมายที่จะช่วยเหลืออิฉันด้วยใจจริง และหากจะไม่เป็นการขอที่มากเกินไป อิฉันขอให้คุณหลวงให้อภัยดิฉันและอย่าเกลียดอิฉันก็พอ ถึงแม้ว่าเราจะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่อิฉันก็นับว่าคุณหลวงเป็นเพื่อน ...”

“กระไรกัน เรารู้จักกันมาแต่เล็กแต่น้อย แม้ในยามที่พบกันอีกครั้ง เจ้าจะทำเหมือนไม่รู้จักพี่ แต่พี่ก็ไม่เคยโกรธ ...ไม่เคยเกลียดเจ้า ไม่มีวันที่จะเกลียดได้เลย... และคงจะเป็นเช่นนี้ไปตลอดชีวิตของพี่ ...ไม่ว่าอย่างไรพี่ก็ให้อภัยเจ้าได้เสมอ”

ทุกคำพูดที่เปล่งออกมาจากปากหลวงดำรง ไม่อาจเทียบได้กับดวงตาของชายหนุ่มที่สื่อความรู้สึกออกมาได้ทั้งหมด ร้อยพันคำพูดไม่อาจเท่าสบตากันเพียงครั้งเดียว วรรณสิริสบประสานสายตานั้นอย่างซาบซึ้งใจ ...เพื่อนคนแรกในยุคนี้ของเธอจะกลายมาเป็นศัตรูเพราะหลวงสุรเดช...แต่วรรณสิริล้มเลิกแผนไม่ได้.......

 

คล้อยหลังหลวงดำรงที่พายเรือห่างออกไป หญิงสาวก็เดินออกมาจากศาลาท่าน้ำ หากวรรณสิริไม่ได้ตรงขึ้นเรือนทันที กลับเดินอ้อมไปยังเรือนพักของบ่าวด้านหลัง ...นางพุดที่รอท่าอยู่แล้วรีบรายงานเสียงสั่น

“บ่าวเอายาไปให้คุณขวัญตามที่คุณหนูสั่งแล้วเจ้าค่ะ”

“ดี...ถ้าอย่างนั้นเอายานั่นมาให้ฉันชุดหนึ่ง”

“คุณหนูจะกินหรือเจ้าคะ” นางพุดท้วงเสียงหลง .... หล่อนคิดไม่ถึงว่าคุณหนูของเธอจะใจกล้าบ้าบิ่นถึงขั้นกินยาปลุกกำหนัดเอง....ถึงอย่างไรหล่อนก็เป็นห่วงนายสาวเพราะหลังจากกินเข้าไปแล้วผลที่ตามมามันไม่ใคร่จะดีนัก

วรรณสิริเองก็รู้ดีว่าผลที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองเป็นอย่างไร ก็หล่อนเคยแต่งงานมาแล้ว เพียงแต่สำหรับในฐานะคุณหนูชมมะนาดไข่ในหินของเจ้าคุณศักดิเดช เรื่องแบบนี้ในยุคนี้คงต้องเรียกว่างามหน้าละ

“กับอีตาหลวงสุรเดชนั่นฉันก็ต้องคงพึ่งไอ้เจ้ายานี่ละพี่พุด ...เอาเถิดเรารีบไปถึงที่นัดหมายกันก่อนแล้วค่อยกินก็ได้”

สองนายบ่าวรีบหลบไปขึ้นเรือที่ท่าหลังบ้าน ก่อนจะพายเลียบชายคลองหายไปกับแสงแดดในยามเย็นที่สลัวลงทุกที

..................................................................................................................................................................

ขวัญชีวีลงมือเข้าครัวด้วยตัวเอง ในยุคที่เธอจากมาหญิงสาวทำเป็นเพียงอาหารง่ายๆสองสามอย่างเท่านั้น ฝีมือบ่าวคนครัวที่นี่ยังฝีมือดีกว่าเธอมาก แต่ถึงอย่างไรวันนี้เธอจะให้ใครมายุ่งไม่ได้ ...ในชั้นแรกขวัญชีวีลองเอายาที่นางพุดห่อมาให้เธอละลายกับน้ำเปล่า หากตัวยาดันมีตะกอนคล้ายผงฝุ่นเห็นชัดเจน หญิงสาวจึงเปลี่ยนแผนหยอดยาในกับข้าวแทน

หญิงสาวเดินยกถ้วยต้มจืดหมูสับใส่ใบตำลึงมาวางขึ้นสำรับเอง พลางเอ่ยกับหลวงสุรเดชที่มองมาอย่างแปลกใจ

“แกงจืดตำลึงหมูสับเจ้าค่ะ อิฉันทำเอง คุณหลวงลองชิมสิเจ้าคะว่ารสถูกปากหรือไม่”

แกงจืดร้อนๆส่งควันลอยหอมฉุยถูกเลื่อนมาไว้ต่อหน้า หลวงสุรเดชมองเพื่อหาพิรุธของผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ร่วมเรือนกับเขา....หล่อนมาอยู่ที่นี่ได้เกือบสองเดือนแล้ว หากความสนิทสนมที่เจ้าหล่อนมีให้ต่อเขาดูเหมือนจะไม่คืบหน้าเท่ากับ แม่ชมมะนาด ที่เพิ่งเจอกันได้ไม่เท่าไหร่

ท่าทีลับๆล่อๆที่ท่าน้ำเมื่อเย็นทำให้คุณหลวงหวาดระแวง นางพุด แม่ชมมะนาด และแม่ขวัญ กำลังทำอะไรลับหลังเขาหรือเปล่า

“หล่อนนึกอย่างไรถึงลงมือเข้าครัวเอง ไหนเคยบอกฉันว่าทำกับข้าวไม่เป็นอย่างไรเล่า”

“ฉันแค่อยากลองหัดทำดูบ้างเท่านั้นเองค่ะ กลัวอดตาย”

ขวัญชีวีแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ หากหลวงสุรเดชที่เป็นตำรวจมาหลายปี และอยู่ด้วยกันกับหล่อนแทบจะตลอดเวลา ทำไมจะดูไม่ออกว่าเรื่องไหนหล่อนพูดจริงหรือเท็จ

“แล้วชิมดูเองบ้างหรือยังว่ารสชาติเป็นอย่างไร” หลวงสุรเดชเลื่อนถ้วยต้มจืดกลับมาให้หญิงสาว ขวัญชีวีขยับจะเลื่อนถ้วยคืน หากเมื่อเจอแววตาคาดคั้นเธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกลายเป็นผู้ร้ายที่กำลังจนตรอก...ต้องเลือกแล้วว่าจะสู้หรือจะยอมมอบตัว....

“ฉันชิมแล้วค่ะ รสกลมกล่อมกำลังอร่อยดีเลยค่ะ”

แม้หญิงสาวจะเอ่ยยืนยัน หากถ้วยตรงหน้าไม่ขยับไปไหนคราวนี้คุณหลวงหยิบช้อนยื่นมาให้เธอด้วย

“ชิม...ให้ฉันดู”

หลวงสุรเดชยื่นคำขาด แม้จะมั่นใจเล็กๆว่าหญิงสาวไม่มีทางวางยาพิษฆ่าเขา แต่ท่าทีหล่อนมีพิรุธเหลือเกิน

ขวัญชีวีหลับตาสูดลมหายใจลึกๆเข้าปอด ก่อนจะคว้าช้อนมาตักต้มจืดกินให้คุณหลวงดู ครั้นชายหนุ่มเห็นเจ้าหล่อนกินและกลืนไปตามปรกติ หลวงสุรเดชจึงลองตักเข้าปากดูบ้าง

“ก็อร่อยดีนี่นา มากินด้วยกันเถิด”

................................................................................................................................................ 

 

นางพุดและวรรณสิริ พายเรือออกมาโดยใช้ทางเลียบคลองด้านหลังเรือนของเจ้าคุณศักดิเดช เพราะเกรงว่าจะมีผู้พบเห็น ดังนั้นจึงไม่สามารถไปเทียบที่ท่าหน้าบ้านหลวงสุรเดชได้ดังเคย สองสาวนายบ่าวจอดเรือแอบไว้ห่างจากฟากท่าพอสมควรก่อนจะค่อยเดินลัดเลาะแอบบังแนวไม้ไปยังเรือนแพที่นัดหมายไว้  ...โดยที่ไม่ทันได้สังเกตว่าคล้อยหลังหญิงสาวทั้งสองไป ก็มีเงาของชายผู้หนึ่งเดินตามหลังไปอย่างเงียบเชียบ

 

วรรณสิริแยกไปรอที่เรือนแพริมน้ำที่นัดหมายกับขวัญชีวีเอาไว้ ที่เรือนนี้ไม่ห่างจากท่าอาบน้ำของเรือนหลวงสุรเดชมากนัก ขวัญชีวีเล่าให้ฟังว่าส่วนมากเธอและหลวงสุรเดชมักเอาไว้ใช้สำหรับผลัดเปลี่ยนผ้าหลังอาบน้ำเสร็จจึงสร้างเอาไว้อย่างมิดชิดเป็นอย่างดี หญิงสาวให้นางพุดเข้าไปสำรวจภายในเรือนแพ ก่อนที่จะตามเข้าไปแล้วหับประตูไว้ดังเดิม

ดวงอาทิตย์ที่สาดแสงสุดท้ายอย่างอ่อนแรงทำให้รอบด้านมัวสลัว ....ชายหนุ่มร่างสูงอาศัยเงามืดของต้นไม้แอบย่องเข้าไปด้านข้างหน้าต่างและจัดการแง้มมันออกเล็กน้อย เพื่อแอบฟังวรรณสิริและนางพุดที่กำลังพูดคุยกันอย่างเคร่งเครียด

“คุณหนูเจ้าคะ  บ่าวไม่อยากให้คุณหนูทำเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ หากท่านเจ้าคุณและคุณหญิงรู้เข้า นางพุดคนนี้คอขาดแน่ๆเจ้าค่ะ”

“เลิกกลัวอะไรๆได้แล้วพี่พุด ที่ฉันต้องทำแบบนี้ก็เพราะฉันอยากแต่งงานกับหลวงสุรเดชจริงๆ ถ้าไม่ทำเช่นนี้แล้วจะให้ฉันทำอย่างไร ส่งยามา...”

ร่างสูงที่แอบฟังอยู่ภายนอกพยายามเพ่งมองฝ่าแสงสลัวยามเย็นไปที่ยาเม็ดกลมกลางมือของนางพุด ...ยานี่...

“นางพุดมันแอบไปซื้อยาปลุกกำหนัดที่ตลาดขอรับ กระผมแอบตามมันไป มันเอาไปให้แม่ขวัญที่เรือนหลวงสุรเดชขอรับ”

บ่าวฝีพายที่หลวงดำรงสั่งให้พายเรืออีกลำไปส่งบรรดาบ่าวไพร่ที่ตลาดรายงานกับเขาทันทีที่ถึงเรือน ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างสงสัย หากเอาไปให้แม่ขวัญเหตุใดนางพุดจึงต้องไปซื้อ .....นอกเสียจากว่านายมันจะสั่งให้ทำเท่านั้น!

ก่อนที่จะทันได้มีสติคิดอะไร สองมือของชายหนุ่มก็กระชากหน้าต่างออกจนพัง ก่อนจะตวาดเสียงดังลั่น

“นี่เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ เจ้าชมมะนาด”

นางพุดตกใจจนมือไม้อ่อน ยาร่วงลงไปที่พื้นจนหมด ในขณะที่วรรณสิริผวาลุกขึ้นอย่างตกใจ ร่างสูงในเงามืดกระโจนผ่านหน้าต่างเข้ามา แม้แสงสว่างที่มีอยู่จะสลัวเลือนรางเต็มที แต่เมื่อร่างนั้นเข้ามาใกล้ทุกคนจึงเห็นชัดเจน

“หลวงดำรง ...คุณมาที่นี่ได้ยังไง”

 

.......................................................................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น